- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นโปรดิวเซอร์แอนิเมชันมือหนึ่ง
- บทที่ 26 วิกฤตทีมผลิต: โควตาที่สองและการถอนตัวของนักศึกษา
บทที่ 26 วิกฤตทีมผลิต: โควตาที่สองและการถอนตัวของนักศึกษา
บทที่ 26 วิกฤตทีมผลิต: โควตาที่สองและการถอนตัวของนักศึกษา
เป็นไปตามที่ทั้งสามคาดไว้ ไม่ถึงครึ่งวันถัดมา ผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยก็มาถ่ายทอดข้อเสนอแนะให้มู่ซู่ซิงแก้ไขบท
เพื่อรับประกันคุณภาพของบท ทางมหาวิทยาลัยถึงกับออกตัวว่ายินดีจะหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแก้ไขให้ด้วย
"ขอโทษครับ" มู่ซู่ซิงตอบกลับอย่างใจเย็นแต่หนักแน่น "ตอนนี้ผมยังไม่มีแผนจะแก้ไขบทขนานใหญ่ และในอนาคตก็คงไม่มีเหมือนกันครับ"
ผู้อำนวยการขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววไม่พอใจ
ในความคิดของเขา มู่ซู่ซิงช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย
ถึงเขาจะไม่ได้อ่านบทด้วยตัวเอง แต่ก็พอจะเดาได้ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ผู้กำกับจี้ซินหรงโกรธได้ขนาดนั้น มันคงไม่ใช่บทที่ดีแน่ๆ
สำหรับการผลิตอนิเมชัน บทที่ดีเปรียบเสมือนชีวิตครึ่งหนึ่งของผลงาน ถ้าพล็อตเรื่องมีปัญหา ต่อให้เอฟเฟกต์ภาพจะอลังการแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยอุตส่าห์เสนอตัวหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแก้บทให้ฟรีๆ ถ้าเป็นนักศึกษาคนอื่นคงดีใจเนื้อเต้นไปแล้ว แต่มู่ซู่ซิงกลับปฏิเสธ?
ผู้อำนวยการเริ่มปวดหัว
ถ้าเป็นนักศึกษาคนอื่น เจอคนหัวรั้นแบบนี้ ทางมหาลัยคงตัดสิทธิ์แล้วยกโควตาให้คนอื่นไปแล้ว
แต่คนคนนี้ดันเป็นมู่ซู่ซิง แถมเขายังออกทุนสร้างเองทั้งหมดอีกต่างหาก
ต่อให้ทางมหาวิทยาลัยจะเรียกร้องอะไรไป ก็ทำได้แค่พูดปากเปล่า ไม่มีอำนาจขู่บังคับอะไรเขาได้เลย
จะปล่อยให้มู่ซู่ซิงทำตามใจต่อไปงั้นเหรอ?
มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเจ้าตัวยอมจ่ายเงินเอง
ถ้าเขาอยากจะผลาญเงินเล่นเพื่อทำอนิเมชันสนองความต้องการตัวเอง ก็เชิญ
ปัญหาคือโครงการสนับสนุนนี้เดิมพันด้วยชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
ทางมหาวิทยาลัยทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากเพื่อดึงดูดนักศึกษาใหม่ในปีหน้า โดยอาศัยผลงานนักศึกษาจากโครงการนี้หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายที่เกี่ยวข้อง
แต่สิ่งที่มู่ซู่ซิงกำลังทำอยู่ อย่าว่าแต่จะเอาไปโปรโมตเลย ขืนเอาไปโชว์ว่าเป็นผลงานตัวแทนนักศึกษาจริงๆ มีหวังกลายเป็นตัวตลกของมหาวิทยาลัยอื่นแน่
ผู้อำนวยการยังอยากจะกล่อมมู่ซู่ซิงอีกหน่อย เพื่อให้เขาตระหนักว่าการแก้บทมีแต่ได้กับได้
ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนกรานหัวชนฝา ไม่ว่าผู้อำนวยการจะพูดยังไง คำตอบก็มีแค่ "ผมไม่คิดจะเปลี่ยนบทครับ"
ด้วยความหงุดหงิด ผู้อำนวยการจึงสะบัดหน้าจากไปอย่างหัวเสีย
ในขณะเดียวกัน กระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัย
หัวข้อ: ชวนคุย: หรือนี่จะเป็นธาตุแท้ที่ถูกเปิดเผย?
เนื้อหา: ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อให้คนเราจะสร้างภาพมาดียังไง หมอนลายดอกก็ยังเป็นหมอนลายดอกอยู่วันยังค่ำ (สวยแต่รูปจูบไม่หอม) และในที่สุดธาตุแท้ก็จะถูกเปิดเผย
ความคิดเห็นที่ 1: ??? หมายความว่าไง? พูดให้ชัดกว่านี้หน่อยได้ไหม จขกท.?
ความคิดเห็นที่ 2: ฉันว่าฉันได้กลิ่นดราม่าชามโต
ความคิดเห็นที่ 3: หมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียน 201 เมื่อวานหรือเปล่า? ฉันอยู่ในเหตุการณ์นะ เอ่อ... เอาตรงๆ ฉันรู้สึกอายแทนมู่ซู่ซิงเลย
ความคิดเห็นที่ 4: มู่ซู่ซิง? เกี่ยวกับเขาเหรอ?
ความคิดเห็นที่ 5: จำได้ว่าทีมผลิตอนิเมชันของเขาเปิดรับสมัครคนช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาใช่ไหม? ที่พูดถึงคือเรื่องนี้หรือเปล่า?
ความคิดเห็นที่ 6: สำหรับคนที่งง เมื่อวานควรจะเป็นวันเริ่มงานอย่างเป็นทางการของทีมผลิต
ทุกอย่างกำลังไปได้สวย จนกระทั่งทางมหาลัยเชิญผู้กำกับจี้ซินหรงมาให้คำแนะนำ
ตามหลักแล้วนี่ควรจะเป็นเรื่องดี ทุกคนรู้กิตติศัพท์ผู้กำกับจี้ดี ถ้าได้แกมาชี้แนะ อนิเมชันคงออกมาไม่ขี้ริ้วขี้เหร่
แต่ใครจะไปคิดว่าพอผู้กำกับจี้อ่านบทอนิเมชันจบ หน้าแกจะดำคร่ำเครียดทันที
แกด่ากราดเลยว่าใครมันเขียนขยะแบบนี้ออกมา น่าขายหน้าจริงๆ
ฉันไม่ได้จะว่าอะไรมู่ซู่ซิงนะ อย่างน้อยเมื่อก่อนก็เป็นเรื่องภายในมหาลัย
แต่นี่เล่นไปขายขี้หน้าต่อหน้าผู้กำกับระดับท็อปของวงการ มันเกินไปจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 7: ป่านนี้มหาลัยคงเสียใจแย่แล้วมั้ง?
ถ้ารู้อย่างนี้ สู้ยกโควตาให้ 'ลู่เยว่' ไปซะยังจะดีกว่า อย่างน้อยเขาก็ถ่อมตัว ไว้ใจได้ ไม่สร้างปัญหา และคงไม่ก่อเรื่องงามหน้าขนาดนี้
ความคิดเห็นที่ 8: แล้วทางมหาลัยว่าไงบ้าง?
ความคิดเห็นที่ 9: จะไปว่าอะไรได้? ก็คงทำได้แค่บอกให้มู่ซู่ซิงแก้บทนั่นแหละ
ถ้าไม่ได้เรื่องจริงๆ เดี๋ยวก็คงจ้างนักเขียนบทมืออาชีพมาแก้ให้
จะให้มหาลัยเปลี่ยนตัวมู่ซู่ซิงเหรอ? ฝันไปเถอะ ไม่มีทาง
ความคิดเห็นที่ 10: ...ฉันเคยไปงานรับสมัครของมู่ซู่ซิงมาก่อนด้วย
ตอนนี้ดีใจชะมัดที่ไม่ได้รับเลือก ไม่งั้นถ้ามู่ซู่ซิงทำหนังห่วยแตกออกมา ฉันคงซวยไปด้วยแน่ๆ สั่นกลัว.jpg
"บ้าเอ๊ย" ฟางเหลียนทนไม่ไหวหลังจากกวาดตามองความเห็นต้นๆ ของกระทู้ "พวกนี้มันจะหน้าไม่อายเกินไปแล้วมั้ง? เอาข้อมูลภายในทีมมาป่าวประกาศแบบนี้? เห็นว่าเราไม่ใช่ทีมผลิตอย่างเป็นทางการและไม่มีสัญญาผูกมัดหรือไง ถึงได้ทำแบบนี้?"
เรื่องที่เกิดขึ้นในห้อง 201 ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์มหาวิทยาลัย แน่นอนว่าทางมหาลัยย่อมไม่อยากให้เรื่องแพร่งพรายและพยายามปิดข่าว
คนที่รู้รายละเอียดเหตุการณ์ในห้อง 201 ดีขนาดนี้และเอามาแฉในกระทู้ ย่อมหนีไม่พ้นคนที่ได้รับคัดเลือกเข้าทีมผลิตในวันนั้นแน่นอน
เหวินเฟยหางขยี้ผมอย่างหงุดหงิด "พอเถอะ เลิกอ่านได้แล้ว ฉันรู้ไส้รู้พุงพวกนักเลงคีย์บอร์ดในบอร์ดดี ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนคือจะเอายังไงกับ 'อนิเมชันเรื่องนั้น (ยังไม่ตั้งชื่อ)' แล้วก็ใครเป็นหนอนบ่อนไส้? คนแบบนี้จะให้อยู่ในทีมต่อไม่ได้เด็ดขาด"
ไม่นาน เหวินเฟยหางก็รู้ว่าเขาไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป
ไม่ถึงวันต่อมา มหาวิทยาลัยศิลปะซิงหนิงก็มีทางออกสำหรับเรื่องนี้
ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ยึดโควตาคืนจากมู่ซู่ซิง แต่เพิ่มโควตาโครงการสนับสนุนเป็น 2 ที่นั่งแทน
ที่นั่งที่สองย่อมตกเป็นของ 'ลู่เยว่' อย่างไม่ต้องสงสัย
ภายในสองวัน มีข่าวลือแพร่สะพัดมาจากทางมหาลัยว่า จี้ซินหรงพอใจในตัวลู่เยว่มาก และได้ชวนลู่เยว่เข้าร่วมทีมผลิตของเขาหลังเรียนจบ
ส่วนนี้เหมือนกับชาติที่แล้วเป๊ะ
ซ้ำร้าย เมื่อทีมผลิตของลู่เยว่เริ่มเปิดรับสมัคร นักศึกษากว่าสิบคนที่เดิมทีเข้าร่วมทีมของมู่ซู่ซิงแล้ว ก็พากันถอนตัว
ยังไงซะสวัสดิการที่มหาลัยให้ก็เหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว งานของมู่ซู่ซิงมีแววเจ๊งเห็นๆ
แทนที่จะทิ้งรอยด่างพร้อยไว้ในประวัติการทำงาน สู้ไปเสี่ยงโชคกับทีมของลู่เยว่ดีกว่า เผลอๆ อาจได้รับคำชี้แนะจากผู้กำกับระดับบิ๊กอย่างจี้ซินหรงด้วย
"ผมขอถอนตัวจากทีมครับ"
"ขอโทษนะคะ ฉันคิดว่าความสามารถฉันยังไม่ถึงขั้น ลองหาคนอื่นดูนะคะ"
"รุ่นพี่ลู่เยว่ดีกับผมมาตลอด เขาหวังว่าผมจะไปช่วยเขา ขอโทษด้วยครับ"
...
เมื่อนักศึกษาทยอยกันมาขอยื่นใบลาออกต่อหน้าทั้งสามคน สีหน้าของเหวินเฟยหางและฟางเหลียนก็เคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
คนเดียวที่ดูไม่ทุกข์ร้อนคงมีแต่มู่ซู่ซิง—ตอนนี้เขากำลังง่วนอยู่กับการเปิดดูปึกเอกสารที่หามาจากไหนไม่รู้ ชัดเจนว่าไม่ได้เก็บเรื่องการลาออกของคนพวกนี้มาใส่ใจ
เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองดูกระวนกระวายและหงุดหงิด มู่ซู่ซิงก็ถามอย่างงุนงง "เงินเดือนที่ฉันเสนอให้พวกเขาก็เรตปกติทั่วไปนะ ราคานี้เราหาจ้างอนิเมเตอร์กับคนเขียนสตอรี่บอร์ดที่มีประสบการณ์ในตลาดแรงงานได้สบายๆ มีอะไรต้องเสียดายเหรอ?"
เหวินเฟยหาง: "...เอ้อ จริงด้วย"
มู่ซู่ซิงเงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้าน "อีกอย่าง ก็ยังมีคนที่ยังไม่ไปไหนไม่ใช่เหรอ?"
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้ทั้งทีมผลิตรวมพวกเขาสามคนแล้ว เหลือคนอยู่แค่ 9 คนถ้วน—และบังเอิญว่า 'ไต้หยวี่เยียน' คนที่มู่ซู่ซิงยืนกรานจะรับไว้ ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
ห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบ
เหวินเฟยหางยืนพิงประตูห้อง หลุบตาต่ำเงียบกริบ ส่วนฟางเหลียนนั่งบนโต๊ะ จ้องมองหน้าจอมือถือ
แววตาของทั้งคู่ฉายความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
สายตาของไต้หยวี่เยียนกวาดผ่านทั้งสองคน ไปหยุดที่ชายหนุ่มซึ่งยังคงนั่งอยู่กลางห้องเรียน
ผมทรงนุ่มสลวย ดวงตาสีดำสนิทที่ทอดมองลงต่ำอย่างเป็นธรรมชาติ จ้องไปยังกองเอกสารที่กางอยู่บนโต๊ะ ในมือถือปากกาหมึกซึมสีเงินขาว ท่าทางสงบนิ่งและไม่แยแสต่อสิ่งใด
เหมือนสายลมที่พัดมาจากส่วนลึกของป่าในยามกลางฤดูร้อน เพียงแค่ได้มองคนคนนี้ จิตใจก็อดสงบลงไม่ได้
ไต้หยวี่เยียนไม่เคยเห็นผู้กำกับอนิเมชันมามากนัก แต่เธอกลับรู้สึกว่าโปรดิวเซอร์อนิเมชันที่แท้จริง ควรจะเป็นแบบนี้แหละมั้ง—
สุขุม เยือกเย็น และมั่นคง ไม่ว่าทีมผลิตจะเจอปัญหาอะไร ตราบใดที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นเขาอยู่ตรงนั้น ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
มู่ซู่ซิงวางปากกาลง
ราวกับนัดหมายกันไว้ ทุกคนที่ยังอยู่ในห้องต่างเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นตาเดียว
มู่ซู่ซิงยิ้มจนตาหยี เคาะนิ้วชี้ลงบนโต๊ะเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ยังมีใครอยากถอนตัวอีกไหม? ถ้าจะก้าวออกมาตอนนี้ยังทันนะ"
"ถอนตัว? ล้อเล่นน่า" ฟางเหลียนถลึงตา "บอกไว้ก่อนเลย พี่ฟางคนนี้ท่องยุทธภพมา 20 ปี สะกดคำว่า 'ถอย' ไม่เป็นเว้ย!"
เหวินเฟยหางเลิกคิ้ว "งั้นนายก็เก่งมาก เรียนหนังสือมาตั้ง 10 ปี ยังเขียนหนังสือไม่เป็นอีกเหรอ"
ขณะที่ทั้งสองเริ่มกัดกัน ไต้หยวี่เยียนสังเกตเห็นว่าความหงุดหงิดและกังวลในแววตาของพวกเขาก่อนหน้านี้ ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น
นักศึกษาคนอื่นๆ ก็เริ่มยิ้มและพูดแซวกันบ้าง "กว่าจะหาเกาะขาทองคำของป๋าได้ ใครลาออกก็โง่แล้วป้ะ?"
"นั่นสิ ถ้าจะออกก็ออกไปนานแล้ว จะอยู่ถึงตอนนี้ทำไม?"
"ก็เซ็นสัญญากันไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน การเตรียมการอีกอย่างที่รอคอยมานานก็กำลังจะเปิดฉากขึ้น—
เมืองซิงหนิง สถานีรถไฟใต้ดินสาย 1
"ใช่ครับ ตรงนี้แหละ ปรับตำแหน่งอีกนิด... เยี่ยม แบบนี้เลย" เหยียนอี้หลิงถอนหายใจอย่างโล่งอก พึมพำกับตัวเอง "สถานีอื่นก็น่าจะใกล้เสร็จแล้วเหมือนกัน ทีนี้ก็เหลือแค่รอรถไฟเที่ยวแรกของพรุ่งนี้เช้า"
เมื่อนึกถึงซีรีส์อนิเมชันสั้นที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามและเป็นที่คาดหวังของคนทั้งกรมวัฒนธรรม เธอก็สูดหายใจลึก รู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวลระคนกัน
ทุกอย่างพร้อมสรรพ ขาดเพียงลมตะวันออก (โอกาสที่เหมาะสม)
ตอนนี้ ก็เหลือแค่รอดูกันว่า 'เจ้าชายน้อย' จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้พวกเขาได้หรือไม่