เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-25 ยืดหยุ่นดั่งเสาศิลา

ตอนที่ 9-25 ยืดหยุ่นดั่งเสาศิลา

ตอนที่ 9-25 ยืดหยุ่นดั่งเสาศิลา


“ตูม!”

โอลิเวอร์ร่วงจากท้องฟ้าตกลงปะทะผิวแม่น้ำ  เกิดสายน้ำฉีดพุ่งขึ้น

“พี่ใหญ่!”  บลูเมอร์มองดูอยู่ที่ริมฝั่ง ร้องคำรามลั่นขณะเดียวกันก็วิ่งตรงไปตำแหน่งที่โอลิเวอร์ร่วงตกลงไป

ผู้ชมจำนวนเป็นล้านมีมากเกินไป หลายคนที่อยู่ห่างฝั่งมากไม่สามารถเห็นโอลิเวอร์และเซียนดาบจ้าวภูผาสู้กัน พวกเขาทำได้แต่เพียงแต่พยายามฟังสิ่งที่คนข้างหน้าคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น  คนดูเป็นล้านเริ่มส่งเสียงพึมพำทันที

ความต่างชั้นกันระหว่างคนทั้งสองมีมากเกินไป!

ที่สำคัญเฮนด์เซนยังคงยืนอยู่กับที่เหมือนกับว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

“อาจารย์ลินลี่ย์, โอลิเวอร์แพ้แล้วหรือ?” จักรพรรดิโจฮันน์ตรัสกับลินลี่ย์ที่อยู่ข้างพระองค์อย่างสงสัย

“ยังคงเร็วเกินไปที่จะสรุปออกมา” ลินลี่ย์ยังคงจ้องมองเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนที่ไม่ยอมขยับอยู่ในกลางอากาศ  ลินลี่ย์บอกกับตัวเอง  “ข้าสงสัยจริงว่าเกิดผลอะไรกับเฮนด์เซนแน่หลังจากเขารับการโจมตีโดยตรง”

เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนกำลังรู้สึกอึดอัดมากในตอนนี้

เขามั่นใจมากในพลังป้องกันของเขาเขาเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทวีปยูลานมาหลายศตวรรษแล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่พบว่าพลังป้องกันของใครจะแข็งแกร่งกว่าของเขา ความจริงปราณยุทธของกระบี่อัคนีไม่ได้ล่วงผ่านพลังป้องกันของเขามาได้เลยสักนิด

อย่างไรก็ตาม...

เมื่อกระบี่อัคนีปะทะกับหมัดของเขาโดยตรงพลังงานแปลกประหลาดทะลวงผ่านการป้องกันของเขาและโจมตีใส่วิญญาณของเขาโดยตรงผ่านแนวป้องกันและแทงเข้าไปในวิญญาณของเขา

เขารู้สึกมึนงง  และศีรษะของเขาเจ็บปวดมากปานว่าจะขาดจากกัน

“สมกับเป็นเซียนกระบี่อัจฉริยะจริงๆ  เขาพัฒนาวิชาโจมตีจิตวิญญาณนี่เอง”  หลังจากนั้นชั่วครู่  เฮนด์เซนก็ฟื้นคืนสู่อาการปกติ “คนหนุ่มอายุยังไม่ถึงห้าสิบปีสามารถพัฒนาวิชาโจมตีได้ถึงขนาดนั้นเชียว”

เฮนด์เซนไม่ได้พบกับพลังโจมตีแบบนี้มานานแล้ว!

พลังโจมตีวิญญาณตามปกติไม่ได้มีแบบเฉพาะอย่างนั้น

ตัวอย่างเช่นศิษย์คนโตของเทพสงครามเฟนซึ่งลินลี่ย์ได้พบก็ทำให้ลินลี่ย์หมดสติได้โดยใช้สายฟ้าโจมตีลินลี่ย์  ทำให้ลินลี่ย์ต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูตัวเอง  นี่ก็เช่นกันเป็นการโจมตีส่วนวิญญาณ

ตัวอย่างเช่นเทพสงครามแค่ใช้เสียงพูดก็ทำให้ผู้คนสั่นสะท้านวิญญาณได้

หลักการพื้นฐานภายใต้การโจมตีวิญญาณนั้นง่ายมาก  แค่ใช้พลังจิตเพื่อสร้างพลังโจมตี  จากนั้นใช้กับจิตวิญญาณของคู่ต่อสู้

พูดง่ายก็คือมันคือพลังจิตโจมตี

แต่แม้ว่าจะเป็นทฤษฎีง่ายๆ  แต่ก็ฝึกได้ยากมาก  นี่เป็นเพราะพลังจิตกล่าวโดยทั่วไปก็คือมันอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นเหมือนปุยฝ้าย  เพื่อสร้างพลังจิตโจมตีนักสู้ก็ต้องเปลี่ยนสำลีให้เป็นมีดคมได้และใช้มันแทงลงไปในวิญญาณของคู่ต่อสู้

แม้ว่าเซียนเกือบทั้งหมดจะมีความสามารถกระจายพลังจิตของพวกเขาได้ก็ตาม  แต่ถ้าใช้โจมตีเล่า? แปลงสำลีให้เป็นมีด?

ยาก!

แต่แม้ว่าจะยากก็ตามยอดฝีมือระดับสูงเหล่านั้นที่ฝึกสมาธิเพ่งถึงกฎธาตุมาเป็นเวลานานก็สามารถบรรลุถึงระดับนั้นได้ เฮนด์เซนก่อนหน้านี้ก็เคยประสบกับการโจมตีทางวิญญาณแบบนี้มาก่อน

“พลังจิตของโอลิเวอร์ยังไม่กล้าแข็งมาก   มีแนวโน้มว่าเป็นระดับเดียวกับจอมเวทระดับแปด  ถ้าเขามีพลังจิตเท่าจอมเวทระดับเก้า  เป็นไปได้ที่ข้าอาจจะต้องบาดเจ็บหนัก  ถ้าเป็นระดับเซียนจอมเวท...”  เฮนด์เซนหัวเราะอย่างใจเย็น

และเวลานั้นเฮนด์เซนมองลงมาที่แม่น้ำแชนน์

แม่น้ำแชนน์กลับคืนสู่ความสงบตามปกติ  แต่โอลิเวอร์ยังไม่ปรากฏตัวออกมา

“โอลิเวอร์ ดูเหมือนเจ้าจะไม่ออกมาจนกว่าเจ้าจะรักษาแขนเสร็จสินะ”  เฮนด์เซนหัวเราะลั่นเสียงของเขาสะท้านฟ้าสะเทือนดิน

“รักษาแขนหรือ?” ลินลี่ย์ขมวดคิ้วรู้สึกประหลาดใจ

“ซูมม!”

สายน้ำพุ่งกระจายจากแม่น้ำและเงาร่างดำเลือนรางพุ่งขึ้นในท้องฟ้าทันทีและกลับมายืนจ้องมองเฮนด์เซนอีกครั้ง แขนขวาของโอลิเวอร์ที่บิด กลับคืนเป็นปกติดังเดิม

โอลิเวอร์หัวเราะเย็นชาขณะมองดูเฮนด์เซน  “รักษาแขนน่ะหรือ?  เฮนด์เซน ต่อให้เจ้าต้องการทำเช่นนั้น เจ้าก็ไม่สามารถทำได้”

“ธาตุประเภทแสงมีความเร้นลับจริงๆนักเวทธาตุแสงระดับสูงบางคนก็สามารถรักษาบาดแผลหายได้ในทันที  อย่างไรก็ตาม...ในเรื่องพลังป้องกันและพลังโจมตี กฎธรรมชาติของธาตุแสงด้อยกว่ากว่ากฎธรรมชาติธาตุดิน”  เฮนด์เซนพูดด้วยความมั่นใจ

กฎธรรมชาติธาตุดิน

ลินลี่ย์ก็ฝึกในกฎธรรมชาติธาตุดินเช่นกัน

“เป็นไปได้ยังไงที่เจ้าจะเข้าใจความลึกลับของกฎธาตุแสง?”  โอลิเวอร์พูดอย่างใจเย็น  “เฮนด์เซน อย่าได้มั่นใจเกินไปนัก เจ้าลิ้มพลังโจมตีของกระบี่ข้าไปแล้วไม่ใช่หรือ”

เฮนด์เซนขมวดคิ้ว

แม้ว่าวิญญาณจะแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อรับพลังโจมตีวิญญาณก็จะต้องได้รับบาดเจ็บบ้างเป็นแน่

“ด้วยความเสียหายของวิญญาณเจ้า  เจ้าจะสามารถใช้พลังได้เต็มร้อยหรือไม่?”  โอลิเวอร์ชักกระบี่เงาแสงด้วยมือซ้าย

เขากวัดแกว่งกระบี่อัคนีด้วยมือขวาและกระบี่เงาแสงด้วยมือซ้าย

“แต่ข้าแตกต่างออกไป  แขนของข้าหัก แต่ตอนนี้ได้รับการรักษาแล้ว ข้าไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย” โอลิเวอร์ควงกระบี่คู่ ชั้นแสงเจิดจ้าครอบคลุมกระบี่เงาแสงของเขาขณะที่รัศมีดำเยือกเย็นกลืนกินแสงได้ครอบคลุมกระบี่อัคนี

ทั้งสองมีพลังตรงกันข้ามสุดขั้ว

“ข้าอยากจะดูซิว่าเจ้าจะจัดการสองพลังสุดขั้วนี้ได้ยังไง!”  ตาของโอลิเวอร์ฉายประกายเย็นชาจากนั้นตัวเขาเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเจิดจ้าเหมือนกับดวงอาทิตย์ ขณะเดียวกันชุดแสงสีดำกระพริบอยู่ในท่ามกลางแสงสว่าง

ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุดของเขา

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยร่างโอลิเวอร์108 ร่างอีกครั้ง

“แคล้ง!” หน้าของเฮนด์เซนเคร่งขรึมเขาชักดาบหนักสีน้ำตาลออกมาจากด้านหลัง

“ฮ่าฮ่า... ในที่สุดเจ้าก็ชักดาบออกมาจนได้”  เสียงหัวเราะของโอลิเวอร์สั่นสะเทือนทั้งฟ้าผู้ชมนับไม่ถ้วนเงียบเสียงกันหมด

ราตรีนี้ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆหนาทำให้สนามต่อสู้มีแสงสลัวมาก ผู้ชมด้านล่างมีความรู้สึกว่าเมฆหนาครึ้มอยู่ใกล้โอลิเวอร์และเฮนด์เซน  ทั้งสองแทบจะสามารถสัมผัสเมฆได้เพียงแค่ยกมือขึ้นเท่านั้น

“บึ้ม บึ้ม!”

คลื่นระเบิดเสียงที่น่ากลัวสามารถได้ยินได้ แต่ละครั้งที่โอลิเวอร์พุ่งผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง  จะมีคลื่นระเบิดเสียงดังสะท้านแก้วหู  พลังคลื่นระเบิดเสียงเหล่านั้นในท้องฟ้ารุนแรงปรากฏเป็นคลื่นแสงวาบ  เปลวไฟพุ่งลงข้างล่างจากแรงอัดกดดัน

ไอพ่นของแรงลมทำให้ผมของทุกคนเริ่มสะบัดยุ่งเหยิง

คนนับไม่ถ้วนจับจ้องมองปรากฏการณ์นี้ หวังว่าพวกเขาจะสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องฟ้าได้ชัดเจน

“แคล้ง แคล้ง!

แต่ละครั้งที่กระบี่คู่ของโอลิเวอร์ปะทะกับดาบหนักสีน้ำตาลของเฮนด์เซน  กระบี่สายธาตุแสงสว่างและสายธาตุมืดทั้งสองระเบิดพลังงานออกมาผสานกันได้อย่างแปลกประหลาดและโจมตีพร้อมกันพร้อมกับแสวงช่องว่างโจมตีของเฮนด์เซน

“คาดไม่ถึงเลยว่าโอลิเวอร์มีการโจมตีในรูปแบบนี้!”  เมื่อเงยหน้ามองดูการต่อสู้ลินลี่ย์อดลอบถอนหายใจไม่ได้

เขาต้องยอมรับว่าโอลิเวอร์เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง  ธาตุแสงกับธาตุมืดมีกฎธาตุที่ตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด แต่โอลิเวอร์ไม่เพียงแต่สามารถฝึกทั้งสองพร้อมกันได้เท่านั้น  เขายังใช้ทั้งสองร่วมกันได้สมบูรณ์แบบ

“ฮ่าฮ่า...”

ด้วยการโจมตีต่อเนื่องติดต่อกัน  เสียงหัวเราะของโอลิเวอร์ก็ดังขึ้น  “เฮนด์เซน, ว่ายังไง,เจ้าจะเอาแต่ป้องกันอย่างเดียวหรือ?  หรือว่าวิญญาณของเจ้าบาดเจ็บจนเจ้าตอบโต้ไม่ได้?”

“บึ้ม!”

เมฆฝนส่งเสียงกระหึ่มดังน่ากลัวขณะที่สายฟ้าแลบแปลบปลาบเหมือนงูและผ่าลงที่พื้นปฐพี  สองสามวินาทีต่อมาฝนก็เริ่มโปรยปราย

ในพริบตา  ก็มีฝนตกไปทั่วพื้นที่

“โธ่เว้ย..ทำไมฝนมาตกเอาตอนนี้?”  ผู้ชมเป็นล้านเริ่มสบถเสียงดัง  ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่มีอุปกรณ์กันฝน  เมื่อจู่ๆ ฝนก็ตกใส่มาทางพวกเขาอย่างนั้นพวกเขาจึงกลายสภาพเป็นเหมือนไก่ที่จมน้ำไปครึ่งตัว  อย่างไรก็ตาม ผู้ชมเหล่านี้ยังคงเงยหน้าจ้องมองการประลองในท้องฟ้าต่อไป

แต่เพราะเม็ดฝนที่ตกหนักทำให้พวกเขาไม่สามารถลืมตาจ้องมองด้านบนได้เต็มที่

น่าสมเพช

หลายคนจำต้องถอดชุดนอกออกมาและพยายามใช้ชุดนอกของพวกเขากันฝนบางส่วน เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้แหงนหน้ามองดูการประลองระหว่างสุดยอดฝีมือทั้งสองนี้ได้ต่อไปเพราะนี่อาจจะไม่มีโอกาสอย่างนี้ไปเป็นร้อยปี แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ฝนที่ตกหนักใส่พวกเขาเหมือนแกล้งขัดขวางพวกเขาไม่ให้เห็นการต่อสู้ในกลางเวหา

ตอนนี้มีน้อยคนมากที่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในท้องฟ้า

แน่นอนว่า ลินลี่ย์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

“อาจารย์ลินลี่ย์ เกิดอะไรขึ้นกับการประลองข้างบนนั้น?”  จักรพรรดิโจฮันน์รีบถามลินลี่ย์  ราชตระกูลยังค่อนข้างสบายเพราะทันทีที่ฝนเริ่มตก ร่มขนาดใหญ่หลายคันถูกนำมาใช้กางทันที

ลินลี่ย์และอีกหลายคนยังคงนั่งตัวแห้งอย่างสบายใต้ร่มกันฝน

“ทูลฝ่าบาท, เฮนด์เซนยังคงตั้งรับอยู่  ขณะที่โอลิเวอร์โจมตีใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง  อย่างไรก็ตาม...ดูเหมือนโอลิเวอร์จะไม่สามารถทำอันตรายเฮนด์เซนได้” ลินลี่ย์ยิ้ม

แต่แม้จะพูดออกไปอย่างนั้นแต่ในใจลินลี่ย์ยังคงประหลาดใจอยู่  “ทุกๆครั้งที่โอลิเวอร์โจมตีจะแฝงพลังจิตโจมตีด้วย เฮนด์เซนจะตกอยู่ในสภาพใดกันแน่?”

ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง

คบเพลิงนับไม่ถ้วนถูกฝนรดดับไปนานแล้ว ตอนนี้ต้องอาศัยเวทส่องสว่างของนักเวทสายธาตุแสงไม่กี่คนเพิ่มแสงสว่างให้กับพื้นที่

“โอลิเวอร์, เจ้าโจมตีเสร็จหรือยัง?”  เฮนด์เซนพูดอย่างใจเย็น

“ว่าไงนะ?” โอลิเวอร์ตะลึงทันที

เป็นไปได้หรือว่าแม้เขาจะโจมตีเป็นเวลานานแล้ว  เขาก็ยังไม่สามารถทำให้เฮนด์เซนบาดเจ็บได้แม้แต่น้อย?  พลังโจมตีวิญญาณเป็นอาวุธลับของเขา

โอลิเวอร์กวัดแกว่งกระบี่สองเล่มในมือยืนจ้องเฮนด์เซนกลางอากาศ

เฮนด์เซนมองดูโอลิเวอร์อย่างสงบ  “เมื่อข้ารับการจู่โจมวิญญาณของเจ้าครั้งแรกข้าบาดเจ็บแน่นอน  แต่หลังจากนั้นเนื่องจากข้าเตรียมรับมือไว้แล้วการโจมตีของเจ้าจึงไม่สามารถทำอันตรายข้าได้แม้แต่น้อย”

“เตรียมรับมือ?”  โอลิเวอร์ตะลึง

เขาป้องการพลังโจมตีที่วิญญาณได้ยังไง?  แม้แต่โอลิเวอร์ก็ยังนึกไม่ออก

“โอลิเวอร์, เจ้าต้องเข้าใจนะ  แม้ว่าพลังโจมตีวิญญาณจะพิเศษ  แต่เจ้าไม่ใช่เป็นคนเดียวที่ใช้ได้  ยังมีคนอีกมากในประวัติศาสตร์ทวีปยูลานที่พัฒนาการจู่โจมทำร้ายที่จิตวิญญาณ และข้าก็เคยกับการโจมตีเช่นนี้มาก่อนเช่นกัน  ที่สำคัญเจ้าเป็นเพียงนักรบคนหนึ่ง  พลังจิตของเจ้ายังอ่อนเกินไป  เป็นไปได้ว่าเจ้ามีระดับพลังจิตเท่ากับจอมเวทระดับแปดเท่านั้น ถ้าเจ้ามีพลังจิตระดับเก้า...อย่างนั้นบางทีเจ้าอาจทำร้ายได้ แม้ว่าข้าจะเตรียมรับมือการโจมตีของเจ้าก็ตาม  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงชัยชนะของข้าในวันนี้คงไม่ได้มาง่ายๆ แน่”

เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนมองดูโอลิเวอร์อย่างใจเย็น

“ว่าไงนะ?!”  โอลิเวอร์พบว่ายากจะยอมรับเรื่องเช่นนี้ได้

เรื่องนี้กระทบจิตใจของเขาอย่างเหลือเชื่อ!

“โอลิเวอร์, เจ้าทำได้น่าประทับใจมาก  บรรลุถึงระดับนี้ได้ก่อนครึ่งศตวรรษ” เฮนด์เซนลูบดาบหนักสีน้ำตาลในมือของเขาอย่างนุ่มนวล  “ตอนนี้, เตรียมรับการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของข้าถือเสียว่านี่เป็นการแสดงการให้เกียรติพลังของเจ้า  ไม่ว่าเจ้าจะเป็นหรือตาย นั่นขึ้นแล้วแต่สวรรค์”

โอลิเวอร์รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่น่าขันมาก

ไม่ว่าเขาจะเป็นหรือตายเหรอ?

“เฮนด์เซน, อย่าลำพองเกินไปนัก  ถ้าเจ้ามีความสามารถก็ลงมือได้เลย  มาฆ่าข้าได้เลย พูดกันพอแล้ว” ร่างของโอลิเวอร์เปล่งแสงขาวเจิดจ้าผสมกับแสงสีดำ

ร่างครึ่งหนึ่งของเขามีแสงสีขาวบริสุทธิ์คลุม  อีกครึ่งหนึ่งเป็นสีดำสนิท

“มาเลย!”  ผมของโอลิเวอร์ที่ดำและขาวสยายกระจายในอากาศ เขาแผ่รังสีไปทุกตำแหน่งและเร่งเร้าพลังกระบี่ทั้งสองในมือจนสูงสุด

เซียนดาบเจ้าภูผาเฮนด์เซนควงดาบหนักสีน้ำตาลมีรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

“นี่คือพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของข้า  ชื่อวิชานั้นก็คือ ทลายโลก ถ้าเจ้าจะต้องตายข้าก็ปรารถนาให้เจ้าตายโดยมีความรู้ว่าตายเพราะอะไร”  เฮนด์เซนลืมไปแล้วว่าพวกที่เรียกว่าอัจฉริยะตายเพราะเขามากี่คนแล้ว

โอลิเวอร์คนที่หกหรือว่าคนที่เจ็ด?

เขาลืมไปแล้ว

แต่เฮนด์เซนรู้ว่าถ้าอัจฉริยะคนหนึ่งตาย  อย่างนั้นพวกเขาก็ไม่สมควรเป็นอัจฉริยะต่อไป

“พี่ใหญ่!”บลูเมอร์ตะโกนใส่ท้องฟ้าสุดเสียง  “ระวังตัวด้วย!”  บลูเมอร์หลั่งน้ำตาเป็นสาย  แต่เนื่องจากฝนที่ตกหนักจึงไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นน้ำตาหรือสายฝน

แม้ว่าฝนจะตกหนักและสายฟ้าลั่น แต่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งก็ยังสามารถได้ยินคำพูดระหว่างนักสู้ทั้งสองคนได้

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของน้องชาย  แม้โอลิเวอร์จะอยู่ภายในรัศมีขาวดำก็ยังยิ้มได้อย่างเต็มหน้า โอลิเวอร์มีรัศมีขาวดำรายล้อมมีสภาพเจิดจ้าแสบตา  สำหรับผู้ชมด้านล่าง โอลิเวอร์ดูเหมือนดาวที่ฉายแสงสว่างอยู่ในท่ามกลางสายฝน

“บึ้ม!”

โอลิเวอร์เคลื่อนไหวทันทีและคลื่นระเบิดเสียงดังขึ้นขณะที่เขากลายสภาพเป็นแนวแสงยาวพุ่งเข้าหาเซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซน

“ฮ่าาาาห์” เฮนด์เซนตวาดเสียงดังอย่างใจเย็น

กระบี่เงาแสงและกระบี่อัคนีดูเหมือนผสานเข้าด้วยกันและแสงดำและแสงขาวบิดเป็นเกลียวเข้าด้วยกัน ขณะที่โอลิเวอร์มีใบหน้าที่ดุร้ายฟันกระบี่ทั้งสองลงขณะใกล้เข้าไปเป็นท่าโจมตีสุดท้าย

แต่ขณะที่เฮนด์เซนตวัดดาบยักษ์ไปข้างหน้า  เหมือนกับว่าจะแฝงไปด้วยอานุภาพทลายโลกทั้งหมด

“ปังงงง!”

เสียงปะทะดังน่ากลัวได้ยินได้  เหมือนกับว่าโลกระเบิด  ขณะเดียวกันสายลมพายุรุนแรงน่ากลัวกวาดไปทั่วทุกตำแหน่ง  เหมือนกับว่าฝนตกหนักใส่แผ่นกัน  มันถูกแรงพลังลมกวาดออกไป

“ตูมมม”  ร่างมนุษย์คนหนึ่งปกคลุมไปด้วยรัศมีดำและขาวสลัวร่วงลงแม่น้ำแชนน์ด้วยความเร็วสูง..และบนผิวแม่น้ำแชนน์มีเลือดมากมายลอยขึ้นมาสามารถเห็นได้

จบบทที่ ตอนที่ 9-25 ยืดหยุ่นดั่งเสาศิลา

คัดลอกลิงก์แล้ว