- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 19 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน เผือกมาตกที่บ้านเจ้าบ้าง
บทที่ 19 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน เผือกมาตกที่บ้านเจ้าบ้าง
บทที่ 19 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน เผือกมาตกที่บ้านเจ้าบ้าง
บทที่ 19 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน เผือกมาตกที่บ้านเจ้าบ้าง
ภายในถ้ำฝึกตนของศิษย์คนหนึ่งในสำนักไท่ซวี
"เจ้าแน่ใจนะ? ชุยซูนางไปเข้าเรียนเช้าแค่คาบเดียวจริงๆ? นางกล้าเกียจคร้านขนาดนี้เชียวหรือ?"
เสียงของชุยหลิงเอ๋อร์แฝงแววเคียดแค้นอยู่จางๆ แต่ก็พยายามกลบเกลื่อนด้วยความประหลาดใจ เพื่อซ่อนความยินดีในใจ
"ข้ายังนึกว่าพี่หญิงได้โอกาสนี้มาอย่างยากลำบาก คงจะขยันหมั่นเพียรฝึกฝน คิดไม่ถึงว่านางจะไม่รักดีขนาดนี้ หากท่านพ่อรู้เข้า... คงจะโกรธน่าดู"
ชายหนุ่มตรงหน้าปั้นหน้ายิ้ม กดเสียงต่ำกระซิบข้างหูนางว่า:
"จริงแท้แน่นอน ข้าสืบมาเป็นพิเศษแล้ว ดูเหมือนว่านอกจากบรรยายเช้าวันแรก ก็ไม่มีศิษย์ร่วมสำนักคนไหนมาชวนพี่สาวเจ้าไปเข้าคลาสเช้าอีกเลย แม้แต่ผู้อาวุโสเฉินที่ขึ้นชื่อว่าเข้มงวด ก็ยังไม่ส่งคนไปตามนาง——ได้ยินว่าหลังจบคาบเรียนแรก ผู้อาวุโสเฉินสะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปเลยนะ"
"หลิงเอ๋อร์เจ้านี่น่าเสียดายจริงๆ เจ้าพรสวรรค์ดี ขยันขันแข็ง ทำไมถึงมีพี่สาวแบบนี้ได้นะ?"
เพียงไม่กี่ประโยคสั้นๆ ชายหนุ่มแสดงความเสียดายอย่างสุดซึ้ง
"ท่านอย่าพูดแบบนี้เลย พี่หญิงนางก็จนใจ ใครใช้ให้นางพรสวรรค์ไม่ดีล่ะ... เฮ้อ ก็แค่เทียบกับศิษย์สายนอกทั่วไปไม่ได้เท่านั้นเอง"
ชุยหลิงเอ๋อร์ก้มหน้า ในดวงตาเหมือนจะมีหยาดน้ำตาคลอหน่วย
"ก็ข้ามันไม่ได้เรื่องเอง ไม่ได้เข้าเป็นศิษย์สายในสำนักไท่ซวี สร้างชื่อเสียงให้ตระกูล หากพี่หญิงทำให้ผู้อาวุโสเฉินโกรธเคือง ข้าเกรงว่าจะทำให้ตระกูลเสียหน้า จนกลายเป็นสร้างศัตรูแทนนะสิ"
สาวงามหลั่งน้ำตา ยิ่งทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเดือดดาล พยายามสรรหาคำพูดมาเรียกรอยยิ้มจากชุยหลิงเอ๋อร์:
"ที่เจ้าไม่ได้เข้าศิษย์สายในมันเป็นความผิดของนางชัดๆ!"
"หลิงเอ๋อร์เจ้าจิตใจดีเกินไป ต่อไปเจ้าอย่าไปเสียใจเพราะนางเลย ข้าได้ยินว่าวันนั้นหลังจบคาบเช้า ศิษย์เอกของผู้อาวุโสเฉิน——เทพธิดาจู้ ก็ไม่สนใจนางเลย หันหลังเดินหนีทันที——ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะนางทำให้ผู้อาวุโสเฉินโกรธจริงๆ ก็ได้"
"จริงเหรอ?"
ชุยหลิงเอ๋อร์ยืดตัวตรงทันที แทบจะยิ้มแก้มปริออกมา ได้ยินว่าชุยซูชีวิตไม่ราบรื่น นางมีความสุขยิ่งกว่าได้กินยาอายุวัฒนะ แต่ต่อหน้าชายหนุ่มผู้ตามจีบคนนี้ นางยังคงเสแสร้งแกล้งทำ ทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใยชุยซู
"จะทำยังไงดีล่ะ? งั้นพี่หญิงอยู่ที่สำนักเจิ้งอี ก็โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งแล้วสิ? ข้าแม้จะมีใจเดียวกับพี่หญิง แต่อยู่ที่สำนักไท่ซวี ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย..."
นางเอามือปิดปาก ซ่อนรอยยิ้มที่มุมปากไว้
นึกว่าชุยซูไปอยู่สำนักเจิ้งอีแล้วจะพลิกฟื้นได้
ดูท่าข้าคงคิดมากไปเอง
รอคนผู้นี้ไปแล้ว นางจะเขียนจดหมายบอกท่านแม่ ให้ท่านแม่ไม่ต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะคนอย่างชุยซู
อีกด้านหนึ่ง ภายในสำนักเจิ้งอี ชุยซูยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้นางทำให้คนบางคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ และยิ่งไม่รู้ว่าในสายตาของบางคน นางได้ล่วงเกินผู้อาวุโสเข้าให้แล้ว
ตอนนี้ตะวันโด่งแล้ว นางเพิ่งตื่นจากฝันหวาน
ไม่รู้ว่าคลาสเช้าวันก่อนเป็นแค่พิธีกรรมหรือเปล่า สองสามวันมานี้ไม่มีใครมาปลุกนางไปเข้าคลาสเช้าเลย ทำให้นางได้นอนเต็มอิ่ม หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่ศิษย์น้องที่นี่มักจะเอาของเล็กๆ น้อยๆ มาให้ อย่างเช่นนิยายดัง อาหารวิญญาณ นางคงนึกว่าตัวเองถูกกีดกันเข้าให้แล้ว
ที่แท้สำนักเซียนก็ไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยเลยนี่นา!
การบรรยายธรรมตอนเช้าดูเหมือนจะไม่มีการเช็คชื่อ อาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นการขาดเรียนของนาง——หรือไม่ก็ไม่ใส่ใจ
ความขยันขันแข็งที่เห็นวันนั้นคงเป็นภาพลวงตาแน่ๆ
สำนักนี้นางมาถูกทางแล้วจริงๆ!
เจ้าของร่างเดิมในนิยายขยันมาก ตื่นแต่เช้าฝึกฝนอย่างหนักเพื่อหวังเปลี่ยนชะตา แต่สุดท้ายพลังบำเพ็ญก็งั้นๆ พอสำนักเกิดความวุ่นวาย นางก็ไม่มีกำลังป้องกันตัวเองแม้แต่น้อย สุดท้ายตายอนาถ
เจอผลลัพธ์ที่พยายามแทบตายสุดท้ายสูญเปล่าแบบนี้ ชุยซูจะทำยังไงได้?
นางก็ทำได้แค่กินเผือก อย่างมากก็ทำความเข้าใจว่าสำนักเจิ้งอีอันยิ่งใหญ่นี้ล่มสลายลงได้อย่างไร นางจะได้หลบเลี่ยงล่วงหน้า
แต่ยังดีที่เนื้อเรื่องหลักวนเวียนอยู่กับนางเอกชุยหลิงเอ๋อร์และเหล่าผู้ชายของนาง เนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมมีไม่มาก มีช่วงว่างยาวเหยียด
ยังไงก็อีกนาน มิสู้ตอนนี้ออกไปหาสถานที่วิวสวยๆ อ่านนิยาย กินขนม ชมทิวทัศน์——
เอ๊ะ??
[ไหนบอกว่าที่นี่ไม่ค่อยมีคนมา... ดูท่าข้าจะประเมินความหนาแน่นของประชากรในโลกบำเพ็ญเซียนต่ำไป พวกเขาเลิกเรียนกันแล้วเหรอ?]
บริเวณที่เงียบสงบใกล้ๆ ลานบ้าน มีศิษย์สายนอกจับกลุ่มกันสามสามห้าห้า
บ้างก็นั่งทำสมาธิข้างโขดหิน บ้างก็ท่องเคล็ดวิชา บ้างก็วางกระบี่วิญญาณไว้บนตัก นั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่ง... สรุปคือทุกคนดูมีงานมีการทำ
เพียงแต่ตอนที่ได้ยินเสียงในใจประโยคนี้ การเคลื่อนไหวของทุกคนเหมือนจะชะงักไปครึ่งวินาที สบตากันด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
"..."
ที่พวกเขามานั่งยองๆ กันอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะเจ้าหรอกหรือ?
ตั้งแต่วันนั้นที่ชุยซูจากไป เสียงในใจก็หายไป พวกเขาถึงได้ตระหนักว่าการจะได้ยินเสียงในใจชุยซูต้องอยู่ในระยะที่กำหนด
หลายคนนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะอยากกินเผือกมาหลายวัน จึงพร้อมใจกันมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูบ้านนาง
ใครบ้างไม่อยากกินเผือก!
[เอ๊ะ? ผู้อาวุโสเฉินสองสามวันนี้ขี้เกียจ ไม่มาบรรยายธรรมตอนเช้า เขาบรรยายมาสามร้อยปีแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู้่ๆ ก็ลาหยุดสามวัน——อ้อ! เหตุผลการลาของเขาคือลูกศิษย์กำลังจะทะลวงขั้น เขาต้องพาลูกศิษย์ไปหาประสบการณ์เพื่อหาโอกาสทะลวงขั้น... ช่างเป็นอาจารย์ที่ดีจริงๆ!]
"..."
เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ใช่เพราะถูกอาจารย์แก้แค้นอย่างสาสม?!
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงจู้ชิงเยว่ที่ไม่รู้ชะตากรรม
[สงสัยสองสามวันนี้ไม่มีใครมาตามข้าไปเรียนเพราะไม่มีเรียน... ศิษย์พี่ทะลวงขั้นกลับมาแล้ว ผู้อาวุโสเฉินก็ต้องกลับมาสอนแล้ว เฮ้อ ไม่รู้จะมีเรื่องตื่นเต้นอะไรมาแก้ง่วงในคาบเรียนไหมนะ]
[เฮ้อ! วันเวลาดีๆ ของข้าใกล้จะหมดลงแล้ว!]
ชุยซูกำลังถอนหายใจยาวเหยียด หารู้ไม่ว่าศิษย์สายนอกรอบๆ เหงื่อตกกันเป็นแถว และยิ่งไม่รู้ว่า บนยอดเขาไม่ไกลนัก ซึ่งอยู่ในระยะที่ได้ยินเสียงในใจชุยซูพอดี——
"วันเวลาดีๆ ของข้าใกล้จะหมดลงแล้ว! จะทำยังไงดี!"
ผู้อาวุโสเฉินหน้าห้อย ความเคร่งขรึมและสุขุมที่เคยมีหายวับไปในไม่กี่วันนี้ เขามองดูสายตาเปื้อนยิ้มของผู้อาวุโสฉู่ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง
"ผู้อาวุโสฉู่ ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าใช้ชีวิตสองสามวันนี้ยังไง!"
สมน้ำหน้า! ตอนแรกทำไม่สนใจ!
ตอนแรกยังหัวเราะเยาะข้า!
ตอนส่งเซวียเจียงเข้าไป ผู้อาวุโสฉู่โดนผู้อาวุโสเฉินล้อเลียนไม่น้อย
พวกเขาเข้าสำนักเจิ้งอีพร้อมกัน แม้เส้นทางจะต่างกัน คนหนึ่งเป็นผู้ฝึกกระบี่ชื่อดัง อีกคนเป็นผู้ฝึกอาคมที่ไม่ค่อยเปิดเผยตัว แต่ก็สนิทสนมกันดี
ตอนนั้นผู้อาวุโสเฉินล้อเลียนไม่ยั้ง
อะไรนะ "ดูสิเจ้าหาคู่บำเพ็ญอะไรมา" "โอ้โหลูกศิษย์ดีเด่นของเจ้า!"
ทุกคำพูดทำเอาผู้อาวุโสฉู่อยากจะมุดดินหนี
ดีล่ะ! ตอนนี้ฮวงจุ้ยหมุนเวียน ในที่สุดก็ถึงทีบ้านเจ้าบ้าง!
ผู้อาวุโสเฉินน้ำตาคลอเบ้า เจ็บปวดรวดร้าวใจ:
"ศิษย์สายนอกพวกนี้ ตั้งแต่คาบบรรยายธรรมวันนั้น มองข้าด้วยสายตาแปลกๆ ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อวานศิษย์พี่หญิงของข้าออกจากฌาน มองข้าด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนกัน แถมยังให้ลูกศิษย์หานิยายมาให้อ่านอีก!"
"ศิษย์พี่หญิงของข้าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน!"
ผู้อาวุโสฉู่ยิ้มบางๆ ซ่อนความดีความชอบและชื่อเสียงไว้เบื้องหลัง