เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-17 คำวิงวอน

ตอนที่ 6-17 คำวิงวอน

ตอนที่ 6-17 คำวิงวอน


ณ คฤหาสน์ของลินลี่ย์ ผู้มีตำแหน่งเป็นอธิบดีศาลจอมเวท บริเวณสวนน้ำพุร้อน

ปรากฏประกายแสงแห่งการใช้เวทธาตุดิน– สนามสุดยอดแรงโน้มถ่วง ลินลี่ย์ในยามฝึกฝนขณะนี้สวมเพียงกางเกงขายาวเปลือยกายท่อนบน

มัดกล้ามเนื้อบนร่างกายท่อนบนของเขาทั้งหมดดูราวกับเป็นริ้วระลอกคลื่นไม่พบไขมันส่วนเกินเลย ขณะนี้ร่างกายทุกส่วนอวัยวะและเส้นเลือดทั่วร่างของเขากำลังถูกฝึกโดยต้านทานแรงโน้มถ่วงที่มากกว่าปกติถึง4 เท่า

เรื่องน่ายินดีภายหลังจากเขาได้กลายเป็นนักรบมังกรคือดูเหมือนว่าความสามารถด้านพละกำลังก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

ท่ายืนของเขาโค้งโก่งคล้ายคันธนูที่ถูกดึงรั้งมือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาขนานลำตัวแต่ละข้างปรากฏศิลาก้อนขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักกว่าร้อยปอนด์ต่อก้อนเมื่อประกอบกับการฝึกในสภาวะที่แรงโน้มถ่วงมากขึ้น ทำให้น้ำหนักที่เขากำลังรับอยู่ณ ปัจจุบัน มีมากถึงเกือบหนึ่งพันปอนด์

ท่อนขาของเขาแข็งแรงราวกับท่อนเหล็ก ร่างกายเหยียดสูงตั้งตรงกระทั่งสายตาของเขาก็มุ่งตรงไปด้านหน้า ไม่มีแววสั่นไหว

หยาดเหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลกลิ้งไปตามลำตัวของเขาจนทั่วทั้งร่าง แต่ลินลี่ย์หาได้ใส่ใจไม่

นอกเหนือจากภาระงานของอธิบดีศาลจอมเวท ลินลี่ย์ได้ฝึกฝนตัวเองอย่างต่อเนื่องทุกวันบริเวณด้านนอกสวนน้ำพุร้อน มีทหารยามยืนเฝ้าอยู่และมีหญิงรับใช้ 2คนที่รอพร้อมรับคำสั่งจากเขาอยู่ตลอดเวลาแต่ประตูที่จะเข้ามายังลานน้ำพุร้อนถูกปิดไว้ภายในบริเวณลานฝึกฝนมีเพียงเขาผู้เดียว

ยามที่ลินลี่ย์กำลังฝึกฝน ไม่อนุญาตให้ใครก็ตามเข้ามา

ครั้งหนึ่งราชาเคลย์ได้เสด็จมายังคฤหาสน์แห่งนี้มหาดเล็กจากในวังไม่สนใจคำเตือนจากทหารที่เฝ้าอยู่ด้านนอกและมุ่งตรงเข้ามายังลานน้ำพุร้อนเพื่อแจ้งให้ลินลี่ย์มาพบกับองค์ราชา ลินลี่ย์สั่งลงโทษชายคนนั้นทันทีโดยให้โบย20 ไม้ ร่างกายของชายผู้นั้นไม่อาจทนทานได้จึงเสียชีวิตลงในที่สุด

ราชาเคลย์หาได้ใส่ใจต่อการกระทำของลินลี่ย์แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามยังได้ย้ำอีกว่าเมื่ออยู่ ณ ลานน้ำพุแห่งนี้ ทุกคนต้องเคารพกฎของลินลี่ย์

“ใต้เท้าลินลี่ย์ได้ฝึกหนักอยู่เสมอ เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในลานนั้นเมื่อเขาไม่ได้ฝึกฝนศาสตร์แห่งนักรบ เขาก็ฝึกฝนศาสตร์แห่งจอมเวทข้าคิดว่าช่วงเวลาเดียวที่เขาจะพักผ่อนก็คือยามที่เขาแกะสลักหินเท่านั้น” หญิงรับใช้ผู้หนึ่งกล่าวเสียงเบาหญิงรับใช้อีกคนผงกหัวรับคำ “ข้าไม่เคยพบกับขุนนางที่ขยันมากเท่านี้มาก่อนข้าเคยรับใช้ใต้เท้าที่เป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนศาสตร์แห่งนักรบ ยังฝึกฝนเพียงวันละ 4ชั่วโมงเท่านั้น”

อัศวินจากวิหารเจิดจรัสที่ยืนอยู่ไม่ไกลต่างรู้สึกนับถือลินลี่ย์อย่างมากอัจฉริยะส่วนมากจะมีชื่อเสียงโด่งดังในระยะแรก แต่ภายหลังจะค่อย ๆ ดับหายไป ทุก ๆปีวิหารเจิดจรัสจะสนับสนุนอัจฉริยะมากมายอย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่เคยเจอใครโดดเด่นเท่าลินลี่ย์มาก่อนส่วนใหญ่แล้วเมื่อฐานะทางสังคมของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก็มักจะไขว้เขวไปกับปัจจัยภายนอกอื่นๆ พัฒนาการจึงค่อย ๆถดถอยลง

“หากใต้เท้าลินลี่ย์ยังคงฝึกฝนต่อเนื่องเช่นนี้ เขาต้องกลายเป็นนักรบระดับ 9ที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาเป็นแน่และรวมถึงบรรลุระดับเซียนที่อายุน้อยที่สุดเช่นกัน” หนึ่งในองครักษ์กล่าว

ทหารองครักษ์คนอื่น ๆ ล้วนเห็นด้วย

ทุกคนในที่นี้ต่างยอมรับในความเพียรพยายามและอุตสาหะที่ลินลี่ย์มีให้ต่อการฝึกฝน

เพียงแค่ว่า... “ใต้เท้าลินลี่ย์ออกจะเข้มงวดและน่ากลัวอยู่บ้าง”หญิงรับใช้ผู้หนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอมทุกข์

ในใจของพวกนาง ลินลี่ย์คือชายที่หล่อเหลา เยาว์วัย ทั้งยังแข็งแกร่งเขากำลังจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์! ทุกสิ่งอย่างล้วนไร้ที่ติ เพียงแต่มนุษยสัมพันธ์ที่เขามีต่อผู้อื่นนั้นแย่มากกระทั่งกับหญิงรับใช้อย่างพวกนาง เขาไม่แสดงออกถึงความเป็นสุภาพหรือแสดงความอ่อนโยนแม้เพียงนิด

แต่สิ่งที่ผู้อื่นไม่รู้ นั่นก็คือกระทั่งตอนเขากำลังแกะสลักหินเขาไม่ได้พักแต่อย่างใด แต่กำลังเพิ่มพลังจิต ในอัตราเร็วขั้นสูงสุด! ลินลี่ย์กำลังเพิ่มความแข็งแกร่งอยู่ทุกชั่วขณะ!

ภายในสวนน้ำพุร้อน

“ฟู่ว”

ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มแห่งการฝึกฝนด้านพละกำลังสิ้นสุดลง ลินลี่ย์เริ่มต้นเดินลมปราณนักรบเลือดมังกรภายในร่างความเหนื่อยล้าจางหายลง เขาค่อย ๆ ชักเหล็กสกัดตรงออกมาจากนั้นเดินตรงไปยังศิลาก้อนใหญ่ที่เขาวางทิ้งไว้บนผืนหญ้า  เขากำลังจะลงมือแกะสลัก

จ้องมองไปยังศิลาทั้งสองก้อน สำรวจดูลายเส้นและโครงสร้างของหิน ลินลี่ย์เริ่มต้นออกแบบการแกะสลักของเขาในใจพริบตาเดียวภาพใบหน้าของนักรบในจินตนาการก็ปรากฏขึ้นในจิตใจ

รอยยิ้มถูกส่งออกมาบนใบหน้า เหล็กสกัดตรงในมือของลินลี่ย์เริ่มขยับอย่างเป็นจังหวะราวกับกำลังล่องลอยอยู่และฟาดฟันไปบนหินสลักทำให้เกิดเศษหินกระเด็นกระดอนไปทั่ว ลินลี่ย์ลงมืออย่างตั้งใจ ไร้ซึ่งความลังเลน้ำหนักที่ถ่ายลงในการแกะสลักก็เหมาะเจาะไม่มีความผิดพลาดแม้แต่น้อย

ช่างเป็นความรู้สึกที่แสนวิเศษเสียจริง!

จิตวิญญาณของลินลี่ย์เริ่มที่จะจมดิ่งไปในกระแสแห่งธาตุดินที่สั่นไหวรายล้อมรอบข้างทำให้เขาสัมผัสถึงทุกเส้นสายและรอยแตกของหินเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนขณะเดียวกันก็ยังทำให้เขาลงมือทุก ๆครั้งของเขาเป็นไปได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ

ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา!

ลินลี่ย์ในตอนนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศแห่งธรรมชาติโอบล้อมซึ่งเป็นเหมือนดั่งพระแม่แห่งความกรุณาปราณีได้มอบความแข็งแกร่งให้กับเขาเติบโตขึ้น

“ฟู่ว”

เมื่อผ่อนลมหายใจออกจนหมด ลินลี่ย์ลดเหล็กสกัดตรงในมือลง

ผ่านไปสองชั่วโมง ศิลาขนาดใหญ่ได้กลายเป็นรูปสลักอย่างหยาบ ๆเขาตั้งใจจะแกะสลักลงรายละเอียดต่อในวันถัดไป เนื่องจากทุก ๆวันเขาได้กำหนดเวลาที่จะใช้ไปกับการแกะสลักโดยเฉพาะไม่ให้เกินไปกว่าที่ตั้งใจไว้

เขาจำเป็นจะต้องจัดสรรองค์ประกอบในการฝึกให้เป็นไปอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้มาซึ่งการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การฝึกฝนเช่นนี้เกิดขึ้นทุกวันตั้งแต่ตีห้า จวบจนขณะนี้เป็นเวลาแปดนาฬิกาซึ่งเป็นเวลาอาหารเช้าแล้ว

เมื่อลดเหล็กสกัดตรงในมือลง ลินลี่ย์ถอดกางเกงออก และก้าวลงไปยังบ่อน้ำพุร้อนรับรู้ได้ถึงความร้อนตามลำตัวไล่เรียงไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อ ลินลี่ย์ปิดตาลงอย่างผ่อนคลายในที่สุดก็เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แท้จริง

“เข้ามาได้” ลินลี่ย์ตะโกนบอก

หญิงรับใช้สองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกมาตลอดได้ยินดังนั้นก็ก้าวเข้ามาพร้อมถาดในมือสองถาด  ภายในเต็มไปด้วยอาหารและผลไม้อย่างพรักพร้อม

“ใต้เท้าลินลี่ย์” หญิงรับใช้ทั้งสองวางถาดลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลและยืนรอรับคำสั่งต่อไปของลินลี่ย์อย่างนอบน้อม

เมื่อต้องยืนอยู่ด้านข้าง พวกนางต่างอดไม่ได้ที่จะชำเลืองตามองไปยังลินลี่ย์ ลินลี่ย์ตอนนี้ที่กำลังเปลือยกายอยู่ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกำลังเอนกายอยู่เบื้องหน้าช่างเป็นอะไรที่น่าตื่นตาอย่างมาก

“พวกเจ้าไปได้แล้ว”

ลินลี่ย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“เจ้าค่ะใต้เท้า” หญิงรับใช้ทั้งสองออกไปทันทีอย่างนอบน้อม

ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา ลินลี่ย์ไม่ได้เหลือบตามองพวกนางแม้เพียงสักครั้ง

จากนั้นเขาก้าวขึ้นจากบ่อน้ำพุสวมชั้นในตามด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ถูกจัดเตรียมไว้ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้และเริ่มรับประทานอาหารเช้า

“ฟุ่บ” เงาสีดำตรงมาจากผืนหญ้าที่อยู่ห่างออกไป หนูเงาบีบีที่งีบหลับยามลินลี่ย์กำลังฝึกฝนการแกะสลักอยู่ได้พุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“เจ้านาย นี่เป็นเวลาอาหารเช้าแล้วหรือ อา เช่นนั้นแล้วเนื้อย่างชิ้นใหญ่นั่นข้าขอก็แล้วกัน” บีบีกล่าวจ้องมองเนื้อที่ตนหมายตาไม่กระพริบ

ลินลี่ย์หัวเราะในลำคอ

‘ท่านปู่เดลิน ท่านคิดว่าพวกเราพอจะมีวิธีจัดการกับเคลย์ในตอนนี้หรือไม่?’ ลินลี่ย์กล่าวกับปู่เดลินในใจ

เดลิน โคเวิร์ท ลอยออกมาจากแหวนมังกรขนด นั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่งยิ้มให้กับลินลี่ย์ “ลินลี่ย์ เคลย์น่ะเป็นถึงนักรบขั้นที่ 9ช่องว่างระหว่างเจ้าทั้งสองยังมากเกินไปต่อให้เจ้าอยู่ในสภาวะนักรบมังกรแบบเต็มรูปแบบแล้วก็ยังมีพลังเทียบเท่ากับนักรบขั้นที่8 ระดับต้น ๆเท่านั้น เดี๋ยวนะ ไม่สิ ตอนนี้เจ้าเป็นนักรบขั้นที่ 6ระดับปลายแล้วจึงเทียบได้กับนักรบขั้นที่ 8 ระดับปลายเมื่อเจ้าอยู่ในรูปแบบนักรบมังกรเต็มขั้นแต่อย่างไรก็ดี เจ้าก็นับว่าห่างจากเคลย์อยู่มาก”

ลินลี่ย์แม้รู้สึกไม่อยากจะยอมรับ แต่เขาก็รู้ดีว่า ณ ตอนนี้เขายังไม่อาจเป็นคู่มือให้กับผู้ที่เป็นคนออกคำสั่งให้ดยุคแพตเตอร์สันลักพาตัวมารดาของเขาไปหรือก็คือราชาเคลย์ นั่นเอง

“ข้ามีเพียงทางเลือกเดียวคือ ต้องฝึกหนักต่อไปเท่านั้น”  ลินลี่ย์กำหมัดโดยไม่รู้ตัวส้อมในมือถูกบิดให้งอด้วยพละกำลัง

ในระดับขั้นต้น ๆพละกำลังที่ถูกเสริมขึ้นมาจากการเปลี่ยนเป็นนักรบมังกรนั้นมีผลอย่างมากเมื่อวัดจากปริมาณการฝึกฝนของเขาซึ่งตอนนี้เป็นนักรบขั้นที่ 6 ระดับปลายแล้วภายในครึ่งปีนี้เขามีโอกาสอย่างมากที่จะเลื่อนระดับเป็นนักรบขั้นที่ 7หากเมื่อเวลานั้นมาถึงภายใต้สภาวะแห่งนักรบมังกรเขาจะสามารถก้าวไปถึงการเป็นนักรบขั้นที่ 9 ระดับต้นได้

“ใต้เท้าลินลี่ย์” เสียงจากหญิงรับใช้ลอยเข้ามาจากภายนอกลานน้ำพุ

“เข้ามา” ลินลี่ย์กล่าวอย่างสงบ

เพียงแต่คราวนี้หญิงรับใช้รีบเข้ามา กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ใต้เท้าลินลี่ย์ด้านนอกมีหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่าอลิซมาขอเข้าพบกับใต้เท้าเจ้าค่ะ”

“อลิซ?” เปลือกตาของลินลี่ย์กระตุกเขามองไปยังหญิงรับใช้ที่มาแจ้งข่าว “พานางไปห้องรับแขก ข้าจะตามไปที่นั่น” ลินลี่ย์ยืนขึ้นขณะพูด

“เจ้าค่ะใต้เท้าลินลี่ย์” หญิงรับใช้ผู้นี้ไม่กล้าที่จะเหลือบมองลินลี่ย์แม้แต่น้อยนางรู้ดีว่าลินลี่ย์เข้มงวดต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเพียงใด

……

อลิซบีบกระชับแก้วน้ำในมือ นางมีท่าทีทุกข์ใจ การที่นางจะมาขอร้องให้ลินลี่ย์เข้าช่วยเหลือช่างเป็นอะไรที่ลำบากใจสำหรับนาง หากแต่ตอนนี้นางมีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้น

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา

ร่างกายของอลิซแข็งทื่อ นางหันหน้ามองไปยังทิศทางนั้นทันที

ลินลี่ย์ในชุดลำลองเรียบง่าย ยิ้มและก้าวเข้ามาในห้องโถงรับแขก เห็นอลิซกำลังมองมาที่เขาเขาก็ได้แต่พยักหน้าและยิ้มตอบกลับ “อลิซ นานแล้วที่เราไม่ได้พบกัน” ลินลี่ย์กล่าวขณะทิ้งตัวลงนั่งในเก้าอี้ประธาน

อลิซเห็นได้ชัดว่าอากัปกิริยาของลินลี่ย์ได้เปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อนหน้าหนึ่งปีก่อนนางยังรู้สึกว่าเขายังเด็กและไม่ประสีประสาเท่าไรนัก

แต่ตอนนี้ ลินลี่ย์เต็มไปด้วยกิริยาท่าทางที่สง่างามของชนชั้นสูงแค่รอยยิ้มบางๆ ที่เขาส่งมา ไม่ว่าใครก็สามารถสัมผัสได้ถึงราศีที่ไม่ธรรมดาของเขาราศีที่บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่ง

“พี่ลินลี่ย์” อลิซพยายามบังคับเสียงของนางให้สงบลงแต่พบว่ามันยังคงสั่นเครืออยู่เล็กน้อย

“เจ้าต้องการทานผลไม้หรือไม่ ข้ายังพอจำได้ว่าผลไม้โปรดของเจ้าคือผลมะกอก” ลินลี่ย์เหลือบตาไปยังหญิงรับใช้ที่อยู่ไม่ไกลเพียงหนึ่งครั้ง

ในเวลาไม่นาน หญิงรับใช้คนนั้นก็กลับมาพร้อมกับจานผลไม้

“ขอบคุณ” อลิซหยิบผลมะกอกขึ้นมากัดคำเล็ก ๆ ช่วงขณะนั้นเองนางอดที่จะคิดถึงช่วงเวลาที่นางกับลินลี่ย์ทานผลมะกอกด้วยกันไม่ได้ และตอนนั้นลินลี่ย์เป็นผู้ป้อนมันให้แก่นางด้วยตัวเอง

อลิซอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองลินลี่ย์ และพบว่าเขาเองก็กำลังยิ้มให้นางอยู่

“พี่ลินลี่ย์” อลิซลดมือที่ถือผลไม้ลงมา มองตรงไปยังชายที่นั่งข้างหน้านาง“มีบางเรื่องที่ข้าต้องขอความช่วยเหลือจากท่าน”

“เจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้างั้นหรือ?” ลินลี่ย์เองได้คาดเดาถึงสาเหตุเบื้องหลังในการมาเข้าพบเขาของอลิซไว้อยู่แล้ว

“เชิญกล่าวออกมาได้เลย” ลินลี่ย์กล่าวออกมาตรง ๆ

อลิซสูดหายใจเข้าลึก มองไปยังลินลี่ย์อย่างจริงจัง “พี่ลินลี่ย์ท่านน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลของคาลันดี ข้าคิดว่าคาลันกับคนอื่นๆในตระกูลเป็นผู้บริสุทธิ์ พวกเขากำลังถูกใส่ความ ข้าหวังว่าท่านจะช่วยเหลือพวกเขาด้วยการเจรจากับองค์ราชาเคลย์ข้าหวังว่าท่านจะสามารถช่วยล้างมลทินและช่วยกอบกู้ชื่อเสียงจากคำครหานี้ให้แก่พวกเขาได้ข้ามั่นใจว่าองค์ราชาย่อมเห็นแก่หน้าท่าน”

ลินลี่ย์อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างจนปัญญาไม่ได้

บริสุทธิ์งั้นหรือ?

ผู้อื่นอาจไม่รับรู้ แต่ย่อมไม่ใช่เขาผู้ซึ่งได้ลงมือสังหารแพตเตอร์สันยามนั้นแพตเตอร์สันได้บอกกล่าวแก่เขาเองเกี่ยวกับการลักลอบขนหยกวารีหนีภาษีครั้งนี้เขามั่นใจว่าโอกาสที่ตระกูลเด็บส์มีจะส่วนร่วมกับการลักลอบขนหยกวารีหนีภาษีครั้งนี้มีมากกว่า80-90 เปอร์เซ็นต์

“ล้างมลทินอันไม่เป็นธรรม? เหตุใดเจ้าจึงคิดว่าพวกเขาบริสุทธิ์ล่ะ? อลิซ เจ้าคิดหรือว่าเจ้ารู้จักตระกูลเด็บส์ดีแล้ว?” ลินลี่ย์มองอลิซ

อลิซตื่นตระหนก

นางต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการกล่าวถ้อยคำเหล่านั้นออกมา แต่จากคำพูดที่ลินลี่ย์ตอบกลับนางด้วยคำถามเมื่อครู่ทำให้นางรู้สึกได้ว่า... ลินลี่ย์ไม่มีความคิดจะช่วยเหลือแม้แต่น้อย

นางพลันรู้สึกอยากร้องไห้ และทุกข์ใจอย่างมาก

อลิซลุกขึ้นยืน กล่าวกับลินลี่ย์ “พี่ลินลี่ย์ ข้าขออภัย ข้าไม่ควรมาที่นี่เลยข้ารู้ดีว่าในอดีตข้าได้ทำเรื่องผิดพลาด ไม่น่าให้อภัยและการที่ข้ามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านเพื่อตระกูลเด็บส์มันเป็นคำขอที่มากเกินไปสำหรับข้าไม่เป็นไรหากท่านไม่คิดช่วยเหลือ ข้าก็ไม่คิดโทษท่านแม้แต่น้อย” จากมุมมองของอลิซ ลินลี่ย์กับคาลันเป็นคู่แข่งกันในด้านความรักดีแค่ไหนแล้วที่ลินลี่ย์ไม่ได้กระทำสิ่งใดซ้ำเติมตระกูลเด็บส์ยามที่พวกเขาตกสู่สถานะเช่นในปัจจุบัน

ลินลี่ย์มองดูอลิซ ในยามนี้จิตใจของเขาสงบนิ่งอย่างมาก

เรื่องที่รักครั้งแรกของเขาล้มเหลวนั้นบัดนี้หลงเหลือเพียงภาพฝันที่ได้ล่วงพ้นมาแล้ว ลินลี่ย์ในตอนนี้ได้ผ่านประสบการณ์เฉียดตายจากหุบเขาแห่งเมฆหมอกได้กลายเป็นนักรบเลือดมังกร และด้วยการจากไปของบิดาเขาตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้าไปสู่หนทางแห่งการล้างแค้น!

ด้วยจุดมุ่งหมายในการล้างแค้นของเขา ลินลี่ย์ได้แต่ขัดเกลาร่างกายและจิตใจให้บังเกิดความโหดร้ายทารุณความเย็นชา ไม่ให้ขาดไปแม้เพียงนิด ความพร้อมทางด้านจิตใจของลินลี่ย์ในตอนนี้เหนือล้ำยิ่งกว่าตัวเขาในปีก่อนหน้าอย่างทาบไม่ติดเขาโตขึ้นมากในช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งด้านพละกำลัง ความแข็งแกร่งและทางด้านจิตใจก็ด้วยเช่นกันลินลี่ย์เมื่อปีก่อนไม่อาจเทียบเท่ากับตัวเขาในยามนี้ได้เลย เขาไม่ใช่ลินลี่ย์คนเดิมที่อลิซคิดว่าเขาเคยเป็นอีกต่อไป

ด้วยประสบการณ์ที่เขาได้สั่งสมมา บัดนี้เขาได้เติบใหญ่แล้ว ลินลี่ย์ได้ผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆ มาอย่างมากมาย

“พี่ลินลี่ย์ ข้าขอตัว” อลิซกล่าวและลุกขึ้นเตรียมตัวกลับนางรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่กำลังจะกลั้นไว้ไม่ไหว

“อลิซ” ลินลี่ย์ยืนขึ้นเช่นกัน ยืดแขนออกมาวางไว้บนบ่าของอลิซ

อลิซหันกลับมาหาลินลี่ย์ด้วยความประหลาดใจ ลินลี่ย์มองนางตรงๆกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “อลิซ ยังมีเรื่องอีกมากที่เจ้าไม่รู้ตระกูลเด็บส์จะบริสุทธิ์หรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะตัดสินได้ อย่างไรก็ตามในเมื่อเจ้าตัดสินใจมาพบข้าเพื่อขอให้ข้าช่วยเหลือข้าก็จะไม่นิ่งดูดายหรือเพิกเฉยต่อเรื่องนี้แต่...ข้าจะสามารถช่วยพวกเขาไว้ได้สำเร็จหรือไม่นั้น นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

จบบทที่ ตอนที่ 6-17 คำวิงวอน

คัดลอกลิงก์แล้ว