- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 18 เผือกนี้กินทีไรเงียบกริบทุกที
บทที่ 18 เผือกนี้กินทีไรเงียบกริบทุกที
บทที่ 18 เผือกนี้กินทีไรเงียบกริบทุกที
บทที่ 18 เผือกนี้กินทีไรเงียบกริบทุกที
ดีมาก ผู้อาวุโสเฉินคนก่อนเคร่งครัดเรื่องวินัย
ผู้อาวุโสเฉินตอนนี้... เงียบกริบพูดไม่ออกสักคำ
เหล่าศิษย์ที่นั่งอยู่ข้างล่าง ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายนอก หรือศิษย์สายในรวมถึงศิษย์เอกที่แฝงตัวเข้ามา ต่างก็กลั้นขำกันจนตัวสั่น
ทำไมผู้อาวุโสเฉินที่ปกติเคร่งขรึมปานนั้น ถึงได้ชอบอ่านนิยายรักหวานแหววแบบนี้!
แถมจากท่านเซียน ท่านเทพ ยังพอทน... นี่มีจอมมารด้วย!
สวรรค์ ท่านเป็นผู้อาวุโสสำนักเซียนนะ!!!
อนิจจา นี่มันในเวลาเรียน ไม่มีใครกล้าหัวเราะออกมาจริงๆ
[หืม? ทุกคนเป็นอะไรกัน? แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีใครตั้งใจเรียน ข้าอู้งานก็คงไม่เป็นไร... ข้านี่ฉลาดจริงๆ!]
[แต่จะว่าไป รสนิยมของผู้อาวุโสเฉินก็เสมอต้นเสมอปลายดีนะ ชอบอ่านแนวเดียวกันตลอด... เดี๋ยวนะ นิยายพวกนี้ดูเหมือนคนเขียนจะเป็นคนเดียวกัน? ดูทรงแล้วสเปกนี้น่าจะถูกจริตผู้อาวุโสเฉินมาก]
"ศิษย์น้อง ดื่มอีกหน่อยไหม..."
ชุยซูกำลังคิดเพลินๆ มือข้างหนึ่งก็ยื่นมา เทน้ำให้นางอีกแก้ว
ชุยซู: ?
"ไม่ต้องแล้วศิษย์พี่!"
การส่งกระแสเสียงของนางยังไม่คล่อง ก็เลยได้แต่กดเสียงต่ำ ตอบอย่างร่าเริง
"เมื่อกี้ดื่มไปแล้ว ตอนนี้ไม่ค่อยร้อนแล้วเจ้าค่ะ"
[ศิษย์พี่เป็นห่วงข้าจัง แต่ข้าดื่มไม่ไหวแล้ว]
[เอ๊ะ? หรือศิษย์พี่จู้เป็นธาตุไฟ? นางดูมีปราณไฟเปี่ยมล้นจริงๆ นะ]
จู้ชิงเยว่: ...
ทุกคนหันขวับมาพร้อมกัน แอบมองไปทางจู้ชิงเยว่ แม้แต่ผู้อาวุโสเฉินบนแท่นก็รวบรวมสติ มองมาด้วยอารมณ์ยอมสละศิษย์เพื่อรักษาอาจารย์
ดีมาก ยังไงซะความสนใจก็ไม่ควรอยู่ที่เขาคนเดียวตลอดไป!
ทุกคนเห็นใบหน้าของจู้ชิงเยว่แดงก่ำจนแทบจะลุกเป็นไฟ
ตั้งแต่ได้ยินชื่อหนังสือนั้น จู้ชิงเยว่ก็นั่งไม่ติดที่ ยิ่งเห็นชุยซูพูดถึงคนเขียนนิยาย ตอนนี้ยิ่งอยากจะเทน้ำให้อีกสักแก้ว ขอร้องให้นางหยุดคิดต่อเถอะ
น่าเสียดาย...
[โฮ่ๆๆ! นิยายพวกนี้ที่แท้... พระเจ้า! หรือผู้อาวุโสเฉินจะไม่รู้?]
ผู้อาวุโสเฉินขมวดคิ้ว
ซี้ด ทำไมไม่พูดให้จบในรวดเดียว!
แถมเนื้อหาในนิยายพวกนั้นทุกตัวอักษรก็โดนใจเขา... ทำให้เขามีอารมณ์ร่วมสุดๆ เขาอ่านซ้ำไปไม่รู้กี่รอบแล้ว
ด้วยความจำระดับผู้ฝึกตนอย่างเขา มีอะไรที่เขาไม่รู้บ้าง?
เขาท่องได้ขึ้นใจเลยเถอะ!
[หรือเขาจะไม่รู้ว่า คนเขียนนิยายพวกนี้ คือลูกศิษย์ของเขา จู้ชิงเยว่? นี่มันเหมือนฝันที่เป็นจริงของข้าเลย——นักเขียนใหญ่อยู่ข้างกาย แบบนี้ ขู่บังคับ ให้นักเขียนปั่นงานวันละแสนตัวอักษรได้เลย!]
เหล่าศิษย์: อะไรนะ?
ผู้อาวุโสเฉิน: เป็นจู้ชิงเยว่จริงๆ เรอะ?!
สายตาของเขาหันขวับไปที่จู้ชิงเยว่ที่อยากจะมุดดินหนีทันที
อะไรนะ?
เดี๋ยวนะ คนเขียนนิยายพวกนั้นคือ... คือจู้ชิงเยว่จริงๆ เหรอ?
ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ คราวหน้านางเก็บตัวฝึกวิชา ให้นางพกพู่กันกับกระดาษเข้าไปด้วยไม่ดีกว่าเหรอ?
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้อาวุโสเฉินผู้เข้มงวดอดไม่ได้ที่จะคิดไปในทางอื่น...
ส่วนจู้ชิงเยว่แม้จะไม่รู้ความคิดในใจของผู้อาวุโสเฉิน แต่ก็สัมผัสได้ถึงชะตากรรมอันเลวร้ายในอนาคต จึงมองซ้ายมองขวา พยายามหลบสายตาของอาจารย์
[เฮ้อ นิยายเขียนดีจริงๆ แหละ ตรงสเปกการอ่านของข้าเป๊ะ แต่ทำไมผู้อาวุโสเฉินถึงชอบอ่านนักนะ หรือว่า... ช่างเถอะ เขาอย่ารู้จะดีกว่า นิยายพวกนี้ดันเขียนโดยมีประสบการณ์ของเขาเป็นต้นแบบซะด้วย!]
อะไรนะ? หรือว่าพระเอกในนิยายที่เด็ดขาด เย็นชา และหล่อเหลาพวกนั้น จะมีต้นแบบมาจากเขา?
นึกถึงท่านเซียน ท่านเทพ หรือแม้แต่จอมกระบี่ในเรื่อง (เขาจงใจมองข้ามตัวเลือกจอมมารไปอย่างรู้กัน) ผู้อาวุโสเฉินตกตะลึงก่อน จากนั้นในใจก็ลิงโลด
หรือว่าตัวเขาจะมีแววเป็นท่านเซียน?
ดูท่าลูกศิษย์เขาจะตาถึง เข้าใจเขาเป็นอย่างดี
ผู้อาวุโสเฉินมองลูกศิษย์ที่ถูกแฉจนอยากจะวิ่งหนี แววตาฉายความเมตตาที่หาได้ยาก
มีอะไรต้องหลบ?
มิน่าล่ะเขาอ่านเรื่องราวในนิยายพวกนั้นแล้วรู้สึกคุ้นเคยและสนิทใจแปลกๆ
คิดถึงตอนนั้นเขาก็เคยหนุ่มแน่น เคยท่องยุทธภพในโลกบำเพ็ญเซียน——
[แค่ข้าไม่เข้าใจ ทำไมต้นแบบของผู้อาวุโสเฉินถึงเป็นนางเอก... ส่วนพระเอกของหนังสือพวกนั้น ดันมีต้นแบบมาจากอาจารย์ของเขา ศิษย์พี่หญิงของเขา และคู่ปรับมารที่ตีกันมาหลายร้อยปี แถมเมื่อคืนเขายังร้องไห้น้ำตาไหลพรากเพราะเรื่องราวความรักของจอมมารกับนางเอก...]
[ดูออกเลยว่า เขาอินจัดจริงๆ]
"..."
รอยยิ้มของผู้อาวุโสเฉินแข็งค้างบนใบหน้า
ส่วนเหล่าศิษย์ที่แกล้งทำเป็นตั้งใจเรียนตกใจจนเกือบทำหนังสือหลุดมือ
บรรดาแฟนคลับนิยายที่แฝงตัวอยู่ แทบเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
อะไรนะ?!
...นะ นางเอก?
นึกถึงนางเอกที่อ่อนแอแต่เข้มแข็งและเฉลียวฉลาดในนิยาย แล้วมองดูผู้อาวุโสเฉินผมขาวเคราขาว
ตายล่ะวา!
บ้านแฟนคลับพังทลาย!
อย่าว่าแต่แฟนคลับบ้านพังเลย ผู้อาวุโสเฉินตอนนี้จิตใจแทบสลาย
เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นศิษย์ที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างเงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกาย ดูสดชื่นกว่าตอนฟังเขาบรรยายธรรมไม่รู้กี่เท่า
ดวงตาที่เปล่งประกายเหล่านั้น เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เหมือนที่เขาเคยคาดหวังในคาบเรียนเป็นหมื่นๆ ครั้ง
ไม่ใช่สิ? ใครก็ได้บอกเขาทีว่าทำไมความอยากรู้อยากเห็นของศิษย์พวกนี้ถึงมาลงที่เรื่องนี้?!
แล้วก็คือ... ทำไมเขาถึงกลายเป็นนางเอกในปลายปากกาของจู้ชิงเยว่ได้?!
นาง! เอก!
เขาเหมือนนางเอกอ่อนแอในนิยายตรงไหน?!
แถมเมื่อคืนเขาไม่ได้ร้องไห้น้ำตาไหลพรากนะ! ไม่ได้! ร้อง!
แค่นิยายมันเศร้านิดหน่อย เขาแค่อารมณ์อ่อนไหวไปนิดเดียวเท่านั้นเอง
นึกถึงชื่อเสียงอันเกรียงไกรในการบรรยายธรรมที่ศิษย์สายนอก แล้วมองดูแววตาของศิษย์ด้านล่างที่ยาวออกมาหลายวา ผู้อาวุโสเฉินรู้สึกหน้ามืด อนาคตมืดมน
...
ชุยซูยังกินเผือกไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงผู้อาวุโสเฉินประกาศเลิกคลาสในวันนี้
[ทำไมเลิกเร็วจัง? นึกว่าผู้อาวุโสเฉินจะสอนเกินเวลาซะอีก]
ทุกคน: ...
มีเจ้าอยู่ เขาจะกล้าเหรอ?
ขืนไม่เลิกคลาส เกรงว่าความลับของเขาจะถูกเจ้าแฉจนหมดเปลือก
[ช่างเถอะ งั้นชวนศิษย์พี่คนสวยที่เพิ่งรู้จักไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันดีกว่า จะว่าไปนางก็แซ่จู้ แซ่เดียวกับจู้ชิงเยว่เลย... จะเป็นคนเดียวกันไหมนะ? ข้าชอบพล็อตน้ำเน่าของนิยายพวกนั้นมากเลย!]
ชุยซูหันไปมอง กลับเห็นศิษย์พี่จู้ผู้สง่างามเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังย่องเบาๆ ทำตัวลับๆ ล่อๆ ขยับไปทางมุมลับตาคน
"...?"
[เอ๊ะ? ศิษย์พี่จู้เป็นอะไรไป? ดูรีบร้อนเชียว]
สบตาสงสัยของชุยซู จู้ชิงเยว่หัวเราะแห้งๆ สองที รีบพูดว่า:
"ขะ ข้าเหมือนจะลืมดับไฟเตาหลอมยา ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าขอตัวก่อนนะ ศิษย์น้อง มีวาสนาเจอกันชาติหน้านะ... อะฮ่าฮ่าฮ่า ท่านอาจารย์ ท่านมาแล้วเหรอ ศิษย์ขอคารวะท่านอาจารย์!"
ว้าย! ผู้อาวุโสเฉินมาได้ไง
ชุยซูขยับหนีไปสองก้าว มองดูสองศิษย์อาจารย์ด้วยความสนใจ
เห็นเพียงผู้อาวุโสเฉินยิ้มแข็งๆ แต่พยายามทำตัวเมตตาและเป็นกันเอง:
"ดี! ดีมาก! รักการฟังบรรยายเช่นนี้ อาจารย์ปลื้มใจยิ่งนัก——ชิงเยว่ เจ้าสมกับเป็นศิษย์·รัก·ของอาจารย์จริงๆ!"
จบกัน
ตอนที่จู้ชิงเยว่ถูกอาจารย์หิ้วตัวไปอย่างสิ้นหวัง ยังได้ยินเสียงชุยซูอุทานในใจ
[ศิษย์อาจารย์ผูกพันกันลึกซึ้งจริงๆ!]
[วางใจเถอะ ข้าจะเก็บความลับนี้ไว้ให้! ข้าน่ะถนัดเรื่องเก็บความลับที่สุดแล้ว!]