- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง
บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง
บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง
บทที่ 11 ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง
เห็นสีหน้าของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา พลังรอบกายแผ่พุ่ง ดูท่าทางเหมือนกำลังจะลงมือ
ชุยไป่ที่เฝ้าดูอยู่ไม่ไกลสีหน้ายิ่งเคร่งเครียด พูดเสียงเย็นว่า:
"ผู้อาวุโสฉู่ยืนกรานจะรับลูกสาวอกตัญญูของข้าก็ช่างเถอะ แต่มาวางก้ามอะไรที่นี่? หรือว่าจะข่มขวัญชุยผู้นี้กัน?"
รอยแตกบนพื้นและแผ่นหินเขียวในสายตาของเขา ก็เหมือนกับการแสดงอำนาจใส่เขาผู้เป็นบิดา
ดังนั้นสายตาของเขาจึงยิ่งเย็นชา น้ำเสียงยิ่งดุดัน พลังรอบกายก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เตรียมพร้อมจะปะทะ
"...?"
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวมองเขาด้วยความงุนงง
...ชุยไป่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
เวลาสำคัญขนาดนี้พูดอะไรออกมา ถ้าเกิดทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในการกินเผือกของชุยซูจะทำอย่างไร?
[เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว?]
[พ่อราคาถูกทำไมชอบมามุงดูเรื่องชาวบ้านจัง... เมื่อกี้พูดจาตัดขาดไปแล้ว ไม่มีใครสนใจ ทำไมตอนนี้ยังอยู่ตรงนี้อีก? ถ้าเกิดตีกับผู้อาวุโสฉู่ขึ้นมาจะทำไงล่ะเนี่ย?]
บรรพบุรุษตระกูลจินที่อยู่ข้างๆ ทำท่าทางมองเหยียด
เฮอะ! กังวลอะไรกัน?
อุตส่าห์ได้โอกาสที่จะสั่งสอนชุยไป่สักที เขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร?
[ถึงบรรพบุรุษตระกูลจินจะยังอยู่ ผู้อาวุโสฉู่คงไม่เสียเปรียบ... เฮ้อ ยิ่งยื้อเวลาออกไป เซวียเจียงคงแต่งหน้าเสร็จพอดี แบบนั้นผู้อาวุโสฉู่กลับถ้ำไปก็ไม่เจอกันจังๆ ข้าก็อดดูฉากเด็ดสิ]
อะไรนะ? ยังเปลี่ยนชุดอยู่ที่ถ้ำฝึกตน กล้าขนาดนี้เชียว?
นี่เป็นความคิดแรกของทุกคน
อะไรนะ? เซวียเจียงเปลี่ยนชุดแต่งหญิงแต่งหน้าอยู่ที่ถ้ำฝึกตน? ข้าต้องไปจับให้ได้คาหนังคาเขา
นี่เป็นความคิดแรกของฉู่อวิ๋นเหมี่ยว
นางคิดปุ๊บก็เตรียมจะขี่กระบี่ไปทันที
เมื่อขึ้นไปกลางอากาศ นางถึงได้รู้ตัวว่าเกือบจะลืมอะไรบางอย่างไป
นางยื่นมือไปดึงชุยซูที่ยังเหม่อลอยกินเผือกอยู่ขึ้นกระบี่บิน แสงกระบี่รวดเร็วปานสายฟ้า หายวับไปในขอบฟ้าทันที
[ดะ เดี๋ยว——ผู้อาวุโสฉู่ ท่านกำลัง——ว้ายยยยยยยย ลมแรงม๊ากกกก!]
รอบลานประลองเงียบกริบ ฟังเสียงชุยซูโวยวายในใจจนลับหายไป
จากนั้นก็หันไปมองเสิ่นสิงเจี่ยน ศิษย์แท้ๆ ที่ถูกอาจารย์ทิ้งเป็นครั้งที่สอง ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กับที่ มองดูสีหน้าโศกเศร้าปนโกรธแค้นราวกับถูกทอดทิ้งของเขา
"ท่านอาจารย์!"
"ทำไมท่านทิ้งศิษย์ไปอีกแล้ว ไปสนิทสนมกับคนนอกเล่า!"
"ข้าต่างหากที่เป็นศิษย์ท่านนะ!"
ทุกคนในใจพูดไม่ออก
เจ้ายังกล้าพูดแบบนี้อีก ไม่ดูเลยว่าตัวเองทำเรื่องอะไรไว้บ้าง
โลกบำเพ็ญเซียนส่วนใหญ่เคารพอาจารย์และยึดมั่นในวิถีเต๋า มีความหมายทำนองว่า เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เป็นบิดาตลอดชีวิต
แม้จะดูถูกอาจารย์ที่ไม่เมตตาศิษย์ และเห็นใจศิษย์ที่โชคร้าย แต่... แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเห็นใจเสิ่นสิงเจี่ยน ไอ้คนสารเลวที่ตั้งใจไม่ดีตั้งแต่กราบอาจารย์คนนี้?
อย่าเพิ่งพูดถึงว่าเขาประพฤติตัวไม่เหมาะสมแต่เดิม การถอนหมั้นกับชุยซูในครั้งนี้ ก็ทำในนามอาจารย์ และยังเชิญอาจารย์มาเป็นคนตัดสินให้เขาด้วย
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยอมออกหน้าให้เขา นับว่าเป็นอาจารย์ที่ดีที่ใส่ใจศิษย์แล้ว
ใครจะรู้ว่าเขากลับมีใจคิดคดทรยศ ถึงกับร่วมมือกับคนอื่นทั้งในและนอกตั้งแต่กราบอาจารย์ โดยอ้างว่า "ช่วย" คู่บำเพ็ญของอาจารย์
ชั่วขณะหนึ่ง นอกจากชุยไป่ที่ไม่รู้เรื่องราวเหมือนกัน สายตาที่ทุกคนมองเสิ่นสิงเจี่ยนล้วนเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
...
ขณะนี้มองดูเสิ่นสิงเจี่ยน จินไป่ว่านก็ทำท่าทางครุ่นคิด
เฮ้อ ไม่ได้ยินเสียงในใจ ไม่ได้กินเผือก ชีวิตนี้ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน!
ไม่รู้ว่าทางผู้อาวุโสฉู่เป็นอย่างไรบ้าง?
สรุปว่าจับเซวียเจียงได้คาหนังคาเขาไหม...
น่าเสียดายจริงๆ ถ้าเขาเป็นศิษย์สำนักเจิ้งอีก็คงดี แม้ว่าตอนนี้ชีวิตเขาจะไม่ได้แย่อะไร ปกติยังมีปู่คอยชี้แนะ... แต่การกินเผือกมันเสพติด พอนึกว่าหลังจากนี้จะไม่ได้กินเผือกอีก เขาก็รู้สึกคันยุบยิบเหมือนมีมดไต่ไปทั้งตัว ทรมานใจจะขาด
เขาเป็นคนหัวไว แค่กลอกตาก็นึกวิธีดีๆ ออกแล้ว
เขาขยับเข้าไปใกล้ปู่ของเขา กดเสียงต่ำกระซิบว่า:
"ปู่ขอรับ ผู้อาวุโสฉู่ดูเหมือนจะลืมอะไรไปอีกแล้ว... ท่านในฐานะ เพื่อนสนิท ของผู้อาวุโสฉู่ ก็ควรจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้อาวุโสฉู่บ้างนะขอรับ——"
เขาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า "เพื่อนสนิท" เป็นพิเศษ
ลูกคิดรางแก้วของจินไป่ว่านแทบจะดีดใส่หน้าปู่ของเขาแล้ว
แต่อนิจจา... ปู่ของเขาเองก็อยากฟังเหมือนกันนี่นา!
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังไม่รู้ตัวว่าจู่ๆ ก็มีเพื่อนสนิทโผล่มาจากฟ้า ส่วนบรรพบุรุษตระกูลจินก็เข้าใจเจตนาของหลานชายทันที
——ในฐานะเพื่อนสนิท (เน้นเสียง) งั้นก็ต้องพาศิษย์รักที่บาดเจ็บสาหัสของเพื่อนกลับสำนักสินะ?
เสิ่นสิงเจี่ยนยังคงคร่ำครวญโศกเศร้าที่เกิดผิดเวลาและถูกอาจารย์ลืม พอมองขึ้นไปก็เห็นบรรพบุรุษตระกูลจินกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม
สายตานั้นช่างเมตตา ราวกับเห็นถุงเงินที่ตกอยู่ในมุมมืด
"หลานชายที่ดี" บรรพบุรุษตระกูลจินยิ้มจนตาหยี
"อาจารย์เจ้าเมื่อครู่ได้รับแจ้งเหตุด่วนจากสำนัก ชั่วขณะหนึ่งจึงละเลยเจ้า..."
ทุกคน: ห๊ะ? มีเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เสิ่นสิงเจี่ยนถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ บนใบหน้ามีความสงสัยแวบหนึ่ง
เรื่องแบบนี้เขายังไม่รู้ ปู่หลานตระกูลจินรู้ได้อย่างไร...
ยังไม่ทันได้คิดละเอียด กลับเห็นบรรพบุรุษตระกูลจินเพียงแค่บีบมือเบาๆ เหมือนร่ายเคล็ดวิชา
เขาก็ตัวแข็งทื่อ แม้แต่จะขยับตัวก็กลายเป็นเรื่องยาก
บรรพบุรุษตระกูลจินหิ้วเขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย ปากก็พูดว่า:
"อาจารย์เจ้าไปอย่างเร่งรีบ งั้นข้า——จะเป็นคนพาเจ้ากลับไปส่งถึงมืออาจารย์เอง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
เห็นบรรพบุรุษตระกูลจินพาจินไป่ว่าน หิ้วเสิ่นสิงเจี่ยนขี่เมฆจากไป
คนในสนามมองหน้ากันเลิ่กลั่กครู่หนึ่ง ถึงได้เข้าใจ
"..."
ไอ้แก่เจ้าเล่ห์!
หาข้ออ้างไปกินเผือกนี่หว่า! ถุย!
อะไรนะ "หลานชาย" กล้าพูดออกมาได้ เมื่อกี้ลืมตอนเผาก้นเขาไปแล้วเหรอ?
ชั่วขณะหนึ่งทุกคนแทบจะกระอักเลือดเก่าออกมา โกรธจนควันออกหู
ตัวเองไม่ได้กินเผือกก็เศร้าพอแล้ว ความสำเร็จของคนอื่นยิ่งทำให้ปวดใจ!
แต่เสิ่นสิงเจี่ยนถูกพาตัวไปแล้ว พวกเขาจะหาข้ออ้างอะไรก็ไม่ได้ หน้าบูดบึ้งเหมือนชุยไป่ที่ถูกเมินโดยสิ้นเชิง ทำได้เพียงสาปแช่งในใจ:
ขอให้พวกแกโดนสำนักเจิ้งอีไล่ออกมา!
ขณะนี้ ณ ยอดเขาหยุนติ่ง สำนักเจิ้งอี ภายในถ้ำฝึกตน
ค่ายกลปิดกั้นถ้ำฝึกตนสำหรับเจ้าของยอดเขาหยุนติ่งนั้นไร้ผล ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังไม่ปรากฏกาย แต่ยืนดูเงียบๆ พร้อมกับชุยซู
ชายหนุ่มในชุดผู้หญิงสีชมพูกำลังทาชาดสีแดงสดลงบนริมฝีปาก——ฝีมือการแต่งหน้าของคนผู้นี้ช่างยอดเยี่ยม หากพวกนางมาช้ากว่านี้อีกสักหน่อย คงยากที่จะเชื่อมโยงคำว่า "ชายหนุ่ม" กับคนผู้นี้ได้
ชายหนุ่มผู้นี้แน่นอนว่าเป็นเซวียเจียง
เขากำลังใช้กระจกสื่อสารพูดคุยกับคนที่อยู่ปลายสาย
"ไม่เป็นไรหรอก วันนี้นางยุ่ง คงไม่กลับมาเร็วๆ นี้หรอก บอกว่าจะไปออกหน้าให้ลูกศิษย์..."
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวกลืนน้ำลายลงคออย่างรู้สึกผิด
ฟังคนในกระจกถามว่า
"ครั้งนี้พวกเราเหวี่ยงแหจับได้ปลาตัวใหญ่เชียวนะ... เอ๊ะ นี่เจ้าใส่ชุดของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเหรอ?"
ชุยซูที่ถูกซ่อนกายไว้เช่นกันยังไม่ทันได้บ่นว่าทำไมตัวเองถึงบินได้อีกแล้ว ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ (ตื่นเต้น) ทันที
[นี่คงเป็น "ในเมื่ออยากจะหาความระทึกใจ ก็ต้องไปให้สุดทาง" สินะ พระเจ้าช่วย วิธีหาความตื่นเต้นของพวกคุณนี่มันลงนรกชัดๆ!]
"ตูม!"
ตอนที่ปู่หลานตระกูลจินหิ้วเสิ่นสิงเจี่ยนมาถึง
เห็นเพียงบนยอดเขาหยุนติ่ง ฝุ่นตลบ หินปลิวว่อน ปราณกระบี่พุ่งพล่าน
เซวียเจียงที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แต่งหน้ายังไม่เสร็จ หนีออกจากถ้ำท่ามกลางฝุ่นควัน กระบี่คมกริบเล่มหนึ่งพาดที่คอหอยของเขาในพริบตา
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังไม่ทันเอ่ยปาก เสิ่นสิงเจี่ยนที่ถูกปู่หลานตระกูลจินหิ้วอยู่ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ผู้อาวุโส... ผู้อาวุโสเซวีย ท่านเป็นผู้ชาย??!"