เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-24 โอลิเวอร์ปะทะเฮนด์เซน

ตอนที่ 9-24 โอลิเวอร์ปะทะเฮนด์เซน

ตอนที่ 9-24 โอลิเวอร์ปะทะเฮนด์เซน


วันที่ 4 พฤษภาคมปียูลานที่ 10009 คืนนี้อาจรับรองได้ว่าเป็นอะไรก็ได้  แต่ก็ยังเป็นคืนปกติ  ประชาชนหลายคนในเมืองหลวงไม่สามารถหลับตาลงได้และออกมาที่นอกเมืองแทน  คืนนี้ท้องฟ้าไร้ดวงดาวไม่มีแสงจันทร์ มีแต่เมฆหนาปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

ชาวเมืองหลวงมากมายพากันถือโคมออกมาเป็นกลุ่มละสามบ้างห้าบ้าง พวกเขารอคอยชมการต่อสู้ที่มาถึง

“เฮ้, น้องสามเจ้าคิดว่าท่านโอลิเวอร์และท่านเฮนด์เซนจะประลองกันตรงจุดไหน? ตอนนั้นเมื่อท่านโอลิเวอร์ท้าประลองท่านเฮนด์เซน เขาไม่ระบุให้ชัดเจนว่าพวกเขาจะสู้กันที่ใดพวกเขาเพียงแต่บอกว่าสู้กันนอกเมือง แต่เป็นนอกเมืองประตูตะวันออกหรือประตูตะวันตก หรือประตูใต้หรือว่าประตูเหนือ?”

“ใครจะไปรู้? เราไม่มีทางเลือกได้แต่รออยู่เงียบๆ”

คำถามนี้กวนใจใครๆหลายคน  หลายคนมาจากเมืองต่างๆนอกจากคนกลุ่มน้อยที่ไม่สนใจอะไร และพวกนักเวทจำนวนหนึ่ง หลายๆ คนส่วนใหญ่มากันผู้คนเกือบครึ่งเมืองมาดูการประลองนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวจากเมืองต่างๆ เข้ามาสมทบ  วันนี้จึงมีผู้คนอยู่ที่นี่เป็นล้าน

ผู้คนรวมกลุ่มอยู่ด้านนอกประตูเมืองทั้งสี่ของเมืองหลวง

ไม่มีใครรู้ว่าการประลองจะใช้ที่ใด

คนกลุ่มใหญ่ที่อยู่คฤหาสน์ท่านเคานท์ก็ออกไปเช่นกันเป็นปกติ แต่กลุ่มของลินลี่ย์สามารถบอกได้ว่าการประลองจะเกิดขึ้นที่ใด  ทั้งนี้เป็นเพราะ.. เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนตั้งใจกระจายรัศมีของเขา

เซียนดาบจ้าวภูผาและโอลิเวอร์ไม่ได้บอกชัดเจนว่าการประลองจะเกิดขึ้นที่ใด

ดังนั้น เฮนด์เซนเซียนดาบจ้าวภูผาจึงเลือกมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำแชนน์ซึ่งอยู่ตอนเหนือของเมืองหลวง เขายืนอยู่ในอากาศเหนือแม่น้ำซึ่งถ้าวัดส่วนกว้างที่สุดก็กว้างหลายร้อยเมตร  อย่างไรก็ตามในเรื่องความยาวไม่อาจเทียบได้กับแม่น้ำยูลานเลย และแม่น้ำแชนน์ความจริงจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำยูลานในที่สุด

พวกเซียนมีความรู้สึกไวต่อรัศมีของเซียนอื่นมาก

ถ้ามีการต่อสู้ของเซียนเกิดขึ้นในที่เฉพาะเจาะจง  เซียนที่อยู่ห่างออกไปเป็นร้อยๆกิโลเมตรก็จะรู้สึกได้ ลินลี่ย์ไม่ได้อยู่ในร่างแปลงแต่เพราะแฮรุและบีบีทั้งคู่สามารถรู้สึกได้ถึงรัศมีของเฮนด์เซนได้

“เหนือแม่น้ำแชนน์ ทางเหนือของเมือง ไปกันเลยการประลองจะเกิดขึ้นที่นั่น ท่านเฮนด์เซนอยู่ที่นั่นแล้ว” ประกาศแจ้งนี้กระจายไปทั่วเมืองราวกับพายุและลามไปถึงประชาชนด้านใต้ ตะวันออกและตะวันตกของเมืองแต่ละด้าน

ประชาชนเป็นล้านที่ชุมนุมอยู่ในที่นั้นเทกันไปที่ด้านทิศเหนือราวกับสายน้ำหลาก

ประชาชนมากมายมหาศาลเดินข้ามเมืองตรงไปที่ทิศเหนือ  ที่สำคัญ มีคนอยู่ที่นี่มากเกินไป  ถ้าพวกเขาเดินกันจนเต็มถนนของเมืองหลวงก็จะแออัดมากเกินไป

“ที่นี่มีผู้คนมากมายจริงๆ”  ลินลี่ย์ วอร์ตัน บาร์เกอร์และคนอื่นๆจ้องมองดูภาพข้างหน้าด้วยความตกใจ

คนเกินกว่าล้านกำลังยืนอยู่สองข้างฝั่งแม่น้ำแชนน์  ผู้ชมแปดหมื่นคนในสนามประลองว่าดูเหมือนทะเลผู้คนแล้วแต่ผู้ชมที่เพิ่มอีกเป็นล้านเหล่านี้เป็นภาพที่ดูน่ากลัวจริงๆ

ทั้งสองฝั่งแม่น้ำแชนน์เต็มไปด้วยผู้คน

ส่วนที่แย่ที่สุดก็คือ...

ผู้คนยังคงทยอยมาถึงจากทิศตะวันออกตะวันตกและทิศใต้ของเมือง เหมือนกับมวลน้ำที่หลากไหลเข้ามาท่วมต่อเนื่องประชาชนที่นี่มีแต่จะเพิ่มขึ้น

“คนมากมายนัก เฮ้อ.. โอลิเวอร์นั่น...ทำไมเขาต้องยืนยันจะประลองให้ได้ในอีกสามเดือนด้วย?  ถ้าเป็นครึ่งเดือนผู้คนจากหัวเมืองอื่นคงไม่สามารถมาได้ทัน สามเดือน... แม้แต่คนจากมณฑลพายัพก็ยังมาทันเวลาสบายๆ” ฮิลแมนส่ายศีรษะ

ซาสเลอร์ได้แต่หัวเราะ  “ยิ่งคนมากขึ้นก็ยิ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่ากลัว”

ดูเหมือนซาสเลอร์มองภาพนี้อย่างที่เห็นภาพทหารผีอมตะจำนวนเป็นล้านของเขา  ร่างทหารผีอมตะเป็นล้านของเขานับเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อ

“ที่สำคัญอื่นหมดก็คือเราจะไปให้ถึงด้านหน้าได้ยังไง?  เราจะทำได้แต่ดูอยู่ห่างๆเท่านั้นหรือ?” เมื่อเห็นว่าข้างหน้ามีคนหนาแน่นเพียงไหน พ่อบ้านแอชลี่ย์ไม่กล้าเบียดตัวเข้าไป

เกทส์พูดอย่างดีใจ  “ง่ายมาก ให้เราห้าพี่น้องเบิกทางให้เอง”

เนื่องจากโครงร่างของพวกเขาใหญ่จึงสามารถเบียดตัวไปข้างหน้าได้

“ไม่ต้องเร่งพวกเจ้าไม่สังเกตหรือว่าทหารของจักรพรรดิโจฮันน์ยังมาไม่ถึง?”  ลินลี่ย์หัวเราะ เพียงชั่วเวลานั้นเอง ทหารจากกองทัพได้จัดตั้งขบวนเรียบร้อยและกำลังเดินอยู่ในทางของพวกเขา

ที่นี่มีสามัญชนเป็นล้านและมีทหารไม่น้อยกว่าแสน

แต่เนื่องจากพวกเขาตั้งขบวนหนาแน่นสวมเกราะสะท้อนแสง พวกทหารสร้างความหวั่นเกรงและกดดันต่อพวกสามัญชนได้

“โฮกกกก!”  “กรรรรรร!”

ผู้ชมนับล้านมีอสูรเวทที่อยู่ในระดับของเขาด้วยเช่นกันบางตัวก็เชื่องเพราะความแข็งแกร่งของยอดฝีมือ เสียงร้องของอสูรเวทสามารถได้ยินเช่นกัน พอๆกับเสียงระเบ็งเซ็งแซ่สนทนาของพวกมนุษย์

เป็นฉากภาพที่ดูวุ่นวายยิ่งนัก

“เงียบ!”

เสียงที่ทรงพลังของคนผู้หนึ่งดังขึ้น  “ทุกท่านที่อยู่บนเรือในแม่น้ำแชนน์,  ขอให้ขึ้นฝั่งโดยด่วน!  ถ้าพวกท่านยังอยู่ที่แม่น้ำระหว่างที่ท่านเฮนด์เซนกับท่านโอลิเวอร์ต่อสู้กันมีโอกาสสูงที่เรือของพวกท่านจะถูกคลื่นกวาดหายอับปาง  ผู้คนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแชนน์ทุกท่านขอให้ขยับถอยออกไปสิบเมตร!  ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาใกล้ฝั่งแม่น้ำ  ทหารจะปฏิบัติตามคำสั่งอยู่ตรงนี้!”

ทหารประจำเมืองหลวงเริ่มจัดระเบียบคนดู

ระดับบนของจักรวรรดิไม่กล้าประมาท  ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ กับคนเป็นล้านๆ ก็คงเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรง การประลองกันระหว่างเซียนทั้งสองคนเป็นโอกาสบันเทิง พวกเขาไม่ยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมได้

“ท่านวอร์ตัน, ท่านลินลี่ย์ เชิญมากับเรา”  ทหารสองคนเดินมาหาพวกเขา

ลินลี่ย์กับวอร์ตันได้แต่ยิ้มให้กัน

จักรพรรดิโจฮันน์ทำข้อตกลงไว้ก่อนแล้ว  หลังจากผู้ชมเหล่านั้นถอยออกมาสิบเมตรพวกขุนนางของจักรวรรดิจะอยู่ด้านหน้า แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ไปถึงชายฝั่งแม่น้ำ แต่ด้วยแม่น้ำที่กว้างหลายร้อยเมตรถือว่ายังมีพื้นที่กว้างขวางพอให้เซียนทั้งสองได้ประลองกัน

นอกจากนี้นักสู้ระดับเซียนทั้งสองนี้จะประลองกันกลางอากาศ

พวกขุนนางได้รับการจัดที่ไว้แล้วแนวยาวตามฝั่งแม่น้ำแชนน์ จุดชมดูที่ดีที่สุด  พวกเขาเตรียมดูการแสดงที่น่าทึ่งนี้  สามัญชนของจักรวรรดิเมื่อเห็นเช่นนี้ไม่อาจโกรธได้

มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างชนชั้นขุนนางกับสามัญชน

พวกที่สามารถเป็นขุนนางได้ล้วนแต่มีพรสวรรค์กันทั้งนั้นหรือผู้ที่มีคุณูปการกับประเทศชาติ ตราบใดที่ท่านมีความสามารถ ท่านสามารถเป็นขุนนางได้ สามัญชนของจักรวรรดิจะยกย่องชื่นชมขุนนางอย่างมาก  และพวกเขาก็ปรารถนาจะรับราชการบ้างเช่นกัน

ลมราตรีเย็นยะเยือก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้ฝั่งแม่น้ำ  ลมราตรีทำให้ขุนนางหลายคนต้องใช้ชุดคลุม

ฝั่งแม่น้ำแต่ละด้านจุดไฟสว่างไสวไปตลอดลำน้ำแชนน์  อย่างไรก็ตามในอากาศเหนือแม่น้ำแชนน์  เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนยืนอยู่กับที่ตามลำพังกลางอากาศ โอลิเวอร์ยังไม่ปรากฏตัว

“อาจารย์ลินลี่ย์, ทำไมโอลิเวอร์ยังไม่ปรากฏตัว?” จักรพรรดิโจฮันน์ตรัสกับลินลี่ย์ที่ตอนนี้อยู่ข้างพระองค์

จักรพรรดิโจฮันน์ขอร้องเป็นการส่วนพระองค์ให้ลินลี่ย์มานั่งข้างเขา  เหตุผลแรกก็คือเพราะเขาต้องการเสริมสร้างสัมพันธ์กับลินลี่ย์  ประการที่สอง เพราะอยู่ข้างลินลี่ย์เขาจะปลอดภัยขึ้นขณะดูการประลองของเซียนทั้งสอง

“อย่าเพิ่งใจร้อน ฝ่าบาท”  ลินลี่ย์ “เฮนด์เซนเองก็ยังรออย่างอดทน ฝ่าบาท, พระองค์ต้องรออย่างเงียบๆ”

“ก็จริง” จักรพรรดิโจฮันน์ยิ้มและพยักหน้า

ในอากาศเหนือแม่น้ำแชนน์เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนยืนอยู่ เขาสวมชุดสีเทาเรียบง่าย และสะพายดาบหนักสีน้ำตาลอยู่บนหลัง เขายังหลับตา

ทันใดนั้น...

เฮนด์เซนลืมตาและจ้องมองทางทิศตะวันออก ร่างพร่าเลือนของมนุษย์ร่างหนึ่งกำลังบินมาทางอากาศด้วยความเร็วสูง ในพริบตาร่างมนุษย์ร่างที่สองก็มาถึงกลางอากาศเหนือแม่น้ำแชนน์

เป็นโอลิเวอร์กับกระบี่เงาแสงและกระบี่อัคนีสะพายอยู่ที่หลังของเขา  วันนี้โอลิเวอร์อยู่ในชุดยาวสีดำ  เขามองดูลึกลับมากและผมสีขาวของเขาพริ้วสะบัดตามสายลม

“ท่านโอลิเวอร์มาถึงแล้ว!”

ผู้คนนับล้านที่รออย่างอดทนส่งเสียงดีใจทันทีคลื่นเสียงกระหึ่มไปทั้งท้องฟ้าจนผิวแม่น้ำแชนน์กระเพื่อม ทุกคนคงนึกภาพออกว่าคนเป็นล้านตะโกนดีใจพร้อมกันเสียงจะดังเพียงไหน

“จำนวนคนมากมายขนาดนั้นน่ากลัวจริงๆ”  วอร์ถอนหายใจด้วยความรู้สึกทึ่ง

ลินลี่ย์หัวเราะ

ในอากาศเหนือพวกเขาโอลิเวอร์และเฮนด์เซนไม่ได้รับผลกระทบแม้สักนิด พวกเขาจ้องกันและกันกลางอากาศ  โดยโอลิเวอร์แสดงให้เห็นรังสีต่อสู้

“เฮนด์เซน,ไม่มีทางที่ข้าจะยั้งมือในการประลองของเราวันนี้ ถ้าข้าพลั้งมือฆ่าท่าน ท่านอย่าได้ตำหนิโทษข้า”  โอลิเวอร์พูดอย่างเย็นชา

เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนหัวเราะและมองดูโอลิเวอร์อย่างใจเย็น  “ถ้าเจ้าสามารถฆ่าข้าได้  งั้นก็ฆ่าได้เลย  ข้าจะไม่ตำหนิเจ้าแน่นอน”

คำพูดเหล่านี้จากเซียนที่แข็งแกร่งทรงพลังทั้งสองทำให้ผู้ชมตื่นเต้นจนตัวสั่นกันหมด  โอวสวรรค์ นี่จะเป็นการประลองเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายระหว่างเซียนที่ทรงพลังหรือนี่?

การประลองระหว่างเซียนทั้งสองนี้ไม่ใช่การประลองของเซียนธรรมดา  คนหนึ่งเป็นเซียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเซียนดาบจ้าวภูผา อีกคนหนึ่งเซียนกระบี่อัจฉริยะผู้ที่วันนี้จะมาแก้มือล้างอายจากความพ่ายแพ้เมื่อหกปีก่อน  การสู้รบครั้งนี้จะทำให้ทุกคนตื่นเต้น

หลังจากเสียงเรียกด้วยความตื่นเต้นนับไม่ถ้วนแล้ว  ทุกคนก็อยู่ในความเงียบ

ในคนนับล้านๆที่ปรากฏอยู่นี้ ไม่มีสักคนเดียวที่ส่งเสียง สิ่งเดียวที่สามารถได้ยินก็คือเสียงวิ่งของสัตว์ในสนามและเสียงลมพัดหวีดหวิว

“วันนี้ ข้าต้องได้เห็นอะไรดีๆ จากคนทั้งสองนี้”  ตาของลินลี่ย์แหลมเป็นประกายเหมือนสายฟ้าและนอกจากนี้  สายลมรอบๆก็ยังเป็นใจกับสายตาของเขา  แม้ว่าจะมีความมืดยามราตรี  แต่เขาสามารถเห็นทุกอย่างในอากาศได้ชัดเจน  คนทั้งสองยืนอยู่ในอากาศเหนือพื้นหลายร้อยเมตร

ตามสิ่งที่เทพสงครามบอก  ถ้าลินลี่ย์สามารถเอาชนะเฮนด์เซนได้ นั่นหมายความว่าเขามีคุณสมบัติรู้ความลับของดินแดนทวีปยูลาน  เฮนด์เซนยังคงเป็นผู้ฝึกฝนกฎธรรมชาติของธาตุดิน เป็นธรรมดาที่ลินลี่ย์จะต้องสังเกตการต่อสู้ครั้งนี้อย่างระมัดระวัง

สำหรับโอลิเวอร์...ลินลี่ย์รู้สึกได้ว่าโอลิเวอร์เป็นคู่แข่งที่ทรงพลัง

ไม่ใช่แค่ลินลี่ย์

บลูเมอร์ เคนยอนคาสโตรและศิษย์ส่วนตัวคนอื่นของเทพสงครามก็มาดูการประลองครั้งนี้เช่นกัน ที่สำคัญเนื่องจากพลังของเฮนด์เซน  แม้แต่ในวิทยาลัยเทพสงครามก็มีแต่เพียงศิษย์ที่ฝึกมาเป็นพันปีเท่านั้นจึงจะสามารถเอาชนะเขาได้

“หกปีที่แล้ว ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านแม้แต่น้อย แต่วันนี้...” โอลิเวอร์หัวเราะอย่างเยือกเย็น เขาชักกระบี่อัคนีสีดำสนิทออกมาจากด้านหลัง

“เจ้าจะเริ่มต้นด้วยกระบี่อัคนีเลยใช่ไหม?”  เฮนด์เซนยิ้ม แต่จากนั้นหน้าของเขา ค่อยๆ เคร่งขรึม เขาไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ไม่ได้ชักดาบของเขา

หน้าของโอลิเวอร์กลายเป็นเย็นชา

“โอว? หกปีที่แล้ว ท่านยังไม่ได้ชักดาบท่านยังคิดว่าท่านไม่จำเป็นต้องชักดาบเพื่อเอาชนะข้าได้หรือ?”  โอลิเวอร์กล่าวอย่างเย็นชา

“ถ้าเจ้ามีความสามารถ  อย่างนั้นก็บังคับให้ข้าชักดาบเถอะ”  เฮนด์เซนพูดอย่างใจเย็น ขณะเดียวกันระลอกคลื่นปราณยุทธสีเหลืองน้ำตาลรอบตัวเฮนด์เซนทำให้เขาดูเหมือนอิงอยู่ในคลื่นธาตุดิน

ทั้งสองแยกห่างกันหลายร้อยเมตร  เป็นธรรมดาอยู่เองที่ต้องพูดกันเสียงดัง

ผู้ชมจำนวนเป็นล้านทั้งหมดได้ยินคำพูดของพวกเขาได้ชัดเจน  พวกเขาตะลึง เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนผยองจนไม่ยอมชักดาบ

“เฮนด์เซนผู้นี้บางทีไม่รู้ว่ากระบี่อัคนีของโอลิเวอร์แฝงพลังโจมตีวิญญาณควบคู่กับการโจมทางกายหยาบด้วย”  ลินลี่ย์ไม่พูดอะไร

สำหรับเฮนด์เซนเมื่อกล้าใช้วิธีเช่นนั้นก็หมายความว่าคงมีเหตุผลพอจะมั่นใจ ลินลี่ย์ไม่ต้องการให้เฮนด์เซนถูกโอลิเวอร์ฆ่าในกระบี่เดียว  นั่นคงเป็นเรื่องน่าขันเกินไป

แสงสีขาวเจิดจ้ากระจายออกเต็มท้องฟ้าเหมือนความฝัน แสงขาวที่กระพริบแต่ละครั้งจะปรากฏร่างของโอลิเวอร์ในท้องฟ้า  ในพริบตาก็มีร่างโอลิเวอร์ 108ร่างปรากฏอยู่ในกลางอากาศ

“ใช้เคล็ดวิชาแบบนี้เองหรือ?  โอลิเวอร์ เจ้าไม่รู้หรือว่าวิชาแบบนี้ไม่มีประโยชน์จะใช้ป้องกันข้า?”  เฮนด์เซนยืนอยู่กับที่ในกลางอากาศอย่างใจเย็นและตรึงรัศมีของเขาไว้

“จริงหรือ?”

โอลิเวอร์หัวเราะอย่างเย็นชา  สิ่งประหลาดก็คือ ร่างทั้ง 108นั้นของโอลิเวอร์เคลื่อนไหวพร้อมกัน พุ่งเข้าใส่เซียนดาบจ้าวภูผาพร้อมกัน

เฮนด์เซนยืนอยู่ที่เดิมบางคราวก็ก้าวหนึ่งก้าว

ก้าวหน้าหนึ่งก้าวก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก้าวซ้ายหนึ่งก้าวและก้าวขวาหนึ่งก้าว แต่ทุกก้าวทำให้เขาเคลื่อนไปได้หลายสิบเมตรหลบทุกการโจมตีของโอลิเวอร์ได้อย่างง่ายดาย

ในเรื่องความเร็วเฮนด์เซนไม่ได้ช้ากว่าโอลิเวอร์แม้แต่น้อย

“ท่านจะเอาแต่หลบจริงๆ หรือ?”  โอลิเวอร์ตะโกนด้วยความโกรธ

“ต่อให้ข้าสู้กับเจ้าตรงๆ เจ้าจะทำอะไรได้?”  เสียงเยือกเย็นของเฮนด์เซนดังขึ้นจากนั้นเขากลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม และจากนั้นเขารั้งรัศมีสีธาตุดินกลับมาแนบระดับร่างกาย

“วืดดด”

ร่างทั้ง 108ของโอลิเวอร์ผสานรวมเป็นหนึ่ง ร่างของโอลิเวอร์ปกคลุมไปด้วยรัศมีดำหม่นเยือกเย็นซึ่งดูเหมือนจะกลืนแสงรอบตัวเขาได้ทั้งหมด   หน้าของโอลิเวอร์ไม่อาจมองเห็นได้ชัด

“หืม?” ลินลี่ย์ประหลาดใจ

ธาตุลมไม่สามารถเข้าไปใกล้โอลิเวอร์ได้

“วืดดด”

รังสีดำแหวกอากาศพุ่งโจมตีเฮนด์เซนโดยตรง  เฮนด์เซนยืนอยู่กับที่โดยไม่ขยับแค่ใช้หมัดขวาต่อยออกไปง่ายๆ

“บึ้ม!”เสียงระเบิดกำแพงเสียงดังได้ยินชัด

หมัดที่กระแทกลงด้วยน้ำหนักดังภูผาตรึงอากาศโดยรอบสถานที่

“บึ้ม!!!”

ในที่สุดโอลิเวอร์ก็ปรากฏตัว  กระบี่อัคนีของเขาฟันใส่หมัดของเฮนด์เซน  เมื่อเฮนด์เซนต่อยออกไปโอลิเวอร์ไม่พยายามจะหลบ กลับกระแทกกระบี่ของเขาต้านปะทะตรงๆ   พลังที่น่ากลัวจากหมัดผ่านกระบี่อัคนีและด้วยเสียงที่น่าสะพรึงกลัวแขนขวาของโอลิเวอร์บิดในลักษณะแปลกประหลาด และเขาถูกกระแทกปลิวออกไปเพราะพลังหมัดนั้น

สำหรับเฮนด์เซนยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ

“เฮนด์เซน... ดูเหมือนจะลำบากแล้ว”  ลินลี่ย์มองดูเฮนด์เซนอย่างระมัดระวัง

จบบทที่ ตอนที่ 9-24 โอลิเวอร์ปะทะเฮนด์เซน

คัดลอกลิงก์แล้ว