เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-15 เปลี่ยนแปลงกะทันหัน

ตอนที่ 12-15 เปลี่ยนแปลงกะทันหัน

ตอนที่ 12-15 เปลี่ยนแปลงกะทันหัน


ในฤดูหนาวปีศักราชยูลานที่ 10034 เป็นปีที่เลวร้ายสำหรับจักรพรรดิกัฟนีย์แห่งจักรวรรดิโรฮอลท์

“ฝ่าบาทเพคะ” สนมคนโปรดที่สุดของกัฟนีย์อายุสิบแปดปีเป็นจอมเวทธาตุน้ำกำลังนอนหนุนตัวเขาและใช้อกของนางกดทับร่างกัฟนีย์อย่างจงใจ จักรพรรดิกัฟนีย์เป็นนักรบระดับเจ็ด และมีร่างกายแข็งแรง

ถ้าเป็นในอดีต เขาอาจจะพลิกร่างสาวงามและดำเนินบทพิศวาสก็ได้

แต่วันนี้ เขาไม่มีอารมณ์

“ไม่เอาน่า..” จักรพรรดิกัฟนีย์ผลักพระสนมคนงามออกไปจากตัวอย่างหงุดหงิด

หญิงงามผมน้ำตาลได้แต่ถอยออกไปสองก้าวอย่างช่วยไม่ได้และจากนั้นนางฝืนยิ้มโค้งคำนับและถอยออกมา

หญิงงาม?

เขากำลังจะสูญเสียจักรวรรดิ  แล้วจะมีอารมณ์สุขสำราญกับสาวงามได้ยังไง?

“พวกเจ้าทุกคนออกไป ไปให้หมด!” กัฟนีย์กวาดแขนส่งผลให้หนังสือและเอกสารบนโต๊ะข้างหน้าเขารวมทั้งเครื่องประดับบางส่วนปลิวว่อนกระแทกกับพื้นหินอ่อน  นางกำนัลและมหาดเล็กหวาดกลัวทันที และทุกคนออกมาด้วยความกริ่งเกรงทันที

“จักรวรรดิบาลุคนี้บังอาจเกินไปแล้ว บังอาจเกินไป!” ตาของกัฟนีย์เต็มไปด้วยความโกรธ  แต่หน้าผากเขามีเหงื่อเกาะพราว

เขาโกรธ!

แต่ขณะเดียวกัน เขารู้สึกไร้พลัง

“ทำไม?  ทำไมจึงต้องเป็นแบบนี้?”  กัฟนีย์รู้สึกจนใจและตื่นเต้น “ทำไมพวกเซียนของจักรวรรดิโรฮอลท์ทุกคนจึงไม่ให้ความสนใจเราอีกต่อไป? ทำไมพวกเขาถึงหายไปหมด?  พวกเขากลัวลินลี่ย์หรือ?  ลินลี่ย์เพิ่งจะมีชื่อเสียงขึ้นมาไม่กี่สิบปีมีอะไรต้องกลัวด้วย?”

กัฟนีย์สบถด้วยความโกรธ...แต่ในใจเขา กัฟนีย์รู้ว่าทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือสบถ

เมื่อเผชิญกับการรุกรานหลายชั้นจากจักรวรรดิบาลุค  ไม่มีอะไรที่เขาทำได้แม้แต่น้อยพวกเซียนของจักรวรรดิเขาทั้งหมดดูเหมือนจะหายหัวไปหมด  เขาหาไม่พบแม้แต่คนเดียว   เซียนคนเดียวที่ภักดีกับราชตระกูลก็ถูกกระแทกเละเป็นเนื้อเลอะเลือนจากพลังฟาดหางของมังกรอำมหิต

เขาไม่มีเซียนให้ใช้งาน!

“จะทำยังไง? จะทำยังไงดี?  จักรวรรดิโรฮอลท์ของข้ากำลังจะถูกทำลายลักษณะนี้หรือ?”  กัฟนีย์ไม่รู้จะทำยังไง

ตั้งแต่ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วว่าจักรวรรดิยูลาน, จักรวรรดิโอเบรียนและจักรวรรดิบาลุคก่อตั้งความเป็นพันธมิตร เซียนหลายคนในจักรวรรดิโรฮอลท์ก็หนีหาย ที่สำคัญเซียนเหล่านี้ทั้งหมดเข้าใจว่าความเป็นพันธมิตรของจักรวรรดิใหญ่ทั้งสามนี้เป็นตัวแทน....

ความเป็นพันธมิตรระหว่างเทพสงคราม, มหาพรตและลินลี่ย์!

เมื่อไม่นานมานี้ลินลี่ย์ได้ทำลายเกาะศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรเจิดจรัส  บางทีคนทั่วไปอาจไม่รู้เรื่องนี้ แต่เซียนผู้แข็งแกร่งทุกคนได้รับรู้เรื่องนี้  แม้ว่าศาสนจักรเจิดจรัสจะหยั่งรากไว้นานแล้ว ก็ยังถูกทำลายได้  พวกเซียนของจักรวรรดิโรฮอลท์รู้ว่าต่อต้านไปก็ไม่มีอะไรนอกจากตาย

จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยินดีพบกับจักรพรรดิกัฟนีย์ไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งเขา

เมื่อจักรวรรดิโรฮอลท์ไม่มีเซียนคนใดอยู่อีกต่อไปผลของการสู้รบก็เป็นใจให้กับลินลี่ย์

“จักรวรรดิคงอยู่มาหลายพันปีหรือว่าจะต้องล่มสลายในรัชสมัยของข้ากัฟนีย์?”  กัฟนีย์รำพึง  บ่ายนี้เขาได้รับข่าวว่ามีอีกเมืองถูกจักรวรรดิบาลุคพิชิตได้  แม้ว่ากองทัพจะต้านทานอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม...

ศัตรูมีมังกรระดับเซียนสามตัว

แม้ว่ามังกรระดับเซียนไม่ได้โจมตีจริงๆอะไรมากมาย  แค่บินอย่างเกียจคร้านพวกมันยังฆ่าระดับหัวหน้าของจักรวรรดิโรฮอลท์ไปถึงสาม กำลังใจของชาวจักรวรรดิโรฮอลท์ย่อมสั่นสะเทือนเป็นธรรมดา  ทหารหลายคนเมื่อเห็นมังกรระดับเซียนจะหวาดกลัวจนแข้งขาอ่อน

พวกเขาจะสู้รบแบบนี้ได้ยังไง?

“เจ้าคือกัฟนีย์ใช่ไหม?” เสียงแหบแห้งดังขึ้นในห้องหนังสือ

กัฟนีย์ที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธตกใจจนหัวใจกระตุกทันทีนี่เป็นห้องหนังสือส่วนตัวของเขาและประตูทางเข้าก็ปิดและยืนรักษาการณ์โดยราชองครักษ์  ประตูไม่ได้เปิด และไม่มีการขยับแม้แต่น้อย

แต่มีคนเข้ามาในห้องหนังสือได้

กัฟนีย์ข่มความกลัวของเขาและหันไปมองต้นเสียง

มีคนร่างผอมสองคนสวมเสื้อแขนสั้น  การสวมเสื้อแขนสั้นทั้งที่เป็นฤดูหนาวไม่น่าประหลาดใจที่สำคัญในฐานะนักรบระดับเจ็ด เขาก็ทำได้เช่นกัน  แต่สิ่งที่ทำให้กัฟนีย์ตกใจก็คือตาของคนทั้งสองเต็มไปด้วยความโกรธสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แม้ว่าบุรุษทั้งสองจะไม่ได้ลงมือทำอะไรแต่ในทันทีนั้นพวกเขากลับทำให้ห้องหนาวเหน็บไปด้วยรังสีอำมหิตโหดร้าย

“พวกท่าน...เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” กัฟนีย์พูดอย่างหวาดผวา

“เราเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงน่ะหรือ?”บุรุษร่างผอมศีรษะล้านพูดอย่างเยาะเย้ย  “ง่ายๆ เราแค่ฆ่าทหารข้างนอก จากนั้นเปิดประตูเข้ามา แล้วก็ปิดประตู  มันง่ายแค่นั้นเอง”

“เปิดประตู และปิดประตู?” กัฟนีย์ไม่อยากเชื่อ

เขาอยู่ในห้องหนังสือแต่ไม่ทันสังเกตว่าประตูเปิดปิด

หัวใจของกัฟนีย์เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงรังสีอำมหิตโหดร้ายที่ทั้งสองแผ่ออกมาทำให้เขาประหลาดใจ  “หรือว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อสังหารข้า?  พวกเขามาตามคำสั่งของลินลี่ย์?”  ขณะที่กัฟนีย์เห็น  บางทีลินลี่ย์ผู้เป็นตำนานสามารถสั่งยอดฝีมือที่ทรงพลังทั้งสองให้มาที่นี่เพื่อสังหารเขาก็ได้

“กัฟนีย์, ฟังให้ดี” บุรุษผอมศีรษะโล้นพูดขณะหัวเราะอย่างเยือกเย็น  “การมาถึงของเราสองพี่น้องนับเป็นวาสนาของเจ้า”

“วาสนาบ้าอะไรกันนี่มันน่ากลัวชัดๆ”  กัฟนีย์ลอบสบถในใจ  แต่เขาไม่แสดงความไม่พอใจในสีหน้า เขากลัวว่าถ้าเขาโกรธสองคนนี้  เขาคงจะถูกฆ่าจริง

คนร่างผอมอีกคนหนึ่งไว้ผมสีทองตัดสั้นมองดูเหมือนกับเส้นลวดแข็ง  บุรุษผมทองมองดูกัฟนีย์จากนั้นพูดอย่างเย็นชา  “เราสองพี่น้องมีเงื่อนไขง่ายมาก ประการแรกอวยยศเราเป็นดยุค  และจากนั้นเจ้าต้องมอบบริวารบ่าวไพร่สองสามพันคนให้เราเพื่อให้เราใช้ตามต้องการ จากนั้นเราสองพี่น้องจะกำจัดมังกรระดับเซียนทั้งสามให้เจ้า”

กัฟนีย์ขยี้ตาจ้องมองบุรุษทั้งสองข้างหน้าด้วยความตกใจ

เขาค่อนข้างตกใจ

“ไม่ได้ยินข้าพูดหรือไง?” บุรุษผอมศีรษะโล้นตะคอกอย่างโมโห

สองพี่น้องมีชีวิตอยู่พิภพจองจำเกบาโดสมาหลายพันปี  ชีวิตในนั้นแย่ยิ่งกว่าสุนัข

ในพิภพจองจำเกบาโดสเซียนระดับสุดยอดเป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอที่สุดในนั้น  พวกเขามีชีวิตด้วยการต่อสู้และหวาดกลัวได้แต่เอาตัวรอดไปวันๆ  พวกเขากลัวว่าวันต่อไปอาจต้องพบกับความตาย  นี่เป็นเพราะพิภพจองจำเกบาโดสไม่มีพลังธาตุธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย  พลังงานที่พวกเขาใช้ไม่สามารถเติมเต็มได้เลยมีเพียงวิธีเดียวที่จะฟื้นฟูพลังได้คือฆ่ายอดฝีมืออีกฝ่ายหนึ่ง  จากนั้นสูบพลังงานในร่างของนักสู้เหล่านั้น

พวกเซียนเองก็เข้าร่วมในการฆ่ากันเองอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพวกเทพถ้าพวกเขาพบเจอกันเอง พวกเขาทำได้แต่เพียงเชื่อฟังคำสั่งเทพขณะที่กำลังหวาดกลัว  พวกเทพสามารถกำจัดพวกเขาได้ โดยไม่ให้โอกาสพวกเขาได้สู้ตอบโต้แม้แต่น้อย  นอกจากนี้สภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติของพิภพจองจำเกบาโดสก็มีความอันตรายอยู่ในตัวเอง ถ้าใครไม่ระวังให้ดี ก็อาจตายได้ง่ายๆ

ชีวิตที่แย่ยิ่งกว่าสุนัข!

สู้รบกันนับครั้งไม่ถ้วน!

จิตใจของพวกเขาเขม็งตึงเครียดจนถึงจุดแตกหัก!

ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้นแม้แต่ยอดฝีมือระดับเทพก็ยังรู้สึกทุกข์ทนอยู่ในที่นั้น  สำหรับพวกเขามันคือการทรมานอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้ภายในพิภพจองจำเกบาโดสพวกเขาโชคดีพอที่ค้นพบมิติเบาบางที่ราบเรียบและสามารถบังคับตัวจนออกมาได้  พวกเขาได้กลับ และกลับมายังโลกมนุษย์ชีวิตห้าพันปีที่แย่ยิ่งกว่าสุนัขมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว มันมีแต่จะทำให้พวกเขาเป็นบ้า

สิ่งที่พวกเขาต้องการทำในตอนนี้คือเป็นเจ้าเหนือคนบังคับให้คนอื่นทำตามความประสงค์ของพวกเขาใช้ชีวิตเหมือนคนที่ต้องการมีชีวิต

“ท่านที่นับถือท่านกำลังบอกว่า... ถ้าให้ศักดินาดยุค และบ่าวไพร่ประจำวังสองสามพันคนท่านจะกำจัดมังกรระดับเซียนใช่ไหม?”  กัฟนีย์สามารถเชื่ออย่างหวาดกลัว  เขารู้สึกเหมือนกับว่าสวรรค์โยนปาฏิหาริย์ลงบนตักของเขา

“ถูกต้อง, ว่าไง,เจ้าไม่ยินดีหรือ?”  บุรุษผอมศีรษะล้านไม่พอใจ

“ยินดีสิ, ข้าจะไม่ยินดีได้ยังไง?” กัฟนีย์รีบกล่าว “ใต้เท้าไม่ต้องเป็นห่วง แค่ข้าทาสบริวารสองสามพันคนใช่ไหม? ไม่มีปัญหา  ต่อให้ต้องการสักหมื่นคน ก็ยังไม่มีปัญหา  ศักดินาดยุคใช่ไหม? ต่อให้เทียบเท่าเจ้าชาย ก็ยังถือว่าดี”

สวรรค์โปรด!

จักรวรรดิโรฮอลท์ของเขาถูกกลืนไปทุกวันและกำลังอยู่ในเส้นทางถูกทำลาย  ตอนนี้มียอดฝีมือสองคนมาช่วยรับใช้เขามีหรือที่กัฟนีย์จะไม่ยินดีมอบค่าจ้างให้กับพวกเขา?

เขาเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่กับการให้บ่าวทาสในวังเป็นหมื่น  ต่อให้ต้องไปซื้อมาจากตลาดทาสก็ตาม?

“ดีมาก”  บุรุษทั้งสองมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า

“แต่ว่าใต้เท้ามังกรเซียนทั้งสามนี้ทรงพลังมาก และเบื้องหลังพวกเขายังมีเซียนที่แข็งแกร่งนามว่าลินลี่ย์” กัฟนีย์มองดูทั้งสองอย่างระมัดระวัง  เขากลัวว่าสองคนนี้จะไม่สามารถเอาชนะฝ่ายลินลี่ย์ได้

ที่สำคัญการกระทำของลินลี่ย์น่าทึ่งจนเกินไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำลายเกาะศักดิ์สิทธิ์ได้

“ลินลี่ย์?  ลินลี่ย์เป็นตัวอะไร?”  บุรุษผมทองพูดอย่างเหยียดหยาม

“เขาเป็นเซียนหรือเปล่า?” บุรุษร่างผอมศีรษะล้านถามอย่างเย็นชา

“ใช่แล้ว  มนุษย์ที่เป็นเทพไปแล้วก็คือเทพสงครามและมหาพรต”  กัฟนีย์ไม่รู้ว่าซีซาร์กลายเป็นเทพไปแล้ว

“ฮึ่ม, ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เขาเป็นแค่เซียนคนหนึ่ง เราสามารถกำจัดเขาได้” บุรุษอีกคนหนึ่งผู้มีผมทองสั้นพูดอย่างมั่นใจ

พิภพจองจำเกบาโดสเป็นที่มีสงครามฆ่าฟันกันอย่างต่อเนื่อง  สามารถรอดอยู่ที่นั่นได้ห้าพันปีนั่นเป็นพยานถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา ในที่ทำนองนั้น คนอ่อนแอจะตายเร็ว  พวกเขาเป็นสุดยอดเซียนผู้ได้รับการรู้แจ้งใหม่ๆในระหว่างการสู้รบ

ตาของกัฟนีย์เป็นประกาย

“ถ้าอย่างนั้นใต้เท้า คืนนี้พวกท่านพักอยู่ในวังหลวงกันก่อน  ข้าจะจัดการทุกอย่างให้กับท่านทั้งสอง”  ทัศนคติของกัฟนีย์ที่มีต่อคนทั้งสองนอบน้อมมาก

“ดีแล้ว”  บุรุษทั้งสองพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจ

พวกเขามีความสุขมากที่ได้รับการเคารพจากคนอื่น  พวกเขาชอบความรู้สึกที่ได้อยู่เหนือคนอื่น  ห้าพันปีกับการใช้ชีวิตที่น่ากลัวต้องทนทุกข์และนั่นส่งผลต่อพวกเขามาก

………….

กองทัพจักรวรรดิบาลุคแบ่งออกเป็นสองส่วนและได้บุกเข้าเมืองภายในจักรวรรดิโรฮอลท์แล้ว

“โรววววว”

ร่างโค้งม้วนตัวขนาดใหญ่ของกิ้งก่าสายฟ้าสูงร้อยเมตรลอยอยู่ในอากาศ  เสียงคำรามของเขาสั่นสะท้านโลกทำให้เมืองที่อยู่ข้างล่างกึกก้องไปด้วยเสียง  กิ้งก่าสายฟ้าสามารถทำให้ทหารรักษาการณ์ของศัตรูหวาดกลัวจนตัวสั่น

เบื้องล่างกำแพงเมืองทหารของจักรวรรดิบาลุคมีท่าทางตื่นเต้นมีรอยยิ้มเต็มหน้า

ด้วยความเช่วยเหลือของมังกรระดับเซียนการโจมตีและพิชิตเมืองกลายเป็นเรื่องง่ายมาก

“เซียนมังกรสายฟ้า?” เสียงเยือกเย็นดังก้องขึ้นบุรุษร่างผอมศีรษะโล้นสวมชุดสีทองลอยตัวออกมาจากเมืองข้างล่างทันที  รัศมีที่รุนแรงที่เปล่งออกมาล้อมรอบตัวเขาขณะที่เขาจ้องมองกิ้งก่าสายฟ้าระดับเซียนที่ฉวัดเฉวียนอยู่

“ยอดฝีมือระดับเซียนปรากฏตัว?” กิ้งก่าสายฟ้าระดับเซียนค่อนข้างประหลาดใจ มันไม่ได้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับเซียนมานานแล้ว และดวงตาขนาดวงล้อของมันจ้องมองเซียนที่อยู่ข้างหน้า

เมื่อเข้าไปใกล้ยอดฝีมือเซียนผู้นี้กิ้งก่าสายฟ้าระดับเซียนเพิ่มความระมัดระวังทันที

รัศมีที่รุนแรงปล่อยออกมาจากบุรุษผู้นี้ทำให้กิ้งก่าสายฟ้าระดับเซียนรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

ห้าพันปีในการเตรียมพร้อมเพื่อสู้รบและเข่นฆ่าในชั่วเวลาที่สังเกตพบ  หลังจากห้าพันปี พวกเขาจึงสามารถปล่อยรัศมีที่น่ากลัวนี้ได้

“กลับไปบอกลินลี่ย์ว่าเขาควรรู้จักประมาณตัวเองบ้างและควรทำตัวเป็นเด็กดีเรียกกองทัพของเขาให้กลับไป  มิฉะนั้น...”  เสียงของบุรุษผอมศีรษะล้านดังเหมือนสายฟ้าชัดเจน เขาไม่ให้ราคาความน่าเคารพของลินลี่ย์แม้แต่น้อย  “เซียนทุกคนที่เจ้าส่งมา  ข้าจะฆ่าซะ”

“หุบปากเจ้าซะ”  กิ้งก่าสายฟ้าระดับเซียนคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

ทหารของจักรวรรดิบาลุคก็โกรธเช่นกัน  ในใจพวกเขาลินลี่ย์นั้นไร้เทียมทาน

“ฮึ่ม” บุรุษศีรษะโล้นหัวเราะอย่างเยือกเย็นจากนั้นเปลี่ยนสภาพเป็นสายแสงบุกเข้าใส่กิ้งก่าสายฟ้า

กิ้งก่าสายฟ้าตวาดและเปลี่ยนเป็นแนวแสงสายฟ้าและบุกเข้าหามนุษย์เช่นกัน  ในกลางอากาศมนุษย์และอสูรเวท เซียนทั้งสองปะทะกันจุดแข็งของกิ้งก่าสายฟ้าคือความเร็วของมัน มันมีความเร็วพอๆ กับบีบี

“น่าขัน!”  เสียงเยาะเย้ยดังขึ้น

บุรุษร่างผอมศีรษะโล้นเตะขาขวาใส่พลังโจมตี  ขาของเขาหวดลงเหมือนกับใบมีดขนาดใหญ่ต้านรับหางมังกรของกิ้งก่าสายฟ้า เสียงกระดูกแตกหักได้ยินชัดเจน  กระดูกหางของกิ้งก่าสายฟ้าแหลกขณะที่ร่างของมันถูกกระแทกพุ่งลงพื้นราวกับดาวตก

“ปัง!”  พื้นโลกสั่นสะเทือน  เกิดหลุมลึกและรอยแตกร้าวรอบพื้นที่ที่กิ้งสายฟ้ากระแทกกับพื้นโลก

“ตาย”  บุรุษร่างผอมศีรษะโล้นพุ่งลงมาจากอากาศ

“ควั่บ”  ร่างของกิ้งก่าสายฟ้าระดับเซียนกระพริบวาบลอยขึ้นในอากาศและหนีไปทางทิศเหนือ เลือดยังหยดออกจากหางของมัน

บุรุษศีรษะโล้นมายืนอยู่ที่ปล่องมองดูขณะที่กิ้งก่าสายฟ้าบินหนี

“ความเร็วของมันไม่เลว น่าเสียดายที่มันอ่อนแอเกินไป  ไม่สามารถทนรับพลังโจมตีจากข้าได้สักครั้ง” บุรุษหัวโล้นพูดอย่างเหยียดหยาม  เขาสังหารเซียนในพิภพจองจำเกบาโดสมามากเพียงไหนแล้ว? เขาไม่ให้ความสนใจกับกิ้งก่าสายฟ้าที่มีพลังเล็กน้อย

จบบทที่ ตอนที่ 12-15 เปลี่ยนแปลงกะทันหัน

คัดลอกลิงก์แล้ว