เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-16 เหลือทน

ตอนที่ 6-16 เหลือทน

ตอนที่ 6-16 เหลือทน


ในขณะที่เมอร์ริทปิดประตูห้องหนังสือนั้นเขาย่อมได้ยินคำที่อลิซกล่าวจึงอดไม่ได้ที่จะหันกลับมายิ้มให้นาง “อลิซพวกเรากำลังจะหารือเกี่ยวกับปัญหาภายในของตระกูลเด็บส์ จึงไม่อาจทำได้อย่างเปิดเผยนักเจ้าว่าเช่นนั้นไหม หากองค์ราชาทราบเรื่องเข้า ข้าย่อมพบกับปัญหาร้ายแรงเป็นแน่เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่านี่ข้ากำลังเสี่ยงอย่างมากในการช่วยเหลือตระกูลเด็บส์ในครั้งนี้น่าจะเป็นการดีหากเราปิดประตูนี้ไว้”

อลิซนิ่งอึ้ง

ในเรื่องฝีปากวาจาแล้ว อลิซไหนเลยจะสามารถสู้กับใต้เท้าเมอร์ริทผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการวางอุบายมาอย่างยาวนาน

เขาเดินผ่านนางไปด้วยรอยยิ้ม ด้านหน้าชั้นหนังสือปรากฏเก้าอี้ 2ตัวตั้งอยู่รอบโต๊ะกลม ดูเหมือนเมอร์ริทจะใช้ที่ตรงนี้ในการสนทนากับเพื่อนของเขาอยู่บ่อยครั้ง

เขานั่งลงก่อน จ้องมองมายังอลิซ “อลิซ เจ้านั่งลงเถิด”

“ขอบคุณ ใต้เท้าเมอร์ริท” อลิซนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงกันข้ามกับใต้เท้าเมอร์ริทพร้อมกับลอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบาด้วยความโล่งใจที่นางกังวลที่สุดเห็นจะเป็นเตียงหลักที่ตั้งอยู่ในห้องนี้

“เจ้ารอสักครู่”

ใต้เท้าเมอร์ริทคลี่ยิ้ม ก้าวไปหยิบขวดไวน์แดงและแก้วไวน์ 2 ใบ เทให้ตัวเอง 1แก้ว และให้อลิซอีกแก้ว

“นี่คือไวน์หยาดพิรุณครามจากอาณาจักรยูลาน ใช้เวลาบ่มหมักมากว่า 60 ปีแล้วรสชาตินับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เจ้าลองลิ้มรสดูสิ”เขายิ้มบอกกล่าวขณะยื่นแก้วไวน์ให้

อลิซแม้จะหวาดเกรงว่านี่อาจเป็นเล่ห์อุบายของใต้เท้าเมอร์ริทภายในอาจมียานอนหลับผสม แต่ด้วยการจ้องมองมาของชายตรงหน้า นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเช่นกันเพียงแต่ว่าริมฝีปากนางแทบไม่ได้แตะลงแก้วไวน์ด้วยซ้ำ

เมอร์ริทแม้รับรู้แต่ก็มิได้กล่าวสิ่งใดต่อ เขาเปลี่ยนหัวข้อเรื่องสนทนา “อลิซเจ้ากับคาลันเข้าพิธีหมั้นหมายกันแล้วข้าคิดว่าเจ้าจะรู้เรื่องกิจการภายในของตระกูลเด็บส์มากกว่านี้เสียอีกเจ้ารู้เรื่องการลักลอบขนหยกวารีหนีภาษีบ้างหรือไม่”

“ไม่ ข้าไม่คิดว่าคาลันจะทำเรื่องนี้แน่” อลิซรีบกล่าวตอบ “ใต้เท้าเมอร์ริทตระกูลเด็บส์เองก็เป็นตระกูลใหญ่ มีชื่อเสียงกว้างขวางข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะเป็นผู้ก่อเหตุลักลอบขนหยกวารีหนีภาษี”

ด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เหมือนรอยยิ้ม เมอร์ริทมองมายังอลิซแล้วกล่าว“นั่นก็ไม่แน่เสมอไป”

“อา!”

ใต้เท้าเมอร์ริทราวกับได้เห็นบางอย่าง ทันใดนั้นเองเขาขยับเข้าไปใกล้อลิซใกล้มากจนกระทั่งใบหน้าของเขาและนางห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร

อลิซถอยห่างอย่างตื่นตระหนก

“อย่าขยับ!” เมอร์ริทบอกเสียงดังด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง

จากการเป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งมาเป็นเวลาหลายปี วาจาอันดุดันของเมอร์ริททำให้อลิซตัวแข็งเกร็งไม่กล้าขยับตัวแม้แต่กระดิกนิ้ว เขาค่อย ๆ พินิจดูเส้นผมนุ่มสลวยของนางจากนั้นมองต่ำลงมายังใบหน้า

ด้วยการก้มหน้าลงนี้เองทำให้ใบหน้าเขาห่างจากนางไม่กี่เซนติเมตรนี่ทำให้อลิซต้องผินหน้าหลบทันที

เห็นดังนี้ เมอร์ริทก็หัวเราะ จากนั้นก็กลับไปยังที่นั่งของเขาเขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เมื่อครู่นี้ ข้าคิดว่าเห็นผมขาวเส้นหนึ่งบนศีรษะเจ้าแต่หลังจากที่เจ้าขยับ ข้าก็ไม่เห็นมันอีกต่อไปแล้ว”

ผมขาวเส้นหนึ่งอย่างนั้นหรือ?

ในใจอลิซอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคือง ตอนนี้นางอาศัยอยู่ด้วยกันกับโรวลิ่งแล้วและในทุก ๆ เช้าเมื่อพวกนางเกิดความเบื่อหน่าย พวกนางจะหวีสางผมให้กันและกัน นางมักจะพบผมขาวของโรวลิ่งอยู่เสมอแต่กลับกันโรวลิ่งมักจะแสดงความอิจฉาแก่นางเนื่องจากโรวลิ่งไม่เคยพบผมขาวบนศีรษะของอลิซเลย

ขนาดผู้ที่หวีผมของนางทุกวันยังไม่อาจพบเส้นผมขาวบนศีรษะนางได้ แล้วเมอร์ริทจะสามารถพบได้อย่างไร?

แต่นางก็ไม่กล้าจะกล่าวเช่นนั้น

“อลิซ เจ้าเองยังเยาว์วัยนัก อย่าได้หงุดหงิดกับเรื่องต่าง ๆ มากเกินไปมิเช่นนั้นเจ้าจะแก่เร็ว และยังอาจมีผมขาวได้” เขากล่าว

อลิซเพียงแค่เงียบฟังในสิ่งเขากล่าวเท่านั้น

เขาดันเก้าอี้ให้หันตรงกับของอลิซ จากนั่นจ้องมองมานิ่ง “อลิซเจ้างดงามมากรู้หรือไม่ เสน่ห์และความงดงามของเจ้าช่างจับใจข้าเหลือเกิน”

อลิซอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายและประหม่า

เขาโน้มตัวมาด้านหน้า จ้องมองนางอย่างไม่อาจละสายตา “อลิซเหล่าภรรยาของข้าต่างสนใจก็เพียงแค่สิ่งของนอกกายอย่างเงินทองและชื่อเสียงพวกนางต่างหยาบช้าและต่ำต้อย แต่เจ้านั้นต่างออกไป เพียงครั้งแรกที่ข้าพบกับเจ้าข้าก็ได้แต่ตะลึงงัน”

“ข้าได้แต่นึกเสียใจภายหลังที่ได้แต่งงานกับหญิงหยาบช้าเหล่านั้น” ทันใดนั้นเมอร์ริทเอื้อมมือมากอบกุมมือบอบบางของอลิซตาของนางเบิกกว้าง  เมอร์ริทมองมาอลิซแล้วกล่าว“อลิซ หากว่า...หากข้าบอกเจ้าว่าข้าตกหลุมรักเจ้าจากก้นบึ้งของหัวใจหัวใจของข้าล้วนมอบให้กับเจ้า เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่”

อลิซรีบผุดลุกขึ้น แต่เมอร์ริทกอบกุมมือนางไว้อย่างแน่นหนา

“ใต้เท้าเมอร์ริท ข้านั้นเป็นคู่หมั้นของคาลัน!” อลิซครวญและด้วยความพยายามครั้งที่ 3 นางก็สามารถสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมของเมอร์ริทได้

เขามองมาที่นางพลางยิ้ม “ดังที่เจ้าว่า เจ้าเป็นเพียงคู่หมั้นเท่านั้นนั่นแปลว่าเจ้ายังมิได้แต่งงาน ย่อมสามารถแต่งแก่ผู้อื่นได้ สำหรับคาลันเจ้าหนูแบบนั้นจะไปรู้อะไรเรื่องการหาความสำราญ”

ขณะที่เขาพูด เขาก็ขยับเข้าใกล้อลิซมากขึ้นขณะที่อลิซเองก็ถดถอยหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ด้วยความตระหนกของนางจึงไม่อาจสังเกตได้ว่า เมอร์ริทกำลังกดดันให้นางก้าวถอยไปยังทิศทางที่เตียงตั้งอยู่

“อลิซ ข้าหลงรักเจ้าจากใจจริง ข้าขอสาบาน!” เมอร์ริทจ้องมองอลิซด้วยความเสน่หา

เมอร์ริทมิได้กล่าวคำลวงใด ๆ ทั้งสิ้น ภายหลังจากชื่นชมรูปสลัก‘ตื่นขึ้นจากฝัน’ และได้พบกับอลิซเป็นครั้งแรก เขาก็ตกหลุมรักนางจริง ๆ แต่ในคำ‘ตกหลุมรัก’ ที่เขาว่า นั้นหมายถึง ปรารถนาที่จะครอบครอง

“ใต้เท้าเมอร์ริท!” อลิซตื่นตระหนกจนไม่อาจนิ่งเฉยได้แล้ว

ทันใด ต้นขาด้านหลังของอลิซก็ชนเข้ากับขอบเตียง จนนางเสียหลักล้มหงายหลังลงบนฟูกหนานุ่ม

ใบหน้าของเมอร์ริทผุดรอยยิ้มขึ้น เขาขึ้นคร่อมบนร่างของอลิซทันทีลงน้ำหนักกดทับบนร่างของนาง “อลิซ แม่เทพธิดาของข้า ได้โปรดตอบรับความปรารถนาที่ข้าคนนี้มีต่อเจ้าด้วยเถิดหากเจ้าทำให้ข้าพึงพอใจได้ ข้าย่อมตอบแทนด้วยการขจัดปัญหาของตระกูลเด็บส์ให้หมดไป”

ขจัดปัญหาของตระกูลเด็บส์ให้หมดไป?

จ้องมองเมอร์ริทผู้ซึ่งกำลังทาบทับร่างของนางอยู่ด้านบนอลิซไม่อาจไม่ย้อนนึกถึงคืนที่นางและลินลี่ย์ใช้ร่วมกันในโรงแรมเล็ก ๆ นั้นได้ทั้งสองต่างตกอยู่ในห้วงอารมณ์ปรารถนาอย่างล้ำลึก แต่ในท้ายที่สุด นางก็หยุดลินลี่ย์ไว้ได้

เช่นนั้นแล้วนางจะยินยอมให้ความบริสุทธิ์ของนางตกเป็นของชายตรงหน้าได้อย่างไร

“แม่เทพธิดา เป็นของข้าเถิด” เมอร์ริทกล่าวชักนำด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มอย่างอ่อนโยนพยายามกล่อมให้อลิซโอนอ่อนต่อตัวเขา

“ไม่ ไม่!”

ทันใดนั้นเอง อลิซดึงกริชออกมาจากบริเวณเอวของนางและจ้วงแทงไปยังใต้เท้าเมอร์ริทขณะเดียวกัน หินหลายก้อนจากพื้นพุ่งเข้าใส่เมอร์ริทอย่างรวดเร็ว

อย่างไรเสีย อลิซก็ยังเป็นจอมเวทธาตุดิน!

แต่ตัวของเมอร์ริทเองเป็นถึงนักรบขั้นสูงปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เขารีบเคลื่อนกายหลบไปอีกทางขณะเดียวกันก็ตวัดมือลงไปยังผลให้กริชของอลิซต้องหลุดมือ

อลิซรีบหลบไปอีกทาง มุ่งหน้าวิ่งตรงไปยังประตูห้อง

แต่แล้วด้วยความว่องไวของร่างกาย เมอร์ริทพาร่างเขาไปยืนคั่นระหว่างนางและประตูด้วยรอยยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่อาจนับเป็นรอยยิ้มได้ “อลิซ จนป่านนี้เจ้ายังจะขัดขืนอีกหรือ ด้วยฝีมือของเจ้าในฐานะจอมเวท และมีดเล่มน้อยนั้น เจ้ายังคงต้องการจะแข็งขืนต่อข้างั้นหรือ?”

“ใต้เท้าเมอร์ริท ให้ข้าออกไปเถิด” อลิซยังคงยืนยัน

“เจ้าไม่ปรารถนาจะช่วยเหล่าตระกูลเด็บส์แล้ว? ไม่ปรารถนาจะช่วยคาลัน คู่หมั้นของเจ้าแล้วอย่างนั้นหรือ?” เมอร์ริทถาม

ดวงตาของอลิซแสดงถึงความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว กัดฟันโต้กลับ“แม้ข้าปรารถนาจะช่วยตระกูลเด็บส์เพียงใด แต่นี่หาใช่วิธีที่ถูกต้องเหมาะสมเจ้ามันอสูรร้าย!”

“อสูรร้าย?” สีหน้าของเมอร์ริทเปลี่ยนไปเขากล่าวอย่างเย็นชา “แท้จริงแล้วข้าต้องการให้เรื่องราวเป็นไปอย่างโรแมนติกแต่ในเมื่อเจ้าปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือเช่นนั่นข้าจะแสดงให้ดูว่าอสูรร้ายแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร”

ใบหน้าของอลิซซีดเผือด

“ใต้เท้าเมอร์ริท อย่าเข้ามานะ” อลิซแม้จะหวาดกลัว นางหันไปคว้าเก้าอี้ด้านข้างโยนทุ่มไปยังเมอร์ริท

เพียงแค่กำปั้นเดียว เขาก็สามารถทำลายเก้าอี้ตัวนั้นลงได้

“อย่าได้ขัดขืนอีกเลย ที่แห่งนี้...คือคฤหาสน์ส่วนตัวของข้า” เมอร์ริทหัวเราะอย่างสบายใจ

เมอร์ริทก้าวเท้าเข้าหานางอย่างย่ามใจ ทีละก้าว ๆอลิซได้แต่กัดฟันแล้วกล่าวอย่างลำพองว่า “เมอร์ริท!เจ้าจงอย่าลืมว่าครั้งหนึ่งข้าเคยเป็นผู้หญิงของลินลี่ย์มาก่อน!”

คำกล่าวนี้มีอานุภาพนัก ทำเอาเมอร์ริทถึงกับชะงักงัน นิ่งอึ้ง

อลิซเองไม่ได้อยากจะกล่าวคำเหล่านี้ นางรู้ดีว่าการกระทำในอดีตได้ทำร้ายลินลี่ย์อย่างฝังลึกและนางก็ไม่ได้อยากจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขามากไปกว่านี้ แต่นอกจากลินลี่ย์แล้วนางก็ไม่เห็นทางใดที่พอจะช่วยนางให้รอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้

“ลินลี่ย์?” เมอร์ริทยืนนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวหน้าบึ้งคล้ำ

นางกัดริมฝีปากพร้อมบอกกล่าว “เมอร์ริทข้าจะแสร้งทำเป็นว่าเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแต่หากเจ้ากล้าทำอะไรมากไปกว่านี้เช่นนั้นแล้วก็อย่าได้แปลกใจหากข้าเองก็จะทำอะไรเกินขอบเขตเช่นกันเชื่อว่าท่านคงรู้ถึงอิทธิพลของลินลี่ย์ในทุกวันนี้ดี”

เมอร์ริทมองไปยังอลิซ

แม้เขาจะหลงใหลในตัวอลิซเช่นไร หากแต่รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างลินลี่ย์และอลิซเป็นไปอย่างลึกซึ้งและพิเศษมากเพียงแค่ดูจากรูปสลัก ‘ตื่นขึ้นจากฝัน’ ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถบอกได้ว่าลินลี่ย์เคยตกหลุมรักอลิซมากมายขนาดไหน

‘ความรู้สึกที่ลินลี่ย์มีให้นางเต็มไปด้วยห้วงแห่งรักแท้ หากว่าลินลี่ย์รับรู้ว่า...’เมอร์ริทรู้สึกเจ็บปวด

ลินลี่ย์!

ช่างรับมือได้ยากยิ่ง

ลินลี่ย์ในตอนนี้มีอิทธิพลอย่างมาก แม้กระทั่งเขาเองที่ว่าก็มีอำนาจไม่น้อย ท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงอัครเสนาบดีฝ่ายขวาของหนึ่งอาณาจักรเท่านั้นต่อหน้าวิหารเจิดจรัส เขานับเป็นตัวอะไรได้!การเลือกผู้ครองบัลลังก์อาจเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาอย่างจริงจังแต่พวกเขาแทบไม่ต้องคิดอะไรกับการถอดถอนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาของอาณาจักรหนึ่ง

ที่ลินลี่ย์ต้องทำเพียงแค่บอกกล่าวแก่วิหารเจิดจรัสให้เข้าช่วยเหลือเพียงแค่นั้นเขาเองก็ไม่อาจต้านทานอันใดได้

และในอนาคตอันใกล้ ลินลี่ย์มีแต่จะน่ายำเกรงขึ้นเรื่อย ๆนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่มีขุนนางแม้แต่ผู้เดียวในอาณาจักรเฟนไลกล้าที่จะต่อต้านหรือมุ่งพยายามเอาชีวิตของเขานี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงแสดงความสุภาพต่อลินลี่ย์นัก

“อนิจจา...” เมอร์ริทถอดถอนหายใจอย่างยาวนาน “อลิซข้าได้ตกหลุมรักเจ้าเข้าอย่างแท้จริง ช่างมากมาย จนข้าได้สูญเสียสติครองตน”

เมอร์ริทยิ้มอย่างขอลุแก่โทษ “ข้าต้องขออภัย บัดนี้สติข้าได้กลับคืนแล้วในเมื่อเจ้าไม่อาจตอบรับความรู้สึกที่ข้ามีให้แก่เจ้าแน่นอนว่าข้าก็ไม่อาจบังคับได้”

“ใต้เท้าเมอร์ริท เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัว” อลิซรีบตรงไปเปิดประตูและก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นอลิซจากไป ท่าทางอ่อนน้อมแสดงความเสียใจได้หายไปจากสีหน้าของเมอร์ริทเขาจ้องเขม็งอย่างชั่วร้าย แสดงสีหน้าเย้ยหยันและหลุดคำออกมา “นังแพศยา!”

กว่าอลิซจะเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเด็บส์ ฟ้าก็มืดแล้ว

ในช่วงเวลานี้ สมาชิกทุกคนในตระกูลเด็บส์มารวมตัวกันอยู่ในห้องโถงใหญ่ร่วมกันรับประทานมื้อเย็นเพียงแต่ในวันนี้บรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ทุกคนต่างเป็นกังวลเนื่องจากตระกูลเด็บส์จะถูกตัดสินโทษเมื่อใดก็ได้

“อลิซ เจ้ากลับมาแล้ว?” โรวลิ่งเห็นอลิซวิ่งเข้ามาด้านในคฤหาสน์

นีมิทซ์และคนอื่นต่างลุกขึ้นเช่นกัน

‘รวดเร็วถึงเพียงนี้?’ นีมิทซ์ตะลึง อลิซกลับมาเร็วกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากนัก

“พี่หญิงอลิซ มาทานมื้อเย็นกับพวกเราสิ” โรวลิ่งเรียกนางเข้าไปทันที

ระหว่างทางเข้าไปยังโถงหลัก อลิซกวาดตามองผู้คนด้านในพร้อมกล่าวขออภัย“ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ข้าขอตัวไปพักผ่อนในห้องก่อน”อลิซกล่าวเสียงต่ำและแหบแห้ง

โรวลิ่งรู้สึกว่าอลิซประพฤติตัวแปลกไปจากปกติ

“ข้าขอตัวไปดูแลอลิซก่อน” โรวลิ่งยิ้มให้กับทุกคนแล้วตามอลิซไป ทิ้งให้นีมิทซ์ที่กำลังตั้งข้อสงสัยไว้ในโถงหลัก

อลิซและโรวลิ่ง อยู่ภายในห้องของพวกนาง

เมื่อเข้ามาในห้องนอน อลิซทิ้งตัวลงบนเตียง นางไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปนางรู้สึกแย่ต่อความไม่เป็นธรรมที่นางได้รับ

“ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือ ทำไมสวรรค์ถึงได้ลงโทษข้าเช่นนี้?”

อลิซได้แต่คร่ำครวญอย่างโกรธแค้น

“ข้าไม่เคยขออะไรมากไปกว่า ขอให้ข้าได้มีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข ขอเพียงบิดามารดาข้าได้ใช้ชีวิตอย่างผาสุขแล้วเหตุใด เหตุใดข้าจึงต้องมาเจอกับเรื่องราวเช่นนี้?” ภายในจิตใจอลิซเต็มไปด้วยความเศร้าโศก  จริงอยู่ที่ตระกูลเด็บส์อาจจะต้องจบสิ้นลง

แต่นั่นเกี่ยวข้องอะไรกับนาง?

ทำไมพวกเขาต้องส่งให้นางให้กับเมอร์ริท?

ทำไมนางต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเปล่งวาจาว่า “ข้าเคยเป็นผู้หญิงของลินลี่ย์”ต้องเป็นเหตุการณ์วิกฤตถึงเพียงไรจึงสามารถทำให้นางเอ่ยปากพูดประโยคนั้นออกมา นางมิได้ต้องการจะกล่าวประโยคนี้เลยแม้เพียงนิด

“พี่หญิงอลิซ  เกิดอะไรขึ้น?” โรวลิ่งที่วิ่งเข้ามาในห้องเห็นอลิซกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นปรากฏคราบน้ำตาดวงใหญ่บนที่นอน ทำให้โรวลิ่งกังวลอย่างมาก

โรวลิ่งเข้ามานั่งประคอง ลูบหลังของอลิซอย่างปลอบโยน “อย่าร้องอย่าได้ร้องอีกเลย ไม่ว่าเรื่องร้ายแรงเพียงใด ท่านสามารถเล่าให้ข้าฟังได้”

อลิซหันไปซบวงแขนของโรวลิ่ง ร้องออกมาด้วยความทุกข์ใจ แม้ไม่มีผู้ใดปลอบนางก็ไม่คิดว่าแย่เท่าใดนักเพียงแต่ตอนนี้นางมีผู้ที่อยู่เคียงข้าง ทำให้นางยิ่งรู้สึกทุกข์ใจและรู้สึกถึงความอยุติธรรมที่ตนได้รับมากกว่าเดิม

โรวลิ่งปลอบอลิซยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง อลิซถึงค่อยสงบลง

“พี่หญิงอลิซ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? บอกข้ามา” โรวลิ่งมองตรงมายังอลิซ

อลิซสูดลมหายใจลึก จากนั้นค่อย ๆ เล่าเรื่องราวอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับนาง “น้องหญิงโรวลิ่ง เจ้าย่อมรู้ดีถึงสถานการณ์ล่อแหลมที่กำลังเกิดขึ้นภายในตระกูลเด็บส์ตอนนี้เมื่อวานนี้ท่านผู้อาวุโสรอง มาพบข้าเป็นการส่วนตัว และขอให้ข้าไปพบกับ...”

อลิซเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมากเท่าใด โรวลิ่งก็โมโหมากขึ้นเท่านั้น

โรวลิ่งโมโหในการกระทำของนีมิทซ์ นางโมโหเมื่อนึกถึงสิ่งที่อลิซต้องเผชิญ และนางรู้สึกได้ถึงความโกรธแค้นที่มีต่อการกระทำของเมอร์ริทและในขณะเดียวกัน นางก็สงสารอลิซเหลือเกิน

“ข้าไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วข้าเพียงอยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข” อลิซกล่าวเสียงสะอื้น

ตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโรวลิ่งได้แต่คิดไตร่ตรองถึงวิธีที่จะช่วยเหลือตระกูลเด็บส์หากแต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากอลิซ นางจึงได้เข้าใจบางอย่าง

“พี่หญิงอลิซ อย่าได้เศร้าไปเลย อย่างไรเสียก็ไม่อาจยอมให้ใต้เท้าเมอร์ริททำลายความบริสุทธิ์ของท่านได้”

อลิซพยักหน้า

“แต่เราก็ยังต้องคิดหาหนทางช่วยเหลือพี่คาลันและคนอื่น ๆ” โรวลิ่งกล่าว

อลิซเองก็ต้องการที่จะช่วยคาลัน แต่นางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

“พวกเรายังคงมีทางเลือกอยู่” โรวลิ่งมองมายังอลิซ“แต่ข้าไม่รู้ว่าท่านจะยินยอมทำหรือไม่ พี่หญิงอลิซ”

“โรวลิ่ง...” มองมาที่โรวลิ่ง อลิซพอจะคาดเดาได้ว่าโรวลิ่งน่าจะหมายถึงสิ่งใด

โรวลิ่งพยักหน้า “ใช่แล้ว ไปขอให้ลินลี่ย์ช่วยเป็นอย่างไรวันนี้เพียงแค่ท่านเอ่ยนามของเขา ใต้เท้าเมอร์ริทก็ไม่กล้าทำอะไรท่านอีกเห็นได้ชัดว่าลินลี่ย์มีอิทธิพลมากเพียงใด จากที่ข้ารู้มาเขาไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับวิหารเจิดจรัส เขายังมีความสัมพันธ์กับหอการค้าดอว์สันอีกด้วยแม้กระทั่งราชาเคลย์ยังปฏิบัติต่อเขาราวกับเป็นสหาย หากลินลี่ย์เป็นผู้เอ่ยปากเข้าช่วยเหลือโอกาสที่จะช่วยเหลือคาลันได้ย่อมไม่น้อยอีกต่อไป”

มิต้องสงสัยเลยเลยว่าขณะนี้ในอาณาจักรเฟนไล ผู้คนต่างสุภาพโอนอ่อนตามลินลี่ย์กันหมดสิ้น

แม้กระทั่งอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวายังไม่อาจเทียบเท่ากับเขาได้

นั่นเพราะทุกคนรู้ดีว่า ในอนาคตลินลี่ย์ย่อมกลายเป็นคนระดับสูงของวิหารเจิดจรัสกระทั่งตอนนี้เขาถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีศักยภาพในระดับสูงที่ควรได้รับการฝึกอบรมอย่างดีเพียงเพื่อลินลี่ย์ พวกเขากระทั่งส่งคาร์ดินัลถึง 2 คนไปเข้าร่วมเคารพพิธีศพของฮ็อกจากจุดนี้ใครต่างรู้ดีว่าลินลี่ย์ถูกมองว่าสำคัญมากเพียงใด

“ท่านพี่ลินลี่ย์?” อลิซเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

นางรู้ดีว่าเรื่องราวระหว่างนางกับเขาผ่านมาเนิ่นนานแล้ว แต่นางก็ยังไม่ต้องการจะเผชิญหน้ากับมันนางไม่อยากจะไปขอร้องเรื่องใด ๆ ต่อลินลี่ย์ นางรู้สึกว่าไม่มีหน้าจะไปพบกับเขาอีกต่อไปแล้ว”

นางรู้ดีว่านางได้ทำร้ายเขาอย่างฝังลึก ช่วงเวลาที่นางได้เข้าชมรูปสลัก‘ตื่นขึ้นจากฝัน’ นางก็เข้าใจดีว่าลินลี่ย์เคยรักนางมากเพียงใดอย่างน้อยเขาก็เคยตกหลุมรักนาง

นางรู้สึกละอายใจหากต้องพบกับเขา!

“พี่หญิงอลิซ ข้าเข้าใจดีว่าท่านรู้สึกอย่างไร” โรวลิ่งกุมมืออลิซแน่น“แต่ว่าตอนนี้ท่านพี่คาลันของพวกเราและท่านพ่อของเขากำลังตกอยู่ในวิกฤตที่อาจสูญเสียกระทั่งชีวิตข้าขอร้องท่าน ขอให้ท่านกลั้นใจอดทนต่อการกระทำที่แล้วมาในอดีต อย่างไรเสียลินลี่ย์ก็คงไม่ประพฤติดังเช่นเมอร์ริท”

ในใจอลิซเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

‘ไม่มีหน้าจะไปพบ? ความหยิ่งในศักดิ์ศรีที่นางมีนั้นสำคัญกว่าชีวิตของคู่หมั้นและบิดาของเขาอีกหรือ?’ อลิซถามตัวเอง จึงพบว่านางไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

“พี่หญิงอลิซ” โรวลิ่งมองอลิซอย่างอ้อนวอนอลิซสูดสมหายใจลึกบังคับให้ใจตัวเองสงบลง มองไปยังโรวลิ่ง แล้วพยักหน้า “ได้ ข้าจะไปพบกับพี่ลินลี่ย์ในวันพรุ่งนี้”

จบบทที่ ตอนที่ 6-16 เหลือทน

คัดลอกลิงก์แล้ว