- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 02 ทาสหมวกเขียว? ระวังหน่อย อย่าทำให้เขาฟินซะล่ะ!
บทที่ 02 ทาสหมวกเขียว? ระวังหน่อย อย่าทำให้เขาฟินซะล่ะ!
บทที่ 02 ทาสหมวกเขียว? ระวังหน่อย อย่าทำให้เขาฟินซะล่ะ!
บทที่ 02 ทาสหมวกเขียว? ระวังหน่อย อย่าทำให้เขาฟินซะล่ะ!
ใครจะเข้าใจ วินาทีก่อน ผู้คนยังคงคาดเดาว่าเสียงในใจนี้มีที่มาจากแห่งหนใด
วินาทีต่อมา เมื่อได้ยินประโยคนี้ ความครุ่นคิดทั้งหลายก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงจนรูม่านตาสั่นไหว
อะไรนะ? คนอย่างเสิ่นสิงเจี่ยน ชอบ...ถูกสวมหมวกเขียว?
รสนิยมบ้าอะไรเนี่ย!
จริงหรือหลอก?
ชุยซูไม่ได้เปิดปากพูด เพียงแค่คิดในใจ ต้องรู้ว่าความคิดของคนเราย่อมเป็นสิ่งที่จริงแท้ที่สุด คิดว่าคงไม่มีใครใช้เรื่องแบบนี้มาหลอกตัวเอง
หรือว่า นี่จะเป็นเรื่องจริง?
[เฮ้อ สิ่งเร่งด่วนตอนนี้คือต้องดูว่าไอ้หนุ่มเสิ่นสิงเจี่ยนมีเงินติดตัวไหม เดี๋ยวค่อยสืบเรื่องซุบซิบ ผู้ศรัทธาหญิงคนนี้ขอเพียงชีวิตนี้ร่ำรวยมั่งคั่ง...]
ทุกคน: ...
นี่ใช่ประเด็นไหม? เอาประเด็นสำคัญออกมาเดี๋ยวนี้นะ!
เล่าเรื่องเสิ่นสิงเจี่ยนกับหมวกเขียวให้ละเอียดหน่อย!
...
แม้ว่าในขณะนี้จะมีเพียงคนส่วนน้อยที่ได้ยินเสียงในใจของชุยซู แต่ความวุ่นวายตรงหน้าก็ทำให้ผู้คนรอบลานประลองพากันมุงเข้ามา
เมื่อได้ยินคำว่า "ความรักอันโง่งม" ที่จินไป่ว่านจงใจเน้นเสียง ผสานกับสายตาที่สอดรู้ สงสัย... และสายตาที่เจือความประหลาดใจโดยไม่ทราบสาเหตุแต่ละคู่นั้น
สีหน้าของเสิ่นสิงเจี่ยนชั่วขณะหนึ่งมืดครึ้มจนแทบจะหยดเป็นน้ำออกมา
เสิ่นสิงเจี่ยนคำนวณไว้แล้ว ชุยซูคนโง่นี้เดิมทีก็อิจฉาริษยาชุยหลิงเอ๋อร์ ระแวงในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ในเวลานี้ต่อให้ไม่โวยวายอาละวาด ก็ควรมองว่าหินวิญญาณเป็นการดูถูกเหยียดหยาม และปฏิเสธเสียงแข็ง
หากเป็นเช่นนั้น เขาก็สามารถเชิญท่านอาจารย์และผู้นำตระกูลชุย ชุยไป่ ให้ออกหน้าจัดการ และก็ไม่ต้องเสียเงินก้อนโตที่รับปากว่าจะชดเชยให้นั้นด้วย
ใครจะรู้ว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต ชุยซูไม่หลงกล คนที่ถูกย่างบนกองไฟ กลับกลายเป็นเขาเสียเอง
ความเคียดแค้นสายหนึ่งวาบผ่านในใจของเสิ่นสิงเจี่ยน แต่ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย เขาทำได้เพียงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง ในใจกลับด่าทอคนข้างกายไม่กี่คนจนเละเทะ
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวในฐานะอาจารย์ของเขา ไม่ช่วยเขาหักหน้าชุยซูให้ดีๆ ก็แล้วไปเถอะ กลับยังพูดถึงเรื่องหินวิญญาณอีก?
แม้แต่จินไป่ว่าน คนที่มีพรสวรรค์ดาษดื่น มีแต่กลิ่นเหม็นสาบเงินทองผู้นี้ ก็ยังกล้าซ้ำเติมเขา
ช้าเร็วสักวัน...
เขาจะทำให้คนพวกนี้รู้ว่าจุดจบของการทำกับเขาเช่นนี้คืออะไร
[ไหนลองดูซิ...เวรเอ๊ย! จริงด้วย! ไอ้หลานชายเสิ่นสิงเจี่ยนทำไมในกระเป๋ามันเกลี้ยงยิ่งกว่าหน้ามันอีก?]
[เยี่ยมเลย ใจที่แขวนอยู่ของข้าตายสนิทแล้ว เงินของข้า!!]
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวที่กำลังจะก้าวเข้าไปช่วยศิษย์แก้ต่างสักสองสามประโยค ได้ยินประโยคนี้ก็ชะงักกึก มองดูเสิ่นสิงเจี่ยนที่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความเหลือเชื่อ
ท่าทางแบบนี้ หรือว่าเสิ่นสิงเจี่ยนเขา... ไม่ได้เตรียมมาจริงๆ?
แม้แต่นางยังไม่รู้ แล้วชุยซูรู้ได้อย่างไร?
[น่าโมโหชะมัด! ไอ้หมอนี่ไม่มีเงินแล้วจะเก๊กทำไม! อยากจะป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปจริงๆ... ไม่ได้ ไม่ได้ ถ้าคนอื่นถามว่าข้ารู้ได้ยังไงจะทำไง? ถ้าให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลไม่ได้ น้ำสกปรกก็สาดมาที่หัวข้าสิ... พลังบำเพ็ญแค่นี้ของข้า ไม่ใช่ต้องยอมให้คนเชือดหรอกเหรอ?]
ใจของฉู่อวิ๋นเหมี่ยวดิ่งลง แม้จะอยากอธิบายสักหน่อยว่าลูกศิษย์นางน่าจะไม่ใช่คนแบบนั้น แต่พอนึกถึงความกังวลในใจของชุยซู ก็กลืนคำพูดที่มาถึงปากลงไป
จินไป่ว่านที่ได้ยินเสียงในใจเช่นกันต่างจากฉู่อวิ๋นเหมี่ยว เขาหัวเราะจนฟันหลอแทบจะโผล่ออกมา
ดีมาก ดีมาก ไอ้หมอนี่กระเป๋าเกลี้ยงกว่าหน้าใช่ไหม เขาจัดให้เดี๋ยวนี้แหละ
เดิมทีเขาก็ทำหน้าทำตาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเสริมประโยคกวนประสาทเข้าไปอีก:
"หากสหายเต๋าเสิ่นช่วงนี้หินวิญญาณไม่คล่องมือ พี่ชายผู้โง่เขลาอย่างข้าก็สามารถยื่นมือเข้าช่วย อนุเคราะห์สักเล็กน้อยได้นะ!"
"..."
เสิ่นสิงเจี่ยนกัดฟันกรอด สะบัดมือจินไป่ว่านออกอย่างแรง
"นี่เป็นเรื่องภายในตระกูลเสิ่นของข้า ไม่รบกวนพี่จินต้องลำบากใจ"
จินไป่ว่านถูกปัดมือออกก็ไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด
ความสนใจของเขาถูกประโยคถัดไปของชุยซูดึงดูดไปจนหมดสิ้น
[เขาไม่ใช่รวยมากเหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงจนขนาดนี้ ไหนดูซิ——เชรด พอพูดถึงตรงนี้ข้าก็หายง่วงเลย เสิ่นสิงเจี่ยนถึงกับทำเรื่องแบบนี้ได้เชียว?]
จินไป่ว่าน: !
นั่นสิ เสิ่นสิงเจี่ยนเป็นศิษย์อัจฉริยะที่ตระกูลเสิ่นฟูมฟักมาอย่างดี ตอนนี้เขาได้เข้าสำนักเจิ้งอี ทั้งยังเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐาน ในมือไม่ควรขาดแคลนหินวิญญาณสิ
เขาไปทำอะไรมา ถึงขั้นทำให้ตัวเองขาดแคลนหินวิญญาณใช้จ่าย...
[เฮ้อ... ยืนจนเมื่อยแล้ว แดดก็แรงขนาดนี้ อยากกลับห้องไปกินอาหารวิญญาณสักหน่อย จิบสุราวิญญาณอีกนิด เจริญอาหารจะตาย!]
เรื่องอะไรเล่า? เจ้าก็พูดมาสิ!
เขาเป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว เมื่อครู่เรื่อง "ถูกสวมหมวกเขียว" ยังวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในใจเขา
ทันใดนั้นเขาก็หันขวับไปมองทางชุยซู แทบอยากจะเข้าไปถามนางให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้
——ผลปรากฏว่าบังเอิญสบตาเข้ากับสายตาใคร่รู้ อยากเห็น... ของผู้ฝึกตนหลายสิบคนที่ล้อมเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในจำนวนนั้นถึงกับมีผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำที่สวมชุดศิษย์สายในสำนักไท่ซวีคนหนึ่งด้วย!
จินไป่ว่าน: ...
ทุกคน: ...
ยืนยันผ่านสายตา ล้วนเป็นนักกินเผือกเหมือนกัน
จินไป่ว่านผู้นี้ปฏิกิริยารวดเร็วมาก ขณะนี้จึงหัวเราะ ฮ่าๆ ทันที:
"ดูข้าสิ มัวแต่ห่วงใยว่าสหายเต๋าเสิ่นเงินขาดมือหรือไม่——ทุกท่าน ช่วงนี้ใกล้เที่ยงแล้ว การประลองก็พักชั่วคราว ข้าจะส่งสุราวิญญาณอาหารวิญญาณที่ปรุงใหม่ไปให้ทุกท่านได้ผ่อนคลายสักเล็กน้อย"
[เยี่ยมไปเลย! เถ้าแก่จินป๋ามาก! คนในโลกบำเพ็ญเซียนนี้ก็ไม่ได้อันตรายเหมือนในข่าวลือนี่นา! ว่าแล้วในโลกนี้คนดียังมีอยู่เยอะ! ถ้าตอนนี้ไม่มีคนมองข้าก็คงดี ข้าจะได้ฉวยโอกาสกินสักสองคำ]
สีหน้าของทุกคนแตกต่างกันไป ต่างพากันเลื่อนสายตาออกไป
จินไป่ว่านมองฟ้า ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวมองดิน สายตาในสนามปลิวว่อน ชุยซูในที่สุดก็หาโอกาสหยิบสุราวิญญาณมาดื่มได้แก้วหนึ่ง
[ว้าว! หอมหวานสดชื่น! แถมยังแช่เย็นด้วยพลังวิญญาณธาตุน้ำแข็งมาด้วย——หอม!]
[เฮ้อ... เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานเหมือนกัน ดูจินไป่ว่านสิ แล้วทำไมเสิ่นสิงเจี่ยนถึงตกต่ำจนต้องเกาะพวกผู้หญิงกินนะ? ตระกูลชุยปีนั้นเลือกไอ้หลานชายคนนี้มาได้ยังไงกัน?]
เกาะผู้หญิงกิน?! แถมยังเป็น "พวกผู้หญิง" ด้วย!
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเมื่อครู่ได้ยินเรื่อง "ชอบถูกสวมหมวกเขียว" ยังพอจะรักษาความสงบไว้ได้บ้าง ปลอบใจตัวเองว่านี่เป็นแค่รสนิยม
แต่ตอนนี้ สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ในทันที
ส่วนจินไป่ว่านมีความคิดเดียวในใจ สุราวิญญาณอาหารวิญญาณนี่คุ้มค่าแล้ว!
ดีมาก ดีมาก ไอ้หนุ่มอัจฉริยะตระกูลเสิ่นคนนี้ ถึงกับเกาะผู้หญิงกิน?
เมื่อกี้เรื่องถูกสวมหมวกเขียวเจ้าไม่พูด เรื่องเกาะผู้หญิงกินเจ้าต้องขยายความหน่อยแล้วล่ะ
...
เห็นจินไป่ว่านถึงกับให้คนส่งสุราวิญญาณอาหารวิญญาณมา เห็นชัดว่าจะดูเรื่องสนุก ทำให้เรื่องบานปลาย
ใบหน้าเสิ่นสิงเจี่ยนเย็นชา ในแววตาฉายแววอำมหิต
ช้าเร็วสักวัน จินไป่ว่านผู้นี้ เขาจะไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด
ข้างกายเขา ชุยหลิงเอ๋อร์ที่เงียบมาตลอดจู่ๆ ก็หัวเราะเบาๆ ขึ้นมา
"พี่สิงเจี่ยนเพิ่งบอกข้าว่า เรื่องถอนหมั้นเป็นเรื่องใหญ่ ให้ข้าไปเชิญท่านพ่อมาเจ้าค่ะ"
[ถ้าการถอนหมั้นในสายตาพวกแกมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ทำไมไม่พูดต่อหน้าพ่อแกซะเลยล่ะ?]
[ใครไม่รู้บ้างว่าพ่อแกในฐานะผู้นำตระกูลชุยเก็บตัวฝึกวิชาตลอดทั้งปี แต่กลับถูกแกเรียกออกมาสามวันดีสี่วันไข้ ออกจากการเก็บตัวแต่ละทีก็มาเป็นเครื่องมือให้แก ความถี่ขนาดนี้ คนที่รู้ก็ว่าออกจากฌาน คนไม่รู้ก็นึกว่าไปถ่ายหนักนะนั่น]
"แค่กๆๆๆๆ!"
เสียงไอโขลกสลับกันดังขึ้นรอบด้าน
ชุยซูเงยหน้าขึ้น มองทุกคนด้วยความแปลกใจ แล้วขยับตัวหลบไปข้างๆ ครึ่งก้าวอย่างเงียบๆ
[พวกเขาเป็นอะไรกัน? โลกบำเพ็ญเซียนก็มีไข้หวัดด้วย? คนเยอะขนาดนี้ คงไม่ใช่โรคติดต่ออะไรหรอกนะ... ข้าต้องอยู่ห่างๆ พวกเขาไว้หน่อย]
ทุกคน: ...
เจ้าอย่าเพิ่งไปสิ!
ชุยหลิงเอ๋อร์เห็นสีหน้าทุกคนผิดปกติ แม้แต่เสียงกระซิบกระซาบก็เงียบลง นึกว่าคำพูดของตนเมื่อครู่ได้ผล ในใจอดไม่ได้ที่จะยินดี
เมื่อครู่นางเห็นจินไป่ว่านมองไปทางชุยซูหลายครั้ง ชั่วขณะหนึ่งรู้สึกเหมือนจับจุดอ่อนอะไรได้จึงรู้สึกสะใจ ตอนนี้จึงเอามือป้องปากพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน:
"เกรงว่าพี่หญิงจะถูกถอนหมั้นในเร็วๆ นี้ สหายเต๋าจินด้วยความห่วงใยจึงสับสนกระมัง เมื่อครู่ถึงได้มองไปทางพี่หญิงตลอด แถมยังให้คนนำสุราวิญญาณอาหารวิญญาณมาให้อีก"
ประโยคนี้หลุดออกมา เสิ่นสิงเจี่ยนก็หาช่องทางเล่นงานได้ทันที
สีหน้าของเขาแข็งค้างไปครู่หนึ่งอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แล้วตวาดด้วยความโกรธ: "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ มิน่าล่ะสหายเต๋าจินถึงได้ห่วงใยเรื่องส่วนตัวของตระกูลเสิ่นและตระกูลชุยนัก ที่แท้พวกเจ้าก็สมรู้ร่วมคิดกันมานานแล้วสินะ"
ชุยซูเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง สายตากวาดมองเสิ่นสิงเจี่ยนที่แสดงสีหน้าได้สมจริงราวกับมีเมฆเขียวปกคลุมเหนือหัวจริงๆ ชุยหลิงเอ๋อร์ที่ทำหน้าไร้เดียงสาแต่แฝงแววลำพองใจ และแน่นอนจินไป่ว่านที่งุนงงพอกัน จินไป่ว่านร้อนรนจนอยากจะตะโกน
เดี๋ยว! ปรักปรำกันนี่!
เขาแค่กินเผือกแล้วไม่ลืมคนปลูกเผือก ทำไมกลายเป็นห่วงใยจนสับสนไปได้
เห็นสีหน้าแข็งทื่อของเขา ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยความเห็นใจ
[อยากทำลายชื่อเสียงข้าขนาดนี้เลย? ก็ถูก ถ้าพิสูจน์ได้ว่าข้านอกใจ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินแล้ว ผู้ชายขี้เหนียวนี่คำนวณเก่งจริงๆ!]
[เกือบลืมไปแล้ว เขาเป็นทาสหมวกเขียวไม่ใช่เหรอ เขาชอบแอบดูผู้หญิงของตัวเองมีอะไรกับคนอื่นไม่ใช่หรือไง ก็ไม่แปลกที่เขาจะชอบที่สุดคือการเล่นหลายคน... ระวังหน่อยเถอะ อย่าไปทำให้เขาฟินซะล่ะ แหวะ!]
อะไรนะ? เสิ่นสิงเจี่ยนถึงกับมีรสนิยมแบบนี้?!
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเบิกตากว้าง สีหน้าเหลือเชื่อสุดขีด
หัวข้อนี้สำหรับนางที่เคยมีคู่บำเพ็ญแค่คนเดียว มันเกินรับไหวไปหน่อยแล้ว
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!
ไอ้หนุ่มเสิ่นสิงเจี่ยนลูกเล่นแพรวพราวขนาดนี้เชียว?
จินไป่ว่านต้องฝืนรำลึกความหลังอันเจ็บปวดตอนถูกท่านพ่อถอดกางเกงตี ถึงจะพอฝืนกดมุมปากลงได้ รักษาสถานะผู้ถูกกล่าวหาเอาไว้
แต่คนรอบกายเขาไม่ได้มีความกังวลมากขนาดนั้น มุมปากยกขึ้นกันเป็นทิวแถว
ชั่วขณะหนึ่งเสียง "คิกคิก" ดังขึ้นระงม
ชุยซูเงยหน้าขึ้นอย่างสงสัย
[คนพวกนี้เป็นอะไรกัน หรือว่าการที่ข้ากับจินไป่ว่านสมรู้ร่วมคิดกันมันตลกมาก? ...เอ๊ะ สีหน้าพวกเขาทำไมดูแปลกๆ ไปอีกแล้ว]
ทุกคน: ...ขอโทษ! กำลังพยายามกลั้นอยู่
เห็นชุยซูก้มหน้าลง พวกเขาถึงจะพอโล่งใจได้บ้าง
[แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับชุยหลิงเอ๋อร์? เมื่อกี้นางหายตัวไปแล้ว ทำไมยังกระโดดออกมาปล่อยข่าวลือเรื่องข้า? เสิ่นสิงเจี่ยนต่อให้ไม่มีเงินแค่ไหนก็คงไม่ไปร้องไห้บอกว่าจนกับนางหรอกมั้ง ไหนลองดูซิ...]
[คุณพระ ตาของข้า! ชุยหลิงเอ๋อร์ทำไมเจ้าถึงไปอยู่ที่ห้องนอนแม่เจ้า แล้วทำเรื่องอย่างว่ากับเสิ่นสิงเจี่ยนไปพลาง ปรึกษาเรื่องถอนหมั้นข้าไปพลางล่ะเนี่ย!]