- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 9 อัปเกรดอุปกรณ์
บทที่ 9 อัปเกรดอุปกรณ์
บทที่ 9 อัปเกรดอุปกรณ์
ต้วนเสี่ยวโหลวมองดูข่าวในมือ ยืนยันชัดเจนแล้วว่าชายชราที่อยู่กับเริ่นเหอคือ 'โจวอู๋เมิ่ง' ตัวจริงเสียงจริง แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจคือ คนสองคนที่ดูเหมือนจะอยู่คนละขั้ว ไม่น่าโคจรมาเจอกันได้ ทำไมถึงไปอยู่ด้วยกัน?
ในหัวของเธอไม่เคยมีความคิดแวบเข้ามาเลยว่าเริ่นเหอจะเป็นผู้แต่ง 'คัมภีร์ตรีอักษร' เพราะคัมภีร์ตรีอักษรกับเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี ดูยังไงก็ไม่มีทางเกี่ยวข้องกันได้เลย
แต่ไม่ว่าจะยังไง ดูเหมือนว่าเริ่นเหอจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เธอคิดซะแล้ว
เวลา 5 ทุ่มตรง ต้วนเสี่ยวโหลวลงมาจากตึกตามเวลานัดวิ่งที่คุยกันไว้เมื่อวาน และก็เป็นไปตามคาด เริ่นเหอลงมาเวลานี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ต้วนเสี่ยวโหลวไม่ได้เอ่ยปากถามเรื่องที่เธอเห็นเมื่อเย็น และไม่ได้พูดถึงชื่อโจวอู๋เมิ่ง ระหว่างที่วิ่งเธอก็ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระในโรงเรียนบ้างเป็นครั้งคราว เวลาที่เหลือคือความเงียบ แม้เธอจะอยากถามใจจะขาดว่าเพื่อนร่วมชั้นที่ดูจืดจางคนนี้ไปรู้จักกับปู่โจวได้ยังไง แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่ถาม
ขืนเรื่องที่ทั้งสองคนออกมาวิ่งด้วยกันทุกคืนหลุดออกไปในโรงเรียน ไม่รู้จะมีข่าวลือเสียหายอะไรตามมาบ้าง
ในช่วงวัยรุ่น เด็กผู้หญิงมักจะมีความคิดความอ่านโตเร็วกว่าเด็กผู้ชาย แต่ต้วนเสี่ยวโหลวกลับรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่า ภายในร่างกายของคนที่วิ่งอยู่ข้างๆ เธอคนนี้ ซุกซ่อนหัวใจที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ยิ่งกว่าเธอเสียอีก
...
เริ่นเหอกลับบ้านอาบน้ำ สมัยเด็กเขาอาจจะเป็นคนซกมก แต่พอได้ชีวิตใหม่พร้อมวิญญาณวัย 26 ปี เขาก็ใส่ใจเรื่องความสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษ เล็บมือที่เคยไว้ยาวตามประสาวัยรุ่นก็ตัดทิ้งจนเกลี้ยงเกลา มือไม้สะอาดสะอ้านดูดีกว่าอะไรทั้งหมด
เขาเป็นคนประเภท 'ลงมือทำเชิงรุก' มาแต่ไหนแต่ไร ตอนนี้เตรียมตัวมาพอสมควรแล้ว เขาไม่คิดจะลากภารกิจกระโดดตึกไปจนถึงเส้นตายสุดท้าย เขาตั้งใจว่าจะจัดการให้จบๆ ไปในช่วงนี้เลย เริ่นเหอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ารางวัลที่ 'ระบบทัณฑ์สวรรค์' จะมอบให้หลังจากทำภารกิจสำเร็จ จะเป็นอะไร
พูดกันตามตรง ระบบลงทัณฑ์ระดับพระเจ้าขนาดนี้ ของรางวัลมันต้องมีเซอร์ไพรส์กันบ้างแหละน่า?
ก่อนนอน เขาเปิดเช็กยอดผลงานของ 'คัมภีร์เทพ' สักหน่อย... โอ้โห ยอดคลิกสมาชิกพุ่งขึ้นติดท็อป 3 ของชาร์ตแล้ว พลังการโปรโมต 4 รายการรวดในวันเดียวนี่มันระเบิดระเบ้อจริงๆ พอดูยอดกดติดตาม ... แม่เจ้า วันเดียวเพิ่มขึ้น 3 หมื่นกว่า!
ต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ โดยปกติกว่าจะเก็บยอด Fav. ได้สัก 2 หมื่นตอนเปิดขายก็หรูแล้ว แต่นี่ 'คัมภีร์เทพ' อาศัยกระแสสังคมบวกกับการอัดฉีดโปรโมต ดันยอดทะลุ 3 หมื่นกว่าในพริบตา
แน่นอนว่า ยิ่งคนดูเยอะ พวกเกรียนก็เยอะตาม
เนื้อหาที่ด่าส่วนใหญ่ก็ประมาณว่า: ไม่มีสาระ, นิยายปัญญาอ่อน, คนเขียนเป็นโรคหลงตัวเอง... พวกที่ด่าส่วนมากก็คือพวก 'ผู้พิทักษ์วรรณกรรมสิ่งพิมพ์' ที่ยึดติดกับความคลาสสิก
เริ่นเหอขี้เกียจจะใส่ใจ เรื่องแบบนี้เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ก็ 'คัมภีร์เทพ' มันสวนทางกับวัฒนธรรมกระแสหลักจริงๆ วรรณกรรมสิ่งพิมพ์เน้นความละเมียดละไมและข้อคิด แต่นิยายสาย 'ฝึกวิชาอัพเลเวล' เน้นแค่อย่างเดียวคือ... ความมันส์
ถามหน่อย ใครทำงานแล้วไม่เครียด? ใครใช้ชีวิตแล้วไม่เจออุปสรรค? ความรักของใครราบรื่นดุจโรยด้วยกลีบกุหลาบบ้าง?
ในช่วงเวลาเหล่านั้น คนเราต้องการนิยายที่อ่านแล้วสะใจสักเรื่องมาปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการสู้ชีวิต และการถือกำเนิดของ 'คัมภีร์เทพ' ก็ตอบโจทย์ความต้องการนี้พอดีเป๊ะ สำหรับคนกลุ่มนี้ ไม่จำเป็นต้องขบคิดปรัชญาอะไร แค่อ่านแล้วฟินก็พอ
ตอนนี้เรื่องจำนวนคำไม่ใช่ปัญหาแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงได้เปิดขายคืนนั้นเริ่นเหอใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่าปั่นต้นฉบับออกมา 2 ตอนแล้วกดอัปเดต: "ขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนของทุกคน ปริมาณการอัปเดตของ 'คัมภีร์เทพ' จะทำให้ทุกคนพอใจแน่นอน!"
เมื่อเทียบกับนักเขียนสายสิ่งพิมพ์ การอัปเดตของ 'คัมภีร์เทพ' แทบจะเหมือนใช้สูตรโกง โดยเฉพาะพวกที่เขียนแนวสืบสวนสอบสวนที่ต้องวางปมซับซ้อน แค่คิดพล็อตก็ปาไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่เริ่นเหอไม่ต้องคิด หยิบมาเขียนได้เลย!
ในกลุ่มนักเขียนเห็นความเร็วของเริ่นเหอแล้วต่างพากันอ้าปากค้าง: "มันทำได้ไงวะ? วันนึงอัปเดตเป็นหมื่นคำ ถ้าเป็นฉันคงเขียนจนเยี่ยวเป็นเลือด!"
"เยี่ยวเป็นเลือดยังน้อยไป ฉันครึ่งเดือนเพิ่งเขียนได้ 2 หมื่นคำ หมอนั่นใช้เวลา 2 วันก็แซงแล้ว เฮ้อ..."
...
วันหยุดสุดสัปดาห์
เมื่อมีเงิน สิ่งแรกที่เริ่นเหอทำคือการ 'อัปเกรดอุปกรณ์' สิ่งที่สำคัญต่อชีวิตที่สุดตอนนี้คือรองเท้าวิ่ง เขาไปเดินดูที่ห้างสรรพสินค้าแล้วต้องตกใจเมื่อพบว่า แบรนด์ดังๆ ที่เขารู้จักในโลกเดิม ยังคงมีอยู่ในโลกนี้ ดูเหมือนโลกคู่ขนานใบนี้จะเพี้ยนแค่เรื่องวงการบันเทิงกับวรรณกรรมสินะ
ในชาติก่อนเริ่นเหอเป็น 'พวกชอบเอาอย่างนักกิจกรรมกลางแจ้ง'คำว่า 'ชอบเอาอย่าง' หมายถึง สนใจ ศึกษา แต่ไม่เคยออกไปลุยจริงๆ...
ในวงการกีฬากลางแจ้ง มีแบรนด์ระดับตำนานอยู่หลายเจ้า เช่น Arc'teryx (อาร์คเทอริกซ์) ฯลฯ ถ้าแบรนด์พวกนี้หายไป เริ่นเหอคงต้องมานั่งศึกษาใหม่หมดเวลาจะทำภารกิจ แต่ตอนนี้ถือว่าเบาแรงไปเยอะ
การเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม อุปกรณ์ที่ดีคือเงื่อนไขเบื้องต้นของการรอดชีวิต ข้อนี้เริ่นเหอรู้ดีที่สุด
แต่ทว่า... เมืองลั่วหยางเป็นแค่เมืองระดับ 3 แบรนด์เทพๆ ที่เขาอยากได้ไม่มีขายเลยสักยี่ห้อ สุดท้ายเลยต้องจำใจซื้อรองเท้าวิ่งของ Nike มาแก้ขัดไปก่อน ที่ต้องรีบซื้อเพราะเขาทนใส่นองเท้าผ้าใบวิ่งทุกวันไม่ไหวแล้ว เจ็บเท้าจะตายชัก...
ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือรองเท้าวิ่ง ส่วนของอย่างอื่นค่อยว่ากัน อีกอย่างที่ต้องซื้อคือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ต้องเอาแบบสเปคดีหน่อยและพกพาสะดวก จะให้เขานั่งจิ้มโทรศัพท์แต่งนิยายทุกวันคงไม่ไหว
ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ก ความเร็วในการพิมพ์ของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
สุดท้าย เริ่นเหอกัดฟันเหลือเงินติดตัวไว้แค่ 400 หยวน ส่วนที่เหลือทุ่มซื้อโน้ตบุ๊กไปจนหมด...
"เงินไหลเป็นน้ำเลยวุ้ย" เริ่นเหอรู้สึกขมในคอ เหมือนกลับไปจนกรอบเป็นยาจกในชั่วข้ามคืน (คืนสู่ยุคก่อนปลดแอก) เงินค่าต้นฉบับที่แลกมาด้วยชีวิต สุดท้ายกลายสภาพเป็นแค่รองเท้าวิ่งคู่หนึ่ง กับโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งเท่านั้น
แต่เดี๋ยวชีวิตก็คงดีขึ้นเอง
เริ่นเหอกำหนดวันทำภารกิจ 'กระโดดข้ามตึก' ไว้เป็นวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีก 6 วันก่อนครบกำหนด 1 เดือน แม้จะยื้อเวลาออกไปได้อีกหน่อย แต่นิสัยของเริ่นเหอคือแบบนี้ ถ้ามั่นใจแล้วก็ลุยเลย ขืนปล่อยให้ภารกิจคาใจไปวันๆ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อีกอย่าง จากการฝึกซ้อมมาหลายวัน ตอนนี้เขากระโดดไกลได้ประมาณ 5 เมตรแล้ว
ในทางทฤษฎี ภารกิจนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาอีกต่อไป
ตอนที่เขาหิ้วของเตรียมจะกลับบ้าน บังเอิญเจอกับเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยสนิท กำลังมาเดินเลือกซื้อคอมพิวเตอร์กับพ่อแม่ เริ่นเหอไม่คิดจะทักทาย เลยเดินสวนผ่านไปเหมือนคนแปลกหน้า
แต่เพื่อนคนนั้นเห็นโน้ตบุ๊กในมือเริ่นเหอ ก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
พ่อแม่ของเด็กคนนั้นสังเกตเห็นอาการลูกชายเลยถามว่า "เป็นอะไรไป?"
"อ๋อ เปล่าครับ... คือคนเมื่อกี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นที่ได้ยินว่าที่บ้านจนมากๆ แต่เมื่อกี้เขาเพิ่งซื้อโน้ตบุ๊กราคาแพงไปเครื่องนึง"
"อย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่นมั่วซั่ว!"
"ครับ..."
"ในโรงเรียน ให้แข่งกันที่เรื่องเรียน ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งนี้ลูกสอบได้อันดับดี พ่อกับแม่ก็ไม่ซื้อคอมเครื่องใหม่ให้หรอกนะ!"
"ครับ..."
โน้ตบุ๊ก 7,000 กว่าหยวนนี่แพงเหรอ? เริ่นเหอได้ยินเสียงแว่วๆ จากด้านหลังแล้วแอบขำในใจ ไอ้หนูเอ๊ย ตอนนี้เฮียอาจจะถังแตก แต่ของราคา 7,000 กว่าหยวนในสายตาเฮียนี่ถือว่าถูกแล้วนะ
พอมองเห็นเพื่อนคนนั้นต้องสงบปากสงบคำอยู่ใต้อาณัติพ่อแม่ เริ่นเหอก็รู้สึกสะใจลึกๆ สมัยเป็นนักเรียน เริ่นเหอเคยฝันถึงอะไร?
ก็ฝันว่าอยากจะหาเงินได้เยอะๆ แล้วใช้เงินนั้นได้อย่างอิสระตามใจชอบไงล่ะ
วินาทีนี้ เริ่นเหอกลับรู้สึกอินกับบทบาทนักเรียนของตัวเองขึ้นมา และดูเหมือนว่า... เขาจะเริ่มปรับตัวเข้ากับสถานะนี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย
(จบตอน)