เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6-15 ถูกใส่ร้าย

ตอนที่ 6-15 ถูกใส่ร้าย

ตอนที่ 6-15 ถูกใส่ร้าย


ต้องการสนทนากับอลิซเป็นการส่วนตัวงั้นหรือ? ตระกูลเด็บส์จะมีส่วนในการลักลอบขนหยกวารีหนีภาษีหรือไม่การสนทนากับอลิซเป็นการส่วนตัวจะถูกใช้เป็นการตัดสิน? เห็นได้ชัดว่าเมอร์ริทคนนี้ไม่ได้คิดแค่สนทนากับนางเป็นแน่ นีมิทซ์นั้นผ่านโลกมามากเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

นีมิทซ์หยีตาขณะที่จ้องมองเมอร์ริท

แต่เมอร์ริทเพียงเอนหลังไปบนเก้าอี้ของเขาอย่างสบายใจเขาทำแม้กระทั่งหลับตาในขณะที่เขาผ่อนคลายตัวเอง เขาไม่แม้กระทั่งมองนีมิทซ์ด้วยซ้ำท่าทางของเมอร์ริทราวกับกำลังบอกว่า : หากเจ้าต้องการล้าง 'มลทิน' ของตระกูลเจ้าแล้ว จงให้อลิซเป็นผู้มาคุยเรื่องนี้กับข้าโดยตรง

นีมิทซ์เงียบไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมา "เช่นนั้นใต้เท้าเมอร์ริทก็เป็นผู้คลั่งไคล้'ตื่นจากฝัน' ของท่านอาจารย์ลินลี่ย์เช่นนั้นย่อมเป็นที่เข้าใจได้หากท่านต้องการสนทนากับอลิซ ก็ได้ ข้าจะกลับไปคุยกับนางให้"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ตาของเมอร์ริทเปิดขึ้น ยิ้มให้นีมิทซ์ "ฮ่า ๆเช่นนั้น นีมิทซ์ ตอนนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว หากอลิซประสงค์จะสนทนากับข้า ข้าคิดว่าข้าจะได้เข้าใจตระกูลเด็บส์ของเจ้าได้ดีขึ้น"

นีมิทซ์ลุกขึ้นยืนคารวะอย่างสุภาพทันที "เช่นนั้นใต้เท้าเมอร์ริทข้าต้องขอตัวลาก่อน ข้าขอฝากเรื่องของตระกูลเด็บส์เราไว้กับท่านด้วย"

เมอร์ริทพยักหน้าเล็กน้อย

นีมิทซ์จากไปทันที

ปล่อยให้ดยุคเมอร์ริทให้อยู่เบื้องหลังไว้เพียงลำพังในห้องนั่งเล่น

เมอร์ริทที่กำลังคลึงแก้วไวน์ของเขาพึมพำออกมาเบา ๆ "อลิซ...แม่เทพธิดา...ของข้า"สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความพึงพอใจและคาดหวัง

ในฐานะที่เป็นอัครมหาเสนาบดีขวาของอาณาจักรเฟนไล และยังเป็นดยุค เมอร์ริทอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งเป็นอย่างยิ่งจำนวนคนอยู่เหนือเขาในอาณาจักรเฟนไลนั้นสามารถนับจำนวนได้ด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น

คนอย่างเขาผ่านประสบการณ์กับสตรีทุกรูปแบบที่เขาปรารถนามาแล้ว

แท้จริงแล้วเมอร์ริทเป็นผู้มักมากในกามตัณหา แม้ว่าเขาจะมีอายุ 70 ปีแล้วก็ตามนักรบระดับเขาจะมีอายุขัยยาวนานกว่าสามร้อยปี ตอนนี้ อายุของเขาเพิ่งจะ 70ปีเท่านั้นและอยู่ในจุดสุดยอดของชีวิตเขา เป็นที่รู้กันทั่วว่าเมอร์ริทมีภรรยา 12คน แต่ก็เป็นมุมมองที่พบได้บ่อยในหมู่ขุนนาง

ภรรยาที่บ้านของตัวเองไม่น่าสนใจเท่าคนรักนอกบ้านแต่มีคนรักอยู่นอกบ้านก็ไม่น่าสนใจเท่าคนที่ท่านไม่อาจเอื้อมถึงเหล่าผู้ที่ท่านไม่อาจคว้ามาเชยชมได้นั้นย่อมดีที่สุด

แต่ด้วยฐานะของเมอร์ริทมีสตรีน้อยคนนักที่เขาไม่อาจคว้ามาได้ขณะเดียวกันก็มีสตรีไม่มากนักที่สามารถทำให้เขาหวั่นไหว

และแน่นอนว่าอลิซเป็นหนึ่งในนั้น

นับตั้งแต่ที่รูปแกะสลัก 'ตื่นจากฝัน' มีชื่อเสียงขึ้นมาในหัวใจของผู้ชายมากมาย สตรีในรูปแกะสลักได้กลายมาเป็นเทพธิดาที่ไม่อาจแตะต้องได้เทพธิดาผู้สูงส่ง สำหรับคนที่มีฐานะสูงส่งเช่นเมอร์ริทเป็นเรื่องธรรมดาที่เขามีความปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เทพธิดาเช่นอลิซมาเชยชมแต่เรื่องนี้ในความเป็นจริงนั้นเป็นไปได้ยากมาก

แต่ตอนนี้ อยู่ ๆ ก็มีคนเสนอโอกาสมาให้ถึงที่

"อลิซ แม่เทพธิดา?" เมอร์ริทไม่อาจกลั้นยิ้มเอาไว้ได้ เขาเงยหน้าขึ้นดื่มไวน์แดงจนหมดแก้ว

นีมิทซ์กำลังนั่งอยู่ภายในรถม้ามุ่งหน้ากลับคฤหาสน์คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

อลิซเป็นคู่หมั้นของคาลัน!

ถ้าเขาขอให้อลิซไปพบกับเมอร์ริทเป็นการส่วนตัวแล้ว มันก็เหมือนกับเขากำลังผลักไสอลิซให้ตกลงไปในปลักโคลนด้วยเองแท้ๆ ในอนาคต, เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามของคาลัน, มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าหากเรื่องนี้แพร่ออกไป, ย่อมเกิดผลกระทบใหญ่หลวงต่อจุดยืนของตระกูลเด็บส์.

"อึ่ก. หากว่าตระกูลจบสิ้นแล้ว เกียรติภูมิจะยังสำคัญอะไรอีกเล่า?" นีมิทซ์ส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจออกมา

ตอนนี้ตระกูลเด็บส์กำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤตครั้งใหญ่หากตระกูลเด็บส์ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบขนสินค้าหนีภาษีคนทั้งตระกูลจะถูกกำจัดและทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกริบเข้าคลังหลวงของราชาแห่งเฟนไลแม้ว่าตระกูลเด็บส์จะเหลือทรัพย์สินบางส่วนไว้นอกราชอาณาจักรเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกริบทรัพย์สินทั้งหมดแต่สมบัติเกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่อยู่ในอาณาจักรเฟนไลทั้งสิ้น

ถ้าหากสูญเสียทุกอย่าง ใครจะรู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดกว่าที่ตระกูลเด็บส์จะกลับสู่ความรุ่งเรืองเช่นในอดีตได้อีกครั้ง?

เมื่อเทียบกับอนาคตของตระกูลแล้ว การถูกเยาะเย้ยและรับความอัปยศอดสูเล็ก ๆน้อย ๆ ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด ที่สุดแล้วในหมู่ขุนนางเคยขาดแคลนเรื่องราวน่าอับอายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

" แต่เรื่องนี้อยู่ที่การตัดสินใจของอลิซ" นีมิทซ์เป็นกังวลเล็กน้อย"สุดท้ายแล้ว ข้าก็ไม่อาจบังคับนางแล้วส่งไปคฤหาสน์ของเสนาบดีขวาได้"

นีมิทซ์ไม่ได้สนใจเรื่องความบริสุทธิ์ของอลิซเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายแล้วนางก็เป็นได้แค่สตรีเท่านั้น!

แต่นีมิทซ์รู้ดีว่า.....

"อลิซนั้นมีความเกี่ยวพันธ์กับลินลี่ย์เป็นพิเศษหากข้าใช้กำลังบีบบังคับนาง แล้วลินลี่ย์รู้เข้า ... "แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้นีมิทซ์กลัวจนหัวหด ลินลี่ย์นั้นมีฐานะสูงส่งเป็นพิเศษในอาณาจักรเฟนไล

แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งมาร์ควิส แต่แท้จริงแล้วลินลี่ย์ขึ้นตรงกับวิหารเจิดจรัสก่อนหน้านี้ เวลาที่เคลย์เชิญลินลี่ย์เข้าร่วมประชุมขุนนางในอาณาจักรเฟนไล เขาบอกได้ว่าการสนทนาระหว่างทั้งสองคนนั้นไม่จำเป็นต้องระมัดระวังคำพูดเช่นเดียวกับการสนทนาระหว่างราชากับขุนนางเลย

เห็นได้ชัดว่าเคลย์ต้องการที่จะดึงลินลี่ย์มาอยู่ฝ่ายเขา

และบรรดาขุนนางของอาณาจักรเฟนไลต่างรู้ดีว่า หากลินลี่ย์ต้องการ เขาจะขึ้นเป็นนักบวชของวิหารเจิดจรัสได้ไม่ยากและอีกไม่กี่สิบปีให้หลังการที่ลินลี่ย์จะขึ้นเป็นคาร์ดินัลก็จะเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ฐานะของคาร์ดินัลนั้นอยู่เหนือกว่าราชา!

"ห้ามบีบบังคับนางเด็ดขาด" นีมิทซ์รู้สึกได้ถึงปัญหาชวนปวดหัวขึ้นมาทันทีเขาเป็นกังวลว่าอลิซจะบอกปัด เขาคิดอ่านเรื่องจากมุมมองของลินลี่ย์ด้วย

ไม่ว่าอย่างไรอลิซก็เป็นอดีตรักแรกของลินลี่ย์! ถ้าหากเขา, นีมิทซ์บีบบังคับให้อลิซไปพบปะกับเมอร์ริทและนางจะต้องถูกพรากพรหมจรรย์ไป ลินลี่ย์จะไม่ระเบิดความโกรธอันบ้าคลั่งออกมาได้อย่างไร?

ภายในคฤหาสน์ของตระกูลเด็บส์

ห้องโถงตระกูลเต็มไปด้วยคนของตระกูลเด็บส์มากมายอลิซและโรว์ลิ่งก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน ทุกคนกำลังรอการกลับมาของนีมิทซ์

ทุกคนล้วนกำลังเป็นกังวลเรื่องอนาคตของตระกูลเด็บส์!

"ท่านลุงรองกลับมาแล้ว! ท่านลุงรองกลับมาแล้ว!"ชายวัยกลางคนที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูเห็นนีมิทซ์และเริ่มร้องบอกทุกคน

คนของตระกูลเด็บส์ทั้งหมดรีบวิ่งออกไปหานีมิทซ์ทันที อลิซและโรว์ลิ่งสบตากันจากนั้นก็ลุกขึ้นและตามออกไปต้อนรับเขาเช่นกัน

"ท่านลุงรอง สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"

นีมิทซ์มองกลุ่มคนด้านหน้าเขา แค่นยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า"สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ย่ำแย่เท่าไหร่นักพวกเจ้าทุกคนกลับไปรอฟังข่าวที่ห้องพักเถอะ อลิซเจ้าอยู่ก่อนข้ามีเรื่องจำเป็นต้องปรึกษาเจ้า"

ในตระกูลตอนนี้ นีมิทซ์ถือว่ามีอำนาจสูงสุด หลังจากฟังที่เขาพูดทุกคนล้วนจากไปอย่างรวดเร็ว

อลิซรู้สึกสับสนงุนงง นางสับสนเพราะไม่รู้ว่านีมิทซ์มีเรื่องอะไรอยากจะปรึกษากับนาง

"เช่นนั้นพี่อลิซ ข้าขอตัวกลับไปรอที่ห้องนะ"โรว์ลิ่งโบกมือให้อลิซและพูดด้วยเสียงค่อนข้างเบา ไม่นานนักก็เหลือเพียงอลิซอยู่ในห้องโถง

นีมิทซ์เดินเข้ามาในห้องโถง

"ท่านปู่รอง กะ...เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?" อลิซถามด้วยน้ำเสียงติด ๆ ขัด ๆ

นีมิทซ์มองอลิซ ทันใดนั้นเขาส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้นาง "อลิซไม่ต้องเครียดไป นั่งลงก่อน มา มานั่งสนทนากันๆดีเถอะ" นีมิทซ์เองก็นั่งลงในขณะที่พูดอยู่เช่นกัน

นีมิทซ์ ผู้ที่ไม่เคยญาติดีกับนาง ผู้ที่ดูเหมือนจะมองนางด้วยสายตาดูแคลนเสมอทำไมอยู่ ๆ ก็มาทำดีกับนางตอนนี้เล่า?

อลิซอดรู้สึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้

"มา มา นั่งลงเถอะ" รอยยิ้มของนีมิทซ์ดูใจดีและอบอุ่นมาก

อลิซนั่งลงอย่างเป็นกังวล

นีมิทซ์ระบายลมหายใจออกมายาว ๆ หว่างคิ้วของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "อลิซเราไม่ได้คาดคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เจ้าและคาลันเสร็จพิธีหมั้นข้าเองก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนแอบใส่ร้ายตระกูลเด็บส์ของเรา หากข้ารู้ข้าจะฆ่ามันทิ้ง" สีหน้าของนีมิทซ์ปล่อยกลิ่นอายดุร้ายออกมาแต่แล้วมันก็เปลี่ยนเป็นท่าทางอับจนปัญญา "แต่ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการล้างมลทินให้กับตระกูลของเราและช่วยคาลันกับเบอร์นาร์ด"

อลิซพยักหน้า

แต่ในหัวใจของนาง อลิซเต็มไปด้วยความสงสัย"ทำไมท่านปู่รองถึงได้เอาเรื่องนี้มาคุยกับข้า?"

นีมิทซ์จ้องมองอลิซพูดด้วยความจริงใจว่า "อลิซ มีบางเรื่องที่ข้าจำเป็นต้องขอร้องให้เจ้าช่วย"

"ขอร้องให้ข้าช่วย" อลิซตื่นตระหนก นางยืนขึ้นทันที

คนที่มีจุดยืนอย่างนีมิทซ์นั้น กระทั่งผู้นำตระกูลยังต้องเคารพเขา แต่ตอนนี้นีมิทซ์กำลังพูดว่ามีเรื่องบางอย่างที่เขาจำเป็นต้องขอให้นางช่วย อลิซจะไม่ตื่นตระหนกได้อย่างไร?

"อลิซ ใต้เท้าเมอร์ริทเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนคดีของตระกูลเด็บส์ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนหยกวารีหนีภาษีใต้เท้าเมอร์ริทสนใจในตัวเจ้ามากและต้องการพบปะกับเจ้าเป็นการส่วนตัว"

นีมิทซ์รีบกล่าวต่อว่า "อลิซนี่นับเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขามีเพียงการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับใต้เท้าเมอร์ริทเท่านั้นเจ้าช่วยตระกูลของเราได้หรือไม่? อลิซ เจ้ากับคาลันโตมาด้วยกันเจ้าเองก็คงไม่ต้องการเห็นเขาจบชีวิตลงในคุกเช่นเดียวกับข้าใช่หรือเปล่า?"

อลิซตกตะลึง

พบปะเป็นการส่วนตัวยังงั้นหรือ?

อลิซเองก็เติบโตมาในตระกูลขุนนางเช่นกันและรับรู้เรื่องน่าอับอายที่เกิดขึ้นในหมู่ขุนนางเหล่านี้ดีนางสามารถคาดเดาได้ทันทีว่าการพบปะกับใต้เท้าเมอร์ริทครั้งนี้นั้นย่อมเป็นมากกว่าการพบปะพูดคุยธรรมดาๆ

"ข้า... ข้า... " อลิซตะกุกตะกัก

นีมิทซ์ขอร้องอีก "อลิซ ตระกูลเด็บส์ของเราทั้งตระกูลต้องพึ่งพาเจ้าแล้วข้าขอเอาหัวเป็นประกันว่าตราบเท่าที่เจ้าสามารถดึงใต้เท้าเมอร์ริทมาอยู่ข้างเราได้เจ้าจะได้เป็นภรรยาหลวงของคาลันแน่นอน"

อลิซรู้สึกได้ว่าจิตใจของนางกำลังเดือดดาล

อลิซยังคงเป็นสาวพรหมจรรย์

นางปฏิเสธที่จะปล่อยให้ลินลี่ย์และคาลันข้ามปราการด่านสุดท้ายมาได้แม้หลังจากหมั้นกับคาลันแล้ว อลิซก็ยังคงยืนกรานที่จะแต่งงานก่อนและนางจะขึ้นเตียงกับเขาในคืนส่งตัวเท่านั้น

แต่ตอนนี้นางต้องไปทำข้อตกลงกับใต้เท้าเมอร์ริทอะไรนั่น ...

"อลิซ ถือว่าข้าขอร้องเจ้า" นีมิทซ์กัดฟันลุกขึ้นจากเก้าอี้และคุกเข่าลงต่อหน้านาง "อลิซชีวิตของคาลันขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว"

"ชีวิตของคาลัน?" อลิซตัวสั่นเทิ้ม

คาลันโตมาด้วยกันกับนาง ไม่กี่วันก่อน คนในตระกูลเด็บส์ต่างมีสีหน้าเยาะเย้ยและดูถูกนางก็มีเพียงคาลันที่คอยปกป้องนาง

"ตกลง ข้ายอมรับข้อเสนอ" อลิซกัดฟันรับปาก

สีหน้าของนีมิทซ์ปรากฏความสุขปนแปลกใจ เขารีบพูดว่า "เยี่ยมมาก เช่นนั้นพรุ่งนี้ตอนเย็น ข้าจะส่งเจ้าไปยังคฤหาสน์ของใต้เท้าเมอร์ริท"

แต่ตอนนี้ สีหน้าของอลิซว่างเปล่า นางไม่มีการตอบสนองใด ๆ อีกเลย

เย็นวันรุ่งขึ้นรถม้าที่ถูกอัศเวินสิบสองคนคุ้มกันเดินทางออกจากคฤหาสน์ของตระกูลเด็บส์มุ่งหน้าไปทางคฤหาสน์ของเมอร์ริทอย่างช้า ๆในรถม้ามีเพียงอลิซเป็นผู้โดยสารคนเดียวเท่านั้น

อลิซกำลังนั่งกัดริมฝีปากเงียบ ๆ อยู่ในรถม้าด้วยความเครียดมือของนางกำชายกระโปรงเอาไว้แน่น

รถม้ายังคงมุ่งตรงไปข้างหน้า ไม่นานนัก ก็มาถึงประตูทางเข้าคฤหาสน์ของอัครเสนาบดีขวาเมอร์ริท

"คุณหนูอลิซ เรามาถึงแล้ว" เสียงของคนขับรถม้าดังขึ้นจากข้างนอก

ได้ยินคำพูดของเขา หัวใจของอลิซสั่น มือขวาของนางลูบคลำลงไปที่เอวของนางกุมด้ามมีดเหล็กกล้าข้างเอวไว้แน่น นั่นช่วยให้จิตใจของนางสงบลงเล็กน้อย

พอสูดลมหายใจเข้ายาว ๆ แล้วอลิซก็ผลักเปิดประตูรถม้าและก้าวออกมา

ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ของเสนาบดีขวาเมอร์ริท

สวมเสื้อหนังคลุมกระโปรงเอาไว้ข้างใต้, ชุดที่อลิซสวมค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ก้าวทีละก้าวสุดท้ายอลิซก็เดินเข้าสู่ห้องรับแขกอย่างสงบ อลิซมองไปรอบ ๆ ตัวนางแต่ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในห้องรับแขก

"หืม?" อลิซอดขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้

ขณะเดียวกันนี้เอง สาวใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามา นางกล่าวอย่างนอบน้อมว่า"คุณหนูอลิซ ท่านใต้เท้าอยู่ในห้องหนังสือและอยากจะเชิญท่านไปที่นั่นค่ะ"

"ห้องหนังสือของเขางั้นเหรอ?" อลิซสะดุ้งเล็กน้อย

แต่ภายใต้การมองที่เร่งเร้าของสาวใช้ อลิซได้แต่เริ่มก้าวเดินตามหลังนางไป

ห้องหนังสืออยู่ในความเงียบสงบและเป็นพื้นที่แยกออกมาโดดเดี่ยวมีคนอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่คน เมื่อมาถึงประตูห้องหนังสืออลิซเห็นชายผมทองวัยกลางคนกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะหนังสือกำลังอ่านเอกสารบางอย่างอยู่

"นี่คือเมอร์ริทงั้นหรือ?" เมื่อเห็นเมอร์ริท ความประทับใจครั้งแรกของอลิซรู้สึกว่านี่คือชายป่าเถื่อนคนหนึ่งแม้ว่าตอนนี้เขานั่งอยู่ที่โต๊ะของเขาหลังของเขาตั้งตรงและแววตาคู่นั้นของเขาก็คมกริบ

"ท่านดยุค คุณหนูอลิซมาถึงแล้วค่ะ" สาวใช้คนนั้นกล่าวอย่างนอบน้อม

ตอนนี้เมอร์ริทเพียงเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นอลิซเขาก็ยืนขึ้นอย่างตื่นเต้น"ฮ่าฮ่า คุณหนูอลิซ ท่านมาแล้วจริง ๆ? ข้ารอท่านนานแล้ว มา คุณหนูอลิซ เชิญนั่ง"ขณะที่เขาพูดเขาก็ลุกจากเก้าอี้และเดินไปหาอลิซ

อลิซก้าวเข้าไปในห้องหนังสือ

อลิซมองไปรอบตัวนาง ด้านขวาของห้องหนังสือนั้นมีชั้นวางหนังสือมากมายวางเต็มไปด้วยหนังสือนับไม่ถ้วน ด้านซ้ายของห้องหนังสือนั้น มีเตียงหนึ่งหลัง

"ข้าอ่านหนังสือหรือข้อราชการ หากข้าหนื่อย ข้าจะพักผ่อนที่นั่น"ใต้เท้าเมอร์ริทกล่าวด้วยรอยยิ้มในเวลาเดียวกันเขาเดินไปที่ประตูห้องหนังสือและปิดมันลง

เห็นประตูห้องหนังสือถูกปิดลง ทิ้งไว้เพียงนางและเมอร์ริทอยู่ภายในห้องสองคนอลิซเริ่มเครียด"ใต้เท้าเมอร์ริทมันจะไม่ดีกว่าหรือ หากว่าเราปล่อยให้ประตูห้องหนังสือเปิดไว้เช่นนั้นข้าไม่คุ้นเคยกับสถานที่มืด ๆ" อลิซรีบกล่าว

จบบทที่ ตอนที่ 6-15 ถูกใส่ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว