เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-14 การเยี่ยมเยือนจากเยล

ตอนที่ 12-14 การเยี่ยมเยือนจากเยล

ตอนที่ 12-14 การเยี่ยมเยือนจากเยล


มิถุนายน ศักราชยูลานที่ 10034เพลิงสงครามปะทุขึ้นอีกครั้งในทวีปยูลาน

จักรวรรดิยูลาน, จักรวรรดิโอเบรียนและจักรวรรดิบาลุคก่อตั้งความเป็นพันธมิตรและเริ่มทำสงครามใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมานานเป็นพันปี สำหรับจักรวรรดิโรฮอลท์ จักรวรรดิไรน์สหภาพศักดิ์สิทธิ์ สัมพันธมิตรมืดและทุ่งราบใหญ่ตะวันออกไกลที่อ่อนแอ

ผู้นำจิตวิญญาณของทุ่งราบใหญ่ตะวันออกไกลเซียนสงครามถูลี่ได้รับคำเตือนของเทพสงครามและมหาพรตแล้วรู้ว่าเขาไม่สามารถต่อต้านแผนการใหญ่เหล่านี้ได้

นอกจากนี้ ถูลี่ยังเป็นหนี้ลินลี่ย์และถูลี่เองไม่ต้องการให้นักรบของทุ่งราบใหญ่ตะวันออกไกลเอาชีวิตไปทิ้งอย่างไม่มีประโยชน์ภายใต้การทำลายล้างของเวทต้องห้ามของเซียนจอมเวท ดังนั้นถูลี่จึงส่งศิษย์ที่เป็นเซียนไปพูดคุยสถานการณ์กับสามราชอาณาจักรของทุ่งราบใหญ่

แม้ว่าสามอาณาจักรจะไม่เห็นด้วยกับการยอมแพ้จักรวรรดิบาลุคทันที  แต่พวกเขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะยอมจำนนทันทีในตอนนี้

ขณะที่สหภาพศักดิ์สิทธิ์และสัมพันธมิตรมืดชนชั้นระดับสูงของพวกเขาถูกกำจัด และพวกเขาไม่มีเซียนผู้แข็งแกร่งเหลืออยู่ สหพันธรัฐที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองเหมือนกองทรายพูนหลวมๆ

กองทัพหน่วยหนึ่งของจักรวรรดิโอเบรียนผ่านไปเส้นทางด้านเหนือเลียบแนวเทือกเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์และเข้าสู่สหภาพศักดิ์สิทธิ์  ราชอาณาจักรและแคว้นใหญ่น้อยของสหภาพศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีข่าวกรองรายงานเป็นอย่างดีได้ทราบข่าวว่าเกาะศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายและชนชั้นระดับสูงของศาสนจักรเจิดจรัสถูกกำจัด อาณาจักรแคว้นเหล่านี้เริ่มพบปะลับๆ กับตัวแทนของจักรวรรดิโอเบรียน

ความจริงเป็นทางจักรวรรดิโอเบรียนเองที่กระจายคำพูดเรื่องการทำลายล้างเบื้องบนของศาสนจักรเจิดจรัสออกไปต่างหาก

นอกจากนี้ นี่คือเรื่องจริง  ผู้โชคดีรอดชีวิตของศาสนจักรเจิดจรัสไม่กี่คนไม่สามารถปิดบังได้ต่อให้พวกเขาต้องการทำก็ตาม เห็นได้ชัดว่า...สหภาพศักดิ์สิทธิ์ไม่มีอะไรมากไปกว่าซากหักพังทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว  การเข้าพิชิตของจักรวรรดิโอเบรียนไม่มีอะไรมากเป็นเรื่องของเวลา

อย่างน้อยตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของเวลา

สำหรับสัมพันธมิตรมืด สถานการณ์ของพวกเขาไม่ได้ดีไปกว่าสหภาพศักดิ์สิทธิ์เลย

แต่แน่นอน ศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงามีสมาชิกมากมายที่กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดิน  แม้ว่าสำนักงานใหญ่ของพวกเขาจะถูกทำลายไปก็ยังมีเซียนของพวกเขาเหลืออยู่สองสามคน พวกเขายังคงมีผู้จัดการระดับกลางอยู่อีกหลายคน ส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา

การปกครองมานานนับพันปีมีผลทำให้สองลัทธิศาสนานี้ยังมีอิทธิพลยิ่งใหญ่

ส่วนที่ยังเหลือของศาสนจักรเจิดจรัสและลัทธิเงาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยซีลล็อธของศาสนจักรเจิดจรัสยังไม่ยินดียอมแพ้

พลังศรัทธาของศาสนานับว่าแข็งแกร่งมากจริงๆ

การอาศัยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอ่อนโยนหรือนองเลือด ลัทธิศาสนาใหญ่ทั้งสองซึ่งอยู่รอดมาเป็นหมื่นปีจะรักษาเสถียรภาพภายในของตนได้บ้าง  พวกเขาต้องการเตรียมตัวสู้รบกับจักรวรรดิยูลานและโอเบรียน  จนกระทั่งห้วงเวลาสุดท้ายมาถึง  พวกเขาไม่ต้องการยอมแพ้

ที่ฐานของเทือกเขาอสูรวิเศษ บนเส้นทางที่แห้งแล้งในมณฑลอาคเนย์ของจักรวรรดิโอเบรียน

ตัวประหลาดคนหนึ่งตัวคลุมด้วยชุดคลุมสีเขียวยืนอยู่ในถนนรกร้างเต็มไปด้วยหมอกกำลังจ้องมองไปโดยรอบ   สิ่งเดียวที่สามารถเห็นได้จากภายในแขนเสื้อยาวเป็นคู่กรงเล็บมองดูคล้ายกับนิ้วซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้น่าจะแก่มาก

เพียงแต่...

ตาของเขาสีเขียวมันเหมือนกับนัยน์ตาหมาป่ายามราตรี

ด้านหลังเขา มีร่างอีกเก้าร่างอยู่ในชุดคลุมสีเงิน ชุดคลุมสีเงินขนาดใหญ่เหล่านี้คลุมร่างทั้งหมดที่ยืนอยู่ข้างหลังชายชราด้วยความเคารพเหมือนกับเป็นบ่าวทาส

“ทวีปยูลาน, งั้นนี่ก็คือทวีปยูลานสินะ...”  เสียงชราดังทุ้มมาจากชายชราชุดคลุมเขียว

“แค่ก แค่ก...” เสียงไอดังจนได้ยิน ชายชราชุดคลุมเขียวดูเหมือนค่อนข้างอ่อนแอ

ทันใดนั้นชายหนุ่มรูปงามสองคนกำลังขี่ม้าปรากฏขึ้นพวกเขาควบม้าผ่านถนนเปลี่ยวร้างด้วยเหตุผลบางอย่างเมื่อชายหนุ่มทั้งสองเห็นบุรุษชุดเขียวและคนในชุดคลุมเงินลึกลับอีกเก้าคน  พวกเขารู้สึกหนาวสะท้านถึงหัวใจ

ชายหนุ่มทั้งสองนี้ตั้งใจจะดึงม้าหลบไปด้านข้างและจากไปอีกฟากถนนด้วยความเร็วสูง

พวกเขาไม่ต้องการเข้าใกล้คนลึกลับพวกนี้มากเกินไป

“มนุษย์...”  เมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองคนตาของชายชราชุดยาวสีเขียวเป็นประกายวาบ เขาผอมมากจนไม่มีอะไรมากไปกว่าหนังหุ้มกระดูก และเมื่อกรงเล็บเหมือนกระดูกของเขากางออกพลังที่แปลกประหลาดมองไม่เห็นพันธนาการบุรุษหนุ่มทั้งสองไว้

“อ๊าคคค!”  “อ๊าคคค”

บุรุษหนุ่มทั้งสองคนรู้สึกเหมือนกับว่าไม่สามารถขยับได้อีกต่อไปและจากนั้นพวกเขาเริ่มลอยขึ้นในอากาศ ร่างของพวกเขาไม่อยู่การควบคุมของตัวเองอีกต่อไป พวกเขาพุ่งเข้าหาชายชราชุดเขียวราวกับลูกธนู  จนต้องร้องออกมาอย่างหวาดผวา

“กร๊อบ!”  “กร๊อบ!”

มือทั้งสองคว้ากะโหลกของบุรุษทั้งสองที่เริ่มสั่นสะท้านไม่หยุดร่างของพวกเขากระตุกเหมือนกับว่ากำลังชัก

“โอว, เทพสงคราม, มหาพรต?และนักรบเลือดมังกรนั่นน่ะหรือ?” ชายชราพึมพำกับตนเองและจากนั้นเปลี่ยนสายตามองเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มที่กำลังชักกระตุก  “เด็กที่น่าสงสาร  ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปชั่วนิรันดร์”

จากนั้นร่างของบุรุษหนุ่มทั้งสองร่วงลงพื้น แต่ร่างของพวกเขาไม่มีประกายชีวิตเหลืออยู่อีกต่อไป  พวกเขาตายแล้ว

“น่าเสียดาย วิญญาณสองดวงนี้อ่อนแอเกินไป  การดูดกินวิญญาณสองดวงนี้ให้ประโยชน์กับข้าเล็กน้อย”เสียงชายชราถอนหายใจอย่างพอใจ

สูบกินวิญญาณ?

ถ้าใครอื่นอยู่ใกล้และได้ยินคำพูดนี้พวกเขาคงได้หวาดผวาเป็นที่สุด

แต่บุรุษชุดคลุมสีเงินด้านหลังเขายังคงเงียบรออยู่อย่างเคารพ

“ทวีปยูลานกำลังจะเริ่มเข้าสู่ยุคสงครามใหญ่นี่คือโอกาสที่ยอดเยี่ยมของพวกเจ้าทุกคน ไปเลย เด็กๆ อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”  เสียงชราภาพของบุรุษชุดเขียวดังขึ้นและร่างในชุดคลุมเงินทั้งเก้าคุกเข่าลงกันหมด “ขอรับ, ท่านผู้วิเศษ!”

และจากนั้น...

“ควั่บ” “ควั่บ”

ร่างในชุดคลุมทั้งเก้ากลายเป็นจุดสีเงินเก้าจุดหายลับขอบฟ้าไปในทันที  พวกเขาไวมากขนาดถ้าลินลี่ย์และเดลี่เห็นพวกเขาก็คงจะรู้สึกประหลาดใจ

“ทวีปยูลานหมื่นปีแล้ว.. เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว” บุรุษชราชุดเขียวระบายลมหายใจเงียบๆ “ก่อนอื่น ข้าต้องฟื้นฟูพลังเสียก่อน เมื่อข้ามีโอกาส จากนั้นข้าจะไปเยี่ยมเยือนลอร์ดเบรุต” และทันใดนั้นชราชราชุดเขียวกลายเป็นภาพเลือนรางและหายไป

จักรวรรดิบาลุค ปราสาทเลือดมังกร ห้องโถงใหญ่

“พี่ใหญ่เยล, ท่านมาผิดเวลาไปหน่อย  สองสามเดือนก่อนพี่ใหญ่ข้าเริ่มขังตัวฝึกฝีมือ” วอร์ตันพูดกับผู้ที่มาเยี่ยมอย่างจนใจ”

“น้องสามเข้าฝึกสมาธิอีกแล้ว?”  เยลขมวดคิ้ว

“เป็นอะไรไปหรือ? มีเรื่องอะไรบางอย่างหรือเปล่า? ทำไมท่านไม่ลองบอกให้ข้าฟัง ข้าอาจจะช่วยได้”  วอร์ตันกล่าวพลางหัวเราะ  เขารู้ว่าเยลกับลินลี่ย์สนิทกันเพียงไหน ดังนั้นเรื่องของเยลเขาจึงอดเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้เป็นธรรมดา

เยลลังเลเล็กน้อย จากนั้นกล่าว  “วอร์ตัน, ให้น้องสามออกมพบข้าเร็วๆ ได้ไหม?”

วอร์ตันพูดขออภัย “พี่ใหญ่เยล, ข้าเสียใจจริงๆ การขังตัวฝึกฝนครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน  นี่ค่อนข้างจะสำคัญ  แต่ก่อนจะเริ่มเข้าฝึกฝนพี่ใหญ่พูดคุยและสั่งไว้แล้วว่าเว้นแต่เกิดเรื่องสำคัญสุดขีดเราทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้รบกวนเขา ความจริงต่อให้ข้าเห็นด้วยยอมปล่อยให้ท่านพบพี่ใหญ่เรายังต้องได้รับอนุญาตจากท่านซาสเลอร์และคนอื่นอยู่ดี”

ปราสาทเลือดมังกรมองว่าการฝึกของลินลี่ย์เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีสัมพันธ์สนิทกับลินลี่ย์เพียงไหนพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับลินลี่ย์แน่นอน เว้นแต่ไม่มีทางเลือกอื่นเลย

“ถ้าเป็นอย่างนั้น...” เยลหยุดเล็กน้อย

“ถ้าอย่างนั้นวอร์ตัน, ข้าจะไม่รบกวนน้องสามแล้ว,  อย่างไรก็ตาม ข้ายังมีงานอื่นต้องไปดูแล  ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย”  เยลกล่าว

เท่าที่ปราสาทเลือดมังกรสงสัยคือการมาเยี่ยมเยือนของเยลเป็นแค่เรื่องเล็ก ไม่มีใครให้ความสนใจมาก

ในวันต่อมา

ในวังหลวงจักรวรรดิบาลุค

ซีน่าเดินทอดน่องอยู่ในอุทยานดอกไม้ยิ้มให้เยลที่กำลังรอเขาอยู่ที่นั่น “ท่านประธานเยล, ขอโทษจริงๆ ที่ข้าทำให้ท่านรอนาน  ท่านประธานเยล, เชิญนั่ง”  ซีน่าเมื่อได้ยินว่าเยลมาเยี่ยมก็วางงานทุกอย่างและมาพบเยลทันที

ที่สำคัญ, ซีน่ารู้ว่าเยลกับลินลี่ย์สนิทกันเพียงไหน

“จักรพรรดิซีน่า ข้าไม่รีบร้อน เรื่องของท่านสำคัญมากกว่า,ฝ่าบาท”  เยลพูดทักทายอย่างสุภาพ

แม้แต่ตอนที่ซีน่ายังเด็ก เยลพบเจอเขาและหยอกล้อกับเขาขณะมาพบลินลี่ย์ด้วยก็ตามแต่ตอนนี้ซีน่าเป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิแล้ว ภายในวังหลวง ทัศนคติของเยลยังต้องแสดงความเคารพและมีมารยาท

“ท่านประธานเยล, ไม่ต้องพิธีรีตองนักก็ได้  ทำไมท่านจะต้องมากมารยาทกับข้าด้วยเล่า?”  ซีน่าหัวเราะ “บอกมาเถอะ,  มีอะไรจะให้ข้าช่วย,ถ้าทำได้ ข้าช่วยแน่นอน”

เยลกล่าว “อย่างนั้น จักรพรรดิซีน่า ข้าจะพูดให้ชัดเจน ข้ามาเยี่ยมครั้งนี้เพื่อขอความช่วยเหลือจากจักรพรรดิซีน่า  จักรพรรดิซีน่าท่านกำลังจะเริ่มสงครามใหญ่กับจักรวรรดิโรฮอลท์ใช่หรือไม่? และท่านชนะสงครามมาอย่างต่อเนื่อง”

“ถูกแล้ว” ซีน่าพยักหน้าเล็กน้อย

เขาประหลาดใจทำไมเยลพูดเรื่องนี้

“คำขอของข้า บางทีอาจเกินเลยไปบ้าง”  เยลกล่าว

“เหรอ?” ซีน่ามองดูเขา

เยลหัวเราะ จากนั้นกล่าว “นี่คือสถานการณ์ ข้ารู้ว่าพันธมิตรใหญ่สามจักรวรรดิมีเป้าหมายเอาชนะคู่ต่อสู้ของท่าน  การสู้รบเหล่านี้คงจะดุเดือดรุนแรงมาก  และข้าเชื่อว่าจักรวรรดิบาลุคคงจับทหารฝ่ายศัตรูไว้มากมายเป็นแน่”

“นั่นก็ถูก แล้วยังไงหรือ?”  ซีน่ามองดูเขา

เป็นเรื่องธรรมดากับการจับทหารฝ่ายศัตรูในการศึก

นอกจากนี้เป้าหมายของสงครามนี้เพื่อพิชิตจักรวรรดิโรฮอลท์ทั้งหมดราชตระกูลของจักรวรรดิโรฮอลท์ทั้งหมดจะยอมรับพวกเขาได้ยังไง?   พวกเขาต้องต่อสู้ตอบโต้เป็นธรรมดา

“จักรพรรดิซีน่าทหารศัตรูส่วนใหญ่ที่ท่านจับได้จะถูกใช้เป็นทาส จักรพรรดิซีน่า ข้าอยากถามท่านจะยินดีขายทหารทั้งหมดที่ท่านจับมาให้กับหอการค้าดอว์สันได้ไหม?”  ในที่สุดเยลก็วนมายังเรื่องที่เขาขอร้อง

ซีน่าเริ่มขมวดคิ้ว

ขายทหารเชลยที่ถูกจับทั้งหมดให้หอการค้าดอว์สัน?

กล่าวโดยทั่วไปแล้วทหารฝ่ายข้าศึกที่ถูกจับจะถูกใช้เป็นกระสุนมนุษย์ในการสู้รบข้างหน้าหรือเอาไปทำงานก่อสร้างถนน ถางป่าพง และทำงานหนักในฐานะกรรมกรบางทีพวกทาสตำแหน่งเล็กน้อยอาจจะถูกขายออกไป

แต่... การขายทหารเชลยให้หอการค้าแห่งเดียวล่ะ?

นี่ไม่ค่อยได้พบเจอ

เหตุผลเนื่องจากการทำสงครามระดับใหญ่ระหว่างจักรวรรดิใหญ่อย่างนี้แต่ละจักรวรรดิบางอาจมีทหารประจำการถึงสองถึงสามล้าน บางทีอาจมีสำรองมากกว่านั้นการทำสงครามล้างผลาญอย่างเด็ดขาดจะทำให้จับทหารเชลยได้มาก  ตัวอย่างเช่น ถ้ากองทัพขนาดใหญ่ถูกทำลาย เป็นไปได้ว่าจะมีคนเป็นแสนถูกจับเป็นเชลย

แน่นอนว่าในการพิชิตจักรวรรดิโรฮอลท์  จำนวนทหารเชลยที่ถูกจับจะต้องมีหลายแสนและอาจมากกว่านั้นแน่นอน

ทหารเชลยหลายแสนถูกคุมขังก็ยังถือว่าเป็นกองทัพที่มีความสามารถ  จะให้กองกำลังใหญ่ขนาดนั้นกับองค์การการค้าน่ะหรือ

“นี่...” ซีน่าลังเลใจ

แม้ว่านี่จะเป็นเยล พี่ใหญ่ของลินลี่ย์ก็ตาม ความจริงเยลก็ขอมากไปหน่อย เขาต้องการให้จักรวรรดิบาลุคขายทหารเชลยทั้งหมดให้หอการค้าดอว์สันน่ะหรือ?

“จักรพรรดิซีน่า ท่านกังวลใจเรื่องอะไร? หอการค้าดอว์สันของเราไม่ได้มีอาณาเขตสักเท่าไหร่ ไม่มีนักสู้ระดับเซียนอย่างน้องสาม  พวกเขาเป็นแค่ทหารเชลย”  เยลโน้มน้าว “จักรพรรดิซีน่า ข้าหวังว่าท่านจะช่วยข้าได้”

คำพูดของเยลแฝงไว้ด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง

“ท่านประธานเยล ในอดีตหอการค้าดอว์สันของท่านไม่เคยเกี่ยวข้องกับการค้าทาส  ทำไมท่านถึงซื้อทหารเชลยมากมากตอนนี้เล่า?”  ซีน่าถาม

เยลหัวเราะ “นี่เป็นความลับภายในหอการค้า เรากำลังทำแผนพัฒนาพิเศษ

ซีน่านิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นมองเยล

ความจริงทหารเชลยถูกจำกัดในจักรวรรดิบาลุค ที่สำคัญเป้าหมายของพวกเขาก็คือทำลายจักรวรรดิโรฮอลท์  ดังนั้นความสงสัยถึงเหตุผลว่าจะดึงทหารกลับไปจักรวรรดิโรฮอลท์หลังจากการสู้รบก็คงไม่ได้ข้อสรุป  นอกจากนี้..เท่าที่ซีน่าเห็นว่าแล้วจะเป็นยังไงถ้าขายทาสให้หอการค้าดอว์สัน?

เป็นไปได้ไหมว่าหอการค้าดอว์สันต้องการจะครองโลก?

ตลกน่ะ!

ที่สำคัญ รากฐานที่แท้จริงของจักรวรรดิใดๆ ก็ตามอยู่ที่ยอดฝีมือที่ทรงพลัง!

“ก็ได้ข้าตกลง”  ซีน่ากล่าว

“จักรพรรดิซีน่า ขอบคุณท่านจริงๆ”  เยลยิ้มทันที “ความจริงท่านช่วยข้าได้มากจริงๆ ขอบคุณมากจริงๆ”

ซีน่ากับเยลคุยกันอยู่นานจากนั้นจึงร่วมทานอาหารกลางวันด้วยกันก่อนเยลจะกลับ

หลังจากที่เยลจากไป ซีน่าก็ยังงง เนื่องจากเขาใคร่ครวญเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง  “ทำไมหอการค้าดอว์สันถึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการค้าทาสอย่างไม่มีเหตุผล?  นอกจากนี้ เท่าที่ข้ารู้เยลกับลุงสนิทกันมาก แต่เยลเองเป็นคนกล้าหาญที่แทบจะไม่เคยขอร้องคนอื่น  แต่คราวนี้...”

จบบทที่ ตอนที่ 12-14 การเยี่ยมเยือนจากเยล

คัดลอกลิงก์แล้ว