- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 10 โบยบินข้ามตึกเรียน
บทที่ 10 โบยบินข้ามตึกเรียน
บทที่ 10 โบยบินข้ามตึกเรียน
"เริ่นเหอ นายอยากไปเรียน ม.ปลาย ที่ไหนเหรอ?" ระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ เจ้าอ้วนสวี่นั่วกระซิบถามเริ่นเหอที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ก็ต้องโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งสิ ที่นั่นดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?" เริ่นเหอตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ
"อย่ามาล้อเล่นน่า นี่พูดจริงจังนะเว้ย ตอนนี้ในห้องเขากำลังคุยกันว่าจะสอบไปที่ไหนกัน" สวี่นั่วรู้ดีว่าโรงเรียนอันดับหนึ่งมันสอบเข้ายากขนาดไหน พอเริ่นเหอบอกว่าจะไปที่นั่น เขาก็เลยนึกว่าเพื่อนพูดเล่น
"ใครล้อเล่นกับนายกัน?" เริ่นเหอตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตาของเขาได้ลอยข้ามเสาธงไปยังตึกเรียนสองหลังที่อยู่ด้านหลังแล้ว "เฮ้ย แกว่า... ถ้าตกลงมาจากดาดฟ้าตึกเรียน จะตายห่าไหมวะ?"
"ว่างนักรึไงถึงมาศึกษาเรื่องเนี้ย?" สวี่นั่วอุทานอย่างสยดสยอง "แกอย่าคิดสั้นนะเว้ย! ก็แค่ ม.ปลายเอง ไปเรียนที่ห่วยๆ หน่อยก็เรียนได้เหมือนกัน!"
"หุบปาก! จะเสียงดังทำไม? ครูประจำชั้นหัวเถิกเขามองแกอยู่ข้างหน้าโน่น" เริ่นเหอบ่นพึมพำ สวี่นั่วตกใจรีบหันขวับไปมองด้านหน้าขบวนแถว ก็เห็นครูประจำชั้นวัยกลางคนหัวล้านตรงกลางศีรษะกำลังจ้องเขม็งมาจริงๆ สวี่นั่วรีบหดหัวกลับทันที
เริ่นเหอยิ้มมุมปาก การมาโรงเรียนนี่มันก็สนุกดีเหมือนกัน พูดตามตรง คนส่วนใหญ่ที่เคยผ่านโลกการทำงานมาแล้ว ความฝันสูงสุดคงเป็นการได้กลับมาใช้ชีวิตในโรงเรียนอีกครั้งนี่แหละ
ไม่มีแรงกดดันอะไร ไม่มีความกังวลอะไร ไอ้ที่เรียกว่าความเครียดเรื่องเรียน หรือความไม่พอใจของครู พอได้ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานแล้วมองย้อนกลับไป... มันช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นถึงได้กลัวครูนักหนา
พอเสียงออดหมดคาบแรกดังขึ้น สวี่นั่วกำลังจะเอ่ยปากชวนเริ่นเหอไปสูดอากาศ แต่ก็พบว่าเริ่นเหอพุ่งตัววิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นบนแล้ว ชั้นบนเป็นโซนห้องเรียนของพวก ม.ปลาย ซึ่งเท่าที่สวี่นั่วรู้ เริ่นเหอไม่มีคนรู้จักอยู่ชั้นบนเลย
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงคำถามที่เริ่นเหอถามเขาเมื่อเช้า: "เฮ้ย แกว่า... ถ้าตกลงมาจากดาดฟ้าตึกเรียน จะตายห่าไหมวะ?"
สวี่นั่วขนลุกซู่ไปทั้งตัว! ไอ้เชี่ยเอ๊ย! ไม่จริงน่า?!
เขาลากร่างอ้วนๆ ของตัวเองวิ่งขึ้นบันไดไปพลาง ตะโกนไปพลาง "เริ่นเหอ! แกอย่าคิดสั้นนะเว้ย! ห้ามกระโดดตึกเด็ดขาด!"
เขาตะโกนไม่เท่าไหร่หรอก เพราะเริ่นเหอวิ่งนำไปไกลแล้วเลยไม่ได้ยิน แต่มันกลับเรียกความสนใจจากคนทั้งตึกได้ทันที นักเรียนที่ได้ยินต่างพากันแตกตื่น: "อะไรนะ?! ไอ้เริ่นเหอ ห้อง ม.3/2 จะกระโดดตึกเรอะ?!"
"เชี่ย! จริงดิ!"
"รีบขึ้นไปดูเร็ว!"
"ไม่ต้องขึ้นไปเว้ย ลงไปดูข้างล่าง!"
ผลคือ ตอนที่เริ่นเหอกำลังวิ่งขึ้นไปข้างบน ที่ลานด้านล่างของตึกเรียนก็มีนักเรียนกับครูหลายร้อยคนแห่กันมามุงดูแล้ว!
เริ่นเหอวิ่งขึ้นบันไดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความกล้าในใจก็ยิ่งทวีคูณ เขารู้สึกได้ว่าเลือดในกายกำลังสูบฉีดเร็วขึ้น หัวใจเต้นระรัว อะดรีนาลีนหลั่งพลั่กๆ เริ่นเหอรู้สึกตื่นเต้นฮึกเหิมไปทั้งตัว
ชาติที่แล้วเคยมีคนถามเขาว่า ถ้าอีก 5 นาทีโลกจะแตก คุณจะทำอะไร?
เริ่นเหอคิดอยู่นานก่อนตอบว่า: "อยากลองเสี่ยงตายดูสักครั้ง"
ในเมื่อชีวิตเหลืออีกแค่ 5 นาที ก็ต้องเล่นใหญ่กันหน่อย ในสายเลือดของเขามียีนบ้าดีเดือดไหลเวียนอยู่เสมอ เขาเคยจินตนาการว่าตัวเองโบยบินได้นับครั้งไม่ถ้วน
ชาตินี้ไม่มีวันสิ้นโลก แต่มี 'ระบบทัณฑ์สวรรค์' ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จในหนึ่งเดือนก็ต้องตาย มันก็ไม่ต่างอะไรกับวันสิ้นโลกนั่นแหละ แต่ตอนนี้ในใจของเริ่นเหอไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความตื่นเต้น!
เขาชอบประโยคหนึ่งมาก: 'เพราะใช้ชีวิตธรรมดาเกินไป มันเลยผิดพลาดไปหมด'
ชาตินี้เขากำหนดแล้วว่าจะไม่ใช้ชีวิตแบบธรรมดา!
เริ่นเหอพุ่งพรวดขึ้นไปถึงดาดฟ้า เขาพุ่งตรงไปยังขอบตึกราวกับสายลม
แต่ทว่า บนดาดฟ้าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว ยังมีคู่รักคู่เดิมที่เขาเจอตอนมาดูลาดเลาครั้งก่อน ตอนนั้นทั้งคู่กำลังนัวเนียกันอยู่ พอเห็นเขาก็อายม้วนวิ่งหนีไป แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะวิ่งหนี ชายหนุ่มคนนั้นได้แต่มองแผ่นหลังของเริ่นเหออย่างเหม่อลอย พึมพำว่า: "เชี่ย..."
จากนั้นเริ่นเหอก็ย่อตัวลงเล็กน้อย ยกขาขวาขึ้น แล้วใช้ขาซ้ายถีบส่งตัวเองออกจากขอบตึกอย่างแรง! เสียงถีบพื้นนั้นดังสนั่นจนยากจะลืมเลือน ราวกับเสียงก้องกังวานของชีวิต
เส้นเลือดบนคอของเริ่นเหอปูดโปน เขาออกแรงสุดตัวแล้ว ที่เหลือก็แค่รอคำตัดสินของโชคชะตา!
นักเรียนนับไม่ถ้วนที่อยู่ด้านล่างกำลังแหงนหน้ารอ จู่ๆ ก็มีคนร้องลั่น: "ดูนั่น! มันกระโดดแล้ว!"
"มันไม่ได้โดดลงมา มันจะโดดไปตึกฝั่งตรงข้าม!"
"เขาบ้าไปแล้วเรอะ?!"
"เชี่ย..."
แสงแดดยามสายเจิดจ้า ร่างของเริ่นเหอที่ลอยอยู่กลางอากาศซ้อนทับกับดวงอาทิตย์พอดี วินาทีนั้น ทุกคนที่ได้เห็นต่างรู้สึกเหมือนกำลังดูฉากคลาสสิกในภาพยนตร์ และทุกคนเชื่อมั่นว่า พวกเขาจะไม่มีวันลืมภาพนี้ไปตลอดชีวิต!
ร่างกายของเริ่นเหอเหยียดตรงกลางอากาศ สองเท้าเตรียมพร้อมสำหรับการลงพื้น ตอนนั้นเอง เขายังมีสติเหลือบมองไปด้านข้าง... เขาพลันเห็นเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวคนหนึ่งกำลังเดินเข้าประตูโรงเรียนมาพร้อมกับผู้ปกครอง ขณะที่เขากำลังมองเธอ เธอก็กำลังเงยหน้ามองเขาเช่นกัน สายตาของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศ
เด็กสาวคนนั้น... ในวินาทีนั้น... ท่ามกลางแสงแดด... ณ ประตูโรงเรียน... ได้ปลูกดอกไม้อันงดงามตระการตาลงในใจของเริ่นเหอเสียแล้ว!
ทันใดนั้น เพราะมัวแต่วอกแวก เริ่นเหอก็เสียหลักล้มสี่ขาแปดด้านลงบนดาดฟ้าอีกฝั่ง: "เชี่ย! เจ็บชิบหาย!"
คู่รักที่อยู่บนดาดฟ้าฝั่งที่เขาเพิ่งโดดมาถึงกับยืนอึ้งกิมกี่ ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ชายหนุ่มกอดแฟนสาวไว้แน่น "ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวนะ... มันไม่ตาย..."
หญิงสาวพูดเสียงสั่น "นายเลิกสั่นก่อนได้ไหม..."
ตอนนั้นเอง สวี่นั่วก็ตะโกนโหวกเหวกโวยวายวิ่งขึ้นมาถึงดาดฟ้า: "เริ่นเหอ! เริ่นเหอ! แกเป็นไงบ้างวะเริ่นเหอ! เริ่นเหอแกอยู่ไหน!? แกห้ามโดดนะเว้ย!"
เริ่นเหอปีนลุกขึ้นจากพื้นหัวเราะลั่น: "นี่แหละที่เขาว่ารอดตายหวุดหวิดจะมีโชคตามมา! รอกินหรูอยู่สบายกับเฮียได้เลยไอ้อ้วน เดี๋ยวเฮียพาไปกินของดีๆ!"
"แกยังมีหน้ามาพูดเรื่องนี้อีกเหรอ?!" สวี่นั่วตะโกนอย่างหัวเสีย "แกไม่กลัวตายรึไงหา?"
"ช่างเรื่องนั้นก่อน" เริ่นเหอโบกมือ "เฮียไม่เป็นไร แกรอสักครู่... เดี๋ยวเฮียโดดกลับไปแล้วค่อยคุย"
แค่การกระโดดเมื่อกี้ ทำเอาเริ่นเหอหลงรักความรู้สึกเสี่ยงตายเข้าซะแล้ว! วินาทีก่อนที่จะเห็นเด็กสาวคนนั้น ตอนที่อยู่กลางอากาศ เขาคิดว่า... ในที่สุดเขาก็กล้าที่จะเสี่ยงตายแล้ว ต่อให้ต้องตายตรงนั้นเลยก็ไม่เสียดาย!
แม่งโคตรตื่นเต้นเลยว่ะ!
พูดจริงๆ นะ... เขาเริ่มจะตั้งตารอภารกิจครั้งต่อไปแล้วสิ!
แต่พอสวี่นั่วได้ยินว่าเขาจะโดดกลับไปอีก ถึงกับเข่าอ่อนแทบฉี่ราด: "ลูกพี่! มีอะไรค่อยๆ คุยกันก็ได้ แกเดินลงบันไดกลับมาดีๆ เถอะได้โปรด! ครูนักเรียนทั้งโรงเรียนเขามุงดูกันหมดแล้ว! เดี๋ยวพวกครูก็แห่กันขึ้นมาหรอก แกโดดอีกรอบก็เตรียมโดนไล่ออกได้เลย!"
เริ่นเหอได้ยินก็ชะโงกหน้าลงไปมองฝูงชนมืดฟ้ามัวดินด้านล่าง เขายักไหล่ "เออๆ ก็ได้ แกลงไปรอที่ห้องเลย!" แต่เรื่องโดนไล่ออกอะไรนั่น เขาไม่ยี่หระอยู่แล้ว
พริบตาเดียว บนดาดฟ้าก็เหลือเพียงคู่รักที่ยังกอดกันตัวสั่นงันงก...
(จบตอน)