เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 หนึ่งเจ้าสำนัก หนึ่งตอน!

บทที่ 6 หนึ่งเจ้าสำนัก หนึ่งตอน!

บทที่ 6 หนึ่งเจ้าสำนัก หนึ่งตอน!


ตอนนี้สิ่งแรกที่เริ่นเหอทำหลังจากตื่นนอนทุกเช้า คือการเปิดมือถือเช็กคอมเมนต์และยอดโดเนทองนิยาย 'คัมภีร์เทพ' แม้ช่วงนี้จะยึดอันดับ 1 บนชาร์ตหนังสือใหม่ได้อย่างเหนียวแน่น และคอมเมนต์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยอดโดเนทกลับยังไม่กระเตื้องเท่าไหร่

เอาเถอะ ยังไงก็ยังเป็น 'ต้นกล้า' (นิยายใหม่) อยู่ ไม่ต้องรีบร้อน มีเจ้าสำนัก2 คนตั้งแต่นิยายเพิ่งเปิดตัว ก็ถือว่าหรูมากแล้ว

เขาล้างหน้าแปรงฟันแล้วส่องกระจกดู ผลจากการฝึกฝนตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล ร่างกายดูแน่นกระชับขึ้น เทคนิคการวิ่งกระโดดไกลที่ระบบทัณฑ์สวรรค์ยัดใส่หัวเขานั้น จริงๆ แล้วเรียบง่ายมาก: คือตอนเทคตัว ขาที่ใช้ถีบตัวต้องเหยียดตรง ต้องตรงเป๊ะ! พอตัวลอยแล้ว ให้รักษารูปแบบท่าวิ่งในอากาศไว้ชั่วครู่ ถ้าเทคตัวด้วยขาซ้าย ขาซ้ายก็เหยียดตรง ขาขวายกสูง อกผายไหล่ผึ่ง นี่คือท่าพื้นฐานสำคัญ ส่วนหลังจากนั้นจะขยับยังไงก็แล้วแต่ความถนัด ให้ท่าทางมันช่วยทรงตัวกลางอากาศได้เป็นพอ สุดท้ายตอนลงพื้น ก็แค่ย่อตัวลง ใช้สองมือช่วยเซฟไหล่

จุดที่ต้องระวังที่สุด จริงๆ แล้วคือจังหวะการยืดเหยียดร่างกายกลางอากาศ ร่างกายต้องยืดหยุ่นและผ่อนคลาย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เริ่นเหอฝึกท่าพวกนี้จนคล่องแคล่ว เขาพบว่าสิ่งที่ระบบทัณฑ์สวรรค์ถ่ายทอดให้โดยตรงนั้น เข้าใจง่ายกว่าการเรียนรู้เองมาก!

นี่ทำให้เขาอดจินตนาการไม่ได้ว่า ถ้าในอนาคตต้องไปเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่างอื่น เขาจะได้รับ 'วิธีที่ถูกต้องที่สุด' จากระบบแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่านะ?

เช้าวันนี้ พอมาถึงห้องเรียน เจ้าอ้วนเพื่อนร่วมโต๊ะก็ถามขึ้นมาดื้อๆ "เริ่นเหอ ได้ข่าวไหม พวกต้วนเสี่ยวโหลวจะจัดทริปไปเที่ยววันชาติ น่าจะไปหุบเขาชงตู้โกวที่เมืองลั่วชวน ใครอยากไปก็ลงชื่อได้เลย หารค่าใช้จ่ายกันแบบอเมริกันแชร์ นายจะไปป่าว?"

เริ่นเหอปรายตามองเพื่อน เจ้าอ้วนคนนี้ดูภายนอกเหมือนคนเงียบๆ แต่จริงๆ แล้ว 'เงียบแต่หื่น' ชัดๆ เขาตอบกลับอย่างเสียไม่ได้ว่า "ค่าขนมฉันมีแค่นั้น จะเอาปัญญาที่ไหนไปเที่ยว พวกนายไปเถอะ"

เริ่นเหอไม่ได้โกหก ทั้งเนื้อทั้งตัวเขามีเงินแค่ 5 เหมา (2.5 บาท) จะเอาอะไรไปเที่ยว ถึงแม้ 'หงเฉิน' กับนักอ่านใจบุญคนนั้นจะเปย์ให้คนละ 1 เจ้าสำนัก (คนละ 1,000 หยวน รวมเป็น 2,000 หยวน) แต่เว็บเซิ่งซื่อจงเหวินตัดรอบจ่ายค่าต้นฉบับเป็นรายเดือน ตอนนี้ยังไม่ถึงรอบโอนเงิน

ส่วนค่าต้นฉบับ 'คัมภีร์ตรีอักษร' ที่ปู่โจวจะเอามาให้สัปดาห์หน้า ก็บอกแค่ว่าจะจ่ายเรท 'กวีระดับ A' ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันเท่าไหร่

เอาเวลามานั่งคิดเรื่องพวกนี้ สู้เอาไปฝึกกระโดดไกลดีกว่า

สองวันมานี้ เริ่นเหอพยายามมองหาสถานที่ที่เตี้ยกว่าตึกเรียนเพื่อซ้อมโดดจริง แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอที่เหมาะๆ มีที่หนึ่งสูง 4 ชั้น ระยะห่าง 2.9 เมตร ซึ่งใกล้เคียงของจริงมาก จริงๆ จะไปซ้อมตรงนั้นก็ได้ แต่ปัญหาคือ... ตกจากตึก 4 ชั้น ถ้าพลาดขึ้นมาก็ตายหรือไม่ก็พิการเหมือนกัน ถ้าพิการก็จบเห่ โดนระบบสังหารทิ้งแน่นอน งั้นสู้ซ้อมพื้นราบให้ชัวร์ แล้วไปวัดดวงทีเดียวที่ตึกเรียนเลยดีกว่า เป็นตายร้ายดียังไงก็ขอทีเดียวจบ

"ไม่ไปจริงดิ?" เจ้าอ้วนถามย้ำอีกทีตอนเลิกเรียน "เมื่อก่อนเห็นนายชอบต้วนเสี่ยวโหลวจะเป็นจะตาย ทำไมเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเหมือนคนละคนเลยวะ?"

"ไปๆๆ ไปไกลๆ พูดมากจริง!"

ทันใดนั้น เด็กผู้หญิงแถวหน้าห้องคนหนึ่งก็พูดกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "แกๆ ดูนี่สิ ราชาเพลง 'เจียงเฉิน' กับราชินีเพลง 'เจียงซือเหยา' ปล่อยอัลบั้มใหม่วันเดียวกันอีกแล้ว! บ้าไปแล้ว ตัวพ่อกับตัวแม่จะมาชนกันเอง!"

"ไม่เห็นแปลก คู่กัดคู่นี้งัดข้อกันมา 2 ปีแล้ว ออกอัลบั้มชนกันตลอด เป็นนักร้องแถวหน้าทั้งคู่แท้ๆ ไม่รู้จะแข่งกันไปทำไม แต่ฉันรอกดฟังเพลงใหม่พวกนางอยู่นะ" เพื่อนโต๊ะข้างๆ ตอบ

"พวกเขามีความแค้นอะไรกันเหรอ?"

"ไม่รู้สิ เห็นว่าเป็นเพื่อนสมัยมัธยม แถมลือกันว่าเคยคบกันตอนเรียนด้วย พอเข้ามหาลัยก็เลิก ไม่รู้เลิกกันท่าไหนถึงเกลียดกันขนาดนี้!"

"อัลบั้มที่แล้วขายได้คนละ 8 ล้านกว่าแผ่น! กินกันไม่ลงเลย ไม่รู้รอบนี้จะเป็นไง"

"ก็ต้องดูว่าเพลงใครเพราะกว่ากัน"

"เดือนหน้าเจียงซือเหยาจะมาเปิดคอนเสิร์ตที่ลั่วเฉิงด้วย อยากไปจังเลย!"

"ตั๋วแพงจะตาย ไม่มีตังค์หรอก"

"โง่จริง ก็ไปอ้อนพ่อแกสิ พ่อแกตามใจจะตาย อีกอย่างไม่ได้เอาเงินไปทำเรื่องไม่ดีซะหน่อย"

เริ่นเหอนั่งฟังอยู่ข้างหลัง ในหัวคำนวณตัวเลข 8 ล้านแผ่น... นี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ ในโลกเดิมยอดขายระดับนี้คือซุปเปอร์สตาร์ค้างฟ้าแล้ว

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะโลกนี้คุ้มครองลิขสิทธิ์เข้มงวด การคุ้มครองของแท้ไม่ได้จำกัดแค่วงการวรรณกรรมเท่านั้น

คืนนั้น หลังจากเริ่นเหอเขียนจบไป 6,000 คำ สร้างจุดพีคเล็กๆ ให้พระเอกใช้เคล็ดวิชาจากคัมภีร์เทพตบเกรียนศัตรูได้สำเร็จ จู่ๆ 'ปีศาจสุรา'ก็โผล่มาคอมเมนต์: "อ่านไม่จุใจ มีเงื่อนไขการเพิ่มตอนไหม?"

เริ่นเหอตาลุกวาว นี่มันสัญญาณการเปย์ชัดๆ! กำลังจะพิมพ์ตอบว่า 'มีครับ จัดไป 10,000 เหรียญแลก 1 ตอน' แต่ปีศาจสุราก็พิมพ์ดักขึ้นมาก่อน: "ไม่ตอบแสดงว่ามี งั้นเอาตามนี้ '1 เจ้าสำนัก แลก 1 ตอน' (100,000 เหรียญ : 1 ตอน) จัดมา 5 ตอน!"

เชี่ย... เริ่นเหอสตั๊นไปเลย เขาไม่เคยได้รับเรทค่าตัวแพงขนาดนี้มาก่อน ชีวิตนักเขียนชาติที่แล้วนี่เทียบไม่ติดเลย ระบบหลังบ้านแจ้งเตือนทันที: [ปีศาจสุรา มอบรางวัลให้คุณ 500,000 เหรียญเซิ่งซื่อ!]

ต้องรู้นะว่า 100 เหรียญ = 1 หยวน นี่มัน 5,000 หยวนเน้นๆ! แถมเว็บเซิ่งซื่อจงเหวินมีกฎว่า ยอดโดเนทไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์กับเว็บ! เว็บจะหักแค่ยอดค่าอ่าน (Subscription) เท่านั้น เงินก้อนนี้เริ่นเหอรับไปเต็มๆ

ถึงกว่าเงินจะเข้ากระเป๋าต้องรอรอบตัดบัญชี แต่เห็นตัวเลขแล้วมันชื่นใจ! มีแรงฮึด!

ช่างแม่ง 5 ตอนก็ 5 ตอน! ด้วยความเร็วในการแต่งแบบ 'ไม่ต้องใช้สมอง' (ด้นสด) ของเริ่นเหอตอนนี้ 5 ตอนก็แค่ 4 ชั่วโมงกว่าๆ นี่คือช่วงเวลาทองของนักเขียนหน้าใหม่ โอกาสมาต้องรีบคว้า

พออัปเดตครบ 5 ตอน ปีศาจสุรายังไม่หนำใจ: "มีอีกไหม?"

เริ่นเหอรีบตอบ: "หมดแล้วครับ... หมดก๊อกแล้ว... จะไปนอนแล้วครับ..."

"อ้อ... งั้นพรุ่งนี้ว่ากัน!"

เริ่นเหอถอนหายใจยาว นี่สินะความรู้สึกของการมี 'ป๋าเลี้ยง'! ผลปรากฏว่าตลอด 7 วันหลังจากนั้น ปีศาจสุรามาทวง 5 ตอนทุกวัน! ไม่สนใจว่าเริ่นเหอจะตกลงไหม พี่แกเปย์ทิ้งไว้เลย เริ่นเหอเองก็ไม่มีข้อแก้ตัว ถ้ากล้าเปย์ เขาก็กล้าเขียน! แม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ 7 วันนี้ เขาทำเงินได้จริงๆ 40,000 หยวน! (ประมาณ 200,000 บาท)

4 หมื่นหยวน... เกิดมาไม่เคยหาเงินได้เยอะขนาดนี้ในเวลาแค่ 7 วันมาก่อน

พอถึงวันที่ 7 จู่ๆ ปีศาจสุราก็โพสต์ระบายความในใจในช่องคอมเมนต์: "หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่านมันส์สะใจทุกวัน อัปเดตโหดขนาดนี้ ถ้าไม่ดังให้มันรู้ไป ไรท์เตอร์ลำบากแล้ว เขียนต่อไปให้ดี พอนิยาย 'ขึ้นชั้น' (เปิดขาย/ติดเหรียญ) เมื่อไหร่ เดี๋ยวมีของขวัญชุดใหญ่ให้!"

ชุดใหญ่? ของขวัญจากมหาเศรษฐีฟังดูน่าตื่นเต้นชะมัด แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง ปกตินิยายจะเริ่มเปิดขายตอนประมาณ 2 แสน - 3.5 แสนคำ แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้คิวโปรโมตเลยสักคิวเดียว แต่เนื้อหาปาเข้าไปแสนกว่าคำแล้ว ขืนรอคิวโปรโมตครบ ไม่ปาเข้าไป 4-5 แสนคำเหรอ?

คนอื่นเขาเริ่มเก็บเงินตอน 2 แสนคำ เขาต้องรอไปถึง 5 แสนคำ เสียเปรียบเห็นๆ

เขาลองทักไปปรึกษาบก. ตงฟางโม่ไป๋ บก.บอกแค่ว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการให้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำยังไง ให้รอฟังข่าวอย่างเดียว

จำนวนคำที่เพิ่มขึ้นเร็วขนาดนี้ แม้แต่นักเขียนคนอื่นยังสังเกตเห็น เริ่มมีการซุบซิบกันในกลุ่มลับ: "พวกนายว่า อัปเดตบ้าเลือดแบบนี้ กว่าจะได้ขึ้นชั้นคงปาไป 5 แสนคำมั้ง? ตอนนี้ยังไม่ได้ขึ้นแนะนำเลยสักรายการ อย่างน้อยต้องรอคิวอีก 4 รอบ รอบละอาทิตย์ ก็ปาไปเดือนนึง"

"ก็นะ นักเขียนหน้าใหม่ไม่มีประสบการณ์ ไม่รู้หรอกว่าต่อให้อัปเดตเก่งแค่ไหน ก็ต้องรู้จักกั๊กไว้บ้าง"

"ฮ่าๆๆ อย่าเห็นว่าได้เกาะขาเศรษฐีนะ จริงๆ ขาดทุนยับ ยอดโดเนทมันชดเชยยอดขายรายตอนที่เสียไปไม่ได้หรอก"

"ลองลากเข้ากลุ่มไหม? เผื่อฟลุ๊คดังเปรี้ยงปร้าง จะได้คุยกันง่ายหน่อย"

"อย่าเลย พวกเขียนนิยายตลาดล่าง ดึงเข้ามาก็เสียเกรดเปล่าๆ"

"งั้นช่างมัน"

พูดกันตามตรง พวกนักเขียนที่บูชา 'วรรณศิลป์' แบบนิยายเล่ม ยังไงก็ยังดูถูกเริ่นเหอที่เขียนนิยายตลาดจ๋าอยู่ดี ธรรมเนียม 'นักเขียนเหยียดกันเอง' เป็นเรื่องปกติ

ตอนที่พวกนี้ไปอ่าน 'คัมภีร์เทพ' ในหัวก็จ้องแต่จะจับผิด ไม่ได้คิดจะเสพความบันเทิงเลย

แต่เริ่นเหอไม่ได้รับรู้เรื่องพวกนี้ และไม่เคยคิดจะเข้ากลุ่มนักเขียนพวกนั้นด้วย ถ้ารู้คงขำตาย พวกเอ็งเป็นลูกผู้ชายกันภาษาอะไรมานั่งจีบปากจีบคอแซะชาวบ้าน พี่มาเพื่อหาเงินโว้ย!

หลังปั่นนิยายเสร็จ เขาก็ออกไปวิ่งรอบดึกเหมือนเดิม สำหรับเขา การเขียนนิยายคือเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่การสร้างงานศิลปะ และเขาไม่คิดจะยกให้มันเป็นศิลปะด้วย

ส่วนเรื่องจำนวนคำกับเวลาเปิดขาย เชื่อว่าตงฟางโม่ไป๋น่าจะแก้ปัญหาให้ได้

"เริ่นเหอ!"

ขณะกำลังวิ่งอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงใสราวกับกระดิ่งเงินเรียกชื่อเขาจากด้านหลัง พอหันกลับไปมอง ก็พบต้วนเสี่ยวโหลว ยืนอยู่ใต้แสงไฟถนนสีส้มสลัวในยามค่ำคืน ราวกับภูตพรายที่หลุดออกมาจากภาพวาด

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 6 หนึ่งเจ้าสำนัก หนึ่งตอน!

คัดลอกลิงก์แล้ว