เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7-7 หนีมหันตภัย

ตอนที่ 7-7 หนีมหันตภัย

ตอนที่ 7-7 หนีมหันตภัย


เมื่อมอนโร ดอว์สัน ประธานหอการค้าดอว์สันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเขาออกคำสั่งทันที “หยุดก่อน!”

ขบวนผู้ขับขี่ม้าต่างรั้งบังเหียนม้าพร้อมกันจนม้าเชิดตัวยกเท้าหน้าตะกุยอากาศ จากนั้นจึงหยุดยืนสงบอยู่ได้

“ปล่อยคุณชายได้”  มอนโร ดอว์สันออกคำสั่งนักรบผมแดงระดับเก้าผู้รับหน้าที่ป้องกันเยลโบกมือของเขาเชือกที่มัดตัวเยลขาดทันที เยลกระโดดลงจากหลังม้าทันที ขณะที่จอร์จและเรย์โนลด์ต่างโดดลงจากหลังม้าอยู่ก่อนแล้ว

“พี่สาม, เจ้าปลอดภัยใช่ไหม?”  เรย์โนลด์ตื่นเต้นมากจนตาแดง

“น้องสาม! นี่มันน่าอัศจรรย์จริงๆ!  ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องปลอดภัย!”  เยลพูดอย่างตื่นเต้น

จอร์จไม่ได้พูดอะไรสักคำเขาแค่ตบอกลินลี่ย์

“น้องสาม, ไปกันเถอะออกไปจากเมืองเฟนไลพร้อมกับเรา” เยลกล่าวทันที และตอนนี้เองมอนโร ดอว์สันเอ่ยขึ้น “นี่ลินลี่ย์ใช่ไหม? มาพร้อมกับเราเถอะตราบใดที่เรายังไม่ถูกนักสู้ระดับเซียนโจมตี เราน่าจะปลอดภัยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด”

มอนโรดอว์สันต้องการให้ลินลี่ย์เป็นสมาชิกของหอการค้าดอว์สันมาก

สิ่งที่หอการค้าดอว์สันยังขาดแคลนที่สุดก็คือนักรบระดับเซียน!

“ยังไม่ต้อง ข้ายังมีเรื่องต้องจัดการ  พี่ใหญ่เยล, พี่รอง, น้องสี่  พวกเจ้าไปกันก่อน”

“น้องสาม, เจ้าจะไปจริงๆ เหรอ?.” เยลตกใจตะโกน เยลคาดเดาออกแล้วว่าลินลี่ย์วางแผนอะไรอยู่กันแน่

ลินลี่ย์พยักหน้า  “ถูกแล้ว”

เคลย์ต้องตาย!

ครั้งล่าสุด เขาล้มเหลวเพราะเกราะชะตาระดับเซียน แต่ลินลี่ย์เชื่อว่าปกติเป็นเรื่องยากอยู่แล้วที่ผู้ปกครองอาณาจักรจะได้ครอบครองเกราะชะตาสักชุด ไม่มีทางที่เคลย์จะได้เกราะชะตามาอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ตอนนี้นักสู้ระดับเซียนของโบสถ์เจิดจรัสกำลังตั้งหน้าตั้งตาปกป้องตนเองอยู่ไม่มีทางที่พวกเขาจะให้ความสนใจปกป้องกษัตริย์ในเวลานี้

“พี่ใหญ่เยลตอนนี้พวกเจ้าไปกันก่อน  ข้าจะไปตามหาพวกเจ้าทีหลัง”  ลินลี่ย์กล่าว

“ที่นี่มีอสูรเวทอยู่มากมายในเวลานี้ ข้าเกรงว่าสถาบันเอินส์ก็คงถูกโจมตีเช่นกัน  เนื่องจากติดกับเมืองเฟนไล  เราคงไม่กลับไปที่สถาบันแล้ว  หลังจากไปถึงสถานที่ปลอดภัย ทั้งเรย์โนลด์และจอร์จตั้งใจจะกลับไปอาณาจักรของตนเอง  ส่วนตัวข้า...ตอนนี้ข้าจะติดตามท่านพ่อไปก่อน” เยลตอบ จอร์จและเรย์โนลด์ผงกศีรษะเช่นกัน

“ดี อย่างนั้นในอนาคต ข้าจะตามหาพวกเจ้าทุกคน  พี่ใหญ่เยลพี่รอง น้องสี่..ลาก่อน”  ลินลี่ย์จ้องมองพี่น้องที่แสนดีทั้งสามอยู่นานก่อนจะพยักหน้าจริงจัง จากนั้นมุ่งหน้าไปยังทิศตรงกันข้ามด้วยความเร็วสูงแค่เพียงสามก้าวก็ไปไกลกว่าร้อยเมตรแล้ว

เยลเรย์โนลด์และจอร์จ ทุกคนเข้าใจว่าการจะได้พบเห็นน้องสามของพวกเขาอีกครั้งในอนาคตคงเป็นเรื่องยากมาก

ทั้งสามคนขึ้นขี่ม้าของพวกเขาทันที  “ไปกัน”

ขบวนของหอการค้าดอว์สันมุ่งหน้าต่อไปอีกครั้งทันที

วันนี้ตระกูลนับไม่ถ้วนในเมืองเฟนไลถูกกวาดล้างในพริบตา  และตระกูลเด็บส์ก็ไม่มีการยกเว้น เบอร์นาร์ดประมุขตระกูลถูกวานรขนทองตาม่วงเหยียบเสียชีวิตพร้อมกับคาลันทายาทของเขา  สมาชิกคนอื่นๆไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องประมุขตระกูลคนต่อไป เพราะหลังจากนั้นพวกเขาก็ประสบภัยพิบัติสูญเสียครั้งใหญ่  อสูรเวทเริ่มโจมตีคฤหาสน์ตระกูลเด็บส์

คนคุ้มกัน คนรับใช้สาวใช้  สมาชิกในตระกูล ตายหมดทุกคนไล่ๆกัน คนของตระกูลเด็บส์ทุกคนแตกตื่นจ้าละหวั่นต่างเก็บของมีค่าที่พอเอาไปได้แล้วแตกหนีกระจายไปทุกทิศ  ตอนนี้ไม่มีใครคิดช่วยเหลือใคร

“พี่อลิซ!  เราจะทำยังไงดี?” โรวลิงตะลึง

อลิซก็ตะลึงในตอนแรกเช่นกัน  แต่ตอนนี้นางตั้งสติได้แล้ว  “มากับข้า” อลิซตะโกนทันที ที่สำคัญอลิซเป็นจอมเวทระดับสี่  ขณะที่โรวลิงเองก็เป็นนักรบระดับสี่  เมื่อพิจารณาถึงวัยของพวกนาง  นี่นับว่าน่าประทับใจ  แต่ในสถานการณ์ที่อสูรเวทระดับห้าเต็มไปทั่วทุกหนแห่ง  พวกนางกลับไม่มีพลังพอจะต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย

อลิซพาโรวลิงวิ่งเข้าไปในห้องของคาลันและหยิบการ์ดเครดิตเวทสองใบจากลิ้นชัก

“น้องโรวลิง การ์ดเครดิตเวทสองใบนี้จะมีมูลค่าแสนเหรียญทองอยู่ในนี้  เงินเท่านี้เพียงพอให้เราเอาชีวิตรอดได้  ตอนนี้เราไปกันได้แล้ว”  อลิซยื่นการ์ดเครดิตเวทให้โรวลิงใบหนึ่งจากนั้นพวกนางวิ่งออกไปจากคฤหาสน์พร้อมกัน นางหนึ่งเป็นจอมเวท อีกนางหนึ่งเป็นนักรบ

พวกนางมีสภาพร่างกายค่อนข้างดีจึงวิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว

“ช่วยข้าด้วย! อ๊า!”

สาวใช้คนหนึ่งวิ่งผ่านอลิซและโรวลิงไปขณะที่หมาป่าวายุตัวหนึ่งวิ่งกวดไล่หลังนางมาอย่างเร่งร้อน  หมาป่าวายุกระโจนใส่นางอยู่ดุร้ายจากนั้นงับเข้าที่คอของนาง อลิซและโรวลิงจ้องมองนัยน์ตาของสาวใช้นางนั้นที่เต็มไปด้วยความปรารถนาจะเอาชีวิตรอด  แต่จากนั้น ประกายตาของนางก็ค่อยๆ หมองลง

โรวลิงยืนตะลึงอยู่กับที่  จ้องมองปรากฏการณ์ข้างหน้าอย่างโง่งม

“รีบไปกันเถอะ!”

อลิซฉุดแขนโรวลิง  นางพยายามทำใจกับภาพความตายเบื้องหน้าในตอนนี้แม้แต่นักสู้ระดับเก้าก็ยังไม่กล้าเสียสละตัวเองเท่าใด ในเมืองเฟนไลตอนนี้มีนักสู้ระดับเซียนมากกว่าสิบและอสูรเวทระดับเก้าอีกเป็นร้อย

อสูรเวทระดับต่ำมีมากขึ้นทุกทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งอสูรเวทระดับห้าและระดับหก เช่นแค่เฉพาะฝูงหมาป่าวายุก็มีเป็นร้อยเป็นพันแล้ว  มีคนหนึ่งล้านคนอาศัยอยู่ในเมืองเฟนไลและพวกเขาส่วนใหญ่มีพลังระดับหนึ่งหรือระดับสองเท่านั้น พวกเขาจึงไม่มีโอกาสโต้ตอบ

“แคว่ก” อลิซกับโรวลิงเด็กสาวผู้อ่อนแอทั้งสองฉีกกระโปรงชุดแต่งงานออกเพื่อว่าพวกนางจะวิ่งได้เร็วขึ้น

“พี่อลิซ! มีอสูรเวทอยู่ข้างหน้า”โรวลิงร้องเรียกทันที

“ทางนี้” อลิซฉุดมือโรวลิงวิ่งไปตามตรอกเล็กๆ

แต่หลังจากตัดผ่านตรอกซอกซอยไปแล้ว พวกนางเห็นอีกฝั่งหนึ่งยังคงมีอสูรเวทอยู่ด้วยเช่นกัน อลิซกับโรวลิงถูกบีบบังคับให้อยู่ที่กลางตรอก  ระหว่างคฤหาสน์สองหลัง  แต่ทันใดนั้นกระทิงเหล็กแวมไพร์ตัวหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมใส่พวกนาง

“รีบไป!” อลิซกระชากมือโรวลิงและพวกนางวิ่งออกจากตรอกซอย  พวกนางไม่สนใจอสูรเวทที่อยู่ข้างหน้า  มีคนหลายคนอยู่ข้างหน้าพวกนางด้วยเช่นกัน ที่สำคัญอสูรเวทเหล่านั้นอาจไม่จำเป็นต้องมุ่งเป้ามาที่พวกนาง พวกนางยังคงตะลุยวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดความสามารถ

ลมหายใจของพวกนางแห้งและขาดห้วง  หัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างความเป็นความตายทำให้ความกังวลของพวกนางขึ้นถึงระดับสูงสุด

“ฮู้ววว!”  “ฮู้วววว!” ทันใดนั้นหมาป่าวายุเกินกว่าสิบตัววิ่งกระชั้นไล่หลังพวกนางมาด้วยความเร็วสูง  หมาป่าวายุมีความเร็วมากและเร็วกว่าความเร็วของอลิซและโรวลิงเป็นทวีคูณ ในไม่ช้าหมาป่าวายุทั้งสิบตัวก็ไล่กวดพวกนางทัน...และขณะเดียวกันที่อยู่ต่อหน้าอลิซและโรวลิง  เป็นมังกรดินขนาดมหึมาโผล่ออกมา

มังกรดินมีขนาดใหญ่มากพอแค่มันยืนอยู่ตรงนั้นก็ขวางถนนกรีนลีฟได้ถึงเกือบครึ่งถนนแล้ว  และด้วยหางมังกรของมันนั้นเอง  จึงไม่มีที่ให้อลิซและโรวลิงได้หลบหนีอีก

“พี่อลิซ...” โรวลิงรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง

อลิซมองดูมังกรดินตัวใหญ่ขนาดอาคารสองชั้นจากนั้นมองฝูงหมาป่าที่กำลังพุ่งตรงมาที่พวกนางอยู่  นางไม่สามารถนึกหาวิธีหลบหนีได้เลย

“นี่ข้ากำลังจะตายหรือนี่?”  อลิซได้แต่กอดโรวลิงแน่นอย่างช่วยไม่ได้  ขณะนี้เองนางรู้สึกว่าความหวังทั้งมวลมลายหายไป จากที่ด้านหลังเป็นฝูงหมาป่าวายุสิบตัวกำลังจะมาถึง  เขี้ยวของพวกมันสะท้อนแสงแพรวพราว

ประกายแสงสีม่วงงดงามปรากฏวูบหนึ่ง

หัวของหมาป่าวายุทั้งสิบตัวถูกปลิดปลิวทันที  ร่างมนุษย์ผู้หนึ่งเหมือนล่องลอยลงมาจากสวรรค์ จากนั้นตรงเข้าหามังกรดินตัวมหึมา

“นี่คือ...” อลิซและโรวลิงจ้องมองดูคนผู้ปรากฏตัวมาช่วยพวกนางกระทันหันอย่างโง่งม

อลิซสามารถเห็นได้ชัดว่าเป็นใคร

“นานแล้ว นานทีเดียว เรื่องอย่างนี้ก็เคยเกิดเช่นกัน”แววสูญเสียปรากฏอยู่ในดวงตานาง อลิซมองดูร่างนั้น เป็นลินลี่ย์นั่นเอง ความจริงที่อยู่ของลินลี่ย์ตั้งอยู่คนละฝั่งถนนจากคฤหาสน์ตระกูลเด็บส์และตอนนี้ อลิซกับโรวลิงอยู่ห่างจากคฤหาสน์ของลินลี่ย์ไม่กี่สิบเมตร

ลินลี่ย์ไม่อาจทนเห็นคนตายโดยไม่ช่วยเหลือได้

“ฮ่าาาาา!”

ลินลี่ย์บิดเอวใช้พลังขาเตะออกเต็มแรงราวกับใช้แส้หวด  ขาของลินลี่ย์ราวกับแส้เหล็กหวดแหวกอากาศเสียงดังหวีดหวิวกระแทกใส่กะโหลกของมังกรดิน

และในขณะนี้เองขาของลินลี่ย์จู่ๆ ก็มีเกล็ดสีดำปกคลุม

ร่างมังกร!

“บึ้ม!”

แรงเตะนี้รวดเร็วมากมังกรดินยังไม่ทันตั้งหลักป้องกันตัว กะโหลกของมันก็ระเบิดจากแรงเตะครั้งนี้  ร่างมหึมาของมังกรดินทรุดล้มลงกระแทกกับพื้น

ลินลี่ย์ลงมายืนอยู่บนพื้น โรวลิงและอลิซมองเห็นเหตุการณ์นี้ตลอดพากันตกตะลึง

“พี่..พี่ลินลี่ย์...”  อลิซพูดเสียงเบา

ลินลี่ย์หันไปมองพวกนางเขาขมวดคิ้ว ลินลี่ย์ไม่มีเวลาเหลือพอจะพาสตรีสองนางนี้ไปด้วย  แต่ถ้าอลิซกับโรวลิงยังอยู่ที่นี่กันเอง  พวกนางจะต้องตายแน่นอน ในเวลานั้นเองลินลี่ย์เห็นขบวนอัศวินพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง  ภายในขบวนยอัศวินนี้มีชายชราคนหนึ่งกำลังขี่ม้าที่งามสง่า  เป็นผู้อำนวยการไมอาแห่งหอศิลป์พรูกซ์นั่นเอง

ภายใต้การโจมตีของเหล่าอสูรเวท  ผลงานศิลปะภายในหอศิลป์พรูกซ์ได้มีการดำเนินการเสร็จแล้ว  ผู้อำนวยการไมอาสามารถรวบรวมชิ้นงานที่สำคัญส่วนใหญ่เก็บไว้ในแหวนมิติเก็บของของเขาแล้ว

แหวนมิติเก็บของเหล่านี้เป็นของมีค่าและหาได้ยาก  แม้แต่ผู้อำนวยการไมอาก็มีเพียงแค่วงเดียว  เพราะเขาได้รับตกทอดมาจากตระกูล

“ผู้อำนวยการไมอา”  ลินลี่ย์ตะโกนลั่น

เมื่อเห็นลินลี่ย์ผู้อำนวยการไมอาตื่นเต้นมาก  “อาจารย์ลินลี่ย์  เจ้าอยู่ที่นี่เอง!” คนที่ผู้อำนวยการไมอายกย่องส่วนใหญ่ก็คือปฏิมากรระดับยอดฝีมือจึงเป็นธรรมดาอยู่นั่นเองที่ผู้อำนวยการไมอาจะชื่นชมลินลี่ย์มาก  เด็กหนุ่มคนนี้สามารถแกะสลักประติมากรรมอย่างง่ายดายแทบจะทัดเทียมกับปรมาจารย์พรูกซ์และโฮปแจนเซน

ความจริงมีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้เรื่องลินลี่ย์พยายามลอบปลงพระชนม์กษัตริย์เคลย์ เรื่องราวในโลกภายนอกกลับกลายเป็นว่ามีปีศาจตนหนึ่งพยายามจะฆ่ากษัตริย์เคลย์  เป็นธรรมดานั่นเองที่ผู้อำนวยการไมอาจะไม่รู้ความจริง

“อาจารย์ลินลี่ย์, มาพร้อมกันกับเราเถอะ”  ผู้อำนวยการไมอาพูดอย่างมั่นใจ

กองกำลังของหอศิลป์พรูกซ์มีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ถูกอสูรเวทระดับเซียนเล่นงาน พวกเขาจะไม่มีปัญหา

“ผู้อำนวยการไมอา ไม่ต้องก็ได้  แต่ข้าหวังว่าท่านจะช่วยข้าได้  สตรีทั้งสองคนนี้มีความเกี่ยวพันกับข้าข้าเพียงหวังว่าท่านจะพาพวกนางไปยังที่ปลอดภัย” ลินลี่ย์สั่ง

“ไม่มีปัญหา แต่อาจารย์ลินลี่ย์ ตอนนี้เมืองเฟนไลไม่ปลอดภัย” ผู้อำนวยการไมอารีบกล่าว

“ไม่จำเป็น, ข้ามีเรื่องจำเป็นต้องจัดการ ข้าขอฝากแม่นางทั้งสองให้ท่านด้วย” หลังจากเขาพูดแล้วลินลี่ย์หายเข้าไปในคฤหาสน์ของเขาทันที  อลิซและโรวลิงต่างมองหน้ากัน  และจากนั้นผู้อำนวยการไมอามอบม้าให้ตัวหนึ่งและให้พวกนางเข้าร่วมขบวน

“เขา... ไม่พูดกับข้าเลยสักคำ”อลิซรู้สึกไม่สบายใจทันที

เสียงกีบเท้าม้าดังขึ้น ขบวนของผู้อำนวยการไมอาแยกจากไปพร้อมกับอลิซและโรวลิง

ตอนนี้ลินลี่ย์โผล่ออกมาจากคฤหาสน์พร้อมกับแบกห่อสัมภาระไว้บนไหล่ของเขา  ห่อสัมภาระนี้บรรจุการ์ดเครดิตหลายใบ,ผงพิษสลายโลหิตที่ยังเหลืออยู่ และหญ้าใจฟ้า

“บีบี, ตอนนี้เราต้องมุ่งหน้าไปที่วัง”

“เจ้านาย, ไปกันเถอะ  เราต้องฆ่าด้วยมือพวกเราเอง”  บีบีตื่นเต้นเช่นกัน

ลินลี่ย์พาบีบีมุ่งสู่วังหลวงด้วยความเร็วสูง

มีน้อยคนมากที่หนีไปแล้ว  แต่เคลย์กลับเข้าไปที่ห้องท้องพระคลังแทน   เคลย์จะทอดทิ้งความมั่งคั่งของราชตระกูลที่สั่งสมมานานนับปีไม่ถ้วนได้ยังไง? ความมั่งคั่งของราชตระกูลมีมากมายเหลือเชื่อ

ทรัพย์สินตระกูลเด็บส์สำคัญที่สุดบางทีอาจมีมูลค่าถึงร้อยล้านเหรียญทอง

แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทุจริตอย่างดยุคแพตเตอสันก็ยังรวบรวมทองไว้ได้ราวๆร้อยล้านเหรียญ   ความมั่งคั่งที่เก็บอยู่ในท้องพระคลังมหาสมบัตินี้ก็ยังมีค่ามากกว่า

ภายในท้องพระคลัง

“นี่คือทรัพย์สินความมั่งคั่งที่รวบรวมโดยผู้ปกครองอาณาจักรเฟนไลหลายรุ่นเกินกว่าพันปีแล้ว”  เมื่อจ้องมองดูสมบัติภายในท้องพระคลังเคลย์ไม่มีเวลาไตร่ตรองมากนัก เขาเก็บของที่มีค่าทั้งหมดเข้าไว้แหวนมิติเก็บของ ในฐานะพระราชา  เคลย์โชคดีพอจัดหาแหวนมิติเก็บสมบัติมาด้วยวงหนึ่งเช่นกัน

“นี่การ์ดเครดิตเวท 32 ใบ”  เคลย์มองดูการ์ดเครดิตเวทในมือของเขา

การ์ดเครดิตเวท 32ใบเหล่านี้ไม่มีข้อผูกมัดทั้งหมด และแสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งเป็นพันๆปีที่อาณาจักรได้รวบรวมไว้ การ์ดแต่ละใบบรรจุเหรียญทองถึงร้อยล้าน การ์ดเครดิตเวทรวมสามสิบสองใบรวมมูลค่าถึงสามพันสองร้อยล้านเหรียญทองนี่เป็นจำนวนที่น่ากลัว  บางทีแม้แต่ตระกูลใหญ่ๆของสี่จักรวรรดิก็ยังไม่มีทองจำนวนรวมมากขนาดนั้น

พูดให้เข้าใจชัดก็คือวิธีทำเงินที่ง่ายที่สุดก็คือกลายเป็นราชา  ความมั่งคั่งที่รวบรวมไว้โดยพระราชามาเป็นเวลาเกินพันปีจึงสูงจนน่าตกใจเป็นธรรมดา

“นครหลวงเฟนไลจบสิ้นแล้ว”  เคลย์หันไปทางสมบัติที่ยังเหลือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกัดฟันจากไป

แต่สิ่งที่เคลย์ยังไม่ได้ตระหนักก็คือไม่ใช่แต่เพียงเมืองหลวงเท่านั้นที่จบสิ้น แต่ทั่วทั้งอาณาจักรเฟนไลในตอนนี้เป็นพื้นที่เต็มไปด้วยอสูรเวท  เขา, เคลย์ไม่ใช่กษัตริย์อีกต่อไป  ยิ่งกว่านั้นไม่ใช่แค่เพียงอาณาจักรเฟนไลที่ถูกทำลายแต่พื้นที่จำนวนมหาศาลที่เป็นของสหภาพศักดิ์สิทธิ์ถูกพวกอสูรวิเศษกัดกินและอ้างสิทธิ์ครอบครอง

จบบทที่ ตอนที่ 7-7 หนีมหันตภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว