- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 01 ในที่สุดก็จะได้สัมผัสความรู้สึกของการถูกเงินหลายสิบล้านฟาดหน้าแล้วหรือ?!
บทที่ 01 ในที่สุดก็จะได้สัมผัสความรู้สึกของการถูกเงินหลายสิบล้านฟาดหน้าแล้วหรือ?!
บทที่ 01 ในที่สุดก็จะได้สัมผัสความรู้สึกของการถูกเงินหลายสิบล้านฟาดหน้าแล้วหรือ?!
บทที่ 01 ในที่สุดก็จะได้สัมผัสความรู้สึกของการถูกเงินหลายสิบล้านฟาดหน้าแล้วหรือ?!
"ชุยซู วันนี้ภายใต้การเป็นพยานของหลายตระกูล เรื่องการแต่งงานของเจ้ากับข้าถือเป็นอันยกเลิกกันไปเถอะ"
"ปีก่อนเจ้าสร้างชื่อเสียงอัจฉริยะจอมปลอมเพื่อสัญญาหมั้นหมายนี้ แม้แต่ท่านลุงก็ยังถูกเจ้าหลอกลวง ทั้งยังอาศัยเรื่องนี้รังแกพี่น้อง หากวันนี้เจ้ารู้จักรักษากิริยายอมถอนหมั้น ก็ยังพอจะรักษาไมตรีของทั้งสองตระกูลไว้ได้ นี่คือหินวิญญาณขั้นสูงสามพันก้อน ถือเสียว่าเป็นค่าชดเชยความรักอันโง่งมของเจ้า"
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา เพียงแต่ระหว่างคิ้วเจือไปด้วยความดูแคลน ทำให้ความรู้สึกหลุดพ้นจากโลกีย์ที่สร้างขึ้นจากชุดขาวของเขาเจือจางลงไปเล็กน้อย
"ศิษย์พี่เสิ่น อย่าได้กล่าวเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ—พี่หญิงระดับพลังบำเพ็ญหยุดชะงักมาหลายปีก็เสียใจมากพอแล้ว ท่านพูดเช่นนี้ นางจะวางตัวอย่างไรเล่าเจ้าคะ"
สาวงามข้างกายชายหนุ่มส่งสายตาหวานเชื่อม จากนั้นจึงเอ่ยเสริมขึ้นมาเบาๆ ประโยคหนึ่ง
"ที่นี่มีคนอยู่มากเพียงนี้ หากทำให้ตระกูลชุยเสียหน้า พี่หญิงก็คงจะยิ่ง..."
แม้นางจะทำท่าทางเหมือนกล่าวตักเตือนด้วยความหวังดี แต่วาจานี้แทบจะนำคนไปย่างบนกองไฟ
จริงอยู่ว่าวันนี้เป็นงานประลองศิษย์ยอดเยี่ยมของสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองผิงโจวที่จะจัดขึ้นทุกสามปี และยังเป็นหนทางในการคัดเลือกศิษย์สายในของสำนักไท่ซวีอีกด้วย
ข้างลานประลอง เหล่าศิษย์อัจฉริยะจากแต่ละตระกูลมาชุมนุมกัน ผู้ฝึกตนมีประสาทสัมผัสทั้งห้าเฉียบคม ย่อมมองเห็นละครฉากนี้อยู่ในสายตาอย่างชัดเจน
บ้างหัวเราะเยาะ บ้างขมวดคิ้ว บ้างก็กำลังมองดูความสนุกสนานอย่างสนใจใคร่รู้
แม้แต่ศิษย์สายในของสำนักไท่ซวีไม่กี่คนนั้น ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเบนสายตามองมา
ชั่วขณะหนึ่ง เสียงกระซิบกระซาบก็ลอยวนอยู่เหนือลานประลอง
"ข้าก็ว่าแล้วว่าฉายาอัจฉริยะของชุยซูนั้นมีน้ำปนอยู่มาก สัญญาหมั้นหมายของตระกูลเสิ่นในปีนั้นช่างรีบร้อนเกินไป ตอนนี้ยังต้องควักเงินก้อนโตมาชดเชยอีก"
"ได้ยินว่านางยังอาศัยชื่อเสียงนี้รังแกน้องสาวต่างมารดา แย่งชิงทรัพยากรการฝึกบำเพ็ญของชุยหลิงเอ๋อร์..."
"น่าขายหน้าจริงๆ ผลสุดท้ายชุยหลิงเอ๋อร์กลับกลายเป็นอัจฉริยะตัวจริง นี่เพิ่งฝึกบำเพ็ญมานานเท่าไร? ก็ใกล้จะเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว"
"เสิ่นสิงเจี่ยนถูกผู้อาวุโสสำนักเจิ้งอีรับเข้าสำนักแล้ว อีกไม่นานก็จะหลอมแก่นปราณสำเร็จ ชุยซูที่มีความสามารถเพียงขอบเขตฝึกปราณ จะไปเป็นคู่บำเพ็ญของเขาได้อย่างไร?"
และในฐานะศูนย์กลางของบทสนทนา ชุยซูหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรงภายใต้เสื้อคลุม ฝืนทำให้ตัวเองน้ำตาคลอเบ้า—
เพื่อไม่ให้มุมปากของตัวเองยกขึ้นไปเทียบเคียงกับดวงอาทิตย์
นางนับอัตราแลกเปลี่ยนหินวิญญาณในใจเงียบๆ
หนึ่งร้อยหินวิญญาณขั้นต่ำแลกได้หนึ่งก้อนขั้นกลาง หนึ่งร้อยก้อนขั้นกลางแลกได้หนึ่งก้อนขั้นสูง
คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนนี้ หากเป็นช่วงก่อนที่นางจะทะลุมิติมา นี่มันไม่ใช่การเอาเช็คเงินสดหลายสิบล้านมาฟาดหน้านางหรอกหรือ?
เงินมากขนาดนี้ เพียงพอให้นางทาน้ำมันที่ฝ่าเท้าแล้วหลบหนีจากเนื้อเรื่องได้เลย
...
ชุยซูทะลุมิติมาที่นี่ได้ไม่กี่วันแล้ว
ชาติที่แล้วนางเป็นนักศึกษาสาวเปราะบางธรรมดาๆ คนหนึ่ง นอกจากโลภมากและบ้าผู้ชาย ก็ชอบนอนเฉยๆ อ่านนิยายและกินเผือกเสพดราม่า
คิดไม่ถึงว่าหลังจากโต้รุ่งอ่านนิยายจนหัวใจวายตาย นางดันทะลุมิติเข้ามาในนิยายรวมมิตรน้ำเน่าเรื่อง "เส้นทางเซียนสำราญ" นี้ แถมยังกลายเป็นตัวประกอบหญิงโชคร้ายที่มีชื่อแซ่เดียวกัน
ต้นฉบับเรียกได้ว่าเป็นนิยายน้ำเน่ารวมมิตร พระเอกนางเอกล้วนเป็นเจ้าสมุทรบริหารรางรถไฟ มีลูกเล่นแพรวพราว ฉากต่างๆ ทำเอาคนอ่านตาลาย
เนื้อเรื่องภาคแรกของนิยายดำเนินรอบตัวนางเอกชุยหลิงเอ๋อร์กับพระเอกสี่คน และเสิ่นสิงเจี่ยนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือหนึ่งในพระเอก
ในฐานะพี่สาวต่างมารดาของนางเอก นางเปิดเรื่องมาก็ถูกลอบทำร้าย ร่างกายเสียหาย ทั้งยังถูกยัดเยียดข้อหาสร้างชื่ออัจฉริยะจอมปลอม จากนั้นก็ถูกพระเอกที่แอบไปพัวพันกับชุยหลิงเอ๋อร์ถอนหมั้น และเพราะตามตอแยพระเอกไม่เลิกราจึงทำให้ชื่อเสียงพังพินาศ สำนักเจิ้งอีที่ใจดีรับนางไว้ก็กลายเป็นตัวประกอบยกสำนัก
เส้นทางเซียนของนางขาดสะบั้น แม้แต่ความงามที่เหลืออยู่ก็นำภัยมาให้ ท้ายที่สุดถูกผู้ฝึกตนชั่วร้ายจับไปทำเตาหลอม ถูกสูบพลังวิญญาณจนตาย
แม้จะบอกว่าการทะลุมิติมามีชีวิตใหม่อีกครั้งถือเป็นกำไร แต่นี่มันก็นรกเกินไปหน่อยไหม
ทะลุมิติมาไม่กี่วันนี้ ชุยซูก็พยายามตื่นเช้ามาฝึกฝน ขยันเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนชะตา แต่ทว่า...
ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมเสียหายไปแล้ว เส้นลมปราณตีบตันยากจะดูดซับปราณวิญญาณ ระดับพลังบำเพ็ญติดอยู่ที่ขอบเขตฝึกปราณมาหลายปีไม่มีความคืบหน้า ส่วนนิยายหลายร้อยตอนที่นางอ่านผ่านๆ ในคืนนั้น ดูเหมือนจะมีแต่ฉากเนื้อหนังมังสาอันหอมหวาน ไม่มีวิธีแก้ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
ส่วนตัวชุยซูเอง ในแง่ของความเข้าใจ ครั้งล่าสุดที่นางเข้าใจอะไรในทันทีก็คือตอนส่งรหัสลับกินเผือกกับคนอื่น
ในแง่ของวิชาความรู้ ความสามารถในการอ่านภาษาจีนโบราณของนางได้คืนครูภาษาจีนชั้นมัธยมไปหมดแล้ว คัมภีร์เคล็ดวิชาในสายตานางจึงชวนง่วงยิ่งกว่าแคลคูลัสเสียอีก
สรุปสั้นๆ คำเดียว: ขิต
จากเริ่มต้นจนถึงนอนแผ่ ใช้เวลาเพียงสามวัน
ไม่เป็นไร อย่างมากก็งัดกลยุทธ์หนีคือยอดวิชา นางสู้ไม่ไหวแต่หลบได้ไม่ใช่หรือ?
ขณะที่ชุยซูกำลังคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนและกำลังซื้อของหินวิญญาณในใจ
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์เข้าสู่เนื้อเรื่องหลักแล้ว ระบบโหลดเสร็จสมบูรณ์]
เสียงอะไรน่ะ?
[กำลังจับคู่ภารกิจแนะนำให้โฮสต์——คลี่คลายวิกฤตการถอนหมั้นอย่างสมบูรณ์แบบ สาวน้อยผู้กล้าหาญ พุ่งเข้าไปตบหน้าไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้เลย!]
เดี๋ยวนะ หรือว่านิ้วทองคำที่ดีเลย์ไปหลายวันของนางจะเข้าบัญชีแล้ว?
นางลองถามหยั่งเชิงในใจ: [สวัสดีระบบ ขอถามหน่อยว่าคุณสามารถมอบความช่วยเหลืออะไรให้ข้าได้บ้าง? เช่นให้ข้าฟันทีเดียวดาเมจ 999 ระเบิดหัวสุนัขของชายชั่วอะไรแบบนี้]
ดีมาก ชุยซูผู้นี้ก็จะฝืนลิขิตสวรรค์เปลี่ยนชะตา อย่ารังแกหนุ่มสาวที่ยากจน—
เสียงในสมองเงียบไปครู่หนึ่ง
[ระ ระ ระบบเป็นไปตามโฮสต์ ก็ทำเป็นแค่กินเผือกเสพดราม่าเหมือนกันว้าว]
ชุยซู: ...
ได้ งั้นเปลี่ยนเป็นอย่ารังแกวัยกลางคน... อะไม่สิ คนแก่ที่ยากจน แล้วสุดท้ายคนตายคือผู้ยิ่งใหญ่ใช่ไหม!
ใส่เสื้อลายนี้มาเขียนนิยายมันตลกจริงๆ ใครจะเข้าใจ
ชุยซู: [...งั้นแกจะส่งภารกิจบ้าบออะไรมา ข้ามีฝีมือแค่ไหน ในใจแกไม่มีตัวเลขเลยเหรอ?]
หนึ่งคนหนึ่งระบบมองหน้ากันเลิ่กลั่กในสมอง แทบจะแสดงฉากจับมือมองตาด้วยน้ำตาคลอ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
...
"ชุยซู เจ้ายังจะยื้ออะไรอยู่ที่นี่ วันนี้หลายตระกูลล้วนอยู่กันพร้อมหน้า ข้าเชิญท่านอาจารย์มาเป็นพยาน เจ้าอย่าได้ตามตอแยไม่เลิกเหมือนก่อนหน้านี้ สุดท้ายคนที่เสียหน้าก็คือตัวเจ้าเอง"
เสิ่นสิงเจี่ยนเริ่มหมดความอดทน เขามองชุยซูที่มีน้ำตาคลอเบ้า ร่างกายสั่นเทา ในใจกลับแค่นหัวเราะ
ชุยซูคนโง่เง่านี่เป็นอย่างที่เขาคาดไว้จริงๆ ปักใจรักเขาอย่างลึกซึ้ง ไหนเลยจะยอมถอนหมั้น?
แต่นี่ก็เข้าทางเขาพอดี
เขาถอยไปด้านข้างก้าวหนึ่ง ผายมือเชิญผู้ฝึกตนหญิงรูปร่างสูงระหงงดงามที่อยู่ด้านหลัง——ผู้อาวุโสสายในสำนักเจิ้งอี ฉู่อวิ๋นเหมี่ยว ให้ก้าวออกมา ดูจากท่าทางนี้ เกรงว่าจะให้ท่านอาจารย์ของเขาออกหน้าจัดการเสียแล้ว
ขณะนี้ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย มองดูท่าทางน้ำตาคลอเบ้าของชุยซู นึกถึงวีรกรรมต่างๆ ของชุยซูที่ลูกศิษย์เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ ชั่วขณะหนึ่งก็รู้สึกรังเกียจ รู้สึกไม่ชอบใจ และก็รู้สึกโกรธที่นางไม่รักดี
เส้นทางบำเพ็ญเซียน เดิมทีก็ยากลำบากแสนเข็น ผู้ฝึกตนหญิงต้องเผชิญกับความโหดร้ายต่างๆ มากกว่าผู้ฝึกตนชาย หากเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง ถึงกับไม่สนใจการบำเพ็ญเพียรของตนเอง ซ้ำยังรังแกพี่น้องร่วมสายเลือดของตน เช่นนั้นก็นับว่าไร้สติปัญญาจริงๆ
...
ทางด้านนี้ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวยังคงถอนหายใจ ทางด้านนั้นชุยซูถูกเรียกเช่นนี้ ก็ได้สติกลับมา
[แกบอกว่าแกกินเผือกเป็น แกก็เอาเผือกเรื่องเสิ่นสิงเจี่ยนมาให้ข้าดูเป็นเรื่องตลกหน่อยสิ!]
ระบบ: [มาแล้วเจ้าค่ะนายท่าน!]
เมื่อครู่นางกำลังขยี้เจ้าระบบไร้ประโยชน์นี่ในใจ ตอนนี้กำลังเปิดดูเผือกเรื่องเสิ่นสิงเจี่ยนที่ระบบเพิ่งปลดล็อก
สมกับเป็นพระเอกนิยายโป๊น้ำเน่า เนื้อเรื่องยังไม่เข้าสู่ประเด็นหลัก ลูกเล่นของไอ้หนุ่มเสิ่นสิงเจี่ยนคนนี้ก็เยอะจนทำเป็นไฟล์ pdf ได้สิบกว่าหน้า
ชุยซูเลือกดูชื่อที่คุ้นตา ชั่วขณะหนึ่งจึงดูใจลอยไปบ้าง ได้แต่ก้มหน้าตอบว่า:
"งั้นก็ถอนสิ"
ประโยคนี้เด็ดขาดจนผิดความคาดหมายของทุกคน
สายตาในสนามปลิวว่อนไปชั่วขณะ แม้แต่ชุยหลิงเอ๋อร์ยังเผยสีหน้าประหลาดใจและงุนงง ไม่ต้องพูดถึงเสิ่นสิงเจี่ยนเลย
เสิ่นสิงเจี่ยนลอบกัดฟัน สบตากับชุยหลิงเอ๋อร์แวบหนึ่ง บนใบหน้ายังคงแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น:
"นะ นี่เจ้าพูดเองนะ เจ้าอย่ามากลับคำภายหลัง ตามตอแยไม่เลิก และอย่าได้หาเรื่องรังแกพี่น้องอีก"
ชุยซูยังคงก้มหน้า ไม่ได้มองเขาเต็มตาแม้แต่น้อย เพียงแค่ส่งเสียง "อ้อ" เบาๆ คำหนึ่ง:
"ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้วข้าไปล่ะนะ"
สิ้นเสียง ไม่ไกลนักก็มีเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นมา
"คุณหนูตระกูลชุยก็ไม่ได้ตามตอแยไม่เลิกเหมือนที่เขาพูดนี่นา..."
คนที่พูดคืออัจฉริยะหนุ่มแห่งตระกูลจิน จินไป่ว่าน ผู้ฝึกยันต์ที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองผิงโจว เขากับเสิ่นสิงเจี่ยนไม่ถูกกันมาตลอด จึงได้เอ่ยวาจาเหน็บแนม
รอบด้านมีเสียงหัวเราะผสมโรง สีหน้าของเสิ่นสิงเจี่ยนพลันดูไม่ได้ไปชั่วขณะ
โชคดีที่ขณะนี้ปฏิกิริยาของชุยหลิงเอ๋อร์รวดเร็วกว่าเล็กน้อย จึงเอ่ยปากขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม:
"เรื่องก่อนหน้านั้นผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไปเถอะเจ้าค่ะ ศิษย์พี่เสิ่นไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ข้ากับท่านพี่เป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมไม่ถือสา"
วาจานี้ราวกับช่วยยืนยันการกระทำก่อนหน้านี้ของชุยซู ทั้งยังช่วยขับเน้นความใจกว้างของชุยหลิงเอ๋อร์เอง
ชั่วขณะหนึ่งรอบด้านก็มีเสียงกระซิบกระซาบอีกครั้ง ล้วนกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับ "ชุยซูรังแกชุยหลิงเอ๋อร์"
ยิ่งชื่อเสียงของชุยซูแย่ลงเท่าไร ก็ยิ่งทำให้การถอนหมั้นของเสิ่นสิงเจี่ยนดูชอบธรรมมากขึ้นเท่านั้น
สีหน้าของเสิ่นสิงเจี่ยนในที่สุดก็ดีขึ้นบ้าง พอจะปั้นรอยยิ้มออกมาได้
ส่วนฉู่อวิ๋นเหมี่ยวที่อยู่ด้านข้างกลับไม่ได้สนใจลูกศิษย์ของตน นางก็เหมือนกับคนพูดไม่กี่คนนั้น ที่มุมมองต่อชุยซูเปลี่ยนไปบ้าง
ต้องรู้ว่าชุยซูอายุยังน้อย ถูกถอนหมั้นท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย นอกจากตอนแรกที่น้ำตาคลอเบ้า ก็ไม่มีกิริยาหลุดลุ่ยอื่นๆ อีก
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การกระทำของลูกศิษย์นางกลับดูร้อนรนและจงใจไปบ้าง
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวคิดถึงตรงนี้ ในใจก็ลอบถอนหายใจ นางก่อนหน้านี้คงเข้าใจชุยซูผิดไปบ้าง
ตัวชุยซูนั้น ไม่ได้มีใจผูกพันกับความรักหนุ่มสาวเต็มอกเหมือนที่เสิ่นสิงเจี่ยนกล่าวอ้าง แม้จะพูดไม่ค่อยเก่ง แต่กลับมีท่วงท่าดุจขุนเขาถล่มเบื้องหน้าก็ไม่เปลี่ยนสีหน้า...
[...ช่วยด้วย เมื่อกี้ถามไม่ทัน หินวิญญาณที่ตกลงกันไว้จะให้เมื่อไหร่เหรอ?]
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยว: ?
เดี๋ยวนะ? นี่เป็นเสียงของชุยซู?
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด พลังบำเพ็ญลึกล้ำ ประสบการณ์กว้างขวาง แต่ชั่วขณะหนึ่งก็ยังคิดไม่ตกถึงต้นตอของเรื่องนี้
สายตาของนางกวาดผ่านทุกคนในที่นั้นอย่างแนบเนียน เสิ่นสิงเจี่ยนและชุยหลิงเอ๋อร์สีหน้าปกติ คิดว่าคงไม่ได้ยิน แต่ไม่ไกลออกไปกลับมีหลายคนเผยสีหน้าตกใจสงสัย จินไป่ว่านที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
[ผ่านไปตั้งครึ่งค่อนวันยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ เขาคงไม่เบี้ยวหนี้ข้าหรอกนะ งั้นข้าจะไปชูป้ายผ้าที่หน้าประตูตระกูลเสิ่นว่า "คืนเงินหยาดเหงื่อแรงงานข้ามา" ข้าทำแน่!]
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวลอบสังเกตชุยซู เห็นนางยืนเงียบเชียบอยู่ตรงนั้น มือห้อยลงข้างลำตัว ดูเป็นท่าทางสงบเยือกเย็นโดยสิ้นเชิง
หรือว่าที่นางได้ยินคือความคิดในใจของชุยซู?
สายตาของนางสบกับจินไป่ว่านข้ามอากาศ เห็นท่าทางลอบหัวเราะของจินไป่ว่าน ในใจพลันรู้สึกสับสนปนเป
แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงได้ยินเสียงในใจของชุยซู แต่คนที่ได้ยินในที่นี้ เห็นชัดว่าไม่ได้มีแค่นางคนเดียว
หากเสิ่นสิงเจี่ยนจัดการไม่ดี เช่นนั้นมิใช่ขายหน้าครั้งใหญ่หรือ?
"สิงเจี่ยน" ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเรียกเสิ่นสิงเจี่ยนที่กำลังจะจากไป
"ในเมื่อสัญญาหมั้นหมายยกเลิกแล้ว เจ้าก็ควรจะ——"
เสียงยังไม่ทันขาดคำ กลับเห็นจินไป่ว่านหัวเราะร่าเข้ามา กอดคอเสิ่นสิงเจี่ยนทำท่าทางสนิทสนม:
"เจ้าก็ควรจะเอาหินวิญญาณขั้นสูงที่ตกลงกันไว้ให้นางไป เพื่อตอบแทนความรักอันโง่งมของนางไงล่ะ!"
รอยยิ้มที่เพิ่งปรากฏขึ้นของเสิ่นสิงเจี่ยนแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
ชุยซู: !!!
[ในโลกนี้ยังมีคนดีอยู่เยอะจริงๆ!]
[จะว่าไป ในโลกบำเพ็ญเซียนนี้คนชอบกลับคำเหมือนเสิ่นสิงเจี่ยนมีไม่เยอะหรอก แต่คนอย่างเขาก็ไม่แปลกหรอก ดูภายนอกเป็นคนมีความสามารถ แต่ข้าได้ยินมาว่าเขาชอบถูกสวมหมวกเขียวที่สุดเลย]
จินไป่ว่านที่กำลังกอดคอเสิ่นสิงเจี่ยนค่อยๆ หันหน้ากลับมา
เล่ามาให้ละเอียด
เขาชอบฟัง
—
(เงื่อนไขเสียงในใจ: ในระยะที่กำหนด คนที่ไม่มีเจตนาร้ายต่อนางเอกจะได้ยิน คำว่าไม่มีเจตนาร้ายนี้รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ไม่รู้จัก แปลกหน้า ไม่เคยได้ยินชื่อ! ขอชี้แจงเป็นพิเศษ!!)