เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12-16 ห้าปี

ตอนที่ 12-16 ห้าปี

ตอนที่ 12-16 ห้าปี


สงครามระหว่างจักรวรรดิบาลุคและโรฮอลท์อยู่ในสภาพชะงักงัน

“ท่านพ่อ, ทุกท่าน พวกท่านคิดว่าเราจะทำยังไงดี?”  ภายในห้องประชุมใหญ่ของปราสาทเลือดมังกรมีคนกลุ่มหนึ่งร่วมประชุมกัน ประกอบไปด้วยซีน่า วอร์ตัน เกทส์ ฮิลแมนและนีน่า พวกเขากำลังปรึกษาวิธีรับมือยอดฝีมือระดับเซียนใหม่สองคนที่ปรากฏออกมาในจักรวรรดิโรฮอลท์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

วอร์ตัน ซาสเลอร์ เกทส์และคนอื่นๆเพิ่งฟังคำอธิบายของซีน่าจบ

พวกเขาตกใจกันมาก

“จักรวรรดิโรฮอลท์นี้...ไปได้เซียนที่ทรงพลังสองคนเมื่อใดกัน?” ฮิลแมนขมวดคิ้ว

ตอนนี้เขาสามารถฝึกพลังปราณจนถึงระดับสุดยอด  เขาเป็นนักรบระดับแปดแล้ว  แม้ว่าพลังของเขายังด้อยกว่าวอร์ตันเกทส์และคนอื่นๆ ห่างไกล แต่สถานะของเขาในปราสาทเลือดมังกรยังคงสูงส่งมาก

“ท่านพ่อ, ท่านลุงท่านมั่นใจไหมว่าจะสามารถจัดการกับยอดฝีมือทั้งสองเหล่านี้ได้?”  ซีน่ามองมาทางวอร์ตันและเกทส์

วอร์ตันพึมพำ “แม้ว่าเราจะไม่มีความรู้แจ้งกฎในระดับสูง แต่เรามีสมบัติเทพและเป็นสุดยอดนักรบ ถ้าเราต้องสู้กับเซียนทั้งสองนั่นจริงๆ เราน่าจะคว้าชัยชนะได้สำเร็จ”

เกทส์ อังเก้และคนอื่นๆ พยักหน้ากันหมด

ซาสเลอร์หัวเราะเบาๆ “วอร์ตัน, เจ้าตั้งใจจะแก่งแย่งกับเจ้าพวกนั้นหรือเปล่า?”

“เป็นยังไงหรือ?” วอร์ตันมองดูซาสเลอร์

“ซาสเลอร์, ท่านคิดว่านั่นไม่ใช่ทางเลือกหรือ?”  เกทส์และอังเก้มองดูซาสเลอร์

ซาสเลอร์หัวเราะเบาๆ แต่เสียงเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและน่ากลัว  “ก่อนอื่นเลย ข้าอยากถามพวกเจ้า  ถ้าข้าขอให้เจ้าคนหนึ่งสู้กับมังกรทองและมังกรหฤโหดพร้อมกัน  พวกเจ้าจะเอาชนะมังกรเซียนทั้งสองนั้นได้ง่ายๆหรือเปล่า?”

“นี่...” วอร์ตัน เกทส์และคนอื่นๆ ลังเลกันหมด

สู้กับอสูรเวทระดับเซียนตัวเดียวอาจจะค่อนข้างง่าย

แต่กับสอง.. พวกมันสามารถสู้ได้ยันเอาไว้

“ฮืม.. เจ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นแล้วเจ้ายังต้องการจะไปอีกหรือ?” ซาสเลอร์หัวเราะอย่างยโส “หรือว่าพวกเจ้าลืมไปแล้วว่าลอร์ดลินลี่ย์พูดอะไรไว้ก่อนจะขังตัวฝึกฝน?”

วอร์ตันและคนอื่นๆ ตกใจทันที

ตอนนี้พวกเขาจำได้แล้ว

ครั้งหนึ่งลินลี่ย์ได้ย้ำนักย้ำหนากับพวกเขาไว้ว่าถ้าเผชิญกับสถานการณ์ที่แปลก  วอร์ตันและคนอื่นถูกห้ามฝืนทำอะไรเกินตัว  นอกจากนี้ลินลี่ย์ยังคงกล่าวว่าสงครามครั้งนี้มีอันตรายใหญ่แฝงอยู่ในนี้  นี่คือเหตุผลที่ลินลี่ย์ไม่สบายใจ

“ครั้งนั้นลอร์ดลินลี่ย์พูดว่ามีอันตรายที่น่าสยดสยองซ่อนอยู่ในสงครามครั้งนี้  อันตรายที่แม้แต่นักสู้ระดับเทพก็ยังประมาทไม่ได้”  ซาสเลอร์มองดูวอร์ตันและคนอื่น “พวกเจ้าบอกว่าพวกเจ้าไม่เข้าใจว่าสงครามที่ดูเหมือนง่ายนี้ที่ผลของสงครามแทบจะถูกกำหนดไว้แน่นอนจะมีอันตรายแฝงเร้นได้ยังไงใช่ไหม? ตอนนี้พวกเจ้าก็รู้แล้วนี่”

ตอนสงครามเริ่มแม้แต่ลินลี่ย์ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายแบบไหนกันแน่

แค่เพียงเพราะคำเตือนของลอร์ดเบรุต  ลินลี่ย์รู้สึกว่าไม่ง่ายดังนั้นเขาจึงเตือนวอร์ตันและคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

วอร์ตันและคนอื่นๆ ไม่เข้าใจ  พวกเขารู้สึกว่าในสงครามครั้งนี้ไม่น่าจะมีเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

“ท่านซาสเลอร์, อย่างนั้นท่านตั้งใจจะทำยังไง?”  ซีน่าขมวดคิ้ว

วอร์ตัน เกทส์และคนอื่นๆ ก็ลอบตกใจเช่นกัน

“เจ้าต้องใช้สมอง มีเซียนเพียงไม่กี่คนในทวีปยูลาน อย่างลอร์ดลินลี่ย์และลอร์ดเดลี่น่าจะรู้จักพวกที่ฝึกฝนถือสันโดษจริงไหม?  แต่แต่ทั้งสองกล่าวว่าจักรวรรดิโรฮอลท์ไม่มีเซียนระดับสุดยอดดังนั้นเซียนสองคนนี้จะมาจากไหนกันเล่า?” ซาสเลอร์กล่าว

“พวกเขาจู่ๆก็ปรากฏตัวออกมาและทำให้สงครามอยู่ในภาวะชะงักงัน

ซาสเลอร์หัวเราะอย่างใจเย็น “เห็นได้ชัดว่าอันตรายแฝงเร้นในสงครามครั้งนี้เริ่มจะเผยตัวมันเองออกมาแล้ว”

“อย่างนั้นตอนนี้ เรา...” วอร์ตันมองดูซาสเลอร์ เขาจำสิ่งที่ลินลี่ย์บอกพวกเขาไว้ ถ้าพวกเขาเผชิญกับเหตุการณ์ใหญ่ พวกเขาต้องคุยปรึกษากับซาสเลอร์ผู้มีประสบการณ์สูง

ซาสเลอร์พูดอย่างใจเย็น  “มันง่ายมากไม่ต้องรีบร้อนจัดการกับเซียนทั้งสองนั้น ลอร์ดลินลี่ย์ยังบอกไว้ว่าในสงครามนี้เป้าหมายของเราไม่จำเป็นต้องครอบครองจักรวรรดิอื่นให้ได้ทั้งหมด  จะดีกว่าถ้าเรายึดครองได้น้อยลงบ้าง  แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือเราต้องปกป้องตัวเอง”

ทุกคนพยักหน้าเล็กน้อย

วอร์ตันพูดเสียงต่ำ “ได้, สำหรับตอนนี้ เราแค่มองและดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในสงครามนี้”

“ถ้าเราเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ใหญ่สำคัญๆก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง เวลานั้นจะดีที่สุดก็คือไปถามขอความช่วยเหลือจากลอร์ดลินลี่ย์”  ซาสเลอร์กว่า “แต่แน่นอน ตอนนี้, ลอร์ดลินลี่ย์เพิ่งจะฝึกมาครึ่งปี และสถานการณ์ยังไม่รุนแรงเกินไปเราไม่จำเป็นต้องรบกวนลอร์ดลินลี่ย์”

เวลาไหลไปเร็วเหมือนสายน้ำ ในพริบตา ลินลี่ย์ฝึกมานานถึงห้าปีแล้ว

ระหว่างห้าปีนี้ ทวีปยูลานตกอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวายลับๆ  สงครามของจักรวรรดิบาลุค,จักรวรรดิยูลานและจักรวรรดิโอเบรียนทั้งหมดอยู่ในสภาพชะงักงันและแม้แต่สหภาพศักดิ์สิทธิ์และพันธมิตรมืดก็มียอดฝีมือลึกลับปรากฏอยู่ในพวกเขาด้วย

ยอดฝีมือลึกลับเหล่านี้มีพลังมากมาย

สงครามหยุดชะงัก

ฤดูหนาว ปีศักราชยูลานที่ 10039 ราตรีในฤดูหนาวอันมืดมิดอากาศหนาวจัดมีบุรุษวัยกลางคนสามคนสวมชุดคลุมหนาขี่ม้าลักษณะสง่างามควบผ่านดินแดนรกร้างด้วยความเร็วสูงผ่านถนนที่ไม่มีผู้คนมุ่งสู่เมืองที่อยู่ใกล้

“ฮ่าฮ่า, เมืองบลูเลียนอยู่ข้างหน้าแล้ว  เมื่อเราไปถึงเมืองบลูเลียนเราสามพี่น้องต้องหาเหล้าดีๆ ดื่มช่วยร่างกายให้อบอุ่น”  ผู้นำของทั้งสามคนเป็นบุรุษร่างใหญ่หัวเราะลั่นการเดินทางทำธุรกิจเที่ยวนี้ได้กำไรอย่างงดงามและตอนนี้พวกเขามีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

กำแพงเมืองบลูเลียนปรากฏอยู่ข้างหน้าพวกเขา

พวกเขาควบม้าผ่านเข้าไป

“หือ, แปลก, ทำไมเงียบนักเล่า?”  สามพี่น้องขี่ม้าผ่านประตูเมืองบลูเลียน  แต่พบว่าประตูเปิดและไม่มีผู้คน  พวกเขาไม่พบใครสักคน

“แม้ว่าเมืองบลูเลียนจะไม่ใช่เมืองใหญ่  แต่ก็เป็นเมืองค่อนข้างคึกคัก  มีประชากรแสนคน ทำไมทั้งที่เช้าแล้วแต่ไม่เห็นผู้คนเลยสักคน?”  สามพี่น้องลงจากหลังม้าเดินสำรวจในเมืองด้วยความสงสัย

ถนนกว้างขวาง แต่ไม่มีคนแม้แต่คนเดียว

สงบเงียบ!

นี่เป็นเวลาเช้าราว เจ็ดหรือแปดนาฬิกาว่ากันตามความเป็นจริง ป่านนี้ถนนน่าจะมีเสียงดังคึกคักแล้ว

“นี่มันบ้าอะไรกัน?” สามนักเดินทางผู้มีประสบการณ์รู้สึกใจสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้

ฉากภาพแปลกประหลาดข้างหน้าทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ

“ดูข้างบนสิ, นั่นอะไร?” หนึ่งในสามคนชี้ไปข้างด้วยความตกใจ ใกล้ๆ กันนั้นมีคนสองคนนอนอยู่บนถนน บุรุษวัยกลางทั้งสามคนวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ ทันที

แต่ทันทีที่พวกเขาเข้าไปใกล้...

“พวกเขาตายแล้ว!”  สีหน้าของบุรุษวัยกลางคนทั้งสามเปลี่ยน  คนที่นอนอยู่บนพื้นหลั่งเลือดจากทวารทั้งหมดและรอยเลือดของพวกเขาเปื้อนอยู่บนพื้นเป็นแอ่งเลือดสีม่วงอยู่รอบตัวพวกเขา

ลมฤดูหนาวพัดกระโชกทำให้บุรุษวัยกลางคนทั้งสามสั่นสะท้านทันที

“กรี๊ดดดดด!”  เสียงร้องโหยหวนดังมาจากที่ไกล

บุรุษวัยกลางคนทั้งสามหันหน้าไปดูทันที  พวกเขาเห็นว่าในที่ห่างออกไป  มีสตรีคนหนึ่งผมกระเซิงกำลังวิ่งหนีอย่างหวาดผวา

“เจ้าวิ่งหนีทำไม? เกิดอะไรขึ้น?” หัวของคนทั้งสามตะโกนขึ้นทันที พวกเขาเป็นผู้เดินทางไปมาทั่วแผ่นดิน พบเห็นความตายและคนตายอยู่บ่อยครั้งก็ยังไม่ทำให้เขาตกใจ  สิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่สบายใจก็คือ...สภาพแวดล้อมนี้ ยังคงอยู่เหมือนเดิม

“ตาย, ทุกคนตายแล้ว ทุกคนตายหมด” สตรีนางนั้นมองดูบุรุษวัยกลางคนสามคน ตานางเบิกกว้างและสั่นสะท้าน

“เจ้าหมายความว่ายังไง พวกเขาตายหมด?”  แววตื่นกลัวเกิดขึ้นในใจของทั้งสามคน

“คนทั้งหมดในเมืองนี้ตายแล้ว  ทุกคนตาย ทุกคนตายกันหมด!”  สตรีนางนั้นพูดด้วยท่าทางแปลกๆ

บุรุษวัยกลางคนทั้งสามตะลึงหวาดกลัวทันที

ทุกคนในเมืองนี้ตาย?

“ตายหมด ทุกคนตาย!”  สตรีประหลาดวิ่งวนไปอย่างบ้าคลั่ง

ในคืนเดียว เมืองบลูเลียนที่มีประชากรแสนคนตอนนี้มีผู้โชคดีรอดชีวิตเพียงไม่กี่สิบคน ที่เหลือตายกันหมด  ผู้โชคดีรอดตายพอตอนกลางวันก็วิ่งออกจากประตูเมืองอย่างหวาดผวาหนีไปจากเมืองที่น่าสยดสยองแห่งนี้

เมืองแห่งความตาย!

ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว และรู้ถึงจักรพรรดิซีน่า

ซีน่ากริ้วและส่งคนไปสืบสวนทันที ทำไมและเหตุใดเมืองบลูเลียนถึงกลายเป็นเมืองแห่งความตายเพียงชั่วข้ามคืน  ขณะเดียวกันเขาส่งคนไปถามพวกคนที่รอดชีวิตถึงเหตุที่เกิดขึ้น

เมื่อการสืบสวนเสร็จสิ้น ซีน่ารู้สึว่าหลายอย่างกำลังจะกลายเป็นเลวร้ายจึงรีบมาที่ปราสาทเลือดมังกรทันที

ภายในปราสาทเลือดมังกร

มีคนหลายคนประชุมรวมกันในปราสาท  ไม่ใช่แค่วอร์ตันและเกทส์, แม้แต่นีน่า,รีเบ็คกา, ลีนาและคนอื่นๆ ก็มาด้วยเช่นกัน ทุกคนรู้สึกว่านี่คือปัญหาที่ยากลำบากและทุกคนมาประชุมพูดคุยกันถึงวิธีคลี่คลายปัญหานี้

“สถานการณ์แปลกมาก ประชาชนเกือบแสนคนในเมืองตายกันหมดเลือดไหลออกจากทวารและไม่มีรอยแผลอื่นบนร่างกาย ตั้งแต่ทารกยันนักรบระดับเจ็ด.. เป็นเหมือนกันหมด” ซีน่ากล่าว

ในช่วงเวลาคืนเดียว ประชาชนทั้งเมืองตายด้วยอาการประหลาดอย่างนั้น

แม้แต่ยอดฝีมืออย่างวอร์ตันและคนอื่นๆก็ยังรู้สึกหนาวยะเยือกในหัวใจพวกเขา

“จากสิ่งที่ข้ารู้นี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่คนทั้งเมืองตายอย่างนี้” ซีน่าพูดอย่างเคร่งขรึม

“โอว?” วอร์ตันมองดูซีน่า

ซีน่ายังคงพูดต่อ “จากสิ่งที่ข้ารู้ เมื่อหนึ่งเดือนมาแล้ว ที่ชายแดนของจักรวรรดิโอเบรียนมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพวกเขาเช่นกัน เพียงคืนเดียวผู้คนในเมืองตายกันหมด อย่างไรก็ตามเพราะเรื่องไม่ได้เกิดภายในเขตแดนของจักรวรรดิเราข้าจึงไม่ได้สนใจมากนัก”

พ่อบ้านแอชลี่ย์ขมวดคิ้ว “เหตุการณ์นี้แปลกมาก  ตัวอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชาวเมืองบลูเลียนตั้งแสนคน และทำไมถึงมีคนรอดเพียงไม่กี่สิบคน?”

“ใช่แล้ว, ทำไมถึงมีคนรอดเพียงไม่กี่สิบคน?”  ซาสเลอร์เองรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องน่าสงสัยมาก

ถ้าเป็นนักสู้ที่ทรงพลังมากใช้วิชาเวทต้องห้ามบางอย่างที่ไม่รู้จักเพื่อฆ่าพวกเขา  ทุกคนที่อยู่ในรัศมีเวทน่าจะต้องตายไปด้วย  แม้ว่าจะมีคนโชคดีไม่กี่คน ผู้รอดชีวิตน่าจะเป็นตัวนักสู้ที่ทรงพลังเอง  แต่ผู้โชคดีรอดชีวิตกลับเป็นสามัญชนธรรมดา

“นอกจากนี้ยังไม่มีการทำความเสียหายให้กับอาคารที่อยู่อาศัยแม้แต่น้อย”  ซีน่ากล่าวต่อ

ทุกคนในห้องประชุมสับสน

“ข้าใช้คนไปสืบดู แต่เราไม่สามารถหาร่องรอยอะไรพบเลย” ซีน่าละอาย  “โอว..จริงสิ  มีคนธรรมดาหลายสิบคนที่รอดชีวิตมาได้”

ทุกคนในห้องประชุมหันไปมองซีน่าทันที

“ผู้โชคดีรอดตายเหล่านั้นจะอยู่ในพื้นที่ยากต่อการเข้าถึงตัวอย่างเช่น มีผู้โชคดีรอดตายครึ่งหนึ่งถูกขังลึกอยู่ในคุกเมืองบลูเลียนส่วนคนอื่นๆ ทุกคนจะอยู่ในใต้ดินหรือไม่ก็พื้นที่ยากเข้าถึง”  ซีน่าอธิบาย

“พื้นที่ยากเข้าถึง.. ดังนั้นพวกเขาเลยไม่ตาย?”  ซาสเลอร์พยักหน้า  “บางทีนี่ไม่ใช่เวทมนต์ก็เป็นได้  ที่สำคัญคือ เวทจะสามารถครอบคลุมได้ทั้งเมืองไม่ต้องสนใจว่าจะเป็นพื้นที่ยากเข้าถึงหรือไม่”

“ข้าขอเสนอว่าเราควรขอความช่วยเหลือจากลอร์ดลินลี่ย์”  ซาสเลอร์ถอนหายใจ

“ลอร์ดลินลี่ย์?” สายตาของวอร์ตันและคนอื่นเป็นประกาย

ถ้าลินลี่ย์ออกมาพวกเขาจะรู้สึกมั่นใจกับการปรากฏตัวของผู้นำเขาและคงไม่อยู่ในสภาพยุ่งเหยิงเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น

“ใช่แล้วในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นมากมายตัวอย่างเช่นสงครามเข้าสู่สภาวะชะงักงัน หรือสองศาสนาลึกลับใหม่ปรากฏขึ้นในจักรวรรดิของเรา หรืออย่างเมืองมรณะนี้..”  ซาสเลอร์พูดรวดเดียว

“ข้าเห็นด้วยว่าเราควรพูดกับพี่ใหญ่ของข้า”  วอร์ตันพยักหน้า

หน้าของลีนามีรอยยิ้ม “ถ้าพี่ใหญ่ลีย์ออกมา เรื่องนี้จะคลี่คลายได้ง่ายอย่างแน่นอน  พี่ใหญ่ลีย์ฝึกฝนมานานถึงห้าปีแล้วข้าสงสัยว่าตอนนี้พี่ลีย์บรรลุไปถึงระดับใดแล้ว”

หน้าของทุกคนมีรอยยิ้มเมื่อพวกเขาพูดถึงลินลี่ย์

ที่สำคัญ วอร์ตัน เกทส์และซาสเลอร์ทำหน้าที่เป็นตัวแทนกลุ่มและเดินไปที่ประตูทางเข้าห้องฝึก

“รอสักครู่” ร่างของวอร์ตันคลุมไปด้วยชั้นปราณ และจากนั้นเขาเดินตรงเข้าไปในห้องมิติ

ครู่ต่อมา

“แครก  แครก” ชั่วเวลาต่อมาวอร์ตันและลินลี่ย์ที่อยู่ในชุดยาวสีฟ้าและผมยาวสยายเดินผ่านกระแสพลังโจมตีออกมา  ซาสเลอร์ เกทส์ เมื่อเห็นลินลี่ย์รู้สึกสบายใจมากขึ้นทันที

“เกทส์, ซาสเลอร์ เกิดอะไรขึ้นกับทุกคนหรือถึงต้องเร่งรีบมาหาข้า?” ลินลี่ย์พูดพลางยิ้ม

จบบทที่ ตอนที่ 12-16 ห้าปี

คัดลอกลิงก์แล้ว