เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง

บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง

บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง


บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง

เห็นสีหน้าของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา พลังรอบกายแผ่พุ่ง ดูท่าทางเหมือนกำลังจะลงมือ

ชุยไป่ที่เฝ้าดูอยู่ไม่ไกลสีหน้ายิ่งเคร่งเครียด พูดเสียงเย็นว่า:

"ผู้อาวุโสฉู่ยืนกรานจะรับลูกสาวอกตัญญูของข้าก็ช่างเถอะ แต่มาวางก้ามอะไรที่นี่? หรือว่าจะข่มขวัญชุยผู้นี้กัน?"

รอยแตกบนพื้นและแผ่นหินเขียวในสายตาของเขา ก็เหมือนกับการแสดงอำนาจใส่เขาผู้เป็นบิดา

ดังนั้นสายตาของเขาจึงยิ่งเย็นชา น้ำเสียงยิ่งดุดัน พลังรอบกายก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เตรียมพร้อมจะปะทะ

"...?"

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวมองเขาด้วยความงุนงง

...ชุยไป่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?

เวลาสำคัญขนาดนี้พูดอะไรออกมา ถ้าเกิดทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในการกินเผือกของชุยซูจะทำอย่างไร?

[เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว?]

[พ่อราคาถูกทำไมชอบมามุงดูเรื่องชาวบ้านจัง... เมื่อกี้พูดจาตัดขาดไปแล้ว ไม่มีใครสนใจ ทำไมตอนนี้ยังอยู่ตรงนี้อีก? ถ้าเกิดตีกับผู้อาวุโสฉู่ขึ้นมาจะทำไงล่ะเนี่ย?]

บรรพบุรุษตระกูลจินที่อยู่ข้างๆ ทำท่าทางมองเหยียด

เฮอะ! กังวลอะไรกัน?

อุตส่าห์ได้โอกาสที่จะสั่งสอนชุยไป่สักที เขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร?

[ถึงบรรพบุรุษตระกูลจินจะยังอยู่ ผู้อาวุโสฉู่คงไม่เสียเปรียบ... เฮ้อ ยิ่งยื้อเวลาออกไป เซวียเจียงคงแต่งหน้าเสร็จพอดี แบบนั้นผู้อาวุโสฉู่กลับถ้ำไปก็ไม่เจอกันจังๆ ข้าก็อดดูฉากเด็ดสิ]

อะไรนะ? ยังเปลี่ยนชุดอยู่ที่ถ้ำฝึกตน กล้าขนาดนี้เชียว?

นี่เป็นความคิดแรกของทุกคน

อะไรนะ? เซวียเจียงเปลี่ยนชุดแต่งหญิงแต่งหน้าอยู่ที่ถ้ำฝึกตน? ข้าต้องไปจับให้ได้คาหนังคาเขา

นี่เป็นความคิดแรกของฉู่อวิ๋นเหมี่ยว

นางคิดปุ๊บก็เตรียมจะขี่กระบี่ไปทันที

เมื่อขึ้นไปกลางอากาศ นางถึงได้รู้ตัวว่าเกือบจะลืมอะไรบางอย่างไป

นางยื่นมือไปดึงชุยซูที่ยังเหม่อลอยกินเผือกอยู่ขึ้นกระบี่บิน แสงกระบี่รวดเร็วปานสายฟ้า หายวับไปในขอบฟ้าทันที

[ดะ เดี๋ยว——ผู้อาวุโสฉู่ ท่านกำลัง——ว้ายยยยยยยย ลมแรงม๊ากกกก!]

รอบลานประลองเงียบกริบ ฟังเสียงชุยซูโวยวายในใจจนลับหายไป

จากนั้นก็หันไปมองเสิ่นสิงเจี่ยน ศิษย์แท้ๆ ที่ถูกอาจารย์ทิ้งเป็นครั้งที่สอง ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กับที่ มองดูสีหน้าโศกเศร้าปนโกรธแค้นราวกับถูกทอดทิ้งของเขา

"ท่านอาจารย์!"

"ทำไมท่านทิ้งศิษย์ไปอีกแล้ว ไปสนิทสนมกับคนนอกเล่า!"

"ข้าต่างหากที่เป็นศิษย์ท่านนะ!"

ทุกคนในใจพูดไม่ออก

เจ้ายังกล้าพูดแบบนี้อีก ไม่ดูเลยว่าตัวเองทำเรื่องอะไรไว้บ้าง

โลกบำเพ็ญเซียนส่วนใหญ่เคารพอาจารย์และยึดมั่นในวิถีเต๋า มีความหมายทำนองว่า เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เป็นบิดาตลอดชีวิต

แม้จะดูถูกอาจารย์ที่ไม่เมตตาศิษย์ และเห็นใจศิษย์ที่โชคร้าย แต่... แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเห็นใจเสิ่นสิงเจี่ยน ไอ้คนสารเลวที่ตั้งใจไม่ดีตั้งแต่กราบอาจารย์คนนี้?

อย่าเพิ่งพูดถึงว่าเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสมแต่เดิม การถอนหมั้นกับชุยซูในครั้งนี้ ก็ทำในนามอาจารย์ และยังเชิญอาจารย์มาเป็นคนตัดสินให้เขาด้วย

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยอมออกหน้าให้เขา นับว่าเป็นอาจารย์ที่ดีที่ใส่ใจศิษย์แล้ว

ใครจะรู้ว่าเขากลับมีใจคิดคดทรยศ ถึงกับร่วมมือกับคนอื่นทั้งในและนอกตั้งแต่กราบอาจารย์ โดยอ้างว่า "ช่วย" คู่บำเพ็ญของอาจารย์

ชั่วขณะหนึ่ง นอกจากชุยไป่ที่ไม่รู้เรื่องราวเหมือนกัน สายตาที่ทุกคนมองเสิ่นสิงเจี่ยนล้วนเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

...

ขณะนี้มองดูเสิ่นสิงเจี่ยน จินไป่ว่านก็ทำท่าทางครุ่นคิด

เฮ้อ ไม่ได้ยินเสียงในใจ ไม่ได้กินเผือก ชีวิตนี้ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน!

ไม่รู้ว่าทางผู้อาวุโสฉู่เป็นอย่างไรบ้าง?

สรุปว่าจับเซวียเจียงได้คาหนังคาเขาไหม...

น่าเสียดายจริงๆ ถ้าเขาเป็นศิษย์สำนักเจิ้งอีก็คงดี แม้ว่าตอนนี้ชีวิตเขาจะไม่ได้แย่อะไร ปกติยังมีปู่คอยชี้แนะ... แต่การกินเผือกมันเสพติด พอนึกว่าหลังจากนี้จะไม่ได้กินเผือกอีก เขาก็รู้สึกคันยุบยิบเหมือนมีมดไต่ไปทั้งตัว ทรมานใจจะขาด

เขาเป็นคนหัวไว แค่กลอกตาก็นึกวิธีดีๆ ออกแล้ว

เขาขยับเข้าไปใกล้ปู่ของเขา กดเสียงต่ำกระซิบว่า:

"ปู่ขอรับ ผู้อาวุโสฉู่ดูเหมือนจะลืมอะไรไปอีกแล้ว... ท่านในฐานะ เพื่อนสนิท ของผู้อาวุโสฉู่ ก็ควรจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้อาวุโสฉู่บ้างนะขอรับ——"

เขาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า "เพื่อนสนิท" เป็นพิเศษ

ลูกคิดรางแก้วของจินไป่ว่านแทบจะดีดใส่หน้าปู่ของเขาแล้ว

แต่อนิจจา... ปู่ของเขาเองก็อยากฟังเหมือนกันนี่นา!

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังไม่รู้ตัวว่าจู่ๆ ก็มีเพื่อนสนิทโผล่มาจากฟ้า ส่วนบรรพบุรุษตระกูลจินก็เข้าใจเจตนาของหลานชายทันที

——ในฐานะเพื่อนสนิท (เน้นเสียง) งั้นก็ต้องพาศิษย์รักที่บาดเจ็บสาหัสของเพื่อนกลับสำนักสินะ?

เสิ่นสิงเจี่ยนยังคงคร่ำครวญโศกเศร้าที่เกิดผิดเวลาและถูกอาจารย์ลืม พอมองขึ้นไปก็เห็นบรรพบุรุษตระกูลจินกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม

สายตานั้นช่างเมตตา ราวกับเห็นถุงเงินที่ตกอยู่ในมุมมืด

"หลานชายที่ดี" บรรพบุรุษตระกูลจินยิ้มจนตาหยี

"อาจารย์เจ้าเมื่อครู่ได้รับแจ้งเหตุด่วนจากสำนัก ชั่วขณะหนึ่งจึงละเลยเจ้า..."

ทุกคน: ห๊ะ? มีเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

เสิ่นสิงเจี่ยนถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ บนใบหน้ามีความสงสัยแวบหนึ่ง

เรื่องแบบนี้เขายังไม่รู้ ปู่หลานตระกูลจินรู้ได้อย่างไร...

ยังไม่ทันได้คิดละเอียด กลับเห็นบรรพบุรุษตระกูลจินเพียงแค่บีบมือเบาๆ เหมือนร่ายเคล็ดวิชา

เขาก็ตัวแข็งทื่อ แม้แต่จะขยับตัวก็กลายเป็นเรื่องยาก

บรรพบุรุษตระกูลจินหิ้วเขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย ปากก็พูดว่า:

"อาจารย์เจ้าไปอย่างเร่งรีบ งั้นข้า——จะเป็นคนพาเจ้ากลับไปส่งถึงมืออาจารย์เอง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เห็นบรรพบุรุษตระกูลจินพาจินไป่ว่าน หิ้วเสิ่นสิงเจี่ยนขี่เมฆจากไป

คนในสนามมองหน้ากันเลิ่กลั่กครู่หนึ่ง ถึงได้เข้าใจ

"..."

ไอ้แก่เจ้าเล่ห์!

หาข้ออ้างไปกินเผือกนี่หว่า! ถุย!

อะไรนะ "หลานชาย" กล้าพูดออกมาได้ เมื่อกี้ลืมตอนเผาก้นเขาไปแล้วเหรอ?

ชั่วขณะหนึ่งทุกคนแทบจะกระอักเลือดเก่าออกมา โกรธจนควันออกหู

ตัวเองไม่ได้กินเผือกก็เศร้าพอแล้ว ความสำเร็จของคนอื่นยิ่งทำให้ปวดใจ!

แต่เสิ่นสิงเจี่ยนถูกพาตัวไปแล้ว พวกเขาจะหาข้ออ้างอะไรก็ไม่ได้ หน้าบูดบึ้งเหมือนชุยไป่ที่ถูกเมินโดยสิ้นเชิง ทำได้เพียงสาปแช่งในใจ:

ขอให้พวกแกโดนสำนักเจิ้งอีไล่ออกมา!

ขณะนี้ ณ ยอดเขาหยุนติ่ง สำนักเจิ้งอี ภายในถ้ำฝึกตน

ค่ายกลปิดกั้นถ้ำฝึกตนสำหรับเจ้าของยอดเขาหยุนติ่งนั้นไร้ผล ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังไม่ปรากฏกาย แต่ยืนดูเงียบๆ พร้อมกับชุยซู

ชายหนุ่มในชุดผู้หญิงสีชมพูกำลังทาชาดสีแดงสดลงบนริมฝีปาก——ฝีมือการแต่งหน้าของคนผู้นี้ช่างยอดเยี่ยม หากพวกนางมาช้ากว่านี้อีกสักหน่อย คงยากที่จะเชื่อมโยงคำว่า "ชายหนุ่ม" กับคนผู้นี้ได้

ชายหนุ่มผู้นี้แน่นอนว่าเป็นเซวียเจียง

เขากำลังใช้กระจกสื่อสารพูดคุยกับคนที่อยู่ปลายสาย

"ไม่เป็นไรหรอก วันนี้นางยุ่ง คงไม่กลับมาเร็วๆ นี้หรอก บอกว่าจะไปออกหน้าให้ลูกศิษย์..."

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวกลืนน้ำลายลงคออย่างรู้สึกผิด

ฟังคนในกระจกถามว่า

"ครั้งนี้พวกเราเหวี่ยงแหจับได้ปลาตัวใหญ่เชียวนะ... เอ๊ะ นี่เจ้าใส่ชุดของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเหรอ?"

ชุยซูที่ถูกซ่อนกายไว้เช่นกันยังไม่ทันได้บ่นว่าทำไมตัวเองถึงบินได้อีกแล้ว ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ (ตื่นเต้น) ทันที

[นี่คงเป็น "ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง" สินะ พระเจ้าช่วย วิธีหาความตื่นเต้นของพวกคุณนี่มันลงนรกชัดๆ!]

"ตูม!"

ตอนที่ปู่หลานตระกูลจินหิ้วเสิ่นสิงเจี่ยนมาถึง

เห็นเพียงบนยอดเขาหยุนติ่ง ฝุ่นตลบ หินปลิวว่อน ปราณกระบี่พุ่งพล่าน

เซวียเจียงที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แต่งหน้ายังไม่เสร็จ หนีออกจากถ้ำท่ามกลางฝุ่นควัน กระบี่คมกริบเล่มหนึ่งพาดที่คอหอยของเขาในพริบตา

ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังไม่ทันเอ่ยปาก เสิ่นสิงเจี่ยนที่ถูกปู่หลานตระกูลจินหิ้วอยู่ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

"ผู้อาวุโส... ผู้อาวุโสเซวีย ท่านเป็นผู้ชาย??!"

จบบทที่ บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว