เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9-23 ชีพจรคุ้มกัน

ตอนที่ 9-23 ชีพจรคุ้มกัน

ตอนที่ 9-23 ชีพจรคุ้มกัน


คฤหาสน์ของเคานท์วอร์ตันตกอยู่ในความเงียบ  ซาสเลอร์อยู่ในห้องฝึก  ขณะที่บาร์เกอร์กับน้องๆและวอร์ตันฝึกฝนอยู่ในลานฝึกกว้างด้านหลังคฤหาสน์ รีเบ็คกา ลีนาและเจนน์กำลังสนทนากับองค์หญิงเจ็ดนีน่า

“เฮ้อ”

หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกวอร์ตันอาบน้ำและเปลี่ยนชุดสะอาดใหม่จนพอใจแล้ว เขาเดินเข้าไปในคฤหาสน์  เขาไม่เคยรู้สึกมีความสุขเหมือนในปัจจุบันนี้มาก่อน

เขาได้อยู่ด้วยกันกับพี่ใหญ่  และกำลังจะได้แต่งงานกับนีน่า  ปู่แอชลี่ย์และฮิลแมนมีความสุขอยู่เงียบๆกับชีวิตของขุนนาง

“ท่านพ่อ ท่านแม่  ถ้าท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่  ท่านจะต้องมีความสุขมากแน่นอน”  วอร์ตันรู้สึกอิ่มเอมใจ  ขณะเดียวกัน เขารู้สึกขอบคุณพี่ใหญ่ลินลี่ย์ผู้นำทุกอย่างนี้มาให้เขา

ลินลี่ย์คือเสาหลักของตระกูล

ถ้าไม่ใช่เพราะลินลี่ย์จักรพรรดิคงจะยกนีน่าให้เขาหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะลินลี่ย์ ในเมืองหลวงนี้ เขาจะเป็นเพียงคนธรรมดาที่อยู่ในหมู่ขุนนาง  อย่างดีที่สุดก็เป็นเพียงอัจฉริยะคนหนึ่ง

วอร์ตันจ้องมองปู่แอชลี่ย์ที่อยู่ห่างๆเขานอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้จิบน้ำผลไม้อย่างสบายอารมณ์

“ปู่แอชลี่ย์ พี่ใหญ่ไปไหนหรือ?” วอร์ตันถามขณะเดินเข้ามา

พ่อบ้านแอชลี่ย์เงยหน้าและยิ้ม  “โอว, วอร์ตัน คุณชายลินลี่ย์ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว”

“เขายังไม่กลับมาอีกหรือ?”  วอร์ตันพยักหน้า

“เจ้าไม่มีอะไรต้องกังวล  พี่ใหญ่เจ้าเป็นเซียนคนหนึ่ง  คุณชายวอร์ตันเจ้าก็ต้องฝึกฝนหนักเช่นกัน” พ่อบ้านแอชลี่ย์หัวเราะเบาๆ

“แน่อยู่แล้ว” วอร์ตันพยักหน้า

“ปู่แอชลี่ย์เดือนหน้าจะมีการประลองระหว่างเซียนดาบจ้าวภูผา ท่านจะไปดูไหม?”  วอร์ตันหัวเราะ

“เป็นเรื่องปกติ ข้าจะพลาดดูการประลองระหว่างเซียนทั้งสองได้ยังไงกัน?”  ดวงตาของพ่อบ้านแอชลี่ย์เป็นประกาย  “เซียนดาบจ้าวภูผาเป็นยอดฝีมือในหมู่เซียน  การประลองคราวนี้จะต้องตื่นเต้นอย่างแน่นอน”

ตาของวอร์ตันยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

“สักวัน ข้าจะต้องเป็นเหมือนพี่ใหญ่, โอลิเวอร์และเฮนด์เซนให้ได้” วอร์ตันตัดสินใจแน่วแน่

จากนั้นเสียงฝีเท้าดังขึ้น

ลินลี่ย์ปรากฏตัวอยู่นอกลานฝึก  เมื่อเห็นพี่ใหญ่ของเขา วอร์ตันรู้สึกอบอุ่นใจเขารีบเข้าไปต้อนรับทันที  “พี่ใหญ่ ท่านไปทำอะไรมาตั้งนานกว่าจะกลับมาได้?  บาร์เกอร์และข้าฝึกฝนเสร็จแล้ว  เรากำลังจะเริ่มมื้อค่ำอีกไม่นานแล้ว”

“ข้าไปพบคนบางคนมา”  ลินลี่ย์หัวเราะ

ลินลี่ย์ไม่บอกน้องชายของเขาเรื่องการเดินทางไปภูเขาเทพสงคราม  เนื่องจากลินลี่ย์เห็นว่าดีที่สุดก็คือไม่ต้องบอกน้องชายเรื่องกิจการของทวีปยูลาน  เมื่อน้องชายของเขาบรรลุระดับเซียนยังมีเวลาอีกมากที่จะบอกเขาในตอนนั้น

ภายในลานฝึกด้านหลังจะเป็นที่อยู่ของลินลี่ย์ซึ่งอยู่ภายในคฤหาสน์  ลานพื้นที่ฝึกฝนมีขนาดใหญ่มาก  แต่วอร์ตัน บาร์เกอร์และน้องๆทั้งหมดก็ต้องการพื้นที่ฝึกฝนมากเช่นกัน ดังนั้น ลินลี่ย์โดยปกติจะฝึกอยู่ในพื้นที่คฤหาสน์ของตนเอง

“วิ้วววว” “วิ้วววว”สายลมพัดใบไม้ที่ร่วงอยู่บนพื้นกระจายและลอยพลิ้วขึ้นไปในอากาศ  ผมของลินลี่ย์โบกสะบัดตามกระแสลม

ลินลี่ย์กวัดแกว่งดาบหนักอดาแมนเทียมมีเพียงปลายดาบสัมผัสเข้ากับพื้น

“เราจัดการสร้างพลังคลื่นชีพจรได้ถึง 128 ชั้นตามจังหวะพลังโจมตีของเคล็ดสัจธรรมแห่งธาตุดิน” ระหว่างห้าปีที่เขาใช้เวลาอยู่หมู่บ้านยอดเมฆ  ลินลี่ย์ก็เชี่ยวชาญพลังคลื่นร้อยชั้นในช่วงปีที่สี่แล้ว

ลินลี่ย์ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วมากเมื่อเขาก้าวหน้าจากตั้งแต่คลื่นสามชั้นเป็นสิบชั้น  จากสิบชั้นไปเป็นร้อยชั้น

แต่หลังจากระดับคลื่นร้อยชั้นไปแล้วระดับความก้าวหน้าของลินลี่ย์ก็เริ่มตกลง แม้ว่าเวลาทั้งหมดที่ผ่านไป  ลินลี่ย์ก็ถึงระดับที่ใช้คลื่นได้ 128 ชั้น

ด้วยการก้าวหน้าแต่ละครั้ง ลินลี่ย์เพียงแต่เพิ่มจำนวนพลังคลื่นได้เพียงหนึ่งหรือสองชั้น

“ข้าสงสัยจริงว่าขีดจำกัดที่แน่นอนของจำนวนพลังคลื่นมีอยู่เท่าใดกันแน่?”  ลินลี่ย์นั่งลงอยู่ในท่าขัดสมาธิ

“ครืดดด” “ครืดดด”

เสียงของชีพจรของโลกเต้นดังออกมาจากจิตใต้สำนึกของลินลี่ย์ จังหวะเต้นเป็นเอกลักษณ์เป็นจังหวะที่ยอดเยี่ยมสามารถทำให้คนตกอยู่ในอำนาจโดยไม่รู้ตัว

กล้ามเนื้อของลินลี่ย์เดี๋ยวขยายเดี๋ยวหดตัวอย่างต่อเนื่องและสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ และลมเกิดขึ้นรอบตัวลินลี่ย์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ขณะทำสมาธิลินลี่ย์ได้สังเกตไว้ก่อนนั้นว่ากล้ามเนื้อของเขาดูดซับแก่นธาตุดินได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการสั่นสะเทือนตามจังหวะชีพจรของธาตุดิน ทำให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูพลังได้ไว

“อา!”

ลินลี่ย์ลุกขึ้นยืนทันทีตาของเขาเป็นประกายแสงน่ากลัว

“จังหวะเต้นของชีพจรโลก  จังหวะเต้นของชีพจรโลก...” ลินลี่ย์ระลึกได้ทันทีว่าวิชาที่เซียนดาบจ้าวภูผาเฮนด์เซนเคยใช้ป้องกันตัวเขาเองกับโอลิเวอร์

ร่างของเฮนด์เซนถูกชั้นคลื่นสีธาตุดินคลุมรอบทันทีซึ่งคลื่นพลังนั้นได้กระหน่ำใส่เขาบีบบังคับให้เขาต้องถอยออกไป

“ตอนนั้นข้าเพียงแต่รู้สึกว่าพลังป้องกันของเฮนด์เซนดูเหมือนมีคุณสมบัติที่คุ้นเคย  แต่เวลานั้น ข้ายังไม่เข้าใจ และข้าไม่มีเวลาวิเคราะห์ แต่ตอนนี้...”

ลินลี่ย์มีความรู้สึกที่พิเศษคล้ายกับเห็นพระจันทร์เพ็ญซึ่งถูกซ่อนบังอยู่หลังม่านหมอกค่อยๆกระจ่างขึ้นในใจของเขา

“จังหวะเต้นชีพจรของโลกไม่ใช่แค่คลื่นสั่นสะเทือนแต่สามารถกลายเป็นพลังไร้ลักษณ์ และอาจส่งผ่านปราณยุทธได้” นั่นเป็นเหมือนกับมีฟิล์มทึบแสงปิดบังความรู้นี้ไว้ พอมองผ่านทะลุฟิล์มนี้ได้  ตอนนี้ลินลี่ย์เริ่มเข้าใจแล้ว

“ใช้ชีพจรโลกเพื่อป้องกัน ฮ่าฮ่า..เวทสายธาตุดินมีเวทระดับต้องห้ามคือ เวทคุมจังหวะ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยึดหลักการเดียวกัน อย่างไรก็ตาม พลังคุ้มกันชีพจรคงใช้แต่ป้องกันตัวเราเอง”

ปราณยุทธสีฟ้า-ดำของลินลี่ย์เริ่มครอบคลุมเต็มพื้นที่รอบตัวเขา

“ไม่, นั่นไม่ใช่วิธีทำงาน”

ลินลี่ย์หลับตาปล่อยให้ใจของเขาผสานเข้ากับจังหวะชีพจรของโลก ขณะที่เปลี่ยนปราณยุทธเลือดมังกรของเขาเข้าเป็นจังหวะเดียวกัน  เขาเข้าใจในเรื่องหลักการทั่วไปแล้ว  แต่หลักการนี้มาใช้งาน นั่นไม่ใช่งานง่าย

ลินลี่ย์ยืนอยู่กับที่กลางลานฝึกขณะที่คลื่นปราณยุทธสีฟ้า-ดำคลุมรอบตัวเขา

หลักการนั้นค่อนข้างจะง่าย  ตัวอย่างเช่นกระดาษบางสามารถฉีกขาดได้ง่ายๆ แต่ถ้ากระดาษ แต่ถ้ากระดาษถักหนาถึงหกชั้น กระดาษถักนี้อาจสามารถรับพลังได้ถึงร้อยปอนด์

วัสดุเดียวกันหลังจากพับทบและถักสามารถรองรับพลังได้มากมายมหาศาล

ปราณยุทธก็เหมือนกัน  เมื่อเอามาใช้สำหรับป้องกัน

ปราณยุทธอย่างเดียวกันเมื่อเอามาใช้ในวิธีการที่แตกต่าง  สามารถป้องกันพลังที่จะมาถึงได้สิบเท่าหรืออาจถึงร้อยเท่าก็ได้  “จังหวะเต้นชีพจรของโลกก็ทำนองเดียวกันต้องมีเคล็ดเฉพาะทาง

จังหวะชีพจรโลกเป็นแค่หนึ่งในหลายเส้นทางภายในกฎแห่งธาตุดิน

ลินลี่ย์บรรลุถึงเข้าใจเรื่องจังหวะเต้นของชีพจรโลกในระดับค่อนข้างสูง  ทั้งหมดที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็คือต้องแปลงความเข้าใจและใช้หลักการเดียวกันนี้สร้างพลังป้องกันชีพจรคุ้มกันด้วยตัวของเขาเอง  เนื่องจากเขาเข้าใจหลักการแล้ว  เมื่อเขาเริ่มประยุกต์ใช้  เขาจะก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“พี่ใหญ่ ได้เวลากินกันแล้ว”  วอร์ตันเดินเข้ามาหาโดยมีบาร์เกอร์กับน้องๆเดินมาข้างหลัง ทั้งห้าคนเพิ่งฝึกเสร็จและอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว

แต่เมื่อพวกเขาผลักเปิดประตู  พวกเขาพบว่า...

ลินลี่ย์มีปราณยุทธสีฟ้า-ดำซึ่งม้วนตัวเป็นคลื่นเหมือนหมอกล้อมรอบตัว  ลินลี่ย์ซ่อนอยู่ภายในคลื่นปราณเหล่านั้น

“พี่ใหญ่?”

“ใต้เท้า?”

วอร์ตันบาร์เกอร์และคนอื่นๆ มองหน้ากันเองทุกคน แม้ว่าการฝึกจะสำคัญ แต่การพักก็สำคัญเช่นกัน

“อย่าเพิ่งรบกวนพี่ใหญ่”  บีบีออกคำสั่งอยู่ที่มุมลานฝึก

“ได้เวลาอาหารค่ำแล้ว  พี่ใหญ่ควรจะพักได้แล้ว”  ขณะที่พูด วอร์ตันเดินเข้าหาลินลี่ย์  บีบีกับแฮรุมองหน้ากันเอง  แต่ไม่ได้ขวางเขา

ลินลี่ย์สั่งบีบีและแฮรุไม่ให้เข้ามาใกล้เขา เนื่องจากอาจจะได้รับบาดเจ็บจากพลังคลื่นเหล่านั้น

“ปล่อยให้เจ้าเด็กนี่ได้รับบทเรียนสักครั้งก็ดีเหมือนกัน”  บีบีลอบพูดกับตัวเอง

วอร์ตันยังคงระมัดระวัง  ปราณยุทธรอบตัวลินลี่ย์หนาแน่นมาก  แต่เขาค่อนข้างจะอยู่ห่างจากลินลี่ย์  ปราณยุทธตรงนี้ค่อนข้างกระจายตัว วอร์ตันจะกังวลปราณยุทธขนาดเล็กน้อยนั้นได้ยังไง?

แต่เมื่อเขาเข้าไปใกล้ขอบปราณยุทธสีฟ้า-ดำทันใดนั้นวอร์ตันรู้สึกถึงคลื่นพลังงานแปลกประหลาดทะลักออกมาโจมตีเขา

“ปัง!”

วอร์ตันปลิวละลิ่วออกไป วอร์ตันรู้สึกเหมือนถูกโจมตีหลายสิบครั้งในทันที  และแต่ละครั้งรู้สึกเหมือนกับถูกอุกกาบาตตกใส่

“วอร์ตัน” เกทส์เป็นคนแรกที่เข้าไปรับตัววอร์ตันไว้

“วอร์ตัน, เป็นอะไรหรือเปล่า?”  เกทส์ถาม

“ข้าไม่เป็นไร” วอร์ตันยกมือคลำอก รู้สึกถึงรสของเลือดที่ปาก  เขาจ้องมองลินลี่ย์อย่างเหลือเชื่อ  “พี่ใหญ่ปล่อยปราณยุทธของเขา  แต่ข้าเพียงแต่สัมผัสขอบด้านนอกเท่านั้นและพลังมันรุนแรงขนาดนั้นได้ยังไง?”

วอร์ตันไม่เชื่อ  ปราณยุทธหนาแน่นที่ใกล้ลินลี่ย์มีอันตรายสูงยิ่งเข้าใกล้ก็จะยิ่งมีอันตรายมาก

“วอร์ตัน ใต้เท้าคงจะไม่หยุดฝึกแม้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเขาต้องฝึกอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญดีที่สุดคือเราอย่าเพิ่งไปรบกวนเขา” บาร์เกอร์พูดอย่างจริงจัง

วอร์ตันพยักหน้าเช่นกัน  “ข้าจะสั่งให้พวกยามห้ามไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนเขา”

“ไม่จำเป็น แฮรุกับข้าจะเฝ้าดูแลเขา” บีบีพูดอย่างยโส  “ตอนนี้พวกเจ้าไปได้แล้ว  ถ้าพี่ใหญ่ยังฝึกไม่เสร็จ ก็อย่างเพิ่งรบกวนเขา”

วอร์ตันบาร์เกอร์และคนอื่นๆ มองหน้ากันเอง จากนั้นจึงออกไป

ขณะเดียวกันวอร์ตันและบาร์เกอร์ได้สั่งให้คนอื่นๆ อย่ารบกวนการฝึกของลินลี่ย์  คืนนั้นตอนอาหารค่ำ เจนน์  นีน่าและคนอื่นๆประหลาดใจเช่นกันที่ลินลี่ย์ฝึกฝนอย่างหนัก

“เขากำลังฝึกอย่างหนักมากจนไม่ยอมกินมื้อค่ำ  คนตัวโต, พี่ชายของเจ้าขยันจริงๆ”  นีน่าพึมพำ

แต่คาดไม่ถึงเลยว่าวันที่สองลินลี่ย์ก็ยังคงฝึกอย่างนี้ต่อไป วันที่สามก็เหมือนกัน และวันแล้ววันเล่าผ่านไปในสภาพเช่นนั้น

ในพริบตาเดียวผ่านไปสิบกว่าวันเข้าเดือนพฤษภาคมแล้ว

“ในอีกไม่กี่วันจะถึงวันประลองระหว่างโอลิเวอร์และเฮนด์เซน พี่ชายข้ายังฝึกหนักไม่เสร็จ นั่นจะไม่ทำให้เขาพลาดชมหรือเปล่า?”  วอร์ตันพูดกับบาร์เกอร์และน้องๆ

วอร์ตันบาร์เกอร์และน้องๆ ของเขายืนอยู่ที่ประตูทางเข้าลานฝึก

ทุกวันหลังจากพวกเขาฝึกฝนเสร็จ พวกเขาจะมาเยี่ยมลินลี่ย์ ลินลี่ย์ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย และเขายังมีปราณสีฟ้า-ดำล้อมรอบ เพียงแต่เทียบกับเมื่อสิบวันก่อนปราณยุทธสีฟ้า-ดำลดขนาดพื้นที่ลงไปอีกเล็กน้อย

“ข้าสงสัยว่ากระบวนการฝึกฝนของพี่ใหญ่เป็นยังไง”  วอร์ตันไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเขากำลังเห็นอะไร

บาร์เกอร์และน้องๆก็ส่ายศีรษะเช่นกัน เกี่ยวกับระดับความเข้าใจ บาร์เกอร์และน้องๆไม่ดีไปกว่าวอร์ตันเท่าใดนัก และไม่สามารถเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับกฎธรรมชาติของธาตุ

“ฮ่าาาาห์” เสียงระบายลมหายใจดังขึ้น

วอร์ตันและพี่น้องบาร์เกอร์ที่เตรียมตัวออกไปหันกลับมามอง ปราณฟ้า-น้ำเงินกลับเข้าไปในร่างของลินลี่ย์และลินลี่ย์ในตอนนี้ยิ้มขณะที่ยืดตัวลุกขึ้นยืน

“วอร์ตัน, เจ้าก็มาที่นี่ด้วย”  ลินลี่ย์หัวเราะ

“พี่ใหญ่, ในที่สุดท่านก็ฝึกเสร็จเสียที”  วอร์ตันพูดด้วยความตื่นเต้น

“ถูกแล้ว วอร์ตัน ข้าใช้เวลาฝึกไปนานเท่าใด?”  ลินลี่ย์หัวเราะ

“เกือบสิบห้าวัน!  วันนี้เป็นวันที่หนึ่งพฤษภาคม  อีกสามวันจะเป็นวันที่สี่พฤษภาคม  คืนนั้นโอลิเวอร์และเฮนด์เซนจะประลองกัน”  วอร์ตันพูดอย่างรวดเร็ว

“สิบห้าวัน?”

ลินลี่ย์ประหลาดใจเล็กน้อย  ความจริงเขาเพ่งความรู้สึกอยู่กับจังหวะเต้นชีพจรของโลกและประยุกต์ปรับปรุงวิชาชีพจรคุ้มกัน เขาไม่ได้สังเกตเวลาที่ผ่านไปสักนิด

คาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่หลับตาเวลาจะผ่านไปถึงสิบห้าวัน

“แม้ว่าข้าจะมีความเข้าใจอย่างสูงถึงจังหวะเต้นชีพจรของโลกและยังเข้าใจหลักการทั่วไปที่อยู่เบื้องหลังชีพจรคุ้มกัน แต่การพัฒนาวิชาจริงๆใช้เวลาถึงสิบห้าวัน

แต่ลินลี่ย์พอใจมากจริงๆ

ในอดีตเกราะปราณยุทธของเขาใช้ปราณยุทธสร้างอย่างง่ายๆและหยาบแต่พลังป้องกันของชีพจรคุ้มกันในปัจจุบันของเขาใช้ปราณยุทธในปริมาณเท่ากัน  แต่แข็งแกร่งมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

“แต่ดูเหมือนพลังป้องกันของข้าดูจะแตกต่างจากเฮนด์เซน”

เมื่อเขาพัฒนาวิชาของเขาได้  ลินลี่ย์คิดว่าเคล็ดวิชาของพวกเขาเหมือนกัน  แต่หลังจากพัฒนาไปแล้วลินลี่ย์จึงได้ตระหนัก  พลังป้องกันของเฮนด์เซนนั้นใช้วิธีกระตุ้นการเต้นของชีพจรโลกอย่างง่ายๆ ความเข้าใจชีพจรโลกของเฮนด์เซนยังไม่ลึกซึ้งเท่ากับระดับของลินลี่ย์เอง

อย่างไรก็ตามพลังป้องกันของเฮนด์เซนก็ยังทรงพลังน่ากลัว

นี่เป็นเพราะจังหวะเต้นของชีพจรโลกสนับสนุนเฉพาะส่วนพลังป้องกันของเฮนด์เซนเท่านั้น พลังที่แท้จริงของเขาส่วนใหญ่อยู่ที่ความลี้ลับที่แตกต่างของกฎธรรมชาติธาตุดิน

“ข้าสงสัยว่าเคล็ดพลังป้องกันชีพจรคุ้มกันที่บริสุทธิ์ของข้าจะรับกับพลังป้องกันของเฮนด์เซนได้ไหม?”  ลินลี่ย์ลอบสงสัยอยู่ในใจ

“พี่ใหญ่ ท่านคิดเรื่องอะไรอยู่?  ไปกินมื้อค่ำกันเถอะ”  วอร์ตันเรียกเขา

“ตกลง”

ลินลี่ย์หันไปมองบีบีและแฮรุ  “บีบี, แฮรุ ไปกันเถอะ” ลินลี่ย์คาดได้ว่าบีบีและแฮรุไม่ได้อยู่ห่างเขาระหว่างช่วงเวลาสิบห้าวันนี้

“นี่ข้านึกว่าพี่ใหญ่จะลืมเราเสียแล้ว”  บีบีกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของลินลี่ย์จากนั้นเบ้ปาก “แต่พี่ใหญ่, ข้าต้องบอกไว้ก่อน แม้ว่าเราไม่ได้ไปจากลานฝึกในช่วงสิบกว่าวันนี้  พวกบ่าวรับใช้ก็ยังส่งอาหารมาให้เราทุกวันน่าเสียดายคืนนี้จะไม่มีใครส่งอาหารมาให้แล้ว ข้าบีบีจะต้องไปหากินด้วยตัวเอง”

ลินลี่ย์วอร์ตันและบาร์เกอร์กับน้องๆ อดที่จะหัวเราะไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 9-23 ชีพจรคุ้มกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว