เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ทดสอบเครื่องยนต์

บทที่ 7 - ทดสอบเครื่องยนต์

บทที่ 7 - ทดสอบเครื่องยนต์


บทที่ 7 - ทดสอบเครื่องยนต์

โครงการดาวเทียมดำเนินไปได้สิบวัน เวลาห้าทุ่ม โจวรุ่ยถึงได้เดินออกจากประตูโรงเรียนด้วยความอ่อนล้า

เขาไม่เหลือมาดศาสตราจารย์ระดับสูงแม้แต่น้อย นั่งลงที่ร้านข้างทางสั่งเส้นใหญ่ผัดมากินอย่างมูมมาม

ในสายตาคนผ่านไปผ่านมา ตาแก่นี่ดูไม่ต่างอะไรกับแรงงานก่อสร้าง

โจวรุื่อก้มหน้ากินไปได้ไม่กี่คำ จู่ๆ ก็มีคนมาตบหลัง

"โอ้โห ศาสตราจารย์โจวเก็บเงินไว้ขอเมียเด็กหรือไง ดึกป่านนี้กินแค่นี้เองเหรอ"

"ถังเหว่ยเทียน"

โจวรุื่อเงยหน้ามองชายแก่ผมขาวหวีเรียบแปล้ ใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็ค ที่กำลังนั่งลงตรงข้ามโต๊ะมันเยิ้มอย่างไม่ถือตัว

ถังเหว่ยเทียน ปีที่แล้วเพิ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาวิชาการ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เคยร่วมมือทำดาวเทียมกับวิทยาลัยเครื่องจักรกลภาคใต้

ทั้งคู่เป็นเพื่อนสมัยมัธยม เคยทำงานด้วยกันมาก่อน จึงมีความสนิทสนมกันมาก

เจอเพื่อนเก่าโจวรุ่ยก็ดีใจ จะลากไปกินร้านดีๆ แต่ถังเหว่ยเทียนกลับสั่งเส้นใหญ่มานั่งกินข้างทางอย่างเอร็ดอร่อย

คุยเรื่องความหลัง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบครอบครัว ถังเหว่ยเทียนถึงวกเข้าจุดประสงค์ที่แท้จริง

"เหล่าโจว ช่วงนี้ฉันมาประชุมที่เสฉวน ได้ยินว่าพวกนายทำเรื่องใหญ่โตเลยนี่ จะสร้างดาวเทียม สร้างจรวดเหรอ"

ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนเก่าคงไม่มาหาเฉยๆ แต่โจวรุ่ยก็ยินดีเล่าให้ฟัง เพราะไม่ใช่ความลับอะไร

ถังเหว่ยเทียนฟังตาเป็นประกาย ยิ่งพอรู้ว่าจรวดสร้างโดยบริษัทเอกชนก็ยิ่งนั่งไม่ติด แกล้งทำเป็นไม่เชื่อ

"รัฐเพิ่งเปิดตลาดอวกาศ ไอ้หนุ่มนั่นก็สร้างได้เลยเหรอ แถมบอกว่าจะปล่อยจรวดในเดือนเดียว หลอกกินงบพวกนายหรือเปล่า"

มุกนี้ได้ผล จี้ใจดำความหวังค่อนชีวิตของโจวรุ่ย แกเลยของขึ้นทันที

"หลอกอะไร หัวหน้าวิศวกรเขาเป็นตัวท็อปจากนาซ่านะ นี่ผ่านไปแป๊บเดียว เครื่องยนต์จรวดท่อนแรก เครื่องยนต์น้ำมันก๊าดร้อยยี่สิบตันตัวต้นแบบก็เสร็จแล้ว"

"พอดีเลยพรุ่งนี้เช้าฉันพัก นายจะไปดูไหมล่ะ"

"ไปสิ ทำไมจะไม่ไป"

เห็นถังเหว่ยเทียนรีบตะครุบเหยื่อ โจวรุ่ยก็รู้ตัวว่าพลาดแล้ว แต่พูดไปแล้วคืนคำไม่ได้ ก็ต้องเลยตามเลย

วันรุ่งขึ้นเขาพาถังเหว่ยเทียนนั่งรถไปที่ฐานทดสอบซึ่งอยู่คนละฝั่งเขากับโรงงานรถไถ

ฐานทดสอบนี้ก็มาจากระบบเช่นกัน เป็นแท่นทดสอบแบบคู่ ทดสอบเครื่องยนต์พร้อมกันได้สองเครื่อง รองรับแรงขับสูงสุดสองร้อยห้าสิบตัน ถือว่าใหญ่มาก

ตอนไปถึง เครื่องยนต์ติดตั้งเสร็จแล้วกำลังตรวจสอบระบบไฟฟ้า กัวเซินกำลังอธิบายให้หลินจวี้ฟัง

"ตัวต้นแบบนี้ผมให้ช่างเก่าแก่ลองทำไปเรียนรู้ไปตอนอบรม รหัสภายในคือ K120 K คือตัวย่อของน้ำมันก๊าด 120 คือแรงขับ"

"K120 เป็นเครื่องยนต์ที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ น้ำหนักหนึ่งจุดสองตัน ห้องเผาไหม้เดี่ยว เส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุดหนึ่งจุดสามเมตร ต่อให้ผลิตกึ่งทำมือก็ไม่ซับซ้อน ถ้าผลิตจริงเครื่องต่อไปใช้เวลาแค่ร้อยหกสิบแปดชั่วโมง ประสิทธิภาพสูงมากครับ"

หลินจวี้พอใจกับตัวเลขนี้มาก จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้

"ถ้าจะติดเจ็ดเครื่อง ไม่สิ เก้าเครื่อง ตรงกลางหนึ่ง รอบๆ แปด ตัวจรวดต้องใหญ่แค่ไหน"

กัวเซินคิดคำนวณนิดหน่อย เอาปากกาลูกลื่นวาดวงกลมบนโต๊ะ ลองจัดวางตำแหน่ง แล้วให้คำตอบ

"หกเมตรครับ คุณจะสร้างจรวดขนาดใหญ่เหรอ ถ้าแบบนั้นแรงขับจะปาเข้าไปพันตัน ความสามารถขนส่งวงโคจรต่ำน่าจะสามสิบตัน แต่ทำไมต้องเอาเครื่องหนึ่งไว้ตรงกลาง ถ้าวางสามเครื่องตรงกลางจะมีช่องว่างมากกว่า โครงสร้างจะปลอดภัยกว่านะครับ"

หลินจวี้ยิ้ม เขาคิดถึงจรวดฟอลคอน 9 และฟอลคอน เฮฟวี่ ของสเปซเอ็กซ์ที่จะประสบความสำเร็จในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะยังไง แนวคิดของพวกเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูก ลอกการบ้านมาใช้ก็ไม่น่าอายหรอก

"ถ้ามีเครื่องเดียวตรงกลาง เวลาลงจอดแนวตั้งก็แค่จุดระเบิดเครื่องกลางเครื่องเดียว ประหยัดเชื้อเพลิงแล้วก็สะดวกด้วย"

"คุณเชื่อทฤษฎีการนำกลับมาใช้ใหม่ของอีลอน มัสก์เหรอครับ"

กัวเซินประหลาดใจ ตอนนี้อีลอน มัสก์ ยังจุดพลุเล่นอยู่เลย ไม่ว่าคนในหรือคนนอกวงการก็ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำสำเร็จ แม้แต่ตัวมัสก์เองก็ยังโดนระเบิดจนเสียความมั่นใจไปบ้างแล้ว

"ดูไม่ออกเลยว่าความคิดด้านอวกาศของเถ้าแก่หลินจะล้ำหน้าขนาดนี้"

เสียงแปลกหน้าดังขึ้น หลินจวี้หันไปดูว่าใครแอบฟัง ก็เห็นถังเหว่ยเทียนเดินยิ้มเข้ามา

"หลินจวี้ นี่เพื่อนเก่าผมเอง สมาชิกสภาวิชาการ ถังเหว่ยเทียน ได้ยินว่าเธอสร้างจรวดเลยรบเร้าจะมาดูให้ได้"

"ผมถือวิสาสะพาเขามา อย่าว่ากันนะ"

โจวรุ่ยยังรู้สึกเกรงใจ แต่หลินจวี้พอได้ยินว่าเป็นสมาชิกสภาวิชาการก็หูผึ่งทันที

"ไม่เลยครับ อาจารย์โจวพูดอะไรอย่างนั้น ท่านถังให้เกียรติมาถึงที่นี่ถือเป็นบุญของผมต่างหาก"

"ไม่เป็นไร ผมก็แค่มาดูเล่นๆ เมื่อกี้ได้ยินว่าคุณจะใช้เครื่องยนต์เก้าเครื่องมัดรวมกันในท่อนแรก มันเสี่ยงเกินไป ห้าถึงเจ็ดเครื่องกำลังดี ขนส่งได้สักสิบห้าถึงยี่สิบตันก็ถือว่าเป็นจรวดใหญ่แล้ว"

"ไม่ต้องเรียกท่านหรอก เรียกอาจารย์ก็พอ"

ท่าทีเหมือนผู้ใหญ่ใจดีของถังเหว่ยเทียนทำให้หลินจวี้รู้สึกดี แต่ในฐานะผู้ข้ามมิติ เขาก็ยังมีความดื้อรั้นอยู่บ้าง

"ในเมื่อท่านให้เรียกว่าอาจารย์ถง งั้นก็เรียกชื่อผมเฉยๆ ก็พอครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่าทำไมผมถึงถามเรื่องเก้าเครื่อง"

"หือ ดูเหมือนนักศึกษาหลินจวี้จะมีไอเดียอื่น ลองว่ามาสิ"

หลินจวี้เริ่มยืด เขากำมือซ้ายขวาทำท่าเป็นวงกลม แล้วขยับเข้าหากัน

"ใช้ดีไซน์แกนกลางเก้าเครื่องยนต์ แล้วใช้โครงสร้าง CBC เอาแกนกลางมาทำเป็นบูสเตอร์ขนาบข้าง แรงขับรวมจะเกินสามพันตัน ความสามารถขนส่งวงโคจรต่ำก็จะเกือบร้อยตัน"

"และน้ำหนักบรรทุกขนาดนี้..."

"ไปดวงจันทร์!"

กัวเซิน โจวรุ่ย ถังเหว่ยเทียน สามคนพูดออกมาพร้อมกัน

จรวดแซทเทิร์น 5 ที่อเมริกาใช้ไปดวงจันทร์เมื่อศตวรรษก่อน ท่อนแรกมีแรงขับสามพันสี่ร้อยตัน ขนส่งวงโคจรต่ำได้ร้อยกว่าตัน

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ยานลงจอดดวงจันทร์ลดน้ำหนักลงได้เยอะ ส่งยานร้อยตันขึ้นอวกาศได้ ก็ต้องพานักบินอวกาศสามคนไปดวงจันทร์ได้แน่นอน

ถังเหว่ยเทียนตื่นเต้น คำพูดของหลินจวี้ทำให้เขาเห็นทิศทางใหม่ของอวกาศ

โครงสร้าง CBC ลดความยากในการออกแบบจรวดได้อย่างมาก เพราะบูสเตอร์กับจรวดหลักท่อนแรกเหมือนกันเปี๊ยบ การผลิตก็ง่ายขึ้น

แต่เขาดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

"ไอเดียนี้ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมากจริงๆ แต่การควบคุมเครื่องยนต์หลายตัวมันยากเกินไป จำนวนเครื่องยนต์มันมากเกิน"

"แกนกลางสามแท่งรวมยี่สิบเจ็ดเครื่องยนต์ เสียแค่เครื่องเดียวก็เรื่องใหญ่ ความผิดพลาดที่ยอมรับได้ต่ำมาก แบบนี้ไม่ใช่แค่ระบบควบคุม แต่สเปกของเครื่องยนต์ก็ต้องสูงมากด้วย"

"แต่เพราะมันยากเราถึงต้องทำ มีแต่ทำแบบนี้ถึงจะลดต้นทุนจรวดลงได้ ถ้าใช้เทคโนโลยีการนำกลับมาใช้ใหม่ด้วย ต่อให้ใช้ซ้ำได้แค่สิบครั้ง ราคาขนส่งอวกาศจะถูกลงจนน่าตกใจ"

"อนาคตของอวกาศคือราคาถูก ตราบใดที่เดินไปทางนี้ไม่มีผิดแน่ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกล สักวันต้องทำได้แน่ครับ"

หลินจวี้รู้อยู่แล้วว่าปลายปีหน้าฟอลคอน 9 ที่ใช้เก้าเครื่องยนต์เหมือนกันจะลงจอดสำเร็จ จากนั้นก็รุ่งโรจน์ เส้นทางนี้ไม่เพียงแค่ไปได้ แต่ยังอยู่ไม่ไกล

แต่ในสายตาทั้งสามคน หลินจวี้คือความมั่นใจของคนหนุ่ม แต่สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผล ฟังแล้วรู้สึกทึ่งมากกว่า

ตอนนั้นฐานทดสอบเตรียมพร้อมเสร็จสิ้น เสียงประกาศเคลียร์พื้นที่ดังขึ้น เจ้าหน้าที่ในห้องควบคุมเริ่มเติมเชื้อเพลิงเข้าสู่เครื่องยนต์

"สิบ เก้า แปด... สาม สอง หนึ่ง จุดระเบิด"

มองผ่านหน้าต่าง หัวฉีดเครื่องยนต์พ่นควันขาวออกมาเป็นสาย นั่นคือออกซิเจนเหลวที่ระเหยออกมา

ทันใดนั้นเชื้อเพลิงก็ถูกปั๊มเข้าห้องเผาไหม้ หัวฉีดเริ่มพ่นไฟ

วาล์วปีกผีเสื้อค่อยๆ เปิดออก แรงขับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เปลวไฟที่พ่นออกมาเหยียดยาวขึ้น จนกระทั่งวาล์วเปิดสุด

แรงขับร้อยยี่สิบตันกระแทกพื้นดิน เสียงคำรามและแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลหลายกิโลเมตร

มิน่าถึงต้องย้ายออกมาไกลขนาดนี้ เพื่อไม่ให้กระทบความแม่นยำของเครื่องจักรในโรงงาน

"แรงขับปัจจุบันร้อยยี่สิบสองจุดสามตัน วาล์วเปิดร้อยเปอร์เซ็นต์"

เสียงประกาศดังขึ้น ในห้องสังเกตการณ์มีเสียงปรบมือเกรียวกราว พนักงานที่มีส่วนร่วมสร้างเครื่องยนต์ต่างดีใจ แต่ก็แฝงความงุนงงไว้บ้าง

"เฮ้ย ไอ้สาม ไหนบอกว่าเราทำเครื่องทำฝนเทียมไง ทำไมมันพ่นไฟได้วะ ข้าดูยังไงก็เหมือนเครื่องยนต์จรวดในทีวีชัดๆ"

"ข้า... ข้าก็ไม่รู้ว่ะ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - ทดสอบเครื่องยนต์

คัดลอกลิงก์แล้ว