เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 เพราะผมรวยครับ: ห้องแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์หลี่

บทที่ 8 เพราะผมรวยครับ: ห้องแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์หลี่

บทที่ 8 เพราะผมรวยครับ: ห้องแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์หลี่


"เจ้าชายน้อย" บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าชายองค์น้อยจากต่างดาว ผู้ถ่ายทอดการผจญภัยหลากหลายรูปแบบที่เขาได้พบเจอหลังจากเดินทางออกจากดาวบ้านเกิดและก่อนจะมาถึงโลกมนุษย์ ให้กับนักบินซึ่งเป็นผู้ดำเนินเรื่องได้รับฟัง

แม้เรื่องราวทั้งหมดจะมีความยาวไม่มากนัก แต่สำหรับ "แอนิเมชันขนาดสั้น" แล้ว เนื้อหาขนาดนี้ถือว่าอัดแน่นเกินไปอย่างเห็นได้ชัด

ในเมื่อเป็นการดัดแปลง ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนไปจากต้นฉบับบ้างตามสมควร มู่ซูซิงไตร่ตรองดูแล้วจึงตัดสินใจแบ่งเรื่องเจ้าชายน้อยออกเป็นแอนิเมชันสั้น 7 ตอน โดยให้แต่ละตอนมีความเป็นเอกเทศจบในตัว แต่ก็ยังมีความเชื่อมโยงถึงกัน

ประจวบเหมาะกับที่ประเด็นต่างๆ ในเรื่องนี้มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดงูเหลือมกินช้างที่ถูกเข้าใจผิด, เหล่าผู้ใหญ่ที่ให้ค่าแต่กับตัวเลข, ดอกไม้บนดวงดาว, ความโศกเศร้าของการดูพระอาทิตย์ตกดินสี่สิบสี่ครั้ง และความรักระหว่างสุนัขจิ้งจอกที่ถูกทำให้เชื่องกับดอกกุหลาบ

เมื่อได้โครงร่างคร่าวๆ ในใจแล้ว มู่ซูซิงก็กลับไปที่มหาวิทยาลัยและตรงดิ่งไปยังห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นที่แรก

แม้ว่าแอนิเมชันสั้นระดับนี้จะสามารถทำในหอพักได้จนจบกระบวนการ แต่มู่ซูซิงก็ยังตัดสินใจยื่นเรื่องขอใช้ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางของทางมหาวิทยาลัยในการผลิตผลงานเรื่องเจ้าชายน้อยอยู่ดี

ประสบการณ์การทำงานกว่ายี่สิบปีไม่ได้มอบให้แค่ทักษะที่พัฒนาขึ้น แต่ยังเปลี่ยนวิธีคิดของเขาด้วย ตอนนี้เขาไม่สนใจขี้ปากชาวบ้านอีกต่อไป ในเมื่อเขามีเงินและสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่ดีกว่าได้เพราะมัน แล้วทำไมเขาต้องทำตัวโง่เขลาทิ้งโอกาสดีๆ เพียงเพื่อต้องการ 'พิสูจน์ตัวเอง' ให้คนอื่นเห็นด้วยล่ะ?

อาจารย์ที่ปรึกษาของมู่ซูซิงมีชื่อว่า ศาสตราจารย์หลี่ โดยปกติรับผิดชอบสอนวิชาปฏิบัติการที่เกี่ยวกับแอนิเมชัน 3D ในมหาวิทยาลัย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังดำรงตำแหน่งอาร์ตไดเรกเตอร์ให้กับบริษัทเกมและแอนิเมชันชื่อดังหลายแห่ง ทว่าอาจารย์ท่านนี้มีนิสัยดุดันและหัวแข็ง ยิ่งมาตรฐานที่เขามีต่อนักศึกษานั้นยิ่งเข้มงวดและโหดหินสุดๆ ทำเอานักศึกษาจำนวนนับไม่ถ้วนที่หวังจะมาประจบสอพลอเพื่อหาลู่ทางในอนาคต ต้องม้วนเสื่อกลับไปไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย

เมื่อได้ยินคำร้องขอใช้ห้องปฏิบัติการของมู่ซูซิง ใบหน้าของศาสตราจารย์หลี่ก็เรียบเฉยไร้อารมณ์ เขาเพียงแค่ถามกลับไปว่า "คิดดีแล้วเหรอ?"

มู่ซูซิงพยักหน้า

เมื่อก่อนเขาเคยโง่เกินไป มักคิดเสมอว่าในเมื่อใครๆ ก็เหมาเอาว่าความพยายามของเขาเป็นผลพวงมาจากความรวยและฐานะทางบ้าน งั้นเขาก็ควรจะสลัดสิ่งเหล่านั้นทิ้งไปแล้วพิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วยตัวเองเพียวๆ พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ ความคิดแบบนั้นมันช่างงี่เง่าสิ้นดีและทำให้เขาพลาดโอกาสไปมากมาย

"ผมวางแผนจะส่งผลงานชิ้นนี้เข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือกวิดีโอโปรโมตของรถไฟฟ้าใต้ดินเมืองซิงหนิงปีนี้ครับ" มู่ซูซิงบอกกับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ปิดบัง "เนื่องจากงานนี้ค่อนข้างเป็นทางการ ผมคิดว่าการใช้ห้องปฏิบัติการของโรงเรียนจะสะดวกกว่าครับ"

ศาสตราจารย์หลี่มองเขา พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย "แล้วคุณรู้ไหมว่าจะมีคนเข้าร่วมกิจกรรมคัดเลือกครั้งนี้กี่คน?"

มู่ซูซิงนึกย้อนถึงความยิ่งใหญ่ของงานนี้ในชาติที่แล้ว "น่าจะมีโปรดิวเซอร์แอนิเมชันหน้าใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียงเข้าร่วมเพียบครับ พวกเขาต้องการเวทีแบบนี้เพื่อสร้างตัวตน แถมกิจกรรมนี้ไม่ได้จำกัดแค่แอนิเมชัน วิดีโอคนแสดงจริงก็รับ เพราะงั้นพวกนักศึกษาสายกำกับฯ จากวิทยาลัยการแสดง รวมไปถึงผู้กำกับอิสระที่กำลังหาโอกาสในเมืองซิงหนิง ก็น่าจะจ้องงานนี้ตาเป็นมันเหมือนกัน"

ศาสตราจารย์หลี่เลิกคิ้วขึ้น

เขาพอจะได้ยินเรื่องราวของมู่ซูซิงและนักศึกษาคนอื่นๆ ในคณะมาบ้าง เขาเพียงแค่รู้สึกว่าเด็กตรงหน้านี้มีพรสวรรค์ใช้ได้ แต่น่าเสียดายที่หัวโบราณคร่ำครึและยึดติดศักดิ์ศรีเกินไปหน่อย—ก็แค่นั้น

แม้จะน่าเสียดาย แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า อย่างน้อยในบรรดานักศึกษารุ่นหลังๆ ของมหาวิทยาลัยศิลปะซิงหนิง ยังไม่มีใครที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจจนต้องมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปได้เลย

เดิมทีเขาคิดว่ามู่ซูซิงจะเข้าร่วมการแข่งขันด้วยความตั้งใจที่อยากจะ 'พิสูจน์ตัวเอง' เหมือนทุกครั้ง เพราะใครๆ ก็รู้ว่าในกิจกรรมคัดเลือกที่จัดโดยหน่วยงานราชการแบบนี้ แทบจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'เด็กเส้น' อยู่แล้ว แต่ดูจากตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ามู่ซูซิงไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ตัดสินใจหลังจากไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

"โห?" ท่าทีที่เปิดเผยและมั่นใจของเด็กหนุ่มทำให้ศาสตราจารย์หลี่เริ่มสนใจ "ในเมื่อรู้ขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังอยากจะเข้าร่วมอีกล่ะ? ไม่กลัวจะเหนื่อยฟรีแล้วกลายเป็นตัวตลกให้คนนอกเขาหัวเราะเยาะหรือไง?"

มู่ซูซิงตอบกลับอย่างเนิบช้า "เพราะผมมีเงินครับ"

ศาสตราจารย์หลี่: "..."

พูดตามตรง ถ้ามู่ซูซิงตอบตามบทละครทั่วไป ประมาณว่า 'ผมมีความมั่นใจครับ' หรือ 'ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง'—คำตอบโลกสวยปลุกใจเสือป่าพวกนั้น—ศาสตราจารย์หลี่คงแค่ยิ้มมุมปากแล้วปล่อยผ่านไป แต่คำตอบที่ฉีกกฎของมู่ซูซิงทำให้ศาสตราจารย์หลี่อดไม่ได้ที่จะพิจารณาเด็กหนุ่มคนนี้ใหม่อีกครั้ง

มู่ซูซิงไม่คิดว่าคำตอบของตัวเองผิดตรงไหน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์ที่ปรึกษา ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนกหรือความมั่นใจที่ไร้ที่มาที่ไป มีเพียงความตรงไปตรงมาที่จริงจังและชัดเจน

"ไม่มีงานไหนสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน การผลิตแอนิเมชันก็เหมือนกันครับ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องการการฝึกฝนอย่างหนัก" มู่ซูซิงกล่าวอย่างใจเย็น "ผมมีทุนทรัพย์มากพอที่จะซัพพอร์ตตัวเองให้ลองผิดลองถูกกี่ครั้งก็ได้ นี่คือข้อได้เปรียบของผมครับ"

จะผ่านการคัดเลือกหรือไม่ แล้วมันสำคัญตรงไหน? สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขาจะได้เรียนรู้ระหว่างทางต่างหาก

อย่าเห็นว่าทักษะทั้งหมดของเขาถูก 013 ประเมินไว้แค่ระดับ 5 เชียว จริงๆ แล้วก่อนที่มู่ซูซิงจะกลับมาเกิดใหม่ แม้เขาจะเทียบชั้นกับโปรดิวเซอร์ระดับตำนานไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงฝีมือ การจัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงก็ไม่ใช่ปัญหาเลย

ด้วยฝีมือระดับปัจจุบัน บวกกับบทจากร้านค้าของระบบ การที่จะ 'ไม่ผ่านการคัดเลือก' ต่างหากที่เป็นเรื่องยาก

มู่ซูซิงพูดด้วยความจริงจัง แต่ศาสตราจารย์หลี่กลับหลุดขำออกมา เขาหัวเราะร่าอย่างไม่ห่วงภาพพจน์ พลางส่ายหัวและใช้นิ้วชี้มาที่เด็กหนุ่มขณะหัวเราะ "เธอนี่นะ เธอนี่นะ..."

มู่ซูซิงกระพริบตาปริบๆ

ศาสตราจารย์หลี่ที่ปกติเคร่งขรึมขนาดนั้นกำลังหัวเราะอย่างมีความสุข แปลว่า... เขาผ่านแล้วใช่ไหม?

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว ศาสตราจารย์หลี่ที่หัวเราะจนพอใจแล้วก็หันหลังกลับไปหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก แล้วโยนมันลงตรงหน้าเขา

"ห้องแล็บ 305 ที่ตึกทดลอง เอาไปสิ"

มู่ซูซิงเงยหน้ามองด้วยความตกตะลึง

สำหรับนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ซิงหนิง ห้องแล็บ 305 ถือเป็นสถานที่กึ่งศักดิ์สิทธิ์—เพราะทุกคนรู้ดีว่าห้องแล็บนี้ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้ศาสตราจารย์หลี่โดยเฉพาะ พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นห้องแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์หลี่ นอกจากการเรียนการสอนเป็นครั้งคราวแล้ว ปกติไม่เคยเปิดให้คนนอกใช้ อย่าว่าแต่จะให้นักศึกษายืมไปทำแอนิเมชันเลย!

แต่ตอนนี้ ศาสตราจารย์หลี่กลับยื่นกุญแจห้องแล็บส่วนตัวให้เขา?

"ครึ่งปีแรกฉันยุ่งเกินไป ครึ่งปีหลังฉันจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น ยังไงห้องก็ว่างอยู่แล้ว เธอเอาไปใช้ก่อนเถอะ" ศาสตราจารย์หลี่กล่าวเรียบๆ "ของข้างในใช้ได้ทุกอย่าง พวกภาพต้นฉบับกับสตอรี่บอร์ดพวกนั้นอยากดูก็ดูไป จะกอบโกยความรู้ไปได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง มีข้อแม้แค่อย่างเดียว ใช้เสร็จแล้วเก็บเข้าที่เดิมให้เหมือนเดิม อย่าทำห้องรก"

มู่ซูซิงเดินกลับหอพักด้วยความมึนงง

เรื่องเซอร์ไพรส์ถาโถมเข้ามาเร็วเกินไป เขารู้สึกว่าต้องใช้เวลาประมวลผลสักหน่อย ทว่าท่าทางเหม่อลอยของเขาในสายตาคนอื่น กลับดูเหมือนคนกำลังหมดอาลัยตายอยาก ดังนั้น ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที กระทู้ที่มีหัวข้อว่า 'ทายาทเศรษฐีเด็กปั้นเอกแอนิเมชันโดนศาสตราจารย์หลี่ด่ายับจนเสียศูนย์' ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของกระทู้ยอดนิยมในเว็บบอร์ดโรงเรียนทันที

ประตูหอพักแง้มอยู่ มู่ซูซิงผลักประตูเข้าไป

"อามู่ กลับมาแล้วเหรอ?" ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งหันหน้าเข้าหาคอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะหันมามอง เขาคือ 'เหวินเฟยหาง' หนึ่งในรูมเมตของมู่ซูซิง

ชายหนุ่มวางเมาส์ลงและลอบสังเกตสีหน้าของมู่ซูซิงอย่างระมัดระวัง (โดยคิดเอาเองว่าเนียนมาก) ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย "เอ้อ จริงสิ นายจำคนนั้นได้ไหม ที่คราวก่อนได้รับคำชมจากพวกอาจารย์ในคาบเรียนแบบเป็นเอกฉันท์ แต่สุดท้ายก็โดนจารย์หลี่ด่าจนเสียผู้เสียคนน่ะ?"

มู่ซูซิงเมินคำเรียกชื่อมั่วซั่วของอีกฝ่ายไปโดยสิ้นเชิง เขาจับสังเกตความนัยในคำพูดนั้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเกียจคร้าน "อยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ อย่ามาอ้อมค้อม"

"แฮะๆ" เหวินเฟยหางเกาหัว "แหม พี่เฟยหางคนนี้ก็แค่อยากปลอบใจนายไงเล่า? เด็กในคณะเราที่โดนตาแก่หลี่ด่าจนไม่กล้าหือมีเยอะแยะถมเถไป นายไม่ใช่คนเดียวสักหน่อย ใครๆ ก็รู้ว่ามาตรฐานของตาแก่หลี่มันเข้าขั้นวิปริต ก็แค่โดนด่าไม่กี่คำ เป็นคนอื่นก็โดนเหมือนกัน นายอย่าเก็บมาใส่ใจมากนักเลย"

จบบทที่ บทที่ 8 เพราะผมรวยครับ: ห้องแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์หลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว