เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-34 รับภาระหนัก

ตอนที่ 12-34 รับภาระหนัก

ตอนที่ 12-34 รับภาระหนัก


การเดินทางอย่างกะทันหันทำให้กลุ่มคนในปราสาทเลือดมังกรรู้สึกค่อนข้างกังวล

“ท่านพ่อ, เหตุผลที่ท่านลุงเพิ่งออกไป เพราะเขากำลังจะไปหา...? ซีนาพูดเสียงเบา

แม้ว่าเขายังพูดไม่จบก็ตามแต่ทุกคนในหอโถงใหญ่ก็เข้าใจ พวกเขาสงสัยเหมือนกันว่าตัวการที่อยู่เบื้องหลังการปรากฏขึ้นของเมืองมรณะเป็นวงกว้างในจักรวรรดิโรฮอลท์ก็คือเทพ  ถ้าลินลี่ย์ต้องสู้กับเทพอีกตนหนึ่งผลจะเป็นยังไง?

“ตอนนี้อารมณ์ของพี่ใหญ่ยังดีอยู่มาก”  วอร์ตันขมวดคิ้ว “แม้ว่าเขาจะไม่อยากพัวพันหลายเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเขา  แต่เขาจะไม่ละเลยความรับผิดชอบของเขาเป็นแน่”

ตอนนี้ มันคือความรับผิดชอบของลินลี่ย์!

ทุกคนในห้องโถงใหญ่รวมทั้งเดเลียพยักหน้าเล็กน้อย

ตอนนี้นอกจากเทพฝ่ายมนุษย์จะอยู่ในสุสานเทพเจ้าแล้วมีเทพมนุษย์ที่เหลืออยู่ในทวีปยูลานก็คือลินลี่ย์และเดลี่ ลินลี่ย์และเดลี่ในฐานะเทพยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมนุษยชาติในพิภพนี้

สำหรับลินลี่ย์และเดลี่ ทวีปยูลานคือรากและพื้นฐานของพวกเขา!

แผ่นดินเกิดของพวกเขา!

เทพจากพิภพอื่นลงมายังมาตุภูมิของพวกเขาและเริ่มเข่นฆ่ามนุษย์ตามอำเภอใจ

ในเวลาอย่างนี้ ในฐานะเทพ, ลินลี่ย์และเดลี่ต้องออกรับถ้าแม้พวกเขาจะซ่อนตัวและเอาแต่ปกป้องตัวพวกเขาเอง...อย่างนั้นก็หมายความว่ามนุษย์ของทวีปยูลานจะต้องถูกยอดฝีมือที่หนีมาจากพิภพจองจำเกบาโดสฆ่าตายเปล่าๆมิใช่หรือ?

“เวลาอย่างนี้ทั้งหมดที่เราทำได้ก็คือพึ่งพาท่านลินลี่ย์และท่านเดลี่”ซีนาพูดอย่างอ่อนโยน

ต่อหน้าเทพ แม้แต่เซียนก็ต้องก้มหัวให้มีแต่เทพอื่นอย่างลินลี่ย์และเดลี่จึงจะสามารถขัดขวางพวกเขาได้

ภายในหมู่บ้านภูเขาที่เงียบสงัดที่เดลี่อาศัยอยู่

การมาถึงอย่างเร่งด่วนฉับพลันของลินลี่ย์สร้างความดีใจให้กับคนของเดลี่,เรย์โนลด์ก็เช่นกัน เขาไม่ได้พบกับลินลี่ย์มานานมากแล้วเขาต้องการจะสนทนากับลินลี่ย์ แต่ครั้งนี้ลินลี่ย์มาด้วยภารกิจสำคัญไม่มีใครกล้ารบกวนปล่อยให้ลินลี่ย์และเดลี่คุยรายละเอียดกันเอง

ภายในที่พำนักในภูเขา

ได้ยินเสียงพ่นของน้ำพุตลอดลินลี่ย์และเดลี่นั่งหันหน้าคุยกัน

ทั้งสองคนในตอนนี้เป็นมนุษย์ที่ทรงพลังที่สุดของทวีปยูลาน

“อะไรนะ!!!” เดลีพรวดพรวดลุกขึ้นลินลี่ย์เพิ่งจะเริ่มพูด แต่เดลีก็ตกใจเสียแล้ว

หน้าของลินลี่ย์หนักแน่นและพยักหน้า  “ใช่แล้ว พลเมืองในจักรวรรดิโรฮอลท์ถูกสังหารและหลายเมืองในตอนนี้กลายเป็นเมืองมรณะ ท่านควรจะรู้ว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นในจักรวรรดิบาลุคมาก่อน  แต่ครั้งนี้มีเมืองมรณะมากเกินไป  ในช่วงเวลาสั้นๆ จำนวนคนตายเกินร้อยล้านคน!”

ตาของเดลี่เต็มไปด้วยอาการตกใจ  “ร้อยล้านคน ถ้าพวกเขาต้องถูกฆ่าในครั้งเดียวนั่นต้องใช้เวลาขนาดไหน?”

ร้อยล้าน!

จำนวนนี้พูดกันง่ายๆ เมืองหนึ่งปกติจะมีคนราวหมื่นคนในนั้นนี่ปรากฏว่าเป็นเมืองน้อยนับหมื่นเมือง

“ลินลี่ย์, เจ้าคิดว่าเราควรทำอย่างไร?”  เดลีมองดูลินลี่ย์

ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืน ตาของเขาดูเหมือนกับมีเปลวไฟเสียงของเขาดังฟังชัด “เราควรจะทำยังไง? เดลี,ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทวีปยูลาน นี่ก็เป็นเรื่องของทวีปยูลานเรา!  เป็นเรื่องภายในทวีปเรา!”

“ทวีปยูลานคือรากเหง้าของเรา! ข้าจะไม่ยอมให้พวกเทพจากพิภพอื่นเหล่านั้นร่วมสังหารหมู่ในวงกว้างที่นี่   พวกเขาจะใช้ที่ของเราทำอะไร?เพื่อการฆ่าน่ะหรือ?”

หัวใจของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความโกรธ

ลินลี่ย์มองเดลี่ “เดลี, ท่านตั้งใจจะเอาแต่หลบอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”

สายตาของเดลี่เปลี่ยนเป็นคมกล้าและดุร้ายเช่นกัน  “ลินลี่ย์, เจ้าคิดยังไงถึงได้พูดอย่างนั้น?ตอนนี้,  โอเบรียนและคนอื่นๆอยู่ในสุสานเทพเจ้า  บรรดาเทพชาวมนุษย์ของทวีปยูลานตอนนี้เหลืออยู่แต่เราเท่านั้น เจ้าคิดว่าข้าจะหลบซ่อนตัวในเวลาอย่างนี้หรือ?”

“ในเวลานี้มีคนเสียชีวิตไปเป็นร้อยล้านใครจะรู้กันว่าครั้งต่อไปจะมีคนตายเพิ่มอีกเท่าใด? ร้อยล้าน? พันล้าน?  ทั่วทั้งทวีปยูลานมีประชากรเพียงสองสามพันล้านเป็นไปได้ว่าภายในไม่กี่ทศวรรษทั้งทวีปยูลานจะกลายเป็นดินแดนปราศจากมนุษย์ที่มีชีวิตอีกต่อไป”  เดลีพูดด้วยน้ำเสียงดุดันและรุนแรง  “ลินลี่ย์, มีบางเรื่องที่จำเป็นต้องทำมีชีวิตยืนยาวนานเกินไปไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องดี”

“ทวีปยูลานคือฐานของพวกเขา เป็นธรรมดาที่ข้าจะต้องยืนหยัดป้องกัน”

เสียงของเดลีมั่นคง

หน้าของลินลี่ย์มีรอยยิ้ม เดลี่หัวเราะเช่นกัน

ทั้งสองยอดฝีมือเข้าใจกันแล้วว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่

ความจริงทั้งสองคนไม่กลัวตาย  สิ่งที่พวกเขากลัวก็คือความตายเหมือนกับผักปลาไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

เพื่อให้สามารถฝึกในกฎธาตุจนถึงขั้นกลายเป็นเทพก็หมายความว่าทั้งลินลี่ย์และเดลี่ทั้งคู่มีความปรารถนาที่กล้าแข็งมาก  ถ้าพวกเขาตั้งใจจะทำอะไรบางอย่างต่อให้พวกเขาตาย พวกเขาก็จะทำให้สำเร็จ ถ้ามีผู้คนล้มตายในแผ่นดินเกิดของเขากกลายเป็นดินแดนประหัตประหารอย่างนั้นโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้  อย่างนั้นก็คงเป็นเรื่องที่แย่ยิ่งกว่าตาย

แสงแดดฉายลงมาต้องร่างพวกผู้ลี้ภัยบนถนนรกร้างทำให้เงาของพวกเขายืดขยายออกไป  เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งและใบหน้าที่สกปรกซูบซีดเต็มไปด้วยความกลัวขณะที่พวกเขายังมีความหวังถึงอนาคต พวกเขาพยายามอย่างหนักเพื่อเดินทางขึ้นเหนือ

ในกลางอากาศ

ลินลี่ย์และเดลี่เคียงไหล่ชะงักงันตอนนี้ลินลี่ย์กับเดลี่เข้ามาในชายแดนจักรวรรดิโรฮอลท์

“ลงไปดูกันเถอะ ไปถามผู้อพยพเหล่านั้น  บางทีเราอาจทำความเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น”เดลี่กล่าว ตั้งแต่พวกเขาตัดเข้ามาในจักรวรรดิโรฮอลท์ หน้าของลินลี่ย์และเดลี่ก็ไม่มีรอยยิ้มอีกเลย  สีหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดมาก

จักรวรรดิโรฮอลท์ตกอยู่ในสภาพวุ่นวายที่สุด

สายลมพัดวูบแล้วหายไปลินลี่ย์และเดลี่ปรากฏตัวในท่ามกลางดงหญ้าข้างถนนรกร้าง  จากนั้นเดินออกจากดงหญ้าขึ้นไปบนถนน  บนถนนสายนี้มีผู้ลี้ภัยหนีออกไปจำนวนมากไม่มีใครให้ความสนใจลินลี่ย์และเดลี่

“พวกเขาต้องทนทุกข์หนักมากมายเพียงไหน?”  เดลี่มองดูหม่นหมองแววตาหวาดผวาในดวงตาของผู้ลี้ภัยเหล่านั้นทำให้เขาถอนหายใจพูดพลาง

ลินลี่ย์มีความรู้สึกในใจอย่างเดียวกับเขา

ทันใดนั้นสายตาของลินลี่ย์มองเห็นบุรุษหนุ่มร่างกายกำยำ  สายตาของบุรุษหนุ่มนั้นแน่วแน่และบนหลังของเขาแบกหญิงชราผมหงอกคนหนึ่ง   ในคนเป็นร้อยที่เห็นลินลี่ย์รู้สึกว่าบุรุษหนุ่มดูเหมือนจะค่อนข้างมีน้ำใจและลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าเขาเป็นนักรบระดับห้า

ลินลี่ย์เดินเข้าไปทันทีและเดลี่เดินตามเขา

เมื่อเห็นลินลี่ย์และเดลี่เดินเข้ามาหาบุรุษหนุ่มมองดูทั้งสองคนด้วยความระมัดระวังทันที “ใต้เท้า ท่านต้องการสิ่งใดหรือขอรับ?” เด็กหนุ่มร่างกำยำมีประสบการณ์มาบ้าง และเขารู้สึกได้ว่าสองคนที่อยู่ข้างหน้าเขาไม่ธรรมดา

“สหาย, ข้าอยากจะถามข้อสงสัย  เกิดอะไรขึ้นกันแน่ถึงทำให้พวกเจ้าต้องหนีออกมาอย่างนี้?” ท่าทีของลินลี่ย์ดูสุภาพมาก

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เด็กหนุ่มร่างกำยำงงเล็กน้อย “พลเมืองของจักรวรรดิโรฮอลท์เราถูกสังหารไปมากมายขอรับ ใต้เท้า,ข้าคิดว่าผู้ลี้ภัยทุกคนก็รู้เรื่องนั้น ทำไมพวกท่านถึงถามข้าเล่า?”

“ข้าก็รู้มาว่าพลเมืองหลายคนถูกฆ่าตายเช่นกัน  และนั่นเป็นจำนวนที่มากมายนัก ข้าก็แค่งงเพราะคนมากมายขนาดนั้นถูกสังหาร นี่ไม่น่าจะใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน  ทำไมพวกเจ้าถึงมาหนีเอาตอนนี้เล่าหลังจากที่ผู้คนถูกฆ่าตายไปหลายคน?”

ลินลี่ย์สงสัยเรื่องนี้มาตลอด

คนร้อยล้านคน

เซียนคนหนึ่ง ต่อให้ฆ่าคนได้หลายแสนในแต่ละวันก็ยังต้องใช้เวลาฆ่าหลายเดือน ข่าวเรื่องเหตุการณ์เมืองมรณะควรจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว   พลเมืองรอให้มีคนตายเกินร้อยล้านคนได้ยังไงก่อนที่จะมีการหนีลี้ภัยกันเป็นวงกว้าง

เขาถามซีน่าก่อนหน้านี้ แต่ทั้งหมดที่ซีน่ากล่าวก็มีแค่ว่าพวกเขายังไม่มีโอกาสสืบสวน

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้บุรุษร่างกำยำอดฝืนยิ้มไม่ได้  “ใต้เท้า,ถ้าท่านถามคนธรรมดา บางทีพวกเขาอาจไม่รู้คำตอบ” ขณะที่เขาพูดบุรุษหนุ่มร่างกำยำถอนหายใจยาว ลินลี่ย์และเดลี่อดจับตามมองดูไม่ได้

เห็นได้ชัดว่า เด็กหนุ่มร่างกำยำนี้รู้ความลับ

“โปรดบอกให้เราทราบด้วย” เดลี่กล่าว

เด็กหนุ่มร่างกำยำไม่รู้ว่าสองคนที่อยู่ต่อหน้าเขาเป็นเทพ  สายตาของเขาเต็มไปด้วยแววเจ็บปวดและจนใจ  “นี่ไม่ใช่เรื่องความลับใหญ่อะไร  เมื่อข้าประจำการอยู่ในกองพลบาร์โรว มีหลายคนที่รู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น”

กองพลบาร์โรว?

ยอดฝีมือเร้นกายอย่างลินลี่ย์กับเดลี่จะให้ความสนใจกองพลของจักรวรรดิได้ยังไง?

“ราวๆ สามปีก่อน กองพลบาร์โรวของเรากองพลที่มีกำลังพลถึงสามแสนคนถูกแบ่งเป็นหน่วยย่อยหลายหน่วย  เราถูกส่งไปยังทางแยกต่างๆที่จะนำเข้ามาถึงจักรวรรดิ คำสั่งที่เราได้รับก็คือให้ประจำการอยู่ที่นั่น และว่าไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้ามา  ใครก็ตามที่กล้าผ่านเข้ามาจะต้องถูกฆ่า

เดลี่และลินลี่ย์ลอบตกใจ

พวกเขาเข้าใจแล้วในตอนนี้

นี่คือสาเหตุที่การเข่นฆ่าหมู่ถูกกล่าวอ้างว่าเสียชีวิตผู้คนไปนับร้อยล้านชีวิตก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความสับสน

“ตอนแรก, เราไม่เข้าใจเลย แม้ว่าจะมีคนสองสามคนที่ต้องการผ่านทางแยกที่เราควบคุมและพวกเขาพูดกันเรื่อง ‘เมืองมรณะ’ เราเหล่าทหารให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามคำสั่ง  เมื่อพวกเขาพยายามจะผ่านไปให้ได้เราก็ฆ่าพวกเขาทันที”

“ตอนแรกเมื่อเราฆ่าสองคนแรก เราไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ต่อมาคนแล้วคนเล่าที่ต้องการจะหนีผ่านจุดทางแยกของเราเป็นสหายของผู้บัญชาการของเราเพื่อประโยชน์แก่ผู้บัญชาการอาวุโสของเรา เราไม่ได้ฆ่าเขาทันที  แต่ใครจะคิดกันว่าคนผู้นี้บอกเราว่ามีหลายเมืองของภูมิภาคใต้ของจักรวรรดิถูกสังหารหมู่  ในบ้านเกิดของขุนพลอาวุโสของเรามีเพียงผู้รอดตายก็คือสหายผู้นั้น เหตุผลที่เขารอดตายก็เพียงเพราะว่าวันนั้นเขาไปล่าหมูป่าในภูเขาดังนั้นเขาจึงหลีกหนีภัยพิบัติครั้งนั้นได้”

ขณะที่บุรุษหนุ่มร่างกำยำพูด เสียงของเขาสั่น

“ตอนนั้นเราประจำการอยู่สองเดือนเต็ม”  บุรุษหนุ่มร่างกำยำพูดอย่างขมขื่น  “เวลานั้นเราตกตะลึงกันไปทั้งหน่วย  ขุนพลอาวุโสส่งคนไปสืบดูในเมืองที่ใกล้เคียงทันทีและผลก็คือ... พวกท่านน่าจะรู้”

บุรุษร่างกำยำส่ายศีรษะ “เราเตรียมจะแจ้งหน่วยอื่น แต่เราก็พบว่าเราไม่ใช่หน่วยแรกที่พบเจอเรื่องนี้  หน่วยอื่นพบเจอเรื่องนี้ก่อนเราเสียอีก”

ตอนนี้ ลินลี่ย์และเดลี่เข้าใจแล้ว

เมื่อพวกเซียนเคลื่อนไหวเพื่อเข่นฆ่าทั้งเมืองเมื่อพวกเขาแผ่กระจายพลังจิตครอบคลุมทั้งสถานที่กล่าวโดยทั่วไปไม่มีใครหลบหนีพ้นจากการสังเกตของพวกเขาได้  ผู้โชคดีรอดชีวิตโดยทั่วไปก็เหมือนกับบุรุษที่ออกไปล่าหมูป่าตอนกลางคืนต่อเมื่อพวกเขากลับมายังเมืองจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ดังนั้น จำนวนคนหลบหนีได้จึงต่ำมาก

แต่มีความเป็นไปได้มากมายในการหลบหนี  กองพลหนึ่งมีหลายหน่วยย่อย  พวกเขาทั้งหมดถูกส่งไปประจำการที่ทางแยกและมีแนวโน้มว่าจะได้พบกับผู้โชคดีรอดตาย แต่ผู้โชคดีรอดตายเหล่านั้นทั้งหมดจะถูกสังหาร

ที่สำคัญ ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งเป็นหลัก

“หลังจากรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง พี่น้องในหน่วยของข้าทุกคนกลายเป็นปฏิปักษ์  พ่อแม่ของเรา คู่ครองของเราหรือลูกๆ ตายกันหมดผู้คนในบ้านเกิดของเราล้วนตายกันหมด จะมีประโยชน์อะไรที่พวกเราจะอยู่ในกองทัพต่อไป?”  บุรุษหนุ่มร่างกำยำก็โกรธเช่นกัน  “เทียบกับพี่น้องของข้าเหล่านั้นโชคของข้ายังดีอยู่บ้างเล็กน้อย บ้านเกิดของข้าไม่ได้อยู่ในภาคใต้ดังนั้นสมาชิกครอบครัวของเขาจึงหลบหนีภัยพิบัตินี้ได้”

บุรุษร่างกำยำหันไปมองดูสตรีชราบนหลังของเขา  สีหน้าของเขามีแววกังวล

“ขอบคุณ” ลินลี่ย์พูดอย่างจริงใจ

ครั้งนี้ลินลี่ย์กับเดลี่รู้สึกหนาวยะเยือก  พวกเขาเดาได้ว่าเรื่องเป็นมาแบบนี้ได้ยังไง

หลายเมืองถูกสังหารหมู่และแทบจะคล้ายกันคือมีเซียนหลายคนบินขึ้นไปในอากาศ ไล่ไปทีละเมืองฆ่าคนผู้โชคดีหนีรอดเหล่านั้นได้ คนที่หนีมาทางค่ายทหารมีน้อยมาก แต่เรื่องอย่างอย่างนี้ไม่สามารถปกปิดได้ตลอดไป

“จากสิ่งที่เด็กหนุ่มนี้พูดการสังหารครั้งนี้ดูเหมือนคงอยู่อย่างนี้มาเป็นเวลาสองเดือน”  ลินลี่ย์ตั้งสมมติฐาน

ลินลี่ย์และเดลี่มองหน้ากันเอง  ทั้งสองคนกลับเข้าไปในพงหญ้าข้างทางเงียบๆจากนั้นทั้งสองเหาะขึ้นไปในอากาศมุ่งหน้าสู่ทิศใต้ด้วยความเร็วสูง  ลินลี่ย์และเดลี่มีเป้าหมายใหม่ทั้งคู่

“สิ่งที่เราต้องทำก็คือหาเซียนที่ประจำอยู่ในจักรวรรดิโรฮอลท์” ลินลี่ย์มั่นใจว่าเซียนที่อยู่ในจักรวรรดิโรฮอลท์จะต้องรู้เหตุการณ์ใหญ่อย่างนี้

ความจริง...

เหตุการณ์เหล่านี้คงจะเป็นฝีมือของพวกเซียน

ที่สำคัญ ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าเทพตนหนึ่งจะเดินทางไปทีละเมืองเพื่อฆ่าผู้คน ลินลี่ย์คาดว่าเทพตนหนึ่งคงจะควบคุมและสั่งการพวกเซียนให้ทำเรื่องเช่นนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการทำก็คือหาข้อมูลเกี่ยวกับเทพนี้จากเซียนพวกนั้น

รู้เขารู้เราแล้วค่อยลงมือย่อมชนะได้ทุกศึก

จบบทที่ ตอนที่ 12-34 รับภาระหนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว