เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-35 เขี้ยวเล็บ

ตอนที่ 12-35 เขี้ยวเล็บ

ตอนที่ 12-35 เขี้ยวเล็บ


ขณะที่พวกเขาบินอยู่ในกลางอากาศลินลี่ย์เริ่มใช้สัมผัสเทพของเขาค้นหาโดยตรง

“ตะวันออกเฉียงใต้” ลินลี่ย์พบเซียนที่อยู่ใกล้ที่สุดได้โดยเร็ว  “รัศมีเซียนผู้นี้มีความเป็นเอกลักษณ์มาก,และลักษณะของเขาแปลกประหลาดเช่นกัน  เขาไม่ใช่มนุษย์”

“งั้นไปหาเขา” แววที่ดุร้ายและเย็นชาฉายผ่านดวงตาของเดลี่  “ฮึ่ม, มีโอกาสมากกว่า 90%ที่เซียนเหล่านี้ที่มาจากพิภพอื่นจะเชื่อฟังคำสั่งเทพที่ซ่อนเร้นผู้นั้น  ถ้าพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมในการเข่นฆ่า คงไม่มีทางที่พวกเขาจะมีชีวิตได้อย่างสุขสบายในจักรวรรดิโรฮอลท์เป็นแน่”

ลินลี่ย์พยักหน้าเล็กน้อย

ถ้าคนผู้นี้ไม่ยินดีที่จะร่วมมือกับเทพตนนั้น มีแนวโน้มว่าเขาคงจะหนีไปนานแล้ว เขายังจะพำนักอยู่ในจักรวรรดิโรฮอลท์ได้อย่างไร?

ลินลี่ย์และเดลี่บินตรงไปหาเซียนจากต่างพิภพนั้นด้วยความเร็วสูง

บุรุษผิวดำร่างผอมโพกศีรษะรอบหัวนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้นวม  ข้างตัวเขาเป็นสาวใช้งดงามกำลังถือถาดผลไม้ให้เขาด้วยความเคารพ  บุรุษร่างผอมมีรอยยิ้มบนใบหน้า  แต่หญิงรับใช้เหล่านี้มีแววกระวนกระวาย

พวกนางทุกคนรู้ว่าอารมณ์ของเจ้านายพวกนางแปลกประหลาดมาก แม้ว่าเขากำลังหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในตอนนี้ แต่บางครั้งเขาจะเริ่มหวดทำร้ายพวกนางอย่างรุนแรง

“ชีวิตแบบนี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”  บุรุษร่างผอมดำถอนหายใจพูด

เขามาถึงทวีปยูลานสี่ปีแล้วชีวิตของเขาในทวีปยูลานน่ารื่นรมย์ยิ่งกว่าการอยู่ในพิภพจองจำเกบาโดสเป็นพันเท่า  ในสถานที่นั้น เขาเป็นคนระดับต่ำ  แต่ในทวีปยูลานนี้ เขาควบคุมความเป็นความตายของคนอื่นได้อย่างง่ายดาย

“ข้ามาช้าไปเล็กน้อย สหายหลายคนมาถึงเมื่อหกปีที่แล้ว” บุรุษผอมรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

ในเทือกเขาอสูรวิเศษที่หุบเขาหมอกเป็นที่ซึ่งไม่มั่นคงจริงๆกล่าวโดยทั่วไปเทพระดับต้นสามารถฉีกผ่านมิติและมาถึงที่ทวีปยูลานได้ แม้แต่เซียนเองก็ยังสามารถฉีกมิติและมาถึงทวีปยูลานได้ด้วยตนเองถ้าเพียงแต่ทั้งแปดคนร่วมกำลังกัน

“อืม, เจ้า..เข้ามานี่” สายตาของบุรุษผอมกวาดผ่านไปที่สาวใช้ใกล้ๆ

สาวใช้นั้นคุกเข่าด้วยความเคารพทันที ชูถาดผลไม้ขึ้นสูงตอนนี้บุรุษผอมหยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งกินอย่างพอใจ ในใจของเขา เขาพูดกับตนเอง “ใครจะคิดว่าข้าบลูมจะสามารถสนุกกับสิ่งเหล่านี้ได้ ในพิภพจองจำเกบาโดสผลไม้คือสิ่งที่มีแต่เทพเท่านั้นจึงจะกินได้อย่างมีความสุข”

เพียงแต่เมื่อมีความชัดเจนขึ้น คนจะรู้ตัวว่าโชคดีเพียงไหน

เพียงแต่คนเราสูญเสียบางสิ่งไปเขาจะรู้ว่านั่นมันล้ำค่าเพียงไหน

บลูมตอนอยู่ในพิภพเดิมของเขาก็เป็นคนสำคัญเช่นกัน  แต่เมื่อเขามีอำนาจ  เขาไม่สนใจอะไรมากเกินไป

หลังจากถูกกักอยู่ในเกบาโดสมายาวนาน เขาเรียนรู้ว่าจะสำราญกับพลังอำนาจอย่างไร

“หือ?”ตาของบลูมตระหนักได้ทันทีว่ามีคนสองคนปรากฏตัวอยู่ที่หอโถงใหญ่  บลูมหวาดกลัวทันที  เขาเป็นแค่เซียนสุดยอดคนหนึ่ง  แต่สองคนนี้ปรากฏตัวในห้องโถงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  เขาจ้องมองดูพวกเขา ก็พบว่า...

บลูมลุกขึ้นยืนทันที

“ใต้เท้า, ท่านเป็นใคร?” มารยาทของบลูมแสดงออกว่ามีความเคารพมาก

บลูมมีความรู้สึกแปลกเหมือนกับว่าเขากลับไปยังเกบาโดสอีกครั้งหนึ่งนี่คือความรู้สึกตอนที่เขาเผชิญหน้ากับเทพที่เขาจำต้องยอมสยบ  คนที่อยู่ข้างหน้าบลูมก็คือลินลี่ย์กับเดลี่

“นายท่านมีอะไร...” หญิงรับใช้ตกใจ พวกนางเห็นกับตาว่าเจ้านายของพวกนางทรงพลังเพียงไหน

“ให้พวกนางออกไป” เดลี่กล่าว

บลูมมองหญิงรับใช้เหล่านั้นทันที ใช้สายตากระตุ้นให้พวกนางออกไป พวกสาวใช้ออกไปอย่างระมัดระวังและกระวนกระวาย ขณะที่ออกไปพวกนางทุกคนลอบชำเลืองมองดูลินลี่ย์และเดลี่ด้วยความสงสัยและกลัว

คนที่สามารถทำให้เจ้านายพวกนางกลัวได้จะน่ากลัวมากมายขนาดไหน?

“เรามาจากพิภพยูลาน” ลินลี่ย์กล่าว

บลูมตะลึง

แต่ในขณะต่อมาเขาตระหนักว่าชุดสีฟ้าที่บุรุษผู้นี้สวมอยู่นั้นหมายความว่าอะไร  เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขารู้แล้วว่าเขามาจากไหน

“เจ้าควรจะรู้ว่าอะไรทำให้เราต้องเดินทางมาที่นี่ใช่ไหม?”  ลินลี่ย์และเดลี่มีสีหน้าเย็นชา

หัวใจบลูมสั่นสะท้าน เป็นไปได้ไหมว่า...?

บลูมฝืนยิ้ม “ใต้เท้า ข้าไม่รู้ว่าทำไม...”

“ฮึ่ม...” ลินลี่ย์แค่นเสียงเย็นชาและไม่พอใจ “อย่าบอกข้านะว่าเจ้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาอย่างนี้ในจักรวรรดิโรฮอลท์  พูดไป,เทพตนใดกำกับอยู่หลังฉากก่อให้เกิดความตายแก่ผู้คนร้อยล้าน?”

บลูมใจหวิวทันที เขาต้องการพูด แต่เขาไม่กล้าเขารู้ว่าเทพตนนั้นน่ากลัวเพียงไหน

“ใต้เท้า, ข้าเป็นเพียงเซียนชั้นสูง ข้าจะรู้ได้ยังไง...”

“ผัวะ!”

ฝ่ามือข้างหนึ่งตบใส่หน้าบลูมปลิวกระเด็นไปเหมือนกระสอบทรายเลือดกระจายไปทุกที่  แม้แต่ฟันหลายซี่ของเขาก็กระเด็นออกมา ร่างเขากลิ้งอยู่ในกลางอากาศหลายรอบก่อนจะกองลงกับพื้น

“ไวมาก” บลูมลอบทึ่งในใจ เขาไม่เห็นแม้แต่การเคลื่อนไหว

ลินลี่ย์ชำเลืองมอบลูมอย่างเย็นชา  จากนั้นพูดอย่างใจเย็น  “ถ้าเจ้าไม่บอกเรา  เจ้าจะต้องตายตอนนี้  ถ้าเจ้าบอกเรา..เทพนั้นอาจไม่จำเป็นต้องฆ่าเจ้าก็ได้”

“ใต้เท้า, ข้าจะบอก ข้าจะบอกแล้ว” อยู่ต่อหน้าลินลี่ย์และเดลี่บลูมไม่กล้าเล่นลูกไม้อะไรแม้แต่น้อย  เขาตอบทันที “เรื่องการฆ่ามนุษย์มากมายและรวบรวมวิญญาณพวกเขาเป็นการกำกับสั่งการโดยลอร์ดโบมอนต์

“โบมอนต์?”  ลินลี่ย์และเดลี่ชำเลืองมองดูกัน

ยังเป็นชื่อประหลาดอีกชื่อหนึ่ง

ยังมีเทพอีกตนหนึ่งหรือนี่!

เดลี่พูดอย่างเย็นชา  “โบมอนต์ข้าคาดว่าโบมอนต์ผู้นี้คงไม่ได้ไปฆ่ามนุษย์ด้วยตัวเองใช่ไหม?”

บลูมลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินเสียงแค่นเย็นชาของลินลี่ย์ เขารีบตอบ “แน่นอนลอร์ดโบมอนต์ไม่ได้ลงมือเอง  เขาสั่งเซียนหลายคนให้ลงมือแทนเขา ทุกคนที่ช่วยลอร์ดโบมอนต์จะได้รับผลประโยชน์บางส่วน”  บลูมในตอนนี้ตระหนักว่าบุรุษที่อยู่ต่อหน้าเขาเหล่านี้มีแนวโน้มหาความยุ่งยากให้โบมอนต์แน่

“เซียนหลายคน ข้าคาดว่าเจ้าก็เป็นหนึ่งในพวกเขา” เดลี่แค่นเสียง

“ไม่ ไม่ ไม่ใช่ข้า” บลูมรีบตอบ บลูมกลัวว่าคนเหล่านี้จะฆ่าเขาทันทีด้วยความโกรธ  เขาจะกล้ายอมรับว่ามีส่วนร่วมได้ยังไง?

ลินลี่ย์หัวเราะเย็นชา ความจริงหัวข้อนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่สำคัญ พวกเขาไม่อยู่แล้ว

“ก็ได้ ข้าขอถามเจ้า โบมอนต์อยู่ที่ไหน?”  ลินลี่ย์ตะคอก

บลูมส่ายศีรษะโดยไม่รู้ตัว

“หืม?”ลินลี่ย์สีหน้าเปลี่ยนและเขาเริ่มจ้องบลูมอย่างเย็นชา  “ดูเหมือนเจ้าจะมีความภักดีต่อโบมอนต์จริงๆ”

บลูมสีหน้าเปลี่ยนทันที เขารีบกล่าว  “ข้าไม่รู้จริงๆ  ใต้เท้า ข้ากำลังพูดความจริงข้ารู้อยู่อย่างเดียว ลอร์ดโบมอนต์ไม่ค่อยได้อยู่ในทวีปยูลาน  เขาอยู่ในทะเลไร้ขอบเขต”

ลินลี่ย์และเดลี่จ้องมองกัน ทั้งสองคนรู้สึกว่าสถานการณ์เป็นปริศนามากขึ้น

ทะเล?

แม้ว่าลินลี่ย์จะดูดกลืนแก่นวิญญาณถึงยี่สิบล้านดวงและสัมผัสเทพของเขาจะทรงพลังก็ตาม แต่สัมผัสเทพของลินลี่ย์ก็ยังครอบคลุมพื้นที่ระยะหมื่นกิโลเมตร  ในทวีปยูลานถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่  แต่ในทะเลไร้ขอบเขตนั่นแทบไม่มีอะไรแม้แต่น้อย นอกจากนี้ใครจะรู้ว่าโบมอนต์อยู่บนผิวทะเลหรือก้นทะเล?

“ปกติเจ้าสื่อสารกันได้ยังไง?”  เดลี่ตะคอกใส่

“เราไม่ได้สื่อสารกัน...” บลูมรีบพูด

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว” ลินลี่ย์พูดเย็นชา “เจ้าสามารถพักอยู่ในจักรวรรดิโรฮอลท์แล้วเจ้าจะไม่มีการสื่อสารกับโบมอนต์ได้ยังไง? ถ้าเจ้ายังโกหกเราต่อไป, คงจะรู้สินะว่าผลจะลงเอยเช่นใด”  ลินลี่ย์โกรธจริงๆ เขาสามารถบอกได้ว่าบลูมผู้นี้ไม่บอกความจริงแก่เขาทั้งหมด

วิธีที่ดีในการโกหกก็คือพูดจริงปนเท็จ

บลูหวาดกลัว เขาตอบตามความสัตย์ทันที  “ใต้เท้า, ลอร์ดโบมอนต์ระมัดระวังตัวมาก  ปกติเขาแค่หาเราโดยใช้สำนึกเทพของเขาแต่ละครั้งเขาจะจัดการให้เราทำงานให้เขา เขาสัญญากับเราว่าหลังจากกลั่นมุกวิญญาณทองเสร็จเราจะได้ประโยชน์ส่วนหนึ่ง”

มุกวิญญาณทอง?

ลินลี่ย์เริ่มเข้าใจ การกลั่นแก่นวิญญาณไม่จำเป็นต้องกำหนดจำนวนที่แน่นอนของวิญญาณ

ตัวอย่างเช่นแก่นวิญญาณยี่สิบล้านดวงสามารถกลั่นเป็นมุกวิญญาณทองขนาด 2-3 เซนติเมตรได้ แต่แก่นวิญญาณล้านดวงสามารถกลั่นเป็นมุกวิญญาณทองที่มีขนาดเล็กกว่า

“โบมอนต์ผู้นี้ยังสามารถกลั่นวิญญาณได้หรือนี่?” ในที่สุดลินลี่ย์ก็ถามถึงปัญหาที่เขาต้องการถามได้

ก็ควรจะเป็นเทพชั้นต้นเพียงไม่กี่คนที่ฝึกในวิถีมรณะ

“ลอร์ดโบมอนต์ไม่สามารถกลั่นวิญญาณได้”บลูมกล่าวด้วยความมั่นใจ “เราทุกคนรู้เรื่องนี้ดี  เราได้ยินว่าบรรดาเทพชั้นต้นมีเพียงพ่อมดผู้วิเศษที่สามารถกลั่นวิญญาณได้ แต่ข้าได้ยินมาว่าพ่อมดผู้วิเศษตายไปเมื่อสามปีก่อน”บลูมอยู่ในคุกเกบาโดสมานาน เขารู้อยู่หลายเรื่อง

ลินลี่ย์เข้าใจทันทีว่าพ่อมดผู้วิเศษนี้คือคนที่เขาได้ฆ่าตายไปแล้ว

“ถ้าเขาไม่สามารถกลั่นวิญญาณได้  ทำไมเขาถึงรวบรวมวิญญาณ?”  เดลี่ถามตรงๆ

“ข้าเองก็ไม่รู้คำตอบเรื่องนั้นเหมือนกัน”  บลูมตอบ

“โบมอนต์ไปหาพวกเจ้าบ่อยแค่ไหน?”  ลินลี่ย์ถามเย็นชา

บลูมรีบตอบ  “กล่าวโดยทั่วไปทุกสี่ถึงห้าวัน” เขาไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมด เหตุผลที่เป็นทุกสี่หรือห้าวันเป็นเพราะโบมอนต์จะสั่งพวกเขาให้ส่งมอบผลึกกักวิญญาณด้วยการส่งมอบกับมือ

“โบมอนต์ผู้นี้มีพลังมากแค่ไหน,เทียบกับพ่อมดผู้วิเศษนั้น?”  ลินลี่ย์ถาม

บลูมฝืนหัวเราะ “พวกเขาเป็นเทพกันทั้งนั้น สำหรับคนอย่างเรา พวกเขาเป็นระดับที่เหนือเราอย่างห่างไกล  ข้าไม่แน่ใจ แต่ข้าได้ยินมาว่าลอร์ดโบมอนต์มีพลังมากกว่า”

ลินลี่ย์และเดลี่มองหน้ากันเองและสื่อสารถึงกัน

“ก็ดี” ลินลี่ย์พูดกับบลูม “จำเอาไว้ ครั้งต่อไปที่โบมอนต์ติดต่อเจ้าบอกเขาให้มาพบข้าที่ปราสาทเลือดมังกร ข้าคาดว่า.. เขาสามารถคาดเดาได้ว่าใครกำลังตามหาเขา”  ลินลี่ย์ไม่พยายามปกปิดสถานะต่อไป

ที่สำคัญ....

เทพทั้งหมดในปัจจุบันรู้กันดีแล้วในตอนนี้ มีเทพมนุษย์ในยูลานเพียงสองคนในตอนนี้คือลินลี่ย์กับเดลี่  ไม่จำเป็นต้องพูดมากความ

“ได้, ข้าจะจำเอาไว้แน่นอน”  บลูกก้มหัวอย่างหวาดกลัวและนับถือ

แต่เวลาผ่านไปเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นลินลี่ย์กับเดลี่ก็หายไปจากโถงใหญ่แล้ว ถึงตอนนี้บลูมจึงกล้าระบายลมหายใจ “ชีวิตของข้าปลอดภัยแล้ว อย่างน้อยก็ช่วงนี้”

โบมอนต์ซ่อนตัวอยู่ในทะเลไร้ขอบเขตจริงๆ หรือ?  เป็นเรื่องยากที่จะหาตำแหน่งเขา  ลินลี่ย์และเดลี่ถูกบังคับให้ต้องกลับไปชั่วคราว ลินลี่ย์เดลี่ทั้งสองคนรู้สึกคลุมเครือกับข้อสงสัยในการจัดการกับโบมอนต์

“ลินลี่ย์, เจ้าบอกว่าเราควรจะฆ่าเขาใช่ไหม?”  เดลี่มองดูลินลี่ย์  “ที่สำคัญที่สุดคือโบมอนต์แข็งแกร่งมากว่าคนที่เรียกกันว่าพ่อมดผู้วิเศษ  แต่เราเป็นเทพที่เพิ่งเข้าถึงระดับเทพชั้นต้น  เราจะไปเทียบกับเขาได้ยงไง?  ถ้าเรากระทำการต่อต้านเขาโอกาสสำเร็จของเราคงไม่สูง”

ลินลี่ย์ฟังต่อ

เดลี่พูดอย่างจริงจัง “นั่นคือปัญหาแรก ปัญหาที่สองก็คือ แม้ว่าเราจะสามารถฆ่าโบมอนต์ได้ ข้าคิดว่าก็ยังได้รับบาดเจ็บหนักอยู่ดี นอกจากนี้เราไม่รู้ว่าตอนนี้ในทวีปยูลานมีเทพอยู่เท่าไหร่  ถ้าเราสามารถฆ่าโบมอนต์ได้  นั่นจะเป็นเรื่องดี  ถ้าเรากลับถูกเขาฆ่าเองเล่า  อย่างนั้น..จะไม่มีแม้แต่คนเดียวสามารถคุกคามพวกเทพจากพิภพอื่นนั้นได้เลย”

ลินลี่ย์พยักหน้า

นี่คือปัญหาหนึ่งแน่นอน

ความจริงทวีปยูลานยังมีคนอื่นๆ ปรากฏอยู่  เบรุต แต่เบรุตเป็นเพียงอสูรวิเศษ! สำหรับอสูรวิเศษไม่มีความแตกต่างกันระหว่างเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรระดับเทพมากนัก  เมื่อไดลินระเบิดพลังออกมาจากเทือกเขาอสูรเวทในวันสิ้นโลกมีมนุษย์ต้องตายไปมากมายเท่าใด?

นอกจากนี้...

เบรุตยังพูดว่าความต้องการของเขาคือไม่ให้ใครก่อเรื่องยุ่งยากในสิบแปดแคว้นอิสระแดนเหนือหรือในป่าดำ  เขาไม่เคยบอกว่าห้ามมิให้ยอดฝีมือต่างพิภพสังหารหมู่มนุษย์

“ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเรายังแข็งแกร่งไม่พอและว่ามีเทพปรากฏตัวน้อยเกินไป” เดลี่ขมวดคิ้วพูด  “เว้นแต่ทั้งหมดนี้ผิดพลาด  จะดีที่สุดถ้าเราไม่สู้กับโบมอนต์จนตาย”  แม้ว่าบทสรุปนี้จะค่อนข้างเต็มกลืนความจริงก็คือศัตรูแข็งแกร่งเกินไป

ถ้าพวกเขาไม่สามารถฆ่าศัตรูได้ก็คงเป็นฝ่ายถูกฆ่าเอง  มนุษย์ของทวีปยูลานทั้งหมดคงถูกจัดการหมดสิ้นไม่ใช่หรือ?

“ต่อให้เราฆ่าเขาไม่ได้ เราก็ต้องขับไล่เขาออกไปจากทวีปยูลานและชิงแก่นวิญญาณทั้งหมดที่เขาเอาไป มิฉะนั้น... ข้าต้องการดูว่าสามารถฆ่าเขาได้หรือไม่”  ลินลี่ย์ไม่เหมือนกับเดลี่  เขามีพลังมากกว่าเมื่อสามปีที่แล้วมากมาย

เดลี่มองดูลินลี่ย์ รอให้พูดบางอย่าง

แต่ทันใดนั้น..

ทั้งลินลี่ย์และเดลี่หันหน้าไปทางทิศเหนือ

“ยังมีอีกคนที่กลายเป็นเทพอย่างนั้นหรือ?” ดวงตาของลินลี่ย์และเดลี่เต็มไปด้วยความตกใจ การจุติกฎธาตุธรรมชาติครอบคลุมทวีปยูลานอีกครั้ง  แม้ว่าจะอยู่ห่างไกล แต่ระลอกพลังจุตินั้นลินลี่ย์กับเดลี่สามารถรู้สึกได้

จบบทที่ ตอนที่ 12-35 เขี้ยวเล็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว