- หน้าแรก
- โรงงานรถไถ แต่ระบบดันให้สร้างจรวด
- บทที่ 33 - การกู้คืน
บทที่ 33 - การกู้คืน
บทที่ 33 - การกู้คืน
บทที่ 33 - การกู้คืน
มันคือลม ลมขวางรุนแรงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉียบพลันเมื่อเข้าใกล้พื้นดิน
ฟอลคอน 9 ของเฮียมัสก์พ่ายแพ้ให้กับสิ่งนี้มาหลายครั้ง
ที่อเมริกา เฮียมัสก์ที่ดูถ่ายทอดสดอยู่แทบจะสงสัยว่าปาฏิหาริย์กำลังจะเกิด เหมือนทุกครั้งที่เขาดูฟอลคอน 9 ในช่วงสุดท้าย แต่ตอนนี้เขาก็รู้ดีว่า มันคงเป็นความล้มเหลวที่สมเหตุสมผลอีกครั้งหนึ่ง
เพราะตอนนี้จรวดอยู่สูงจากพื้นแค่ 400 เมตร มุมเอียงเกินกว่ามุมส่ายของหัวฉีดเครื่องยนต์จะแก้ทันแล้ว
หลินจวี้กำมือแน่นจนจิกเนื้อ ใจไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมกับความรู้สึกเสียใจ หรือเขาจะใจร้อนเกินไป ระบบอาจจะไม่ได้ทำได้ทุกอย่างจริงๆ เหรอ
ทว่าในห้องควบคุม กัวเซินเอามือยันแผงควบคุม ใบหน้าแม้จะเคร่งขรึมแต่ไร้แววของคนแพ้ เขาพึมพำเบาๆ ให้ตัวเองได้ยินคนเดียว
"เชื้อเพลิงเหลือ 4% พอ เหลือเฟือ"
ขณะนั้นที่นอกฐานปล่อย จรวดที่เอียงกระเท่เร่ทำท่าจะโหม่งโลก ผู้คนกำลังจะถอนหายใจด้วยความเสียดาย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดังปัง
นั่นคือเครื่องยนต์จรวดเชื้อเพลิงแข็งขนาดจิ๋วที่ฝังอยู่รอบส่วนยอดของจรวด แกนตั้งฉากกับตัวจรวด เรียงเป็นวง
แบ่งเป็นสามชั้น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกทิศทางจะมีเครื่องยนต์หนึ่งตัว สามารถจุดระเบิดสร้างแรงผลักมหาศาลในช่วงสั้นๆ เพื่อแก้ท่าทางจรวดทันที
เทคโนโลยีนี้ใช้กันทั่วไปในขีปนาวุธ เพื่อนๆ ที่ชอบการทหารจะเห็นบ่อยๆ ว่าทำไมขีปนาวุธยิงขึ้นตรงๆ แล้วจู่ๆ ก็หักเลี้ยวกลางอากาศได้ ก็เพราะเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งจิ๋วบนตัวจรวดนี่แหละ ที่พ่นไฟออกมาบังคับทิศทางอย่างป่าเถื่อน
บนจรวดปกติจะใช้ระบบ RCS ที่พ่นก๊าซไนโตรเจน ซึ่งนุ่มนวลกว่าแต่แรงผลักชั่วขณะต่ำ ควบคุมง่ายกว่า
แต่ในสถานการณ์นี้ เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งจิ๋วชัดเจนว่ามีประโยชน์กว่า สามารถเปลี่ยนท่าทางจรวดได้ในไม่กี่วินาที
จรวดที่เอียงวูบเมื่อกี้ถูกผลักให้เหวี่ยงกลับไปทิศตรงข้ามทันที แล้วเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งอีกฝั่งก็จุดระเบิดสวน ก่อนที่ชุดแรกจะไหม้หมด ชุดที่เหลือฝั่งตรงข้ามก็จุดซ้ำ แรงกระทำสองทิศทางตรึงจรวดให้กลับมาตั้งตรง
พร้อมกันนั้นวาล์วเร่งเครื่องยนต์หลักที่ก้นจรวดก็เปิดกว้าง แรงขับที่เพิ่มขึ้นฉับพลันทำให้จรวดที่ร่วงลงมาเหลือความสูงร้อยกว่าเมตร ลดความเร็วลงเหลือแค่สองสามเมตรต่อวินาที แทบจะหยุดนิ่งกลางอากาศ
จากนั้นหัวฉีดเครื่องยนต์ก็ส่ายเล็กน้อย คุมจรวดให้ค่อยๆ หย่อนตัวลงพร้อมขยับเข้าหาจุดลงจอด
กระบวนการนี้ซับซ้อนมาก แต่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในเวลาไม่เกิน 5 วินาที ฉุดกระชากจรวดท่อนแรกจากประตูนรกกลับมาได้แบบปาฏิหาริย์
หัวหน้าวิศวกรจ้าวที่นั่งข้างเหอถั่งตบโต๊ะผางลุกขึ้นยืน โน้มตัวแทบจะมุดเข้าไปในจอ เพื่อดูให้ชัดๆ
คราวนี้ไม่มีเหตุไม่คาดฝันอีก หางไฟที่เอียงวูบวาบที่ก้นจรวดค่อยๆ ตั้งตรง วาล์วเร่งค่อยๆ หรี่ลง ความสูงของจรวดลดลงทีละนิดท่ามกลางเสียงคำรามและแรงสั่นสะเทือนที่กระแทกพื้น คลื่นความร้อนที่พวยพุ่งทำให้ภาพจากกล้องบิดเบี้ยวเป็นวงกว้าง
100 เมตร 50 เมตร 30 เมตร ท่าทางจรวดนิ่งสนิท ลดระดับลงอย่างมั่นคง
เหลือ 20 เมตร ขาตั้งสี่ขากางออกอย่างนุ่มนวลด้วยระบบไฮดรอลิก ปลายขาต่ำกว่าหัวฉีดเครื่องยนต์
ท่ามกลางเสียงหัวใจของหลินจวี้ที่เต้นแรงแทบจะฉีกอก เปลวไฟจากเครื่องยนต์เล็กลงเรื่อยๆ และดับลงเมื่อห่างพื้นไม่ถึงเมตร
ขาตั้งสี่ขาสัมผัสพื้น แกนท่อนแรกสูง 33 เมตรสั่นไหวจากการกระแทกด้วยน้ำหนักตัวเอง แต่หยุดนิ่งอย่างรวดเร็วด้วยขาตั้งที่มีความยืดหยุ่น
ภาพสุดท้ายตัดไปที่ลานจอด จรวดสีขาวที่ดูมอมแมมจากการเผาไหม้ของชั้นบรรยากาศและเขม่าควัน กางกรงเล็บสีดำสี่ข้าง ยืนตระหง่านปิดทับจุดกากบาทกลางลานจอดอย่างสมบูรณ์แบบ
หลินจวี้ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง เอามือปิดหน้าสูดหายใจเข้าลึกๆ
"สำ-เร็จ-แล้ว เว้ยยย"
"เชี่ย เชี่ย เชี่ย เชี่ย"
ห้องควบคุมที่เคยเงียบกริบถูกกลืนกินด้วยเสียงโห่ร้องยินดี เสียงดังแทบจะเจาะแก้วหูหลินจวี้ แต่เขาเหมือนไม่ได้ยิน กำหมัดแน่นชูขึ้นฟ้ากวัดแกว่งไปมา
ครั้งนี้ เขาได้สร้างประวัติศาสตร์
นิวหยวน-1 รุ่น ข ไม่เพียงกู้คืนสำเร็จ แต่ยังเป็นการพลิกสถานการณ์แบบ ต้านลม ของจริง ใช้ระบบควบคุมการบินที่เทพจนน่าเหลือเชื่อ ฉุดตัวเองกลับมาจากขอบเหวแห่งความหายนะ
สิ่งนี้ไม่เพียงพิสูจน์ว่าการกู้คืนแนวดิ่งทำได้จริง แต่ยังบอกด้วยว่าความสามารถในการต้านทานสิ่งรบกวนนั้นไม่ธรรมดา เสถียรเกินสามัญสำนึก
"พี่ถง ดูสิ สำเร็จแล้ว จรวดมันลงจอดสำเร็จแล้ว ฮ่าๆๆ"
โจวรุ่ยเขย่าตัวถงเผยเฉียงที่อยู่ข้างๆ อย่างบ้าคลั่ง แต่ได้ยินแค่เสียงอืออาในลำคอฟังไม่ได้ศัพท์
"อ้าว พี่ถงเป็นไรไป... ใครก็ได้มาดูหน่อย หัวหน้าถงกรามค้าง"
แต่เสียงตะโกนของเขาจมหายไปในเสียงโห่ร้องดีใจ ผ่านไปพักใหญ่กว่าหมอประจำห้องพยาบาลจะวิ่งมาหามหัวหน้าถงออกไป
โจวรุ่ยหันไปเขย่าไหล่อันดรอปอฟแทน "ดูสิ คนจีนทำจรวดกู้คืนสำเร็จแล้ว"
อันดรอปอฟทำหน้านิ่ง "โจว ผมเป็นชาวตาตาร์ เชื้อสายเดียวกับมองโกลไม่ใช่ฝรั่งผิวขาว แล้วตอนนี้ผมถือสัญชาติจีน จรวดผมก็เป็นคนออกแบบ ดังนั้นควรจะพูดว่า พวกเรา ต่างหาก"
"ฮ่าๆ ใช่ๆ พวกเรา ต่างหาก"
ในห้องทำงานรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยที่ 8 เหอถั่งนอนแผ่บนเก้าอี้เหมือนถูกสูบวิญญาณ พึมพำกับตัวเอง
"เป็นไปไม่ได้ นี่มันไม่วิทยาศาสตร์ หรือพวกเราจะหัวโบราณเกินไปจนไม่กล้าก้าวเดินจริงๆ"
หัวหน้าวิศวกรจ้าวที่ช็อกไม่แพ้กันส่ายหัวพูดว่า
"ฟ้าในวงการอวกาศจะเปลี่ยนสีแล้ว จรวดกู้คืนทำได้จริง ต่อให้ใช้ซ้ำได้แค่ 10 ครั้ง ต้นทุนก็ลดลงไปกว่า 80%... พวกเราเจองานหินเข้าแล้ว จรวดใช้ซ้ำได้จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
พับผ่าสิ ประชุมกันตั้งกี่รอบ สู้เขาทำสิบนาทีไม่ได้เลย"
อีกฝั่งของมหาสมุทร เฮียมัสก์มองภาพจรวดท่อนแรกที่ตั้งตระหง่านกลางจอ ฟังพิธีกรสาวเสียงหวานที่พูดอะไรไร้สาระที่เขาฟังไม่ออกรู้แค่ว่าเจ๋งเป้ง เอามือประสานกันเท้าคาง
"ท่านประธานครับ"
ผู้ช่วยเตือนให้เขาดูมือถือ หน้าจอทวิตเตอร์ตอนนี้มีคนแท็กหาเฮียมัสก์รัวๆ
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
"สก็อต ครั้งต่อไปเราจะปล่อยจรวดเมื่อไหร่"
"มกราคมปีหน้าครับ ที่ฐานทัพอากาศแหลมคานาเวอรัลเหมือนเดิม" ผู้ช่วยตอบอย่างนอบน้อม
"รอบนี้มั่นใจไหม"
มองแววตาที่อ่านไม่ออกของเฮียมัสก์ สก็อตรีบตอบ
"ไม่ต้องท้อใจครับท่าน เราเก็บข้อมูลได้แล้ว ระบบควบคุมการบินกำลังปรับปรุง..."
"พอได้แล้ว" เฮียมัสก์ขัดจังหวะ หลับตาลงไม่กี่วินาทีแล้วลืมตาขึ้น แววตาเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นอีกครั้ง
"บริษัทอวกาศเอกชนเล็กๆ ของจีนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ ทำสิ่งที่ผมพยายามมาสิบปีไม่สำเร็จได้ มันน่า... อาจจะน่าหดหู่ ผมยอมรับ โดยเฉพาะไอ้บ้าที่ทำสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก
แต่นี่ก็บอกเราเหมือนกันว่าเรามาถูกทางแล้ว และสเปซเอ็กซ์ก็ห่างแค่นิดเดียว แค่อีกนิดเดียวเราก็จะทำได้ ความกลัวที่สุดของวิทยาศาสตร์คือไม่รู้ว่าจะสำเร็จไหม ตอนนี้เราเปลี่ยนจากผู้บุกเบิกเป็นผู้ตามแล้ว เราควรใช้ความได้เปรียบของผู้ตามเร่งเครื่องแซงขึ้นมา
จากนี้ไป เราจะผลิตฟอลคอน 9 เดือนละลำ ยิงมันทุกเดือนจนกว่าจะสำเร็จ เรามีพนักงานหลายพันคน มีกำลังการผลิตที่แข็งแกร่งที่สุด มีนาซ่าหนุนหลัง สก็อต เราจะทำสำเร็จ ต้องสำเร็จแน่"
[จบแล้ว]