- หน้าแรก
- โรงงานรถไถ แต่ระบบดันให้สร้างจรวด
- บทที่ 20 - ใจตรงกัน
บทที่ 20 - ใจตรงกัน
บทที่ 20 - ใจตรงกัน
บทที่ 20 - ใจตรงกัน
"แผน 1 สามารถสร้างจรวดลำแรกได้ภายใน 3 เดือน แทบไม่มีเทคโนโลยีใหม่ แผน 2 ต้องทำเครื่องยนต์และตัวถังใหม่พร้อมกัน อย่างน้อยใช้เวลาสองปีถึงจะได้จรวดต้นแบบลำแรก"
"งั้นก็มีแต่แผน 1 น่ะสิ"
หลินจวี้บ่นอุบ เขาเพิ่งจะถูกใจแผน 2 ก็โดนสาดน้ำเย็นใส่
แผน 2 ดีจะตาย ทีเดียวได้ทั้งจรวดใหญ่ขนาด 5 เมตร นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โครงสร้าง CBC ที่มีศักยภาพเป็นจรวดซูเปอร์เฮฟวี่ แถมยังได้พัฒนาเครื่องยนต์แรงขับสูงตัวใหม่
แต่ความจริงก็โหดร้าย ด้วยฐานทัพที่อัปเกรดแล้วบวกกับกำลังวิจัย ยังต้องใช้เวลาสองปี เวลาไม่พอแน่นอน
แถมการสร้างกระสวยอวกาศ H-1 ก็ต้องใช้เวลาเยอะ แผน 2 สมบูรณ์แบบ แต่ต้องรอ
และการออกแบบจรวดต้องพึ่งวิศวกรเอง ไม่มีแบบแปลนจากระบบที่เชื่อถือได้สุดๆ ชัดเจนว่าแผน 1 ปลอดภัยที่สุด
อันดรอปอฟก็คิดแบบนั้น แต่ที่เขาเอาแผน 2 ออกมา ก็เพื่อหวังให้เป็นโครงการระยะยาว
แผน 2 คืออนาคต
ในภารกิจสถาบันวิจัยของระบบ มีรายการใหม่เพิ่มมาอีกสองสามรายการ
[ภารกิจ: วิจัยจรวดนิวหยวน-2...]
[ภารกิจ: วิจัยล่วงหน้าจรวดนิวหยวน-3...]
รุ่นมัดรวมขนาด 3.5 เมตรคือตระกูลนิวหยวน-2 ขนาด 5 เมตรคือนิวหยวน-3
รุ่นปรับปรุงของนิวหยวน-1 ก็ได้รหัสต่อท้าย ก ข ค เพื่อแยกแยะ
...
กันยายน ฤดูรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัย
วิทยาลัยเครื่องจักรกลภาคใต้ปีนี้ เปิดเทอมคึกคักเป็นพิเศษ
แม้ความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมจะมาช้าไปหน่อยไม่ทันช่วยเรื่องยอดสมัครเรียนปีนี้ แต่เด็กใหม่ที่มารายงานตัวตื่นเต้นกว่าปีก่อนๆ มาก
ผู้บริหารจอมเจ้าเล่ห์สั่งทำโมเดลนิวหยวน-1 มาตั้งตระหง่านอยู่หลังประตูโรงเรียน เด่นสะดุดตา
บอร์ดประชาสัมพันธ์รับน้องกว่าครึ่งเป็นเรื่องดาวเทียมหนานซิน-1 ดาวเทียมเล็กๆ 400 กิโล แตกหน่อเป็นเนื้อหาประชาสัมพันธ์ยาวเหยียดสองแถวแถวละ 100 เมตร ลำบากฝ่ายประชาสัมพันธ์จริงๆ
คณะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นกำลังหลักของดาวเทียมฮอตสุด หัวหน้าภาควิชามองเด็กใหม่ที่เดินเข้าหาด้วยรอยยิ้มบานแฉ่ง
มหาลัยที่มีดาวเทียมมีเยอะแยะ แต่ดาวเทียมที่ ใหญ๊ใหญ่ (กางแขน) หนั๊กหนัก แถมใช้จรวดที่วิจัยเอง (ร่วมมือ) ส่งขึ้นไป ทั่วประเทศมีที่ไหนอีกไหม
ถึงความหมายทางวิทยาศาสตร์จะจำกัด แต่วิทยาลัยเครื่องจักรกลฯ ก็ถือว่ามีชื่อในระดับจังหวัด ทรัพยากรที่ไหลมาเทมาต้องมากขึ้นแน่
และยังทำให้พวกเขามุ่งมั่นที่จะเกาะขาอวกาศให้แน่น โดยเชิญหลินจวี้มาร่วมงานรับน้องใหม่
หลินจวี้ที่ปกติทำตัวจืดจางในโรงเรียนจู่ๆ ต้องมาพูดต่อหน้าคนหลายพันคน ในใจก็ตื่นเต้นและกลัวหน่อยๆ นี่ไม่ใช่คนงานไม่กี่สิบคนในโรงงาน แต่ข้างล่างคือฝูงชนมืดฟ้ามัวดิน
ยังดีที่มีระบบช่วย หลินจวี้ก็ถือว่าผ่านโลกมาบ้าง ไม่ได้เล่นลูกไม้พิสดาร แค่อ่านตามสคริปต์ที่โรงเรียนให้มา กลางๆ ไม่มีอะไรเสียหาย
นี่แค่น้ำจิ้ม ของจริงอยู่ข้างหลัง
หลังเข้าร่วมประชุมวิเคราะห์ผลงานวิจัยดาวเทียมของวิทยาลัย โจวรุ่ย ถงเผยเฉียง และคนอื่นๆ ก็ลากเขาไปกินข้าวตามธรรมเนียม ถึงได้เริ่มเข้าเรื่อง
"หลินจวี้ เธอทำพวกเราแสบมากนะ"
ถงเผยเฉียงนั่งลงปุ๊บก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลินจวี้รู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร
หลินจวี้กวาดต้อนหัวกะทิโรงงานวิทยาลัยไปเกือบครึ่งรวดเดียว มันผิดมารยาทจริงๆ เขาก็รู้ตัวว่าผิด
แต่โรงเรียนชัดเจนว่าไม่ได้จะมาเอาเรื่อง จุดนี้เขาก็รู้ดี เลยไหลตามน้ำ
"ผอ.ถง ผู้เชี่ยวชาญเก่งๆ อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ต่อไปพวกคุณต้องการอะไร ซินหยวนยินดีช่วยเต็มที่"
คำนี้เข้าทางถงเผยเฉียง เขาเป็นตัวแทนโรงเรียนมาเชื่อมสัมพันธ์ เป้าหมายคือสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบริษัท
จริงๆ แล้วระบบการศึกษาอุดมศึกษาในประเทศมันเพี้ยนๆ หน่อย เพราะโรงงานบริษัทข้างนอกมักจะมีระบบของตัวเอง เด็กจบไปมักทำงานเลยไม่ได้ ต้องไปเริ่มเรียนงานใหม่ในโรงงาน
โรงเรียนเองก็ไม่มีเทคโนโลยีและเงินทุนพอที่จะการันตีว่าตัวเองอยู่แนวหน้าของเทคโนโลยีตลอดเวลา เลยชอบความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับเอกชน หรือไม่ก็ตั้งโรงงานเอง
โรงงานของบางมหาลัยฝีมือระดับท็อปของวงการจริงๆ แต่มักจะบริหารไม่ดีเพราะมหาลัยมีกำลังจำกัด ดังนั้นจริงๆ แล้วมหาลัยอยากร่วมมือทำเทคโนโลยีกับบริษัทใหญ่ๆ มากกว่า
ตอนนี้พวกเขาเล็งซินหยวนไว้ โดยเฉพาะอวกาศ โครงการระดับสุดยอดที่เถียงไม่ได้ พอทำสำเร็จก็เป็นหน้าเป็นตาระดับประเทศ
ความคิดของวิทยาลัยคืออยากลงทุนในซินหยวนแอโรสเปซ เอามาเป็นส่วนหนึ่งของศักยภาพการวิจัยดื้อๆ แน่นอนว่าหลินจวี้ปฏิเสธ
แต่หลินจวี้ก็อยากได้วิทยาลัยเหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่มหาลัยท็อป แต่เส้นสายในวงการวิชาการมีประโยชน์มหาศาล
สุดท้ายเขาเสนอว่า ให้ศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือของโรงเรียนมาแขวนตำแหน่งที่แผนกวิจัยของบริษัท และรับเด็กฝึกงานเก่งๆ จำนวนหนึ่งทุกปี
ส่วนผลงานวิจัยร่วมกัน วิทยาลัยมีสิทธิ์ใช้งานฟรี รายละเอียดค่อยว่ากันตามจริง
วิทยาลัยยอมรับข้อตกลงนี้ และกลายเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการรายแรกของซินหยวนแอโรสเปซ
ตกลงกันได้ บรรยากาศก็ชื่นมื่น หลินจวี้ผ่อนคลายคุยเล่นกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่เคยร่วมงานกัน เล่าถึงแผนอนาคตของซินหยวนบ้างเป็นครั้งคราว
"นิวหยวน-1 ค? ขนาด 3.5 เมตร น้ำหนักบรรทุก SSO 770 กิโล สเปกนี้แทบจะรีดศักยภาพจรวดจนแห้ง คนออกแบบใจกล้ามาก"
ศาสตราจารย์ที่เคยร่วมออกแบบจรวดดูข้อมูลนิวหยวน-1 รุ่นปรับปรุงที่หลินจวี้แชร์ให้ อดทึ่งไม่ได้
องค์การอวกาศในประเทศมักจะอนุรักษนิยมมาก ถ้าจรวดขนได้ 28 ตัน พวกเขาจะตีว่า 25 ตัน (ว่าแกนั่นแหละ ลองมาร์ช 5) เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เยอะ
ข้อดีคือปลอดภัยกว่า รับความเสี่ยงได้มากกว่า ข้อเสียคือทำให้คนมองว่าการออกแบบจรวดจีนมันห่วย
เพราะจรวดขนาดกลางถึงใหญ่ของต่างประเทศมีอัตราส่วนการบรรทุก (น้ำหนักบรรทุกเทียบกับน้ำหนักจรวด) เกิน 3% ของในประเทศส่วนใหญ่อยู่แถวๆ 2% ไม่ถึง 3%
แต่รุ่น ค ของอันดรอปอฟ แทบจะรีดพลังนิวหยวน-1 จนหยดสุดท้าย เค้นน้ำหนักบรรทุก SSO ออกมาได้ 770 กิโล สำหรับจรวดน้ำหนักบินขึ้นร้อยตันถือว่าประสิทธิภาพสูงมาก
หลินจวี้เชื่อมั่นในฝีมือวิศวกรระบบแบบไม่มีเงื่อนไข คนอื่นมองแล้วก็ตกใจ
ทุกคนคุยกันอย่างออกรส จู่ๆ ก็มีคนพูดขึ้นมา
"ถ้าแก้เป็นขนาด 3.5 เมตร LEO 1.6 ตัน SSO 770 กิโล ทำไมรู้สึกตัวเลขนี้คุ้นๆ จัง"
"ฉันก็ว่า รอเดี๋ยว ลองมาร์ช 6!"
โจวรุ่ยโพล่งชื่อจรวดรุ่นหนึ่งออกมา ข้อมูลเทคนิคชุดหนึ่งผุดขึ้นในหัว
เพราะความสัมพันธ์กับถังเหว่ยเทียน เขารู้ข้อมูลจรวดที่กำลังวิจัยขององค์การอวกาศบ้าง และนี่ก็ไม่ใช่ความลับอะไร
ทุกคนเริ่มนึกออก พบว่านิวหยวน-1 รุ่น ก และ ค ชนกับสเปกของลองมาร์ช 6 เป๊ะ!
โจวรุื่อกุมขมับ นึกถึงลองมาร์ช 6 ของสถาบันวิจัยที่ 8 (เซี่ยงไฮ้) ที่จะบินครั้งแรกปีหน้า แล้วถอนหายใจยาว
"องค์การอวกาศทำบาปทำกรรมอะไรไว้นะ YF100 ก็ชน ลองมาร์ช 6 ก็ชน หลินจวี้ เธอย้อนเวลามาเพื่อดักตีหัวพวกเขาโดยเฉพาะใช่ไหมเนี่ย"
"เอ่อ... บังเอิญน่า บังเอิญ"
หลินจวี้เพิ่งตระหนักว่ามันบังเอิญเกินไปจริงๆ แต่ตอนนี้แค่คิดว่าเป็นเรื่องขำๆ หารู้ไม่ว่าคำพูดของโจวรุ่ยจะเป็นจริงในภายหลัง
[จบแล้ว]