- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 26 ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มฉีชิงอวิ๋นจะมีลูกในท้อง!
บทที่ 26 ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มฉีชิงอวิ๋นจะมีลูกในท้อง!
บทที่ 26 ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มฉีชิงอวิ๋นจะมีลูกในท้อง!
บทที่ 26 ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มฉีชิงอวิ๋นจะมีลูกในท้อง!
สถานที่บำเพ็ญเพียรของเจ้าสำนักตั้งอยู่ที่เขาด้านหลังยอดเขาหลักของสำนักเจิ้งอี มีข่าวลือว่าที่นี่คือจุดศูนย์กลางชีพจรวิญญาณของสำนักเจิ้งอี
ตอนเพิ่งเข้าสำนัก ชุยซูเคยถามระบบด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ได้รับคำตอบว่า [ส่วนข้างหน้าค่อยมาสำรวจทีหลังนะ]
คิดไม่ถึงว่าพริบตาเดียว จะได้มาพบเจ้าสำนักเสียแล้ว
ชุยซูยังไม่รู้ตัวว่า ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวได้มองนางเป็นวาสนาของเจ้าสำนัก——หรือแม้แต่ของทั้งสำนักเจิ้งอีไปแล้ว
และนางก็ไม่รู้ตัวเลยว่าบันทึกการกินเผือกของนางถูกแอบฟัง แถมคนฟังยังฟังอย่างออกรสอีกด้วย
[เฮ้อ! ช่างบังเอิญจริงๆ! ถ้าวันนั้นข้าไม่ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด เสิ่นสิงเจี่ยนคงไม่ความแตก ข้าก็อาจจะไม่ได้ถูกพามาที่สำนักเจิ้งอี แล้วศิษย์พี่จู้ก็คงไม่บังเอิญไปที่หอโอสถ ก็จะไม่ได้เจอกับเรื่องในวันนี้——ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกนี่มันทรงพลังจริงๆ!]
[ข้าขออธิษฐานให้ได้เห็นฉากเจ้าสำนักซ้อมฉีชิงอวิ๋นเละคาตีน ข้าคงกินข้าวได้อีกสิบชาม?!]
กระบี่บินของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวสั่นไหวเล็กน้อย ในใจตัดสินใจจะสั่งการลงไป ให้เพิ่มปริมาณข้าววิญญาณให้ศิษย์สายนอกอีกหน่อย
เด็กมันอยากกินขนาดนี้ จะไม่ให้นางกินเพิ่มอีกสักสองสามคำได้ยังไง?
...
ตามทฤษฎีแล้ว เจ้าสำนักควรจะเก็บตัวอยู่ที่เขาด้านหลัง ปากถ้ำก็ลงอาคมไว้ เพื่อป้องกันเรื่องจุกจิกมารบกวนจิตใจ
แต่เพื่อป้องกันเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เขาจึงทิ้งป้ายส่งสัญญาณฉุกเฉินไว้ให้สำนัก ซึ่งสามารถส่งสัญญาณผ่านอาคมไปถึงเขาได้
ป้ายนี้สร้างยาก หากไม่ใช่เพราะฉีชิงอวิ๋นก่อเรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องกับพวกมารนอกรีต ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวคงไม่นำออกมาใช้
และเจ้าสำนักที่ได้รับสัญญาณฉุกเฉิน ก็มารรออยู่ที่ตำหนักใหญ่แล้ว
เจ้าสำนักเจิ้งอีเป็นคนค่อนข้างเป็นกันเอง เห็นผู้อาวุโสเฉินและฉู่มาแต่ไกล ก็พยักหน้าทักทาย และยังยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กรุ่นหลังที่ตามมาด้วย
เจ้าสำนักมีนามว่า ฉีเต้าหยวน อายุจริงไม่สามารถตรวจสอบได้ ว่ากันว่าน่าจะหลายพันปีแล้ว แต่หน้าตายังดูเหมือนคนอายุสามสิบสี่สิบ ดูหนุ่มกว่ามนุษย์ธรรมดาที่มีอายุแค่เศษเสี้ยวของเขาเสียอีก เพียงแต่——
[เจ้าสำนักทำไมดูโทรมจัง เหมือนวัวควายที่กินเหล้าโต้รุ่งแล้วต้องตื่นมาทำงานแปดโมงเช้าเลย!]
รอยยิ้มอ่อนโยนของเจ้าสำนักแข็งค้าง
อะไรนะ?
แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าโต้รุ่งคืออะไร กินเหล้าคืออะไร แต่รู้สึกสังหรณ์ใจว่าคำว่าวัวควายไม่ใช่คำชมแน่ๆ!
เขาส่งสายตาตั้งคำถามไปให้ฉู่อวิ๋นเหมี่ยว
นี่มันสถานการณ์เคร่งเครียดที่ต้องลงโทษฉีชิงอวิ๋นนะ
แต่ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเห็นสีหน้าเจ้าสำนัก ก็กลั้นขำแทบไม่อยู่ ต้องเอามือปิดปากเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
ดีมาก! ขนาดเจ้าสำนักยังโดน นางค่อยรู้สึกสมดุลขึ้นมาหน่อย!
[เขาอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสำนักเจิ้งอี ลูกชายเขากลับมาเจาะรูเรือสำนักเจิ้งอีซะงั้น มิน่าล่ะเขากับลูกชายคนโตถึงกอบกู้สถานการณ์เรือล่มไม่ได้ เฮ้อ... คนดีอายุสั้นจริงๆ!]
เจ้าสำนักเลิกคิ้วข้างหนึ่ง
เดี๋ยวนะ อะไรคือเรือล่ม? อะไรคือคนดีอายุสั้น?
หรือว่าเรือล่มที่ว่าคือสำนักเจิ้งอี?
ชั่วพริบตาในใจเจ้าสำนักมีความคิดนับพันแล่นผ่าน ตั้งแต่หุบเหวหมื่นมารมีความเคลื่อนไหวใหม่หรือไม่ ไปจนถึงทวีปจงโจวจะเกิดสงครามใหม่หรือไม่ สีหน้าพลันเคร่งขรึม ลืมเรื่องสำคัญตรงหน้าไปจนหมดสิ้น
แม้แต่ตอนที่ฉีชิงอวิ๋นถูกผู้อาวุโสเฉินโยนลงพื้น เขาก็ไม่ได้ปรายตามองแม้แต่นิดเดียว
แต่เรื่องนี้ ผู้อาวุโสเฉินที่ตกตะลึงพอกันพอจะเข้าใจ แต่ฉีชิงอวิ๋นที่อยู่บนพื้นไม่เข้าใจ
เขาคลานเข่าไปข้างหน้าสองก้าว ไม่รู้ว่าแสดงเก่งเกินไป หรืออินกับบทจริงๆ เพียงชั่วอึดใจน้ำมูกน้ำตาก็ไหลพรากเต็มหน้า ประกอบกับแผลที่เพิ่งกระแทกพื้นเมื่อครู่ ดูน่าเวทนาสุดๆ
"ท่านพ่อ!! ชิงอวิ๋นถูกใส่ร้ายขอรับ! ไอ้ศิษย์รับใช้ชั้นต่ำนั่นเมินเฉยข้าแล้วยังใส่ร้ายข้ากับพวกผู้อาวุโสอีก!"
"พวกผู้อาวุโสก็ดันเชื่อคำโกหก... ข้าเป็นลูกท่านนะขอรับ จะไปทำเรื่องพรรค์นั้นได้ยังไง!"
ขณะนี้ เสียงร้องโหยหวนของฉีชิงอวิ๋นดังก้องไปทั่วตำหนักใหญ่
เจ้าสำนัก: "อ้อๆ"
ผู้อาวุโสฉู่กระทุ้งศอกใส่ผู้อาวุโสเฉินอย่างแนบเนียน ส่งสัญญาณให้เขาอธิบายสถานการณ์ให้เจ้าสำนักฟังสักหน่อย
ผู้อาวุโสเฉินที่กำลังเหม่อลอยเช่นกัน: "อ้อๆ"
"..."
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวมองสองคนนี้ด้วยความเอือมระอา นางเป็นคนพูดเร็วทำเร็ว จึงเล่าเรื่องที่เจอฉีชิงอวิ๋นกับเฉินซ่านให้ฟังก่อน จากนั้นก็เล่าเรื่องหญ้าจุ้ยอวี้กับหญ้าหร่วนอวี้อย่างรวบรัด แล้วเสริมอีกประโยค
"หญ้าหร่วนอวี้มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด ดูเหมือนจะเป็นวิถีของมารนอกรีต ฉีชิงอวิ๋นรู้อยู่เต็มอก แต่ก็ยังใช้ยานี้ปลอมเป็นหญ้าจุ้ยอวี้ คิดจะใช้วิธีสกปรกทำร้ายศิษย์หญิงในสำนัก... ข้าคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับมารนอกรีต ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนสอนวิธีนี้ให้เขา..."
เจ้าสำนัก: "เป็นอย่างนี้นี่เอง"
ปากก็พูดไป แต่ในใจเจ้าสำนักยังคงคำนวณ: สำนักไท่ซวีมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้หรือเปล่า สองตระกูลเราเป็นคู่แค้นเก่าแก่กัน น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บของเหยียนเอ๋อร์ยังไม่ดีขึ้นสักที...
ฉีชิงอวิ๋นเห็นปฏิกิริยาของบิดาเรียบเฉย ก็นึกว่าเข้าข้างตน
เขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าว กอดขาบิดาแน่น เช็ดน้ำมูกน้ำตาใส่รองเท้าเจ้าสำนัก: "ลูกถูกใส่ร้ายนะขอรับ ท่านพ่อ ท่านไม่เชื่อใจลูกหรือ?!"
[ขำจะตาย ดูท่าเจ้าสำนักจะเฉยเมยกับลูกชายคนนี้จริงๆ ก็ถูก ใครจะไปชอบไอ้ลูกสารเลวที่หาเรื่องไปทั่ว แถมยังพยายามวางยาปลุกกำหนัดเพื่อนร่วมสำนักกันล่ะ? ได้ยินว่าจุดจบของสำนักเจิ้งอีก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาด้วย ไม่รู้ว่าขุดลึกลงไปจะเจอเรื่องพีคๆ ของฉีชิงอวิ๋นอีกเท่าไหร่ เมื่อกี้บอกว่ายังปลดล็อกไม่ได้ ไม่รู้ตอนนี้จะปลดล็อกได้หรือยัง...]
เจ้าสำนักที่ในหัวเต็มไปด้วยหุบเหวหมื่นมาร ทวีปจงโจว สำนักไท่ซวี ส่ายหัว เรียกสติกลับมาได้ในที่สุด
เดี๋ยวนะ? วางยาปลุกกำหนัดเพื่อนร่วมสำนัก?
จุดจบของสำนักเจิ้งอีเกี่ยวข้องกับฉีชิงอวิ๋นด้วย?
ถึงตอนนี้เขาถึงจะประมวลผลสิ่งที่ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวรายงานเมื่อครู่ได้ทั้งหมด
เขาเพิ่งเก็บตัวไปไม่กี่ปี ฉีชิงอวิ๋นไปทำเรื่องระยำตำบอนพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เจ้าสำนักตะคอกเสียงดังทันที: "บังอาจ!"
[ห๊ะ? เจ้าสำนักปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ ขำจะตาย! ทำไมเขาดีเลย์จัง! หรือว่าเก็บตัวนานเกินไปไม่ได้คุยกับคน เลยกลายเป็นคนซึมเศร้าไปแล้ว]
เจ้าสำนัก: ...
ที่ดีเลย์นี่เพราะใครกันล่ะ!
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวนึกถึงเรื่องที่ถูกเซวียเจียงหลอกเป็นพันครั้ง ถึงจะกดมุมปากที่ยกขึ้นลงได้
เจ้าสำนักยกมือขึ้น ในมือปรากฏกระจกวิเศษบานหนึ่ง
"เจ้าพูดความจริงมา สิ่งที่ผู้อาวุโสฉู่พูดเป็นความจริงหรือไม่? ต่อหน้ากระจกสัจพจน์ ห้ามพูดโกหกแม้แต่ครึ่งคำ"
ฉีชิงอวิ๋นถึงกับเอ๋อรับประทาน
เขาคาดไม่ถึงเลยว่า ปฏิกิริยาของบิดาจะรุนแรงและแข็งกร้าวถึงเพียงนี้
ถึงกับยอมควักกระจกสัจพจน์ออกมา
กระจกสัจพจน์บานนี้ว่ากันว่าสามารถมองทะลุหมอกควัน เข้าถึงแก่นแท้ เป็นสมบัติวิเศษที่หายากยิ่ง แต่เงื่อนไขการใช้งานนั้นโหดหิน ด้านหนึ่งต้องใช้พลังวิญญาณมหาศาลในการเปิดใช้งาน อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่ถูกทดสอบด้วยสมบัติวิเศษนี้ ไม่ว่าจะพูดจริงหรือเท็จ ล้วนต้องถูกดูดพลังวิญญาณ หรืออาจถึงขั้นระดับลดลง
สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที หุบปากเงียบ ก้มหน้าลง
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ ข้ายอมรับก็ได้ ข้าถูกผีบังตาทำผิดไป ยานั่นข้าซื้อมาจากงานประมูลใต้ดิน เห็นสรรพคุณยาแล้วเกิดความคิดชั่วร้าย ข้าขอรับโทษไปสำนึกผิดที่หอสำนึกตนร้อยปี"
นะ... นี่ก็จบแล้วเหรอ?
เฉินซ่านและจู้ชิงเยว่รู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
ลูกชายเจ้าสำนักที่เมื่อครู่ยังวางก้าม ยอมรับผิดง่ายๆ แบบนี้เลย?
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวและผู้อาวุโสเฉินรู้สึกทะแม่งๆ หรือว่าฉีชิงอวิ๋นจะเลี่ยงเรื่องหนักเป็นเบา หลบเลี่ยงเรื่องที่เกี่ยวกับยา?
เจ้าสำนักไม่รู้ความคิดของคนเหล่านี้ เขาพลิกมือเก็บกระจกวิเศษ อกกระเพื่อมด้วยความโกรธ
"ไอ้ลูกไม่รักดี ข้าสอนเจ้ามายังไง! เจ้าไปรับโทษเดี๋ยวนี้เลย!"
[ฉีชิงอวิ๋นเมื่อกี้ยังกอดขาพ่อร้องห่มร้องไห้อยู่เลย ทำไมยอมรับผิดง่ายจัง? เขาไม่อยากส่องกระจกบานนี้ขนาดนั้นเลยเหรอ กระจกนี่มีดีอะไร?]
[อ้อๆ มองทะลุหมอกควัน เข้าถึงแก่นแท้ ส่วนใหญ่เอาไว้จับเท็จ ข้าก็นึกว่าคนอย่างฉีชิงอวิ๋นที่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจะดื้อดึงจนถึงที่สุดซะอีก——ลองเช็คดูดีกว่า เผื่อมีเผือกหลุดรอด]
จะมีเผือกอะไรอีก?
เจ้าสำนักส่ายหัว ไม่เข้าใจ แต่ก็สั่งว่า: "เรียกคนจากหอวินัยข้างนอกเข้ามา"
อย่านะ!!!!
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวขยิบตาให้เขาถี่ยิบ
ไม่ได้นะ!
โดยทั่วไปถ้าชุยซูไปเช็คเผือก มักจะมีเรื่องพีคๆ ที่ทำให้คนขายหน้าได้เสมอ!
เรียกคนจากหอวินัยเข้ามา ไม่เท่ากับขยายวงความขายหน้าให้กว้างขึ้นหรอกหรือ?
เจ้าสำนักไม่ได้รับสัญญาณจากฉู่อวิ๋นเหมี่ยว เขามองดูคนชุดดำจากหอวินัยเข้ามาทีละคน หิ้วปีกฉีชิงอวิ๋นเตรียมจะพาออกไป แววตาฉายความสงสารแวบหนึ่ง
ยังไงก็เป็นลูกในไส้ แถมไม่ได้อยู่ข้างกายมาตั้งนาน...
เขาถอนหายใจยาว ยกถ้วยชาวิญญาณข้างมือขึ้นจิบ หวังจะสงบสติอารมณ์
[เชรดดด!!!]
[ฉีชิงอวิ๋น! เจ้ายังมีเรื่องเซอร์ไพรส์อะไรที่ข้ายังไม่รู้อีก!!! เชรด เชรด! ใครจะไปคิดว่า ไอ้หนุ่มฉีชิงอวิ๋นในท้องจะมีลูก!]
"พรวด——"
เจ้าสำนักพ่นชาออกมาเต็มตัว
ห๊ะ?? มีลูก ในท้อง?
อะไรวะนั่น? ผู้ชายทำได้ด้วยเหรอ?
ในกลุ่มคนชุดดำจากหอวินัยที่คุ้นเคยกันดี มีเสียงไอโขลกๆ ดังขึ้นระงม บางคนเกือบจะลื่นล้ม
[อ้อ ดูผิดตกไปคำนึง ไม่ใช่ตั้งท้อง แต่ในตัวเขามีมารทารกต่างหาก!]
เพล้ง
ถ้วยชาในมือเจ้าสำนักร่วงลงพื้นแตกกระจาย