เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 การโปรโมตที่บ้าคลั่ง!

บทที่ 7 การโปรโมตที่บ้าคลั่ง!

บทที่ 7 การโปรโมตที่บ้าคลั่ง!


เริ่นเหอหันกลับไปยิ้ม "บังเอิญจัง เจอกันอีกแล้ว" เขานึกย้อนไปว่าตอนออกมาจากบ้านเขาเหลือบดูนาฬิกาแล้วนี่นา นี่มัน 5 ทุ่มแล้วนะ เธอยังออกมาวิ่งอยู่อีกเหรอ?

"ดึกป่านนี้แล้วยังออกมาวิ่งอยู่อีกเหรอ?" ต้วนเสี่ยวโหลวยิ้มพลางพิจารณาเริ่นเหอ ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เจอ ผู้ชายคนนี้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเสมอ

"พอดีติดธุระนิดหน่อย ยุ่งมาจนถึงตอนนี้แหละ แต่ถ้าวันไหนไม่ได้วิ่งมันรู้สึกไม่สบายตัว เลยเปลี่ยนชุดออกมาวิ่ง" เริ่นเหออธิบาย ตอนนี้ผลงานของ 'คัมภีร์เทพ' สำคัญกว่า การอัปเดตอย่างสม่ำเสมอคือเงื่อนไขพื้นฐานของนิยายหน้าใหม่ที่จะแจ้งเกิด และการเขียนนิยายก็กินเวลาชีวิตไปพอสมควร

"อ๋อ ฉันก็ติดธุระเหมือนกัน เหมือนนายเลย งั้นเรามาวิ่งด้วยกันไหม?" ต้วนเสี่ยวโหลวชวนด้วยรอยยิ้ม เธอถามอย่างเปิดเผย ดูไม่กลัวว่าจะโดนปฏิเสธเลยสักนิด เพราะน้อยคนนักที่จะกล้าปฏิเสธเธอ

"เอาสิ" เริ่นเหอไม่ปฏิเสธ วิ่งด้วยกันก็ไม่เห็นเป็นไร

ขณะวิ่งเหยาะๆ ไปด้วยกัน จู่ๆ ต้วนเสี่ยวโหลวก็ถามขึ้นมา "เมื่อก่อนไม่เคยเห็นนายวิ่งเลย ทำไมจู่ๆ ถึงมาวิ่งล่ะ?"

เริ่นเหอก็เพิ่งจะเริ่มวิ่งได้ครึ่งเดือนนี่แหละ

"ถ้าฉันบอกว่าวิ่งเพื่อรักษาชีวิต เธอจะเชื่อไหม?" เริ่นเหอตอบทีเล่นทีจริง

ถามโง่ๆ ใครเขาจะไปเชื่อ ต้วนเสี่ยวโหลวไม่รับมุกแต่เหลือบมองเขาแล้วเปลี่ยนเรื่อง "ได้ข่าวว่าห้องเราจัดทริปไปเที่ยวกัน นายไม่คิดจะไปเหรอ?"

"อืม ไม่มีเงิน ไปไม่ไหว" เริ่นเหอตอบตามตรง

ต้วนเสี่ยวโหลวชะงักไปนิด เธอนึกว่าเขาจะหาข้ออ้างอื่นอย่างเช่นติดธุระ หรือที่บ้านไม่ให้ไปซะอีก เพราะวัยรุ่นมักจะรักศักดิ์ศรี ยิ่งอายุ 14-15 ปีแบบนี้ ใครมาหักหน้าเป็นได้ต่อยกันตาย

อายุ 14 ปี... คือวัยที่มองย้อนกลับไปเห็นสนามหญ้าเขียวขจีและท้องทะเลแห่งแสงสว่าง เวลาดูเหมือนจะยืนรออยู่ที่ปลายทางของการเดินทาง ทุกคนยังอยู่ในวัยเยาว์

แต่จู่ๆ ในชีวิตของต้วนเสี่ยวโหลว ก็มีคุณลุงวัย 26 ปีในร่างเด็กโผล่เข้ามา มันเลยทำให้เธอรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง

ต้วนเสี่ยวโหลวลังเล เธออยากจะบอกว่าให้เธอยืมเงินก่อนไหม แต่เธอก็รู้ดีว่าทำแบบนั้นอาจจะยิ่งทำร้ายจิตใจเขา

แต่ในใจของเริ่นเหอไม่ได้คิดซับซ้อนขนาดนั้น การได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ผ่านชีวิตวัยยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวในสังคมมาแล้ว เขาค้นพบว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่า 'หน้าตา' มันกินไม่ได้

อีกอย่าง คำว่า 'ไม่มีเงิน' ของเขา มันก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ เดี๋ยวอีกไม่นานเขาก็จะมีเงิน มีเยอะมากๆ เยอะจนเพื่อนร่วมห้องพวกนี้จินตนาการไม่ถึงเลยล่ะ จะซื้อไอติมทีละสองแท่ง กินแท่งนึง ทิ้งแท่งนึงยังได้ ป๋าไหมล่ะ!

ต้องยอมรับว่า เมื่อต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเด็ก ม.ต้น รุ่นราวคราวเดียวกัน ความรู้สึกเหนือกว่าในใจย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เขาไม่รู้สึกว่าการพูดความจริงแบบนี้จะเสียหน้าตรงไหน

ต้วนเสี่ยวโหลวยิ้มหวาน "งั้นเหรอ" ไม่รู้ทำไม เธอยิ่งรู้สึกว่าเริ่นเหอที่อยู่ตรงหน้า แตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ

...

บ่ายวันรุ่งขึ้น ในคาบเรียน เริ่นเหอแอบเปิดแอปพลิเคชัน 'เซิ่งซื่อจงเหวิน' บนมือถือ แล้วก็รู้สึกแปลกๆ แต่บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน

ไม่ใช่สิ... เขาลองปิดแอปแล้วเปิดใหม่ พอหน้าจอโหลดแอปเด้งขึ้นมา มันดันกลายเป็นรูปปกนิยาย 'คัมภีร์เทพ' ของเขา! พร้อมข้อความด้านล่างว่า: ทิศทางใหม่แห่งวงการวรรณกรรม!

เชี่ย... พี่เขียนนิยายตลาดจ๋าขนาดนี้ กลายเป็นทิศทางใหม่ของวงการไปแล้วเรอะ?!

พอกดเข้าไปดูข้างใน เริ่นเหอก็ต้องตะลึงตาค้าง

แนะนำหนังสือใหม่มาแรง: คัมภีร์เทพ!

แนะนำนิยายแฟนตาซีพรีเมียม: คัมภีร์เทพ!

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ: คัมภีร์เทพ!

บก.บริหารแนะนำ: คัมภีร์เทพ!

นึกไม่ถึงว่าผ่านไปแค่วันเดียว 'คัมภีร์เทพ' จะได้ขึ้นหน้าแนะนำพร้อมกันถึง 4 รายการรวด! เริ่นเหอรู้สึกเหมือนแอปโดนนิยายตัวเองสแปมใส่หน้า!

ที่แท้ที่ตงฟางโม่ไป๋บอกว่าไม่ต้องห่วง ก็คือแบบนี้เองสินะ!

คนอื่นเขาได้คิวแนะนำสัปดาห์ละรายการ แต่ของเขาฟาดไปวันเดียว 4 รายการ! ถึงเขาจะอัปเดตเร็วกว่าชาวบ้าน แต่ดูทรงแล้ว บก. คงตั้งใจจะรวบรัดตัดตอนช่วง 'เด็กใหม่' ของเขา แล้วใช้การอัดโปรโมตหนักๆ เพื่อดันให้เขา 'ขึ้นชั้น' เปิดขายเร็วขึ้น!

คนอื่นอาจต้องใช้เวลาไต่เต้า 4-6 สัปดาห์ แต่ของเขาเผลอๆ 2 สัปดาห์ก็จบหลักสูตร!

เริ่นเหอรีบเปิดแอปแชททักหาตงฟางโม่ไป๋ทันที: "ท่านบก.สุดยอด! ท่านบก.เจ๋งเป้ง!"

"พอๆ ไม่ต้องมาเลียแข้งเลียขา บก.ใหญ่เขาสั่งมาเองว่าให้ดันนายเป็นตัวหลัก เพราะผลงานนายมันดีเองต่างหาก"

เริ่นเหอพิมพ์ตอบอย่างอารมณ์ดี: "ไว้ไปเซี่ยงไฮ้เมื่อไหร่ เดี๋ยวผมพาพี่โม่ไป๋ไป 'เฮฮา' นะคร้าบ ฮ่าๆๆ"

"ไปไกลๆ ตีนเลยไป..."

เริ่นเหอปิดแอปแชทแล้วนั่งคิด: ดูท่าทาง 'คัมภีร์เทพ' จะได้รับความสำคัญจากทางเว็บมากจริงๆ เส้นทางที่เขาบุกเบิกไว้นี้ ถือว่ามาถูกทางแล้ว

ในกลุ่มนักเขียนระเบิดลงอีกรอบ: "พวกแกเห็นหรือยัง?! เมื่อวานเพิ่งเม้าท์กันว่ากว่ามันจะได้ขึ้นชั้นคงปาไป 5 แสนคำ วันนี้แม่งล่อไป 4 รายการแนะนำรวด! นี่มันกะจะดันให้ขึ้นชั้นก่อนกำหนดชัดๆ!"

"แถมมีแต่รายการแนะนำดีๆ ทั้งนั้น รีบไปดูสิว่ายอดเป็นไงบ้าง?!"

ยอดกดติดตามของคัมภีร์เทพพุ่งพรวดเดียวหมื่นกว่าคนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง! เทียบเท่าผลงานของคนอื่นที่ต้องเก็บสะสมมาหลายสัปดาห์! และนี่มันยังไม่จบ เพราะรายการแนะนำพวกนี้มีอายุ 24 ชั่วโมง นี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเอง กราฟขาขึ้นที่บ้าคลั่งแบบนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น!

ถึงตอนนี้ ยอดโดเนทจากนักอ่านขาจรก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา คอมเมนต์ต่างพากันชื่นชมว่า 'อ่านมันส์โคตร'

ในกลุ่มนักเขียนเงียบกริบ จู่ๆ ก็มีคนเสนอขึ้นมาว่า: "ดึงมันเข้ากลุ่มไหม? เผื่อได้เกาะขามันกิน?" ถ้าในกลุ่มมีระดับเทพสักคน เวลาเขาช่วยแปะลิงก์แนะนำท้ายตอน มันมีค่าเท่ากับได้ขึ้นหน้าแนะนำของเว็บเลยนะ ถึงพวกเขาจะมองว่า 'คัมภีร์เทพ' เป็นนิยายขยะ แต่มันไม่จำเป็นต้องแสดงออกนี่นา โตๆ กันแล้ว จะมาทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉาทำไม

"ดึงสิ..."

"ดึงพ่อง! จะดึงยังไง! มันไม่ได้ทิ้งช่องทางติดต่อไว้เลย!"

จริงด้วย พวกเขาเพิ่งสังเกตว่าเริ่นเหอไม่เคยทิ้ง ID หรือช่องทางติดต่ออะไรไว้เลย ดูเหมือนว่าเริ่นเหอจะไม่เคยคิดจะสุงสิงกับวงการนักเขียนนิยายออนไลน์เลยด้วยซ้ำ เขาแค่มาหาเงิน เป้าหมายชัดเจน ตรงไปตรงมา...

มีนักเขียนบางคนหลังไมค์ไปชวนเข้ากลุ่ม แต่ก็เงียบหายไปในกลีบเมฆ เพราะเริ่นเหอไม่เคยเช็กข้อความหลังไมค์

ในสายตาของนักเขียนเกรด B เกรด C พวกนี้ ผู้เขียน 'คัมภีร์เทพ' เปรียบเสมือนยอดฝีมือสันโดษที่ยืนมองความวุ่นวายของโลกนิยายออนไลน์ด้วยสายตาเย็นชา

พวกเขาคงนึกไม่ถึงหรอกว่า นักเขียนที่อาจจะดังเปรี้ยงปร้างจากนิยายเรื่องเดียวคนนี้ เป็นแค่เด็ก ม.3 ที่เพิ่งเปิดเทอม

เริ่นเหอมองมือถือแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ยกภูเขาออกจากอกไปได้เปราะหนึ่ง เว็บเล่นดันกันขนาดนี้ ต่อให้เป็นหมู ก็ยังบินได้ นับประสาอะไรกับ "ทิศทางใหม่แห่งวงการวรรณกรรม" ล่ะจริงไหม?

...

ในห้องเรียน จู่ๆ เขาก็ได้ยินเพื่อนแถวหน้าซุบซิบกัน: "ได้ยินเปล่า เริ่นเหอไม่มีตังค์ไปเที่ยวด้วยแหละ เมื่อวานฉันนั่งข้างหน้าเขา ได้ยินเต็มสองหูเลย มิน่าล่ะถึงจู่ๆ ก็หันไปเอาดีด้านกีฬา ที่บ้านจนนี่เอง แถมเรียนก็ไม่เก่ง ขืนไม่ไปเป็นนักกีฬาคงหมดอนาคต"

ไอ้สัส... เริ่นเหอหน้าดำคร่ำเครียด เป็นแค่เด็ก ม.ต้น หัดเหยียดฐานะกันแล้วรึไง? โตไปจะได้ดีเหรอพวกเอ็ง? สังคมนิยมจะฝากอนาคตไว้กับพวกตาขาวแบบพวกเอ็งได้ยังไง? คอยดูนะ พอได้ค่าต้นฉบับเมื่อไหร่ พ่อจะเอาเงินตบหน้าให้บวมเลย!

เจ้าอ้วนเพื่อนร่วมโต๊ะก็ได้ยินเหมือนกัน หันมามองเริ่นเหอด้วยสายตาเป็นห่วง "ให้ฉันให้ยืมก่อนไหม ไม่ต้องรีบคืน มีเมื่อไหร่ค่อยคืนก็ได้"

เอ๊ะ... เริ่นเหอมองเจ้าอ้วนเพื่อนยากด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ในความทรงจำของร่างนี้ เจ้าอ้วนเป็นเพื่อนสนิทจริงๆ ทั้งคู่เลยชอบไปสุมหัวกันอยู่หลังห้อง เหมือนว่าที่ผ่านมาเวลาไปร้านเกมหรือไปกินปิ้งย่าง เจ้าอ้วนก็เป็นคนเลี้ยงตลอด

เจ้าอ้วนชื่อ 'สวี่นั่ว' เป็นโอตาคุ บ้านทำธุรกิจ ฐานะดีมาก ถึงได้เลี้ยงตัวเองจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ขนาดนี้

เริ่นเหอคิดนิดนึงก่อนตอบ "ไม่ต้องหรอก เพื่อนมีตังค์ อีกไม่กี่วันก็ได้แล้ว แต่ต่อให้มีตังค์ ฉันก็ขี้เกียจไปร่วมกิจกรรมพรรค์นั้น เข้าใจป่ะ"

สวี่นั่วพยักหน้า นึกว่าเป็นข้อแก้ตัวของเริ่นเหอ เป็นเพื่อนซี้ทำไมจะไม่รู้ไส้รู้พุง ถ้าในกระเป๋าเริ่นเหอตอนนี้มีเงินเกิน 5 เหมา เขาอมขี้มาพ่นใส่หน้าเลยเอ้า!

ตอนเลิกเรียน เริ่นเหอได้รับโทรศัพท์จากปู่โจว "ฮัลโหล สวัสดีครับปู่โจว ถึงแล้วเหรอครับ"

ปลายสายหัวเราะเสียงใส "กลัวจะรบกวนเวลาเรียนเลยรอออดหมดค่อยโทรมา ฉันอยู่หน้าโรงเรียนแล้ว รออยู่นะ"

"ได้ครับ!" เริ่นเหอยิ้มร่า วางสายแล้วตบไหล่เจ้าอ้วนสวี่นั่วป้าบใหญ่ "คนเอาเงินมาส่งให้เพื่อนแล้วเว้ย!"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 7 การโปรโมตที่บ้าคลั่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว