เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-8 มือข้างนั้น

ตอนที่ 7-8 มือข้างนั้น

ตอนที่ 7-8 มือข้างนั้น


ในลานที่เป็นสัดส่วนเงียบสงบภายในวังสมาชิกคนสำคัญที่สุดของราชตระกูลแห่งเมืองเฟนไลมารวมตัวกันรวมทั้งเคลย์, ราชินี,พระสนมและโอรสธิดาของเขาอีกหลายคน

“ทั่วทั้งเมืองเฟนไลมีอสูรเวทเพ่นพ่านเต็มไปหมด เราไม่อาจรวมตัวเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ได้อย่างแน่นอน  เพราะจะตกเป็นเป้าสนใจดึงดูดอสูรเวทที่พลังมากเข้ามาก็เป็นได้”  เคลย์พูดอย่างเคร่งเครียด เหตุผลนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจได้และเป็นเหตุผลที่ผู้อำนวยการไมอาและมอนโรดอว์สันเดินทางด้วยกองคาราวานเล็ก

กองคาราวานของคนไม่กี่สิบคนมีอยู่ทั่วเมืองเฟนไลและจะไม่ตกเป็นที่สนใจแต่อย่างใด

แต่กองคาราวานที่มีคนหลายร้อยจะดึงดูดความสนใจของอสูรเวทระดับเก้าและบางทีอาจส่งผลให้อสูรเวทระดับเซียนเข้าโจมตีก็ได้

เรื่องที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ก็คือการตกเป็นเป้าดึงดูดความสนใจจากอสูรเวท

“คาร์ล!  เจ้ากับแม่ของเจ้าจะต้องเป็นผู้นำกองทัพพายุสายฟ้า นี่คือการ์ดเครดิตเวทที่ยังไม่ได้ใช้หรือดัดแปลง จำเอาไว้นี่คือสมบัติที่สั่งสมมาเป็นพันๆ ปีของราชตระกูลพวกเรา”  เคลย์มองดูบุตรชายของตนอย่างจริงจัง

มีคนในราชตระกูลไม่มากนัก  พวกเขาต้องแยกกันไปเป็นกลุ่ม

เคลย์ไม่ต้องการให้ตระกูลของเขาถูกกำจัดวิธีแยกกลุ่มกันเดินทาง อย่างน้อยที่สุด โอกาสรอดชีวิตจะมีมากขึ้น

“พะย่ะค่ะ, พระบิดา”  คาร์ลตื่นเต้นดีใจ

สมบัติที่สั่งสมมาหลายพันปี...นั่นจะมีมูลค่ามากมายเพียงไหน?

“ชาร์ค!  เจ้า,แม่ของเจ้าและน้องสาวเจ้าจะต้องนำกองกำลังพายุสายฟ้าอีกหน่วยหนึ่ง  และนี่การ์ดเครดิตเวทห้าใบสำหรับเจ้าเช่นกัน”เคลย์ดึงการ์ดเครดิตเวทออกมาและยื่นให้โอรสองค์รอง  เจ้าชายทั้งสองตื่นเต้นมาก

หน้าของเคลย์จริงจังมาก  เขากล่าว “ทหารฝีมือดีของตระกูลเราถูกแบ่งเป็นสามกอง  คาร์ล, ชาร์คและข้าเองไม่ว่าใครจะรอดได้ในที่สุด อย่างน้อยตระกูลของเราก็ยังดำเนินต่อไปได้  เอาล่ะพอแค่นี้ ไปกันได้แล้ว!”

“ไกเซอร์ในฐานะผู้นำกองกำลังพายุสายฟ้า  เจ้าจะต้องมากับข้า” เคลย์มองดูไกเซอร์

“พะย่ะค่ะ, ฝ่าบาท”  ไกเซอร์พยักหน้ารับคำ

กองกำลังพายุสายฟ้าเป็นหน่วยคุ้มกันที่แข็งแกร่งทรงพลังที่สุดในอาณาจักรเฟนไลกองกำลังในหน่วยนี้ทั้งหมดรวมทั้งไกเซอร์มีเพียงร้อยคน จึงแบ่งออกเป็นสามหน่วยๆ ละ33 คน แต่แม้ว่าพวกเขาจะมีจำนวนที่น้อย พวกเขาก็ยังมีสมรรถนะที่สูงส่งสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดในกองกำลังนี้เป็นนักรบระดับเจ็ด

ครั้นแบ่งกองกำลังออกเป็นสามหน่วยแล้ว  ราชตระกูลก็เริ่มแยกย้ายกันหนีไปสามทางทันที

….

“ควั่บ!” ลินลี่ย์กระโดดขึ้นด้วยความเร็วสูงขณะเดียวกันมีประกายแสงม่วงวูบหนึ่งเพกาซัสปีกสายฟ้าที่กำลังตามราวีลินลี่ย์ถูกตัดเป็นสองท่อนทันที ลินลี่ย์ยังคงวิ่งมุ่งหน้าไปวังหลวงด้วยความเร็วสูง

ระหว่างทางเขาผ่านซากศพมนุษย์และอสูรเวทมากมาย

“ถึงวังแล้ว” ลินลี่ย์พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนร่างของเขากลายเป็นภาพเลือนรางและในแต่ละย่างก้าวเขาจะไปได้ไกลหลายสิบเมตรความเร็วที่น่าทึ่งระดับนี้ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่เหล่าอสูรเวทระดับห้าและระดับหกจะหยุดเขาได้

“ฟิ้ววว”

ลินลี่ย์กระโดดขึ้นไปในอากาศสูงเกินกว่าสิบเมตรได้อย่างง่ายดายและพลิกตัวเข้าไปในวัง

“โฮกกกกก!”  เสียงคำรามของอสูรเวทสามารถได้ยินจากภายใน พอๆกับเสียงร้องของทหารดังออกมา ตอนนี้ไม่มีทหารเฝ้าประตูวังอีกต่อไป สิ่งที่ปรากฏอยู่ตอนนี้มีแต่ซากศพเลือด และเนื้อที่ถูกฉีกขาด และซากศพของอสูรเวทขนาดมหึมาเป็นระยะ

ลินลี่ย์คล่องแคล่วเหมือนแมวป่าเขากระโจนขึ้นไปบนยอดอาคารราชวัง

แต่เมื่อลินลี่ย์ขึ้นไปถึงด้านบนสุดของยอดอาคารหลังหนึ่ง  ทันใดนั้นเขามองเห็นขบวนพาหนะไกลออกไป  ตอนนี้ไม่มีใครใช้รถม้าโดยสารอีกต่อไปรถม้าโดยสารช้าเกินไปสำหรับใช้หนี

“นั่นมัน....”

ทันใดนั้นลินลี่ย์สามารถจำบุรุษผมทองที่อยู่กลางขบวนได้เขาคือราชสีห์ทองเคลย์  ตอนนี้เคลย์กำลังออกคำสั่งให้ทหารของเขาฆ่าอสูรเวทที่รายล้อมพวกเขา  การทำงานกันเป็นกลุ่มนี้น่าทึ่งมากจริงๆ

เมื่อกลุ่มของนักรบฝีมือดีระดับเจ็ดและแปดร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันพวกเขายังแข็งแกร่งทรงพลังมากกว่ากลุ่มนักรบที่มีขนาดเท่ากันเป็นเพียงนักรบระดับแปดแต่ไม่มีการทำงานเป็นทีม

“เคลย์” ลินลี่ย์นัยน์ตาเป็นประกาย

“เจ้านาย, เราลงมือกันเถอะ”  บีบีก็ตื่นเต้นเช่นกัน

“เดี๋ยวก่อน เราอาจผิดพลาดได้ในเวลานี้ รอให้หน่วยทหารเข้ามาใกล้เราเสียก่อน และจากนั้นเราค่อยลอบโจมตีฉับพลัน”  ลินลี่ย์ยังคงอยู่บนหลังคานัยน์ตาเยียบเย็นขอเขาจ้องมองขบวนเดินทางที่อยู่ห่างออกไป

….

“อย่ามัวแต่เสียเวลา, เร็วเข้า”  เคลย์ควงดาบยักษ์ในมือเขาและฟันใส่เหยี่ยวมังกรที่โฉบลงมาจากอากาศ

ช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เคลย์ได้ขับพิษสลายโลหิตออกไปจากสายเลือดได้บ้างทำให้เขาฟื้นพลังปราณขึ้นมาได้หนึ่งในสิบ  แม้ว่าจะเป็นพลังเพียงหนึ่งในสิบส่วนแต่ก็ยังมีพลังมากกว่านักรบระดับแปด

แต่เคลย์จำได้ว่าเขาจะต้องใช้เวลาอีกครึ่งปีจึงจะกำจัดพิษสลายโลหิตอีกเก้าส่วนที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย

“อสูรเวทพวกนี้มาจากไหนกันมากมายอย่างนี้บัดซบจริงๆ”  เคลย์ยิ่งโกรธมากขึ้น

อสูรเวทเหล่านี้ทำลายเมืองหลวงของเขา  และตอนนี้พวกมันยังคุกคามชีวิตของเขาและเขาจะไม่โกรธพวกมันได้ยังไง?

“เร็วเข้า”

หลังจากฆ่าอสูรเวทที่บุกเข้าโจมตีทุกตัวแล้ว เคลย์เร่งรัดคนของเขาให้รีบและกองกำลังอัศวินก็เดินหน้าไปอีกครั้ง  ขณะที่เคลย์และคนของเขาเดินทางไปตามเส้นทางด้วยความเร็วสูงระหว่างอาคารในวัง พวกเขาไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครบางคนกำลังหมอบรออยู่บนหลังคา

เมื่อเห็นเคลย์และบริวารของเขาเคลื่อนขบวนเข้ามาใกล้ทุกทีลินลี่ย์หรี่ตา

ขนบนตัวของบีบีลุกชัน

“ตอนนี้..ได้เวลาแล้ว!”

เสียงของลินลี่ย์ดังขึ้นในหัวของบีบีและคนกับอสูรเวททั้งสองบินมาด้วยความเร็วสูงตรงเข้าหาเคลย์ในเสี้ยววินาที ตลอดทั้งตัวลินลี่ย์ปกคลุมไปด้วยชั้นเกล็ดสีดำทันที หนามแหลมงอกออกมาจากหน้าผากของเขาข้าศอกและเข่าและหางมังกรงอกออกมาจากด้านหลังด้วยเช่นกัน

ร่างมังกร

กลุ่มของอัศวินนั้นมีชื่อเสียงเป็นพวกที่มีฝีมือดี  ทันทีที่ลินลี่ย์และบีบีบินตรงมาทางพวกเขา พวกเขาก็สังเกตได้และตอบสนองทันที แต่ลินลี่ย์กับบีบีเร็วเกินไป

“อ๊า, เป็นเจ้า!”ทันใดนั้นเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว เคลย์ไม่สงสัยเลยว่าลินลี่ย์มาถึงแล้ว

เขาไม่มีเวลาประหลาดใจว่าทำไมลินลี่ย์ถึงยังไม่ตาย  เพราะหางมังกรของลินลี่ย์หวดใส่เขาอย่างเกรี้ยวกราดกระเด็นไปสองเมตร  ด้านหลังเขาไกเซอร์ถูกหนูเงาสีดำพัวพันอยู่ไม่สามารถปลีกตัวมาช่วยเขาได้

“ควั่บ!”

หางมังกรลินลี่ย์ฟาดใส่อย่างไม่ปราณีและเคลย์หลบกลิ้งกับพื้นได้อย่างรวดเร็วหางของลินลี่ย์จึงหวดถูกม้าและแม้ม้าก็ขาดเป็นสองท่อนเพราะแรงหวดที่รุนแรงนั้นม้าศึกร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มลง

พอร่วงลงพื้นเคลย์แนบตัวกับพื้นแล้วใช้หมัดยันพื้นดึงตัวถอยอย่างรวดเร็ว

แต่ครั้งนี้ลินลี่ย์ไล่ตามเขาอย่างกระชั้น

“ควับ ควับ” ขณะเดียวกันหอกวาววับแปดเล่มพร้อมกับปราณยุทธเต็มเปี่ยมพุ่งเข้าหาลินลี่ย์

“อ๊า....”

ปราณยุทธเลือดมังกรในร่างของลินลี่ย์ระเบิดออกและเขาใช้ขาขวาของเขาถีบพื้นอย่างรุนแรงเขาไปถึงทันทีด้วยแรงดันที่สูงเขาพุ่งเข้าหาราวกับลูกหินที่ถูกยิงด้วยความโกรธ ร่างของลินลี่ย์กระแทกใส่หอกอย่างดุร้าย

หอกทั้งแปดเล่มสั่นเกือบจะในเวลาเดียวกันและกระแสพลังทั้งแปดเป็นหลักต้านทานพลังโจมตีของลินลี่ย์

“อย่างนี้คงจะลำบาก”  ลินลี่ย์หงุดหงิด

เขาคาดไม่ถึงเลยว่าอัศวินทั้งแปดจะสามารถป้องกันพลังโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดาย

แต่สิ่งที่ลินลี่ย์ไม่รู้ก็คืออัศวินทั้งแปดคนนั้นตกใจและหวาดหวั่นเช่นกัน อัศวินทั้งแปดคนนี้เป็นองครักษ์ส่วนตัวของเคลย์  และทั้งหมดฝีมือดีที่สุดของหน่วยพายุสายฟ้าทุกคนเป็นนักรบระดับแปด การร่วมสู้ด้วยกันทำให้ทั้งแปดคนสามารถต้านได้กระทั่งนักรบระดับเก้า

อย่างไรก็ตาม แม้นักรบระดับเก้าจะไม่กล้าวิ่งประจันหน้ากับหอกของพวกเขาโดยตรง  แต่ลินลี่ย์กล้า

“พลังป้องกันที่น่าทึ่ง”เคลย์ซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกลและถูกอัศวินที่เหลือปกป้องไว้  เขาใจสั่นสะท้าน

“ชรีคคคคค!”

บีบีปล่อยเสียงกรีดแหลมจากนั้นตวัดกรงเล็บใส่ไกเซอร์อย่างดุร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าขณะที่บางทีมันก็ใช้เขี้ยวกัดเขาด้วยเช่นกัน แต่ไกเซอร์สามารถใช้ดาบยักษ์ของเขาป้องกันการโจมตีแต่ละครั้งของบีบีไว้ได้  วิชาดาบของไกเซอร์ดูเหมือนเรียบง่าย แต่ทรงประสิทธิภาพสูง

เขาถอยหลังหนึ่งก้าวจากนั้นใช้ดาบแทงใส่ซึ่งดูเหมือนยากจะป้องกันได้

“เคลย์, วันนี้ใครจะมาช่วยเจ้าได้?”  ลินลี่ย์มองดูนักรบที่ทรงพลังต่อหน้าเขาและคำราม  “ก็ได้ พวกเจ้าต้องการผนึกพลังเป็นกลุ่มร่วมโจมตีใช่ไหม?”ทันทีที่ลินลี่ย์พูดจบเขาพุ่งเข้าจู่โจมใส่อัศวินคนหนึ่งทันที

ลินลี่ย์ไม่กลัวหรือต้องระมัดระวังการโจมตีของอัศวินคนอื่นเขาโถมตัวเข้าหาอัศวินคนหนึ่งตรงๆ

ตอนนี้การร่วมพลังโจมตีของพวกเขาไร้ประโยชน์

“ควั่บ!”  ลินลี่ย์รวดเร็วเกินไป ในพริบตาเขาก็มาถึงด้านข้างนักรบระดับแปดผู้นั้น  เขาเปลี่ยนจากการใช้กรงเล็บเป็นกำหมัดและปล่อยหมัดเข้าใส่นักรบคนนั้นนักรบผู้นั้นเอนหลังหลบหมัด  แต่ถึงตอนนี้หางมังกรของลินลี่ย์หวดไปข้างหน้าและกระแทกใส่กะโหลกของนักรบผู้นั้น

“ซาร์!”  อัศวินหลายคนร้องกราดเกรี้ยวด้วยความแค้น

กองทหารพายุสายฟ้ามักจะฝึกฝนด้วยกันเสมอความผูกพันของพวกเขาแต่ละคนไม่ต่างจากพี่น้องร่วมสายโลหิต  นักรบหลายคนโจมตีใส่ลินลี่ย์อย่างเกรี้ยวกราดและแม้ว่าพวกเขาจะโกรธ แต่พวกเขาก็ยังสามารถร่วมประสานโจมตีได้ดีมาก  ขณะที่ดาบยักษ์โจมตีต่อเนื่องได้สมบูรณ์แบบ

“ควั่บ!” เทพกระบี่เลือดม่วงปรากฏอยู่ในมือของลินลี่ย์ทันทีสกัดการโจมตีที่มุ่งเป้ามาที่เขา ลินลี่ย์บินไปที่อัศวินอีกคนขณะที่แทงกระบี่เลือดม่วงตรงใส่นัยน์ตาของเขา  กระบี่เสียบทะลุกะโหลกของเขาบุรุษคนนั้นตายทันที

“ตาย!”อัศวินคนหนึ่งใช้หอกของเขาแทงใส่ศีรษะของลินลี่ย์ทันที

ลินลี่ย์พลิกตัวหมุนหลบและโจมตีตอบโต้  ขณะที่อัศวินคนนั้นพยายามตั้งท่าป้องกันกระบี่เลือดม่วงพุ่งโค้งฉับพลันในกลางอากาศและตัดศีรษะของอัศวินผู้นั้น  แม้ว่าจะไม่ได้ถ่ายพลังปราณยุทธลงไป แต่เทพกระบี่เลือดม่วงในมือของลินลี่ย์ก็สามารถสังหารนักรบระดับเจ็ดได้อย่างง่ายดาย  และตอนนี้ลินลี่ย์เสริมปราณเลือดมังกรลงไปเทพกระบี่เลือดม่วงก็ยิ่งมีความสามารถสังหารนักรบระดับแปดได้เช่นกัน

พลังโจมตีประหลาด!

นักรบระดับแปดสามคนตายลงในพริบตา

“ข้าต้องการดูว่าพวกเจ้าจะขัดขวางข้ายังไง!”  ลินลี่ย์พุ่งเข้าโจมตีเคลย์อีกครั้งเทพกระบี่เลือดม่วงที่ร้ายกาจเป็นประกายในอากาศไม่หยุด  ไม่มีอัศวินคนใดกล้าเข้ามาใกล้ลินลี่ย์  เพราะเทพกระบี่ในมือของลินลี่ย์แปลกประหลาดเกินไป

“โฮกกกกก!”

ทันใดนั้นเสียงคำรามดังขึ้นได้ยินแต่ไกล

“ครืน, ครืน ครืน”  เสียงฝีเท้าที่หนักอุ้ยอ้ายดังจนพื้นดินสะเทือน เสียงนั้นดังทุ้มและสั่นสะเทือนชัดเจนมากขึ้นทุกที เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าอสูรเวทขนาดมหึมากำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขาและมันเข้าใกล้เข้ามาทุกขณะ

แต่ลินลี่ย์ไม่สนใจอะไรอื่นเมื่อมาถึงจุดนี้

“ขัดขวางเขาไว้, ขัดขวางเขาไว้!”เคลย์ตะโกนลั่น ขณะที่เขายังคงถอยต่อไป

ทันใดนั้นลินลี่ย์กระโจนขึ้นในอากาศทิ้งตัวลงจากกำแพงและบินเข้าหาเคลย์ด้วยความเร็วสูงไกเซอร์ดีดตัวถอยไปเช่นกันและร่างเขาดูเลือนรางพร้อมกับวาดดาบยักษ์ในมือใส่ลินลี่ย์

“เข้ามา”ลินลี่ย์ไม่ได้พยายามป้องกันดาบยักษ์เลยแม้แต่น้อยยังคงแทงเทพกระบี่เลือดม่วงในมือใส่เคลย์

“ครั้งสุดท้าย เจ้ามีเกราะชะตาระดับเซียนคอยคุ้มครองเจ้าและไฮเดนส์มาช่วยเหลือเจ้าข้าอยากดูว่าใครจะมาช่วยเจ้าในครั้งนี้” นัยน์ตาสีทองเข้มของลินลี่ย์จ้องมองเคลย์ไม่กระพริบและเทพกระบี่เลือดม่วงในมือของเขาฉกเข้าหาลำคอของเคลย์เหมือนกับอสรพิษ  ตอนนี้เคลย์แทบจะเป็นบ้าแล้ว ขณะที่เขาเริ่มตวัดดาบยักษ์ในมือของเขาพยายามป้องกันตัว

“ฮ่าห์!” ทันใดนั้น ไกเซอร์ปล่อยดาบของของตนให้พุ่งแหวกอากาศ

“บึ้ม!” ลินลี่ย์ตอบสนองไม่ทันเวลาและแขนขวาของเขาถูกดาบยักษ์กระแทกใส่อย่างรุนแรง ในช่วงเวลานั้นพลังปราณที่เผาผลาญแฝงอยู่ในดาบยักษ์ก็ระเบิดออกมา  ลินลี่ย์รู้สึกว่าแขนของเขาชาทันทีเนื่องจากแรงกระแทกครั้งนี้ทำให้เทพกระบี่เลือดม่วงในมือของเขาพลาดเป้าหมายก็คือเคลย์ไปหนึ่งเมตร

“ฮึ่ม!”

เทพกระบี่เลือดม่วงแหวกโค้งในกลางอากาศและพันรอบดาบยักษ์ในมือของเคลย์จากนั้นเลื่อนลงมาจนพันข้อมือของเคลย์  แล้วตัด!

“ฉับ!”

มือขวาเคลย์ถูกตัดร่วงหล่นกับพื้นทั้งมือทั้งนิ้วและดาบร่วงลงกับพื้นเช่นกัน นอกจากนี้มือข้างที่ถูกตัดนั้นมีแหวนติดอยู่ด้วยแหวนนั้นคือของที่มีค่ามากที่สุดของราชตระกูลเฟนไล แหวนมิติเก็บสมบัติ

“มือของข้า! เอาคืนมา, เอามันคืนมา”  หน้าของเคลย์ซีดขาวด้วยความเจ็บปวดแต่เขาก็ยังตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด

แหวนมิติเก็บสมบัตินี้บรรจุการ์ดเครดิตเวทไว้ยี่สิบสองใบมูลค่ารวมสองพันสองร้อยล้านเหรียญทอง! นอกจากนี้ยังมีสมบัติมีค่าอีกนับสิบที่ราชตระกูลสั่งสมมาเป็นเวลานับพันปี เคลย์รู้สึกอยากตายที่ปล่อยให้แหวนมิติเก็บสมบัติสูญหายไป นี่คือความมั่งคั่งที่สั่งสมไว้ผ่านมาหลายชั่วรุ่นนับไม่ถ้วน

“ควั่บ!”

เงาร่างดำวาบผ่านมาแล้วเก็บมือที่ขาดจากนั้นกระโจนขึ้นไปอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์

“เจ้านาย, มีบางอย่างที่เคลย์ยิ่งต้องการมากเราจะต้องป้องกันไม่ให้เขาได้มันไป” บีบียืนอยู่บนไหล่ของลินลี่ย์  มันพูดกับลินลี่ย์ผ่านทางใจ “แต่เจ้านายทำไมเขาถึงต้องการมือที่ขาดข้างนี้นักเล่า? มือของเขาไม่มีอะไรพิเศษนี่ หรือว่าเขาต้องการแหวนวงนี้?”

จบบทที่ ตอนที่ 7-8 มือข้างนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว