- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 04 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน กินเผือกจนโดนกับตัว
บทที่ 04 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน กินเผือกจนโดนกับตัว
บทที่ 04 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน กินเผือกจนโดนกับตัว
บทที่ 04 ฮวงจุ้ยหมุนเวียน กินเผือกจนโดนกับตัว
ฝนสุราวิญญาณโปรยปรายจากฟากฟ้า
ตามหลักแล้วผู้ฝึกตนเหล่านี้หูตาไว ควรจะเริ่มหลบหลีกอย่างใจเย็นได้ตั้งนานแล้ว
แต่คนบนพื้นกลับราวกับมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน ในใจมีเพียงเรื่องเดียว
อะไรนะ?
พวกเขาได้ยินอะไรไป?
สวรรค์ช่วย อะไรคือตอนที่ชุยหลิงเอ๋อร์กับเสิ่นสิงเจี่ยนกำลังมั่วโลกีย์กัน เขาแอบดูอยู่?
พวกท่านผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดเล่นกันขนาดนี้เลยหรือ?
แม้ว่าชุยไป่ที่ยืนกลางอากาศจะยังดูมีมาดเซียนกระดูกเต๋า แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่า ภาพลักษณ์ในใจของทุกคนในที่นั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว
รวมถึงจินไป่ว่าน คนส่วนใหญ่ในที่นั้นสายตาลอกแลก ตัดสินใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ห้ามให้ชุยไป่รู้เรื่องเสียงในใจเด็ดขาด!
หรือห้ามให้เขารู้ว่าตัวเองก็ได้ยิน!
เรื่องล้อเล่น หากเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งของผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด นั่นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย
[...เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น? บรรพบุรุษตระกูลจินถึงกับพ่นสุรา... นี่เป็นเคล็ดวิชาใหม่อะไร หรือว่าสองคนนี้ประมือกันในความไร้ลักษณ์ไปหลายกระบวนท่าแล้ว?]
[สมกับเป็นยอดฝีมือประมือกัน ข้าดูไม่รู้เรื่องเลย น่ากลัวจริงๆ!]
"พรวด..."
เสียงพ่นสุราดังขึ้นสลับกันไปมา
[? ทำไมคนพ่นเยอะขนาดนี้ หรือพวกเขากำลังรู้แจ้งในเคล็ดวิชาของปรมาจารย์ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด... พระเจ้าช่วย สมกับเป็นโลกบำเพ็ญเซียนที่ทุกคนต่างแข่งขัน ข้านอนแผ่ดูความสนุกดีกว่า]
ส่วนชุยไป่ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เห็นคู่ปรับเก่ามาถึงในพริบตา เดิมทีนึกว่าจะเกิดการต่อสู้ดุเดือด กำลังเตรียมพร้อมรอรับมือ ยังไม่ทันจะได้ออกหน้าให้ลูกสาวสุดที่รัก
กลับเห็นคู่ปรับเก่าเพียงแค่หยุดกลางอากาศ จากนั้นก็พ่นสุราออกมาโดยไม่มีสาเหตุ
? นี่มันลูกเล่นอะไร?
ชุยไป่เสียงเย็นชา สีหน้าดูแคลน แต่ในใจกลับตื่นตัวเต็มที่:
"ตาเฒ่าจิน นี่เจ้าแก่จนเลอะเลือนแล้วหรือ"
บรรพบุรุษตระกูลจินกำลังหัวเราะจนตัวงอในใจ เกือบจะกลายเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดคนแรกในใต้หล้าที่สำลักสุราวิญญาณตาย
ตอนนี้เขาคร้านจะสนใจการยั่วยุของชุยไป่ เพียงแค่หัวเราะฮ่าๆ ลูบอกให้ตัวเองหายใจคล่อง ปากก็ตอบส่งเดชไปว่า:
"อ่า ใช่ๆๆๆๆ ที่เจ้าพูดถูกหมดเลย"
ชุยไป่: ?
คนที่ยังไม่รู้เรื่องราวภายใน: หรือบรรพบุรุษตระกูลจินจะบ้าไปแล้ว?
[เมื่อกี้เกือบจะลืมประเด็นสำคัญ... สรุปว่าพูดมาตั้งเยอะ เสิ่นสิงเจี่ยนยังไหวอยู่ไหม ตกลงจะให้เงินหรือเปล่า!]
[หินวิญญาณนี้ เงินก้อนโตนี้ ถ้าไม่ให้ข้าล่ะก็ คุณธรรมอันดีงามบางอย่างของข้าคงจะไม่มีเหลือแล้วนะ!]
[เฮ้อ คิดถึงตรงนี้แม้แต่เรื่องสนุกก็ดูไม่ลงแล้ว...]
อย่านะ!
ถ้าเจ้าดูเรื่องสนุกไม่ลง แล้วพวกเราจะดูอะไร!
สายตาของทุกคนรวมศูนย์ไปที่ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวที่ยังคงเหม่อลอยทันที แต่ละคนราวกับส่งสายตาบอกใบ้:
จัดการลูกศิษย์ท่านหน่อย!
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสคำว่าขายหน้าประชาชี แถมยังเป็นเพราะลูกศิษย์คนนี้มอบให้
นางเองก็หน้าขรึมลง พูดเสียงเย็นว่า: "สิงเจี่ยน มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ?"
แม้ในใจจะพอเดาผลลัพธ์ได้ลางๆ จากปฏิกิริยาของคนไม่กี่คน แต่นางยังคงอยากฟังว่าลูกศิษย์คนนี้จะพูดอย่างไร
เสิ่นสิงเจี่ยนสบตากับอาจารย์ หลังจากหลบสายตาโดยสัญชาตญาณแวบหนึ่ง ก็ยังคงฝืนกัดฟันแน่น ส่ายหน้า
"ท่านอาจารย์ ศิษย์ไหนเลยจะกล้าทำเรื่องพรรค์นั้นขอรับ!"
[หลอกคนอื่นก็พอทำเนา อย่าหลอกตัวเองเลย ตอนนี้ทั้งตัวแกเหลือแค่ปากที่ยังแข็งอยู่รู้ไหม! ต่อหน้าอาจารย์ยังกล้าโกหก ผู้อาวุโสฉู่รับแกเป็นศิษย์นี่ซวยจริงๆ...]
[คนอย่างเขานี่ศีลธรรมวิบัติ เป็นประเภท: อาจารย์เอาเขาใส่กระเป๋า เขาถีบอาจารย์ลงคลอง]
[เฮ้อ เสียดายที่ข้าเป็นคนต่ำต้อยด้อยค่า ถ้าสามารถให้ผู้อาวุโสฉู่ไล่เขาออกไปได้ก็คงดี]
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยว: ?
ชั่วขณะหนึ่ง ในใจนางเกิดคลื่นลูกใหญ่
เรื่องในวันนี้ก็น่าตกตะลึงพอแล้ว หรือว่าเสิ่นสิงเจี่ยนยังจะทำเรื่องอะไรได้อีก?
อีกด้านหนึ่ง เห็นฉู่อวิ๋นเหมี่ยวสีหน้าค่อยๆ เย็นชา ชุยหลิงเอ๋อร์มัวแต่ร้องไห้กระซิกๆ ต่อหน้าบิดา เสิ่นสิงเจี่ยนเป็นครั้งแรกที่สัมผัสคำว่าโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง
ทำไมกัน!
เพียงเพื่อหินวิญญาณสองพันก้อน ชุยหลิงเอ๋อร์ก็ไม่แก้ต่างให้เขาแม้แต่คำเดียว
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเป็นอาจารย์ของเขาแท้ๆ กลับซักไซ้เขาต่อหน้าผู้คนเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
เสิ่นสิงเจี่ยนเดิมทีก็ใจแคบ วันนี้เขาเกลียดชังคนตรงหน้าไม่กี่คนนี้เข้ากระดูกดำ แต่ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเป็นขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด จินไป่ว่านกับชุยหลิงเอ๋อร์ก็มีผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดคุ้มครอง ความแค้นเคืองเต็มอกของเขาจึงกล้าเทไปที่ชุยซูคนเดียว
เขามองชุยซูที่ยืนก้มหน้าด้วยความเคียดแค้น ฝืนซ่อนความอำมหิตในแววตา
ล้วนเป็นความผิดของชุยซู ถ้าไม่ใช่เพราะนาง เขาคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้
หากให้โอกาสเขา เขาจะต้องให้ชุยซูได้ลิ้มรสความโกรธและการแก้แค้นของเขาแน่นอน
เพียงแต่ขณะนี้ คนอยู่ใต้ชายคา จำต้องก้มหัว
เสิ่นสิงเจี่ยนก้มหน้าคารวะแล้วกล่าวว่า:
"เรียนตามตรง ข้าเตรียมหินวิญญาณไว้แล้วจริงๆ แต่ฝากไว้ที่ถ้ำฝึกตน ข้าไปเอาแล้วจะรีบกลับมา"
ได้ยินประโยคนี้ ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวก็ถอนหายใจโล่งอก มองเสิ่นสิงเจี่ยนกลายเป็นลำแสงพุ่งออกไป
แม้จะดีกว่าไม่มี แต่ก็ถือว่ายังมีการชดเชย ไม่ถึงกับเลวร้ายจนถึงขั้นนั้น...
[เยี่ยมเลย! ในที่สุดก็ได้เงินแล้ว ผู้อาวุโสฉู่คนสวยใจบุญ!]
[แต่แปลกจังแฮะ เขามีเงินทำไมไม่พกติดตัว ผู้ฝึกตนอย่างเราไม่มีแหวนมิติเก็บของเหรอ? แถมหินวิญญาณใช้ฝึกบำเพ็ญได้ ใช้จัดค่ายกลได้ เขาทำไมไม่พกติดตัว? ข้าต้องดูหน่อยว่าไอ้หมอนี่ซ่อนแผนชั่วอะไรไว้]
มีบรรพบุรุษอยู่ด้วย จินไป่ว่านตอนนี้จึงทำตัวกร่างเป็นพิเศษ
เดิมทีเขาเป็นผู้ฝึกยันต์ ต้องพึ่งพาของภายนอกค่อนข้างมาก บนตัวสวมสมบัติเก็บของสามสี่ชิ้น ขณะนี้เขาแสร้งทำเป็นโชว์แหวนวงใหญ่ที่ส่องประกายวูบวาบบนนิ้ว และจี้เก็บของที่หน้าอกอย่างไม่ตั้งใจ มองแผ่นหลังของเสิ่นสิงเจี่ยน:
"พี่เสิ่นช่างยากจนข้นแค้นนัก! ทำไมแม้แต่แหวนมิติสักวงก็ยังไม่มี"
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยว: ...
ผู้คนรอบด้านลอบหัวเราะ แม้ชุยไป่จะไม่ได้ยินความคิดของชุยซู แต่ก็หน้าเสียเพราะเสียงหัวเราะนี้ ยิ่งถูกคู่ปรับจ้องมอง สีหน้ายิ่งย่ำแย่เข้าไปใหญ่
คนแก่เจ้าเล่ห์ เขาจะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าเสิ่นสิงเจี่ยนหาข้ออ้าง?
เขาเห็นพรสวรรค์การฝึกตนของเสิ่นสิงเจี่ยนจริงๆ จึงไม่เคยห้ามปรามลูกสาวที่ใกล้ชิดกับเขา มองเขาเป็นว่าที่ลูกเขย
คิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มอัจฉริยะ ทำไมเรื่องหินวิญญาณถึงได้ดู... ขี้เหนียวขนาดนั้นนะ?
ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็แล้วไปเถอะ ครั้งนี้ดันทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
เขาลอบมองบรรพบุรุษตระกูลจินและจินไป่ว่าน ในใจหวาดระแวง
สองคนนี้ทำท่าทางครุ่นคิด ประกอบกับพฤติกรรมแปลกประหลาดเมื่อครู่... หรือว่ากำลังฝึกท่าไม้ตายอะไรจริง เพื่อจะลอบทำร้ายตนและหลิงเอ๋อร์?
...
ขณะนี้ปู่หลานตระกูลจินไม่ได้แบ่งใจให้ชุยไป่และชุยหลิงเอ๋อร์แม้แต่น้อย
พวกเขามองชุยซูที่เหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ในใจก็มีประโยคหนึ่งผุดขึ้นมา
[อุ๊ยตาย แย่แล้ว! ข้าว่าแล้วเชียวว่าเสิ่นสิงเจี่ยนไปเอาเงินเป็นข้ออ้าง! ไอ้หลานชายคนนี้ดันไปหลอกเอาเงินสาวน้อย! พระเจ้า ทำไมเดี๋ยวนี้สาวน้อยรวยๆ ถึงได้เจอแต่ผู้ชายสารเลวนะ!]
ทุกคน: ?! ยังมีเผือกอีก?
บรรพบุรุษตระกูลจินวันนี้ดูเรื่องสนุกของบ้านอื่นมามาก ในใจแค่นหัวเราะ
ดูอัจฉริยะตระกูลเสิ่น ก็งั้นๆ แหละ
ธิดาสวรรค์ตระกูลชุยก็ทำเป็นแต่ออดอ้อนบิดา มีแค่ชุยซูที่ดูเงียบๆ แต่กลับมีฝีมือ
หากพูดถึงพลังฝีมือ เขากับชุยไป่สูสีกัน แต่ถ้าเทียบความก้าวหน้าของลูกหลาน ยังไงก็ต้องเป็นลูกหลานตระกูลจินของพวกเขา
สัมผัสได้ถึงสายตาชื่นชมของปู่ จินไป่ว่านยืดอกขึ้น เทสุราวิญญาณให้ตัวเองอีกแก้ว รอดูเรื่องสนุกต่อไป
[เฮ้อ จินไป่ว่านคนฉลาดขนาดนั้น ทำไมน้องสาวเขาถึงถูกไอ้ผู้ชายสารเลวนี้เป่าหูจนเชื่อสนิทใจ แค่ฟังเสิ่นสิงเจี่ยนพูดว่ารีบใช้ ก็แอบหยิบเงินจากเคาน์เตอร์หอหมื่นสมบัติมาให้เขา... เสิ่นสิงเจี่ยนทำไมหน้าด้านขนาดนี้! เขาบอกสาวน้อยคนนั้นว่าขาดเงินด่วนห้าพัน ต้องเก็บเป็นความลับนะ!]
[ข้าควรเตือนจินไป่ว่านหน่อยไหม... ช่างเถอะ อธิบายยาก... เอ๋? คนล่ะ? ปู่เขาหายไปไหนแล้ว?]
ชุยซูเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง บรรพบุรุษตระกูลจินผู้มีมาดเซียนบนท้องฟ้าหายไปไร้ร่องรอย จินไป่ว่านที่เมื่อครู่ยังยืดอกก็หายวับไปเช่นกัน
เหลือเพียงเสียงหัวเราะ "คิกคิก" ที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในสนามประลอง ดังก้องในสายลม
[เกิดอะไรขึ้น? สองคนตระกูลจินหายไปไหนแล้ว?]
...น่าจะกลับหอหมื่นสมบัติแล้วมั้ง ดีไม่ดีอาจจะจับได้คาหนังคาเขาด้วย
ทุกคนลอบหัวเราะในใจ
สมน้ำหน้า! ให้ปู่หลานพวกเจ้ากินเผือกจนได้ใจ!
กินเผือกจนโดนกับบ้านตัวเองแล้วล่ะสิ!