เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-36 โอลิเวอร์มาแล้ว

ตอนที่ 12-36 โอลิเวอร์มาแล้ว

ตอนที่ 12-36 โอลิเวอร์มาแล้ว


“ใครกันเพิ่งกลายเป็นเทพ?” ลินลี่ย์คิดถึงความเป็นไปได้หลายอย่างทันที

“หวังว่าคงไม่ใช่เซียนจากต่างพิภพ”  เดลี่พูดเบาๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเดลี่ ลินลี่ย์พยักหน้าเช่นกัน  ในทวีปยูลานเทพท้องถิ่นมีอยู่น้อย ถ้าคนที่เพิ่งกลายเป็นเทพนี้ยังเป็นหนึ่งในเทพจากพิภพอื่น...

อย่างนั้นสถานการณ์ของพวกเขาจะกลายเป็นย่ำแย่มากขึ้น

“เดลี่, มาเถอะ, ไปดูกันว่าใครกลายเป็นเทพกันแน่”  ลินลี่ย์กล่าว

เดลี่ลังเล แต่จากนั้นก็หัวเราะเช่นกัน  “ก็ได้,ไปดูให้รู้กันว่าใครคือผู้โชคดีได้รู้แจ้ง” เกี่ยวกับเทพชั้นต้นเหล่านั้นที่เป็นเทพมานานระดับหลายพันปีหรือหมื่นปีพวกเขายังจะกังวลอยู่บ้าง แต่พวกเขาไม่กลัวเทพใหม่เช่นกัน

ลินลี่ย์และเดลี่บินขึ้นเหนือด้วยความเร็วสูงทันที

เดลี่ยังคงมีทักษะเคลื่อนที่ได้เร็วเช่นกัน  หลังจากกลายเป็นเทพความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นถึงระดับน่าอัศจรรย์ แม้ว่าเขาจะยังไม่เร็วเท่าลินลี่ย์ ขณะที่พวกเขาทั้งสองบินด้วยกัน เพียงแต่พวกเขาต้องใช้เวลาสั้นๆก่อนจะมาถึงที่เหนือป่าดำ  ขณะนั้นเองทั้งสองคนสัมผัสได้ว่ากฎธรรมชาติและระลอกพลังหายไป

“อยู่ทางเหนือ และไกลมาก” ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

เขาเพิ่งแผ่สัมผัสเทพออกไป แต่ก็ทำได้แค่ขยายไปถึงขอบทะเลเหนือ ยังคงค่อนข้างไกลจากแหล่งของระลอกพลัง

“เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นที่ขั้วโลกน้ำแข็ง?”  เดลี่คาดการณ์

เนื่องจากมันไกลเกินตอนเหนือของทวีปยูลานไปอีกก็มีความเป็นไปได้สองประการ ประการแรกก็คือทะเลเหนือ ขณะที่ประการที่สองก็คือดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก  ลินลี่ย์และเดลี่ทั้งสองคนสงสัยกันมาก  ใครกันที่จะกลายเป็นเทพ?  นอกจากสงสัยแล้ว  ลินลี่ย์ยังรู้สึกคาดหวัง

เขาหวังว่าคนที่กลายเป็นเทพจะเป็นคนฝ่ายทวีปยูลาน

“เดลี่, ข้ายังไม่เคยไปแดนน้ำแข็งขั้วโลกกันเลย ท่านจะว่าอะไรไหมถ้าจะไปที่นั่นกับข้า?” ลินลี่ย์หันมาหัวเราะให้เดลี่

“แน่นอนว่าไม่ขัดข้อง” เดลี่ก็มีข้อเสนอเช่นเดียวกัน

ทันใดนั้นลินลี่ย์และเดลี่กลายเป็นร่างเงาเลือนรางบินตัดท้องฟ้าและเพิ่มความเร็วสูงมุ่งสู่ดินแดนน้ำแข็งขั้วโลก

ในแผ่นดินยูลาน ทวีปยูลานกินพื้นที่เล็กๆของมิติจากเหนือจรดใต้ขนาดของทวีปก็เพียงแค่สองหมื่นกิโลเมตร  แต่แต่จากทิศตะวันออกไปตะวันตกซึ่งยาวมากกว่าก็กินพื้นที่ราวสามหมื่นกิโลเมตร  เทียบกับทะเลแล้ว มีความแตกต่างกันมาก

ลืมเรื่องทะเลใต้ไปได้เลย ทะเลใต้ใช้คำอธิบายง่ายๆ ว่าไม่มีที่สิ้นสุด

หมื่นทวีปยูลานก็ยังไม่เท่าหนึ่งในสิบของทะเลใต้

ทะเลเหนือตรงกันข้าม กลับเล็กกว่ามาก  แต่ก็ยังใหญ่กว่าทวีปยูลานมาก

“วิ้ววว” สายลมพัดเย็น

ยิ่งพวกเขาขึ้นไปทางเหนือ อากาศก็ยิ่งหนาวมากขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นช่วงเดือนมกราคม จึงเป็นฤดูที่หนาวที่สุด  แม้แต่ด้วยความเร็วของลินลี่ย์ก็ต้องบินอยู่หลายชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะสามารถเห็นขั้วโลกเหนือที่ขาวโพลนอยู่ในระยะไกล

ลินลี่ย์และเดลี่ลงที่ขอบพื้นที่ของขั้วโลกเหนือ

“ดินแดนขั้วโลกเป็นแดนน่าอัศจรรย์จริงๆ”ลินลี่ย์ถอนหายใจชื่นชม

ที่นี่หนาวจัด สายลมเย็นรู้สึกเหมือนมีดสายลม นักรบที่อ่อนแอผู้มาถึงที่นี่จะถูกสายลมตัดเป็นชิ้น  แต่แน่นอน สำหรับลินลี่ย์กับเดลี่  สายลมเย็นนั้นไม่มีผลอะไร

ดินแดนขั้วโลกถูกสร้างขึ้นมาจากภูเขาน้ำแข็งลูกแล้วลูกเล่า

ในทวีปยูลานภูเขาที่สูงเกินสิบกิโลเมตรถือว่าเป็นระดับความสูงที่หาได้ยากแล้ว แต่ที่นี่ภูเขาน้ำแข็งที่สูงเกินสิบกิโลเมตรเป็นเรื่องธรรมดา  มีแสงอาทิตย์ในดินแดนขั้วโลก แต่แสงอาทิตย์ไม่ได้ช่วยให้เกิดความอุ่นแต่อย่างใด

สายลมซึ่งพัดจนน้ำแข็งเป็นชิ้นอย่างต่อเนื่องทำให้โลกเหมือนจะกลายเป็นสีเทาและไม่ชัดเจน

“อย่างนั้นคนที่กลายเป็นเทพจริงๆ ก็คือโอลิเวอร์”  ลินลี่ย์มีรอยยิ้ม

“เจ้าพบเขาแล้วหรือ?” หน้าของเดลี่มีแววดีใจ เดลี่แม้ว่าจะฝึกมาเป็นพันๆปีแต่ในแง่พลังวิญญาณถือว่าด้อยกว่าลินลี่ย์ที่ดูดซับแก่นวิญญาณ 20 ล้านดวง

นี่คือเหตุผลที่โบมอนต์และพ่อมดผู้วิเศษต้องการกลั่นแก่นวิญญาณอย่างมาก

“มาเถอะ” ลินลี่ย์บินตรงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และเดลี่บินตามด้านหลังของเขา

หลังจากบินมาหลายพันกิโลเมตรลินลี่ย์กับเดลี่ก็มาถึงพื้นที่ภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่สูงแสนเมตร ตอนนี้เดลี่พบว่าเดลี่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาน้ำแข็งนี้  ขณะนี้เองบุรุษคนหนึ่งไว้ผมวางสีดำขาวเดินออกมาจากในถ้ำภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่

“ลินลี่ย์, เดลี่ เชิญเข้ามาก่อน”  โอลิเวอร์มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า

ลินลี่ย์และเดลี่ตกใจทั้งคู่

ผมของโอลิเวอร์มีสีดำแซมขาว  แต่ตอนนี้ผมของโอลิเวอร์เป็นสีขาว  นอกจากนี้รัศมีของโอลิเวอร์ยังสว่างมาก

“โอลิเวอร์ เจ้าเข้าถึงระดับเทพชั้นต้นผ่านกฎแสงหรือนี่?”  เดลี่โพล่งออกมา

โอลิเวอร์ไม่ตอบรับ เขายังแต่พยักหน้า

ลินลี่ย์และเดลี่บินตามหลังโอลิเวอร์ลงไปในอุโมงค์  ถ้ำน้ำแข็งนี้อยู่ลึกมาก  ลินลี่ย์และเดลี่ต้องไปตามอุโมงค์คดเคี้ยวบินลงไปอย่างต่อเนื่องกินระยะทางหลายสิบกิโลเมตรพวกเขาก็มาถึงที่อยู่ของโอลิเวอร์

“ที่นี่หนาวจัด”  เดลี่ถอนหายใจ

โอลิเวอร์อาศัยลึกลงไปในภูเขาน้ำแข็งที่นี่หนาวมากจริงๆ  หนาวมากเป็นสิบๆเท่ายิ่งกว่าพื้นที่ด้านนอกของขั้วโลก

“ติ๋ง ติ๋ง”

มีสระน้ำอยู่ใกล้น้ำแข็งเหนือสระมีหยดน้ำสีเขียวหยดลงในสระซึ่งปล่อยความเย็นออกมาอย่างน่าประหลาด

“นี่คือพื้นที่ซึ่งหนาวที่สุดในขั้วโลกเหนือ”  โอลิเวอร์พูดพลางหัวเราะ  “ในอดีต, ข้าขุดลึกลงไปอย่างต่อเนื่องพวกเจ้าไม่รู้ว่าน้ำแข็งที่อยู่ลึกลงไปนั้นแข็งแค่ไหน  มันเทียบได้กับแร่ที่มีค่ามาก  หลังจากขุดลึกลงไปเป็นเวลานานในที่สุดข้าก็ขุดถึงแกนกลาง กล่าวไปก็คือที่นี่นั่นเอง...”

โอลิเวอร์ชี้ไปที่สระน้ำนั้น

“ดาบน้ำแข็งลึกลับของข้าก็มาจากบ่อน้ำแข็งนั่นเช่นกัน” สำหรับการมีสระน้ำในสถานที่เยือกเย็นประหลาดอย่างนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างประหลาด  แต่การมีกระบี่น้ำแข็งลึกลับภายในนั้นเล่า? ลินลี่ย์และเดลี่ทั้งสองคนเดาว่ากระบี่น้ำแข็งลึกลับต้องมีประวัติความเป็นมาใหญ่หลวงแน่

“เข้ามานั่งข้างในเถอะ”

โอลิเวอร์นำลินลี่ย์และเดลี่เข้าไปในโถงใหญ่ซึ่งเขาขุดออกมา

“อ๋า?” ลินลี่ย์และเดลี่ตกใจทั้งคู่

ภายในห้องโถงนี้มีโอลิเวอร์อีกร่างหนึ่ง มีผมยาวสีดำโอลิเวอร์ผมหงอกขาวเดินเข้าไปหา และจากนั้นก็รวมร่างเป็นหนึ่งกับโอลิเวอร์ผมดำ  โอลิเวอร์ทั้งสองรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกันจากนั้นผมของเขากลายเป็นสีเทา

น่าทึ่ง!

“โอลิเวอร์  ข้าคาดไม่ถึงเลย”  ลินลี่ย์และเดลี่ย์เริ่มหัวเราะ  “นั่นไม่เพียงแต่เจ้าเข้าถึงระดับเทพในกฎแห่งแสงเท่านั้น  เจ้ายังกลายเป็นเทพในกฎธาตุมืดด้วย  เยี่ยมจริงๆ ยอดเยี่ยม!”

“จริงสิ,ร่างดั้งเดิมของเจ้าอยู่ที่ใด?” เดลี่ถามทันที

เพราะโอลิเวอร์สามารถสร้างร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ได้สองร่างเพิ่มร่างดั้งเดิมของเขาอีกด้วย เขาจึงมีร่างถึงสามร่าง

“ข้าตัดสินใจใช้ประกายศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเข้ากับร่างของข้า  ขณะที่อีกประกายศักดิ์สิทธิ์หนึ่งไว้ในภายนอก”  โอลิเวอร์พูดอย่างใจเย็น  “ข้าไม่ต้องการฝึกกฎอื่นอีกต่อไป ตราบใดที่ข้าสามารถฝึกจนถึงขีดจำกัดของกฎธาตุแสงและธาตุมืดนั่นก็เพียงพอสำหรับข้าแล้ว”

ลินลี่ย์และเดลี่ย์ลอบพยักหน้า

เนื่องจากเขาเลือกฝึกแค่เพียงสองสายธาตุ  ไม่จำเป็นที่เขาต้องมีร่างที่สามเลย  ถ้าเขาทำเช่นนั้นวิญญาณของเขาจะต้องถูกฉีกออกเป็นสามส่วน ในการตัดสินใจปัจจุบันของเขา โอลิเวอร์เพียงแต่ต้องฉีกวิญญาณเป็นสองส่วนเท่านั้น

ลินลี่ย์ถามอย่างมึนงง “โอลิเวอร์, เกิดอะไรขึ้นกับผมของเจ้า? เมื่อเจ้ากลายเป็นเทพที่ต่างกันสองด้าน เจ้าควรจะมีผมขาวดำเมื่อเจ้าใช้ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ธาตุแสงเมื่อเจ้าใช้ร่างแยกศักดิ์สิทธิ์ธาตุมืด เจ้าควรจะมีผมดำ ทำไมกลับกลายเป็นว่าเมื่อเจ้าหลอมรวมร่างเข้าด้วยกัน จึงมีผลเป็นแบบนี้?”

“เป็นเพราะ...”

โอลิเวอร์หัวเราะอย่างใจเย็น  “หลังจากข้าหลอมรวมร่างทั้งสอง ข้าสามารถหลอมรวมพลังแสงศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับพลังศักดิ์สิทธิ์ธาตุมืดและใช้ธาตุทั้งสองด้วยกัน  ส่วนผมของข้าสร้างมาจากพลังศักดิ์สิทธิ์  ข้าแค่ทำตามที่ข้าพอใจ”

ลินลี่ย์และเดลี่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าโอลิเวอร์จะมีนิสัยด้านนี้อยู่ในตัวด้วย

แต่พวกเขาประหลาดใจมาก ลินลี่ย์รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะผสานพลังงานรูปแบบแตกต่างเข้าด้วยกัน เพราะโอลิเวอร์ประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งก็หมายความว่าพลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

“โอลิเวอร์ เจ้าสามารถบอกเราได้ไหมเจ้าประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้ยังไง?” เดลี่ลังเลอยู่นานก่อนจะถาม

โอลิเวอร์ชำเลืองมองเขา แต่ก็ยังตอบ  “ลินลี่ย์!  จำได้ไหมการประลองของข้ากับเฮนด์เซน?  ตอนนั้นเจ้าก็ดูอยู่ด้วย”

“ข้าจำได้”  ลินลี่ย์พยักหน้า  เฮนด์เซนเกือบจะฆ่าโอลิเวอร์  แต่สิบปีต่อมาโอลิเวอร์มาท้าทายเขาอีกและครั้งนี้เขาฆ่าเฮนด์เซนในดาบเดียว

“ตอนนั้น ข้าอยู่ในอาการวิกฤติหลายเดือนหลังจากฟื้นขึ้นแล้ว ข้าสามารถผสานพลังสองรูปแบบเข้าด้วยกัน”  โอลิเวอร์กล่าวง่ายๆ แต่คำตอบนี้ทำให้ลินลี่ย์และเดลี่รู้สึกประหลาดใจทั้งคู่  แม้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะรู้วิธี  แต่พวกเขาไม่อาจทำซ้ำได้

ลินลี่ย์เริ่มเข้าใจดีเช่นกัน

หลายๆคนงงกับสาเหตุที่โอลิเวอร์อยู่ในอาการวิกฤติมาหลายเดือนหลังจากได้รับบาดเจ็บจากเฮนด์เซน

ทั้งนี้เป็นเพราะไม่ว่าร่างกายจะได้รับความเสียหายอย่างไร  เวทรักษาธาตุแสงก็สามารถฟื้นฟูได้ ดังนั้นมีเหตุผลอะไรที่ทำให้โอลิเวอร์อยู่ในอาการวิกฤติ?  ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเซียนที่ตายไป  แต่สำหรับเซียนที่ตกอยู่ในอาการวิกฤติมาหลายเดือนเป็นเรื่องที่อาจไม่พบเห็นมาในช่วงเป็นหมื่นปี  ไม่มีใครรู้เบื้องหลังนั้นทำไมเขาถึงตกอยู่ในอาการวิกฤติ

แต่ตอนนี้ พวกเขาค่อนข้างเข้าใจขึ้นมาบ้าง

“อาการวิกฤตินั้นจะทำกับวิญญาณของเขา  มีแนวโน้มว่าเป็นเหตุผลให้วิญญาณของโอลิเวอร์มีความพิเศษมากในตอนนี้”  ลินลี่ย์ยังคงจำได้ว่าราชาเนตรมายาพยายามจะแช่แข็งวิญญาณของโอลิเวอร์แต่ล้มเหลว

ลินลี่ย์มองดูโอลิเวอร์ “ข้าพนันได้ว่าโอลิเวอร์นี้ยังคงกันรายละเอียดบางส่วนไว้   การเปลี่ยนแปลงของดวงวิญญาณนี้ส่งผลต่อวิถีการฝึกฝนที่ทำให้เขาเข้าใจความรู้ลึกลับกฎที่ตรงข้ามสองอย่างตรงข้ามกัน”  ลินลี่ย์เข้าใจเรื่องนี้ แต่เป็นธรรมเนียมที่เขาจะไม่สอบถามวิธีฝึกฝนของคนอื่น

พอแล้วสำหรับการฝึกตัวเองให้เพียงพอ

“โอลิเวอร์ เรามาว่าถึงภารกิจสำคัญในครั้งนี้กันเถอะ”  ลินลี่ย์ตรงเข้าประเด็นและอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจักรวรรดิโรฮอลท์ให้โอลิเวอร์ฟังและสถานการณ์ทั่วไปในทวีปยูลาน

โอลิเวอร์ฟังพลางขมวดคิ้ว “ข้าคาดไม่ถึงเลยว่าภายในเก้าปี ทวีปยูลานจะเกิดเรื่องราวมากนัก”

“โอลิเวอร์ ตัดสินใจเรื่องยอดฝีมือภายนอกนี้ยังไง? เจ้าจะอยู่ที่นี่ในขั้วโลก หรือว่าจะ...” ลินลี่ย์มองหน้าโอลิเวอร์อย่างคาดหวัง โอลิเวอร์ควงกระบี่ลึกลับ และแยกร่างที่แยกเป็นสองผสานเข้าด้วยกัน

พลังของเขาคือพลังที่แม้แต่ลินลี่ย์ก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้

ลินลี่ย์ไม่อิจฉาโอลิเวอร์กลับตรงกันข้าม เขามีความสุขมาก ในช่วงเวลานี้กำลังท้องถิ่นของทวีปยูลานมีมากขึ้นอย่างนั้นคงจะง่ายที่พวกเขาจะปกป้องทวีปยูลานไว้ได้

“เจ้าจำเป็นต้องขอด้วยหรือ?” รอยยิ้มเย็นชาปรากฏอยู่ที่ริมฝีปากโอลิเวอร์  “นี่เป็นสนามหญ้าหน้าบ้านเราเจ้าพวกบัดซบกล้าประหัตประหารผู้คนในที่ของเราเชียวหรือ?  ถ้าเราไม่ลงมือ พวกเขาคงคิดว่าเรากลัวพวกเขาแน่”  โอลิเวอร์ไม่ค่อยกลัวใครอยู่แล้ว

เมื่อเขาเพิ่งมาถึงดินแดนขั้วโลก  เขาก็กล้าท้าทายต่อสู้กับลูเธอร์ฟอร์ด

“ที่ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ข้าเป็นเทพแล้วเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะบรรลุอะไรใหม่ๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ  ได้เวลาออกไปหาประสบการณ์ต่อสู้ให้สมใจดีกว่า”  ตาของโอลิเวอร์เป็นประกายราวกับมีไฟ  “งั้นก็มียอดฝีมือภายนอกหลายคนที่มาที่นี่  ข้าจะปล่อยให้การต่อสู้ดีๆ อย่างนี้หลุดมือไปได้อย่างไร?”

ลินลี่ย์กับเดลี่มองหน้ากัน  ดูเหมือนพวกเขากังวลมากกันไปเอง

เนื่องจากอารมณ์ของโอลิเวอร์ เขาคงไม่ยินดีอยู่ในดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกเหมือนแต่ก่อน  ตอนนี้เขาเป็นเทพตนหนึ่งแล้ว

โอลิเวอร์เหลือบมองลินลี่ย์  ความจริงมีบางอย่างที่เขาไม่ได้พูด..ในสุสานเทพเจ้าลินลี่ย์ช่วยเขาไว้หลายครั้ง ถ้าไม่มีอะไรอื่น เพื่อตอบแทนน้ำใจที่ลินลี่ย์มีต่อเขาโอลิเวอร์จะไม่หลบลี้หนีหน้าเอาแต่ซ่อนตัวเป็นแน่

“ฮ่าฮ่า, เยี่ยม, เมื่อมีท่านโอลิเวอร์อยู่ด้วย เราสามคนจะกลัวโบมอนต์ได้ยังไง?”  ลินลี่ย์หัวเราะลั่น

“โบมอนต์ข้าต้องการดูว่าเขาจะป้องกันกระบี่ข้าได้ยังไง” ตาของโอลิเวอร์เต็มไปด้วยความมั่นใจ

เดลี่ย์เริ่มหัวเราะเช่นกัน

“ไปกันเถอะ, ไปปราสาทเลือดมังกรของลินลี่ย์ เราจัดการให้เซียนนอกดินแดนแจ้งให้โบมอนต์มาที่ปราสาทเลือดมังกรของเรา”  เดลี่กล่าว “เราจะรอโบมอนต์อยู่ที่ปราสาทเลือดมังกร”

ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะ “ข้าสงสัยว่าโบมอนต์คงใช้สัมผัสเทพค้นหาและพบว่าเรามีเทพปรากฏอยู่ถึงสามแล้วตกใจไม่กล้ามาหรือเปล่า?”

โอลิเวอร์และเดลี่อดหัวเราะไม่ได้

จากนั้นเดลี่และโอลิเวอร์สามเทพออกจากดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกเดินทางข้ามทะเลเหนือและกลับมาที่ปราสาทเลือดมังกร  ภายในปราสาทเลือดมังกร  พวกเขารอการมาถึงของโบมอนต์อย่างเงียบๆ

จบบทที่ ตอนที่ 12-36 โอลิเวอร์มาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว