เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-10 สถานการณ์เลวร้าย

ตอนที่ 7-10 สถานการณ์เลวร้าย

ตอนที่ 7-10 สถานการณ์เลวร้าย


“ตุ้บ!” แต่ละครั้งที่หมีลายม่วงก้าวลงบนพื้นจะทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน  หมีลายม่วงนี้ไล่ตามติดเฉพาะลินลี่ย์เท่านั้น  ไม่ว่าลินลี่ย์วิ่งหนีไปที่ใดหมีลายม่วงก็จะไล่ตามติดตลอด ขณะที่อุ้งเท้าหน้าขนาดมหึมาของมันพยายามเอื้อมตะปบเขา

“โกรวววว!”

เมื่อได้ยินเสียงคำรามที่คุ้นเคยของมังกรเหล่านั้น  ลินลี่ย์อดแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าไม่ได้  สิ่งที่เขาเห็นทำให้จิตใจเขาตึงเครียด

บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยร่างมังกรขนาดมหึมานับไม่ถ้วน   ว่ากันในเรื่องจำนวนในวันนี้ที่นี่มีจำนวนมากกว่าเมื่อครั้งที่เขาเห็นที่หุบเขาสายหมอก  นอกจากนี้ภายในฝูงมังกรเหล่านั้น ยังมีมังกรเงินและมังกรดำอีกด้วยมังกรทั้งสองนั้นเป็นอสูรเวทประเภทมังกรระดับเก้า!

“ไม่นะ!”

ด้วยการกระโจนอย่างฉับพลัน ลินลี่ย์หลบหลีกการโจมตีจากหมีลายม่วงได้อีกครั้งหนึ่งจากนั้นก็พุ่งเข้าหาเคลย์  “ไม่ว่ายังไงครั้งนี้ข้าต้องฆ่าเคลย์ให้ได้”

“เอาคืนมา, เอาแหวนคืนมา!” หน้าผากของเคลย์เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เขาไม่กล้าบุกไปด้วยตัวเอง

“กรรรรร!”

“กรรรร!”

มังกรนับสิบๆ ตัวโฉบลงมาจากท้องฟ้า มังกรไฟก็พ่นไฟออกจากปาก  เปลวเพลิงที่พ่นออกมาจากมังกรดำเป็นสีดำเช่นกันขณะที่มังกรเงินพ่นลมหายใจออกมาเป็นเพลิงสีเงินขาว  เห็นได้ชัดว่าในแง่ของระดับความร้อนเปลวเพลิงของมังกรดำและเพลิงเงินของมังกรเงินร้อนกว่าเพลิงมังกรของมังกรไฟมาก

“ซี่....  ซี่....”

อุณหภูมิพื้นที่โดยรอบเริ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว  ขณะที่สายเปลวเพลิงมังกรนับสิบพ่นลงมา

“ฝ่าบาท, ถ้าเราไม่ไปตอนนี้เราจะต้องตายแน่นอน! ถ้าเราตาย, สมบัติก็ไม่มีประโยชน์ต่อเรา!” ทั่วทั้งร่างของไกเซอร์มีปราณยุทธสีแดงคลุมรอบ  เขาตะโกนใส่เคลย์อย่างน่ากลัวจนเคลย์สะดุ้ง

“เคลย์!”

เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวของลินลี่ย์ในร่างแปลงมังกรกำลังตะโกนและพุ่งมาทางเขาเหมือนลูกธนู

“ไป ไป ไปกันเถอะ” ทันใดนั้นเคลย์ตะโกนร้องอย่างโกรธเกรี้ยว การตัดสินใจของเคลย์ครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดใจให้เขา  แต่เขาก็เข้าใจดีว่า ถ้าเขาตายอยู่ที่นี่ทุกอย่างจะสูญสลาย นอกจากนี้องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองยังมีการ์ดเครดิตเวทอยู่กับตัวเมื่อรวมกันแล้วก็มีมูลค่าพันล้านเหรียญทอง

พันล้านเหรียญทองก็เพียงพอให้ราชตระกูลฟื้นฟูและสร้างความรุ่งเรืองขึ้นมาใหม่ได้อีกแน่

“บึ้ม!” ดาบยักษ์ของไกเซอร์ใช้ป้องกันการโจมตีของลินลี่ย์ได้อีกครั้ง

“ไกเซอร์, ปล่อยให้ข้าฆ่าเคลย์ซะ  ไม่ว่าท่านต้องการทองมากแค่ไหนข้าจะให้ท่าน”  ลินลี่ย์โกรธปนกังวลเช่นกัน

ไกเซอร์ส่ายหน้า

“กรรรร!”

พอถึงตอนนี้ จู่ๆ มังกรดำก็โฉบลงมาและพยายามใช้กรงเล็บของมันจับลินลี่ย์  มังกรดำมีระดับสติปัญญาที่สูงเมื่อเห็นว่าหมีลายม่วงไล่ติดตามพยายามฆ่าลินลี่ย์อย่างไม่ลดละ มันมั่นใจว่าต้องมีสาเหตุให้หมีไล่ตาม  ดังนั้น เป้าหมายแรกของมันก็คือลินลี่ย์

“ข้าอีกแล้วเหรอ?” ลินลี่ย์ฉากหลบด้านข้าง

ที่ผ่านมาตอนที่เขาสู้กับไกเซอร์ หมีลายม่วงตัวนั้นก็ตัดสินใจไล่ตามเขาแทนที่จะเป็นไกเซอร์  และตอนนี้ เรื่องอย่างเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง มังกรดำระดับเก้ายังไล่กวดลินลี่ย์ที่กำลังหนีอีกด้วย

“เฮ้อ..” ไกเซอร์ไม่สนใจลินลี่ย์อีกต่อไปขณะที่เขาเร่งความเร็วหนีในระดับสูงสุด ทันใดนั้นมังกรยักษ์หลายตัวเริ่มไล่กวดเคลย์กับไกเซอร์  แต่พวกมันส่วนใหญ่ยังคงรุมล้อมโจมตีใส่ลินลี่ย์

หมีลายม่วงเริ่มคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่มันยืนจังก้าสองเท้า

เห็นชัดว่ามันโกรธพวกมังกรที่ขโมยเหยื่อของมัน  แต่หมีลายม่วงไม่กล้าสู้กับพวกมังกรอย่างเปิดเผย หมีลายม่วงไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะจ่าฝูงมังกรดำที่นำมังกรฝูงนี้มาและมันมีขนาดตัวที่ใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงฝูงมังกรที่เหลือ

“ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ”

หมีลายม่วงเริ่มเดินออกไปในทิศทางต่างๆ ในระยะห่างออกไป อาคารทุกหลังที่ขวางทางมันถูกทำลายพังยับเยิน

“เคลย์!” เมื่อเห็นเคลย์และคนของเขาหนีไปไกลทุกที ลินลี่ย์ต้องการจะไล่ตามเขาไปทันที

แต่มังกรยักษ์อีกตัวหนึ่งโฉบลงมาจากท้องฟ้า นี่คือมังกรดำขนาดมหึมายาวเกินกว่าร้อยเมตร และขวางถนนข้างหน้าลินลี่ย์ มันพุ่งเข้าหาลินลี่ย์พร้อมกับกางกรงเล็บของมัน จากนั้นมันพ่นเปลวเพลิงร้อนแรงใส่ลินลี่ย์อีกครั้ง

ทั้งบนพื้นและท้องฟ้ามีแต่มังกร และพวกมันทุกตัวเริ่มโจมตีใส่ลินลี่ย์    เมื่อถูกมังกรมากมายรุมล้อมโจมตี  ลินลี่ย์รู้สึกจนใจ

“เจ้าพวกบัดซบ!”

มังกรฝูงใหญ่รุมล้อม ลินลี่ย์ได้แต่มองดูขณะที่เคลย์ลับหายไปจากสายตาของเขา

“เจ้านาย, เราต้องหนีกันแล้ว!” ตอนนี้บีบีแทบคลั่งแล้ว

บีบีคล่องแคล่วและตัวเล็กมาก ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่มังกรเหล่านั้นจะโจมตีมันได้  ที่ยิ่งกว่านั้นกรงเล็บที่ร้ายกาจและเขี้ยวที่แหลมคมของบีบีก็ทรงพลังมากเช่นกัน  พลังโจมตีของมันในตอนนี้เพียงพอจะทำอันตรายมังกรได้เช่นกัน ทำให้มังกรทุกตัวค่อนข้างจะกังวลกับเจ้าตัวเล็กตัวนี้

“ไป, ไปที่ไหนกันเล่า?”

ไม่ว่าลินลี่ย์จะหนีไปในตำแหน่งไหน ฝูงมังกรก็จะขัดขวางและเข้าโจมตี  เขาไม่ได้กลัวมังกรระดับแปด  แต่มีมังกรระดับเก้ามากกว่าสิบตัว

“ควั่บ!”

ลินลี่ย์ถูกหางมังกรเงินโจมตีใส่อย่างดุร้าย แต่ลินลี่ย์เพียงแต่พลิกตัวกลางอากาศก่อนที่เขาพยายามหนีอีกครั้ง  แต่กลับไร้ประโยชน์  ในกลางอากาศ มังกรมากมายบินวนและโจมตีใส่อีกครั้ง ลินลี่ย์อยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่จนเขาอยากจะร้องไห้

“ควั่บ!” ลินลี่ย์หลบหลีกกรงเล็บที่โจมตีมาอย่างดุร้ายได้อย่างคล่องแคล่วและยังคงหลบด้วยความเร็วสูงต่อไป

“เจ้านาย, ข้าจะช่วยเอง!”  เมื่อเห็นลินลี่ย์ตกอยู่ในอันตรายบีบีบินเข้ามาหาทันทีและเริ่มกัดขามังกรอย่างดุร้าย กร้วม กร้วม กร้วม!

“กรรรรร!”มังกรยักษ์แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

อาศัยความเร็วที่น่าทึ่งของเขา ลินลี่ย์สามารถคลี่คลายการโจมตีของมังกรอีกตัวหนึ่ง  เมื่อใดก็ตามที่เขาพบกับอันตรายที่แท้จริง  บีบีก็จะออกมาช่วย  อันตรายไม่สามารถคุกคามลินลี่ย์ได้ในตอนนี้แล้ว

ในสายตาของพวกมันตัวประหลาดที่ร่างคล้ายมนุษย์นี้จัดการได้ยากและอสูรเวทประเภทหนูที่มีขนาดเล็กกว่าก็ยังคอยไล่กัดไล่แทะทำให้มันเจ็บปวดมาก

“กรรรรร!” มังกรดำจ่าฝูงส่งเสียงคำรามอีกครั้ง

มังกรทุกตัวบินขึ้นไปในอากาศทันที พวกมันตัดสินใจยกเลิกการต่อสู้กับตัวประหลาดร่างมนุษย์ที่จัดการได้ยากนี้ ไม่คุ้มกันเลยกับการทุ่มกำลังมังกรทั้งหมดมาเสียเวลากับตัวประหลาดร่างมนุษย์นี้

ฝูงมังกรบินจากไปในลักษณะนี้

“พวกมันจากไปแล้วเหรอ?”  ลินลี่ย์ตกใจ

เมื่อครู่ที่ผ่านมา เขารับมือการโจมตีจากมังกรหลายตัวอย่างดุเดือดและเขาต้องหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด นั่นเป็นประสบการณ์ที่น่าอดสูมาก เขาคาดไม่ถึงเลยว่าพวกมังกรจะยอมยกเลิกการโจมตีในลักษณะนี้

“เจ้านาย, ไปกันเดี๋ยวนี้!” บีบีกระตุ้นเตือน

“แล้วเคลย์ล่ะ”

พอนึกถึงเคลย์ลินลี่ย์ยังคงอยู่ในร่างมังกรแปลงของเขาและพาบีบีวิ่งผ่านเมืองด้วยความเร็วสูง

ตอนนี้ การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างมนุษย์และอสูรเวทในเมืองเฟนไลจบลงหมดแล้วมีคนที่ยังรอดชีวิตอยู่ในเมืองเฟนไลไม่กี่คน และสิ่งมีชีวิตที่ยังอยู่บนท้องถนนก็คืออสูรเวทที่ไล่ล่ามนุษย์ที่ยังมีชีวิต  ลินลี่ย์ในร่างมังกรแปลงเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินไปและที่ยิ่งกว่านั้น ความจริงที่ว่าร่างเขาเขามีเกล็ดปกคลุมทำให้อสูรเวทหลายตัวคิดว่าลินลี่ย์ก็คืออสูรเวทตัวหนึ่งเหมือนกัน

“ไม่อยู่ที่นี่”

ลินลี่ย์มุ่งหน้าไล่ตามไปในตำแหน่งที่เขาคิดว่าเคลย์คงจะหนีไป  แต่หลังจากหลบออกจากเมืองเฟนไล  เขาก็ยังไม่พบร่องรอยของกลุ่มของเคลย์

นอกเมืองเฟนไล  ฉากภาพที่รกร้าง

แม้จะมีต้นไม้ใหญ่มากมายซึ่งปลูกเรียงรายไปตามถนนจากเมืองเฟนไล แต่ก็แตกกระจุยกระจาย  ศพมนุษย์นับไม่ถ้วนนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนถนนเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้พยายามหนีออกจากเมืองเฟนไล แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกเหล่าอสูรเวทฆ่าตายนอกเมืองเฟนไล

ในชนบทรกร้างนอกเมืองเฟนไลกลุ่มของอสูรเวทกลุ่มเล็กกลุ่มหรือสองกลุ่มสามารถเห็นได้ทั่วทุกแห่ง

“ข้าสงสัยจริงว่าเคลย์หนีออกไปทางทิศไหน” ลินลี่ย์จ้องมองดูทางสามแพร่งข้างหน้าเขา เขารู้สึกจนใจ เป็นไปได้ที่เคลย์จะหนีออกจากเมืองทางประตูทิศตะวันออกของเมืองเฟนไล  แต่ขณะที่ลินลี่ย์มองดู  นั่นไม่น่าเป็นไปได้เพราะออกไปทางด้านตะวันออกจะเป็นเทือกเขาสัตว์วิเศษ

ดังนั้น ลินลี่ย์เลือกออกไปทางด้านประตูทิศตะวันตก

แต่แม้ว่าจะออกไปทางประตูทิศตะวันตก ลินลี่ย์ก็ไม่รู้ว่าเขาควรมุ่งหน้าไปทางทิศไหน  ที่สำคัญคือมีรอยเท้าม้าอยู่ทุกหนแห่ง

“บางทีเคลย์คงไม่เลือกเส้นทางใดๆ เลยก็ได้ และเดินทางเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร”  ลินลี่ย์รำพึงกับตนเอง คนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มของเคลย์เป็นนักรบระดับเจ็ด ดังนั้นการตัดผ่านพื้นที่กันดารจึงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร

ลินลี่ย์เข้าใจว่าโอกาสหาตัวเคลย์พบในถิ่นป่ากันดารมีโอกาสน้อยมาก

“ทางเหนือ,ข้าได้ยินราชาแห่งเทือกเขาอสูรวิเศษกล่าวว่าคนของสหภาพศักดิ์สิทธิ์ให้หนีไปได้แต่เฉพาะทางทิศเหนือ!  ข้าจะมุ่งไปทางเหนือเช่นกัน  ด้วยคนที่มีชื่อเสียงอย่างเคลย์ไม่มีทางที่เขาผ่านไปได้โดยไม่เป็นที่ดึงดูดความสนใจ  เมื่อข้าไปถึงทางเหนือ  ข้าจะตามหาตัวเขาอีกครั้ง”  ลินลี่ย์ทำใจ

เมื่อมองเห็นซากศพกระจุยกระจายอยู่รอบตัวของเขา ลินลี่ย์ได้แต่ทอดถอนใจอย่างช่วยไม่ได้

“อ๊ะ, เมืองอู่ซาน”

ทันใดนั้นลินลี่ย์นึกถึงบ้านเกิดของตนเอง เมืองน้อยอู่ซานอยู่ห่างจากเมืองเฟนไลไม่ถึงร้อยกิโลเมตรสภาพเมืองอู่ซานในตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง? ลินลี่ย์ไม่สนใจยังคงอยู่ในร่างมังกรแปลงขณะที่เขาวิ่งไปเมืองอู่ซานด้วยความเร็วสูงเหลือเชื่อ

แม้ว่าลินลี่ย์จะเดินทางด้วยระดับความเร็วสูงสุดหลังจากอยู่ในร่างมังกรแปลงเขาสามารถเดินทางเร็วถึงสองร้อยหรือสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ง่ายๆเหมือนกับนักรบระดับเก้า

ต้นไม้ข้างทางผ่านหายไปอย่างรวดเร็ว และมีฝุ่นฟุ้งกระจายไปทุกที่

“นั่นอะไร..” กลุ่มอัศวินที่กำลังหนีจู่ๆเห็นตัวประหลาดร่างคล้ายมนุษย์พุ่งเข้าจากตำแหน่งด้านหลังพวกเขา  เขาได้แต่ตกใจอย่างช่วยไม่ได้  แต่ลินลี่ย์เพียงแต่ผ่านเขาไปเหมือนสายลมมุ่งหน้าสู่เมืองน้อยอู่ซาน นี่คือความเร็วของนักรบระดับเก้า ภายในยี่สิบนาที ลินลี่ย์ก็เข้ามาใกล้พอจะเห็นบ้านเกิดของเขา

เมืองอู่ซาน

นี่คือเมืองน้อยที่เงียบสงบมาก ในอดีตชีวิตของประชาชนที่นี่อยู่กันสุขสงบมาก

แต่ตอนนี้...

ซากศพ ศพที่ไม่สมบูรณ์เกลื่อนกล่นอยู่ทุกแห่ง เห็นได้ชัดว่าซากศพเหล่านั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้รับความเดือดร้อนจากอสูรเวท

“นี่.. นี่...” ลินลี่ย์เดินเข้าไปตามถนนใหญ่เมืองอู่ซาน  เขาจ้องมองซากศพที่ถูกทึ้งกระจุยกระจายอยู่ตามถนนและซอกซอยมีทั้งคนแก่ คนหนุ่ม ผู้หญิงและเด็ก เมื่อเห็นเช่นนี้ ลินลี่ย์รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก

ลินลี่ย์รู้จักคนตายเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่

ทันใดนั้นลินลี่ย์เห็นบุรุษหนุ่มคนหนึ่งในที่ไม่ไกลออกไปกอดทารกไว้ในอ้อมแขนร่างของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเลือดและทารกนั้นถูกกัดจนตายเช่นกัน

“ออ.. ออร์สัน” ลินลี่ย์อยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกกมา

ออร์สันแก่กว่าเขาปีเดียว เมื่อลินลี่ย์เริ่มฝึกความแข็งแรงของร่างกายครั้งแรกที่ลานฝึกฝีมือข้างเมืองอู่ซาน  พวกเขาทั้งสองคนถูกจัดอยู่ในกลุ่มเด็กอายุ 6-8ขวบ ออร์สันคือเด็กชายที่ยืนอยู่ด้านขวาของลินลี่ย์ตอนที่เขาเข้าแถว  ทั้งสองปฏิบัติตามกติกาอย่างดี  ลินลี่ย์รู้ว่าเมื่อสองปีที่แล้ว  ออร์สันได้แต่งงานหลังจากถึงวัยผู้ใหญ่ทารกที่ตายมีแนวโน้มว่าคงเป็นลูกของออร์สัน

“ควาก, ควาก” ในที่ไม่ห่างนัก หมาป่าวายุกำลังกัดแทะซากศพ

“อา!” ลินลี่ย์จ้องมองพวกมันด้วยความโกรธ จากนั้นบินตรงเข้าหาพวกมันราวกับสายฟ้า เขาไม่ได้ใช้เทพกระบี่เลือดม่วง ใช้แต่เพียงสองมือฟาดใส่ศีรษะพวกมันจากนั้นฉีกพวกมันออกเป็นชิ้นๆ

ในชั่วพริบตาอสูรเวทหลายสิบตัวที่ยังคงเหลืออยู่ในเมืองอู่ซานก็ถูกสังหารหมดสิ้น

พอเห็นซากศพอสูรเวทรอบๆ ตัวเขารวมทั้งซากศพมนุษย์ลินลี่ย์สลายร่างมังกรแปลงหัวเราะอย่างเจ็บช้ำ จากนั้นเขาคุกเข่าลงอย่างอ่อนแรง

ทุกคนตายหมด

“หึ หึ..” ลินลี่ย์เริ่มหัวเราะในลำคอ แต่นัยน์ตาเขาเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า

“เมื่ออสูรเวทบุกโจมตีเมืองและข้าหลบหนีมาจากโบสถ์เจิดจรัสได้  ข้ายินดีพอใจกับตัวเองมาก แต่...”น้ำตาของลินลี่ย์เริ่มหลั่งไหล ตอนนี้ลินลี่ย์เข้าใจความหายที่แท้จริงในเบื้องหลังคำพูดที่ราชาแห่งเทือกเขาอสูรวิเศษพูด

“ข้าจะเป็นมนุษย์ที่สมเพชไปได้ยังไง? มนุษย์ไม่มีอะไรมากไปกว่าอาหารของเราเหล่าอสูรวิเศษ!”

“อาหาร  อาหาร”

หัวใจของลินลี่ย์เต็มไปด้วยความเศร้าโศก

เมืองน้อยอู่ซาน  บ้านเกิดของเขาชาวบ้านที่คุ้นเคยเหล่านี้

ตายหมดแล้ว

เมื่อเขาออกจากบ้านเกิด ลินลี่ย์ยังคงรู้สึกสงบอยู่เสมอ เพราะเขารู้อยู่เสมอว่าบ้านเกิดของเขายังอยู่ที่นั่น  แต่บัดนี้.... บ้านเกิดของเขาล่มสลายไปแล้ว  ทุกคนตายหมด

“มันคือภัยพิบัติ” เสียงของเดลิน โคเวิร์ทดังก้องออกมา  “ไม่ใช่แค่บ้านเกิดของเจ้าเท่านั้น แต่สหภาพศักดิ์สิทธิ์เกือบครึ่งอาณาจักรกลายเป็นแหล่งที่อยู่ของอสูรเวทไปแล้ว  คนพวกนั้น.. ไม่มีอะไรต่างไปจากอาหาร”

ลินลี่ย์จ้องมองรอบตัวอย่างเงียบงัน เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้คนนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายในสหภาพศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ติดอยู่ในภัยพิบัติร้ายแรง  นี่ควรจะเป็นวันรื่นเริงกับการฉลองศักราชยูลาน10,000 ปี สำหรับชาวสหภาพศักดิ์สิทธิ์และชาวสหพันธรัฐมืด  แต่กลับกลายเป็นวันแห่งหายนะไปได้

จบบทที่ ตอนที่ 7-10 สถานการณ์เลวร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว