- หน้าแรก
- สลบไปสามปี รู้ตัวอีกทีข้าก็กลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง
- บทที่ 25 - จิตปณิธานมั่นคงดั่งภูเขาน้ำแข็ง
บทที่ 25 - จิตปณิธานมั่นคงดั่งภูเขาน้ำแข็ง
บทที่ 25 - จิตปณิธานมั่นคงดั่งภูเขาน้ำแข็ง
ท้องฟ้าทิศตะวันออกเริ่มสว่าง ชาวเมืองทยอยตื่นนอน เสียงตะโกนขายของดังมาจากตรอกซอกซอย
"ซาลาเปา..."
"ถังหูหลู..."
...
ในคฤหาสน์หลังโรงหมอตระกูลหลิน พวกสาวใช้เริ่มทำงาน เจี่ยเจิ้งเตรียมรถม้าในโรงรถ
เรือนหลักยังคงเงียบสงัด ในห้องนอน หลินหว่านอี๋สวมเพียงเอี๊ยมและกางเกงบางๆ นอนตะแคงบนเตียง เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าข้างลำตัว แก้มเนียนสวยขนตาสั่นระริก แฝงรอยแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไร
ข้างหลัง หลินจื่อซูที่หุ่นโตเกินวัย นอนหงายตัวตรง เอี๊ยมเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่อง ตอนนี้ยังหลับสนิท จนกระทั่งแสงแรกสาดส่องที่หน้าต่าง จึงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองซ้ายมองขวา แล้วเด้งตัวลุกขึ้น
"แย่แล้ว แย่แล้ว..."
เพี้ยะ~
เสียงตบดังฉาด ลงบนก้อนเนื้อกลมกลึงข้างกาย เกิดคลื่นสะเทือนระลอกใหญ่
หลินหว่านอี๋ในฝันโดนเซี่ยจิ้นฮวนตีก้น สะดุ้งตื่น ลืมตามองไปรอบๆ แล้วถึงโมโห
"จื่อซู! เจ้าเป็นบ้าอะไรอีก?"
หลินจื่อซูลนลานลงจากเตียง หาเสื้อผ้าและรองเท้า
"ซวยแล้ว สายแล้ว น้าเล็กทำไมไม่ปลุกข้า?"
"ห๊ะ?"
หลินหว่านอี๋เพิ่งเห็นว่าตะวันโด่งแล้ว ลุกขึ้นนั่ง
"ใครใช้ให้เจ้าคุยทั้งคืน? แถมยังพูดล้อเล่นไร้สาระ..."
หลินจื่อซูเมื่อวานเห็นน้าเล็กอาบน้ำในห้องเซี่ยจิ้นฮวน ต้องซักไซ้ไล่เลียงแน่นอน
เห็นว่าจะไปเรียนสาย หลินจื่อซูกลัวโดนทำโทษ จึงเขย่าแขนน้าเล็ก
"น้าเล็ก ไปกับข้าหน่อย บอกว่าเมื่อคืนข้าไปช่วยน้าดูคนไข้ เลยกลับดึก"
หลินหว่านอี๋เห็นชัดว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนใช้เป็นเกราะกันบัง เห็นแก่ที่จื่อซูต้องช่วยปรุงยา จึงยอมจำนน
"ก็ได้ๆเจ้ารีบแต่งตัว เดี๋ยวข้าไปส่ง"
"อิอิ~"
หลินจื่อซูโล่งอก หยิบกระโปรงมาสวม
หลินหว่านอี๋ลุกขึ้นแต่งตัว แต่พอเปิดตู้เสื้อผ้า ถุงผ้าเล็กๆ ที่ใส่ 'กางเกงปลุกใจเสือป่า' ก็เข้าตา
เสื้อผ้าที่ดูแรดขนาดนี้ นางไม่กล้าใส่แน่นอน
แต่อุตส่าห์ซื้อมาตั้งสามสิบตำลึง จะให้สาวใช้ก็เสียดาย ให้จื่อซูใส่ยิ่งไม่เหมาะ จะวางทิ้งไว้แบบนี้...
หลินหว่านอี๋ลังเลสักพัก คิดว่าใส่ข้างในไม่มีใครรู้ ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ หยิบถุงผ้าขึ้นมา แอบวิ่งไปหลังฉากกั้น เปลี่ยนกางเกงชั้นใน
ดึ๋งๆ~
เนื่องจากถุงน่องมันรัดรูป ตอนดึงขึ้นเลยลำบาก ต้องเขย่งเท้ากระโดดสองที
พอแต่งตัวเสร็จ หลินหว่านอี๋ในชุดกระโปรงเอวสูงสีเขียวน้ำ เดินออกมาจากฉากกั้น ส่องกระจกดู หุ่นยังคงเพรียวบาง มองจากภายนอกดูไม่ออก เพียงแต่ขาที่ถูกรัดแน่นรู้สึกไม่ชินนิดหน่อย
หลินหว่านอี๋เขย่งเท้าอีกที พบว่ามันช่วยพยุงหน้าอกได้ดีมาก ไม่กระเพื่อมจนเกินงาม ใส่สบายมาก อดพยักหน้าเงียบๆ ไม่ได้ รู้สึกว่าสามสิบตำลึงคุ้มค่าจริงๆ...
...
อีกด้านหนึ่ง จวนท่านหญิง
ยามเช้า สาวใช้เดินเข้าออกริมทะเลสาบเยี่ยนซาน ยกอาหารเลิศรสเข้าไปในศาลา
ในห้องโถงใหญ่มีโต๊ะเตี้ย ซ้ายขวามีเบาะรองนั่ง ข้างหลังมีเตาหอมทองแดง สาวใช้คอยปรนนิบัติ
ลิ่งหูชิงม่อแทบไม่ได้พักมาสองวัน ไม่ได้นอนเลย คิ้วขมวดด้วยความง่วง กำลังกินข้าวเช้า สีหน้ากลัดกลุ้ม
"หลี่จื่อเซียนปากแข็งมาก ถามยังไงก็ไม่รับ ทางการก็ไม่กล้าลงทัณฑ์หนัก ที่ว่าการอำเภอก็หาเบาะแสโจรปีศาจผู้อยู่เบื้องหลังไม่เจอ คดีนี้ดูท่าจะถึงทางตันอีกแล้ว..."
ฝั่งตรงข้าม ท่านหญิงฉางหนิงนั่งตะแคงพิงโต๊ะ การแต่งกายหรูหรา สวมกระโปรงเกาะอก คลุมด้วยเสื้อตัวนอกสีเหลืองอ่อน เข็มขัดและขอบเสื้อเป็นสีเหลืองสว่าง ปักลายเมฆ บนเสื้อในปักลายนกยูง
ส่วนใบหน้า ริมฝีปากแดงดุจกุหลาบ ดวงตารูปอัลมอนด์เปี่ยมเสน่ห์ นั่งคู่กับลิ่งหูชิงม่อ เหมือนพี่น้องที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว ตอนนี้ถือจอกเหล้าแกว่งไปมา
"เจ้าแค่ลงเขามาฝึกงาน อย่าทำตัวเป็น 'เทพธิดาจอมปราบน้ำแข็ง' นักเลย หาไม่เจอก็ให้ทางการเขาจัดการไป งานโคมไฟไหว้พระจันทร์จะเริ่มแล้ว เดี๋ยวไปเดินเล่นสระโบตั๋นกับข้า"
งานกองพะเนิน ลิ่งหูชิงม่อจะมีกะจิตกะใจไปเดินงานไหว้พระจันทร์ได้ไง
"ปีไหนๆ ก็เหมือนกัน ไม่เห็นมีอะไรน่าดู"
"เฮ้อ~"
ท่านหญิงฉางหนิงถอนหายใจ นึกขึ้นได้ก็ถาม
"ข้าได้ยินว่า เมื่อวานเจ้าไปสืบคดี มีหนุ่มชื่อเซี่ยจิ้นฮวนไปด้วย วรยุทธ์สูงส่ง หน้าตาหล่อเหลา..."
ลิ่งหูชิงม่อรู้สึกว่าเพื่อนสาวมีเลศนัย รีบแก้ตัว
"เซี่ยจิ้นฮวนเป็นเพื่อนหยางต้าเปียว มาช่วยนิดหน่อยเท่านั้น"
ท่านหญิงฉางหนิงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะรู้นิสัยเพื่อน เตือนด้วยความหวังดี
"ชิงม่อ เจ้าเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม คบเพื่อนข้างนอกต้องระวังหน่อย อย่าโดนพวกเพลย์บอยที่ดูเหมือนคนดีหลอกเอา"
ลิ่งหูชิงม่อแม้จะโดนเซี่ยจิ้นฮวนทุบสลบ โดนจับหน้าอก ทำงานบ้านให้โดยไม่บ่น แต่ก็มั่นใจว่าเป็นสาวงามภูเขาน้ำแข็งที่มีจิตปณิธานมั่นคง ไม่มีทางโดนเพลย์บอยหลอกง่ายๆ
"เป็นไปได้ยังไง ข้ารู้ลิมิตน่า แถมเซี่ยจิ้นฮวนเป็นคนซื่อตรงมาก วรยุทธ์อาจจะพอๆ กับเจ้า ไม่ใช่พวกเพลย์บอยแน่นอน"
ท่านหญิงฉางหนิงเป็นเชื้อพระวงศ์ ลูกสาวอ๋อง ฐานะไม่ต้องพูดถึง พรสวรรค์ก็ไม่เลว แม้ดูเหมือนวันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น แต่เวลาฝึกก็ฝึกหนัก ฟังแล้วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
"ข้าไม่เชื่อ เจ้าเรียกเขามาสู้กับข้าหน่อย"
ลิ่งหูชิงม่อเคยเจ็บตัวมาแล้ว ไม่อยากให้เพื่อนซี้โดนลูกหลง
เกิดเซี่ยจิ้นฮวนสติแตก ใช้ท่า 'มังกรตะปบเหยื่อ' จับผิดคน มือคงโดนท่านอ๋องตัดทิ้งแน่
"ทางการยุ่งขนาดนี้ จะมีเวลามาประลองเล่นๆ ได้ไง ไว้โอกาสหน้าละกัน เจ้ากินไปก่อน ข้าไปที่ว่าการแล้ว"
ท่านหญิงฉางหนิงก็ทำอะไรเพื่อนบ้างานคนนี้ไม่ได้ กินข้าวเสร็จ ก็เริ่มเตรียมตัวไปเที่ยวสระโบตั๋น...
...
ไม่นานนัก
ลิ่งหูชิงม่อเดินออกจากจวนท่านหญิงคนเดียว พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจ ก็เลี้ยวเข้าตรอกชิงเฉวียนทันที!
ยามเช้า ถนนสายรองผู้คนขวักไขว่ ส่วนใหญ่เป็นคนรับใช้สาวใช้จากบ้านระแวกนั้น มาซื้อเหล้าซื้อผัก ร้านอาหารเช้าข้างทางควันโขมง มีคนเข้าออกไม่ขาดสาย
ลิ่งหูชิงม่อตอนแรกไม่ได้สนใจข้างทาง แต่พอผ่านร้านขายเนื้อ ก็ได้ยินเสียงคุ้นหู
"เนื้อแดงครึ่งชั่ง หั่นเป็นลูกเต๋าละเอียด กว้างหนึ่งส่วน ยาวหนึ่งส่วน ห้ามขาดห้ามเกิน ห้ามมีมันติดแม้แต่นิดเดียว..."
"คุณชาย ความต้องการนี้เกรงว่า..."
"หั่นไม่ได้?"
"เอ่อ..."
"หั่นไม่ได้ข้าทำเอง..."
?
ลิ่งหูชิงม่อหันไปมอง เห็นคุณชายชุดขาวคาดอาวุธคู่ ยืนอยู่หน้าร้านขายเนื้อ รับมีดแล่เนื้อมาจากคนขาย
เจ้าเหมยฉิวตัวดำปิ๊ดปี๋ เกาะอยู่บนไหล่ จ้องเขม็งไปที่เนื้อบนเขียง จากนั้นก็
ฉับ ฉับ ฉับ~
คุณชายชุดขาวลงมีดดุจสายลม ปาดซ้ายป้ายขวา พริบตาเดียวก็ฟันไปสิบกว่าครั้ง แบ่งเนื้อเป็นลูกเต๋าขนาดเท่ากันเป๊ะ เสร็จแล้วปักมีดลงบนเขียง พูดว่า
"มีดทื่อไปหน่อย ต้องลับแล้ว พอดีครึ่งชั่ง เท่าไหร่?"
คนขายเนื้อตาค้าง เอียงคอมองเขียง สักพักถึงพูด
"เอ่อ... สิบหกอีแปะ คุณชายมีฝีมือขนาดนี้ ยังต้องมาจ่ายตลาดเองอีกเหรอ?"
"คนในยุทธภพ ตัวคนเดียวปากเดียว ชินแล้ว"
"อ้อ..."
...
ลิ่งหูชิงม่อคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเซี่ยจิ้นฮวนแค่ออกมาซื้ออาหารนก ยังโชว์เทพได้ขนาดนี้ รีบเดินเข้าไปหา
"เซี่ยจิ้นฮวน?"
"กุ๊จิ~"
เจ้าเหมยฉิวที่รอจนตาแทบถลน ได้ยินเสียงก็หันกลับมาร้อยแปดสิบองศา
เซี่ยจิ้นฮวนขอใบบัวมาห่อเนื้อลูกเต๋า หันมายิ้ม
"อรุณสวัสดิ์แม่นางม่อ"
ลิ่งหูชิงม่อเมื่อกี้ไม่ได้สังเกต ตอนนี้มองหน้ากันชัดๆ ถึงเห็นว่าเสื้อคลุมของเซี่ยจิ้นฮวนประณีตมาก ผ้าเนื้อดีเดินด้ายเงิน เข็มขัดปักลายเมฆ ตรงกลางฝังหยกอุ่น
ผมดำขลับหวีเรียบแปล้ ประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาและแววตาน้ำพุเย็นที่ไม่แฝงราคะ พลังทำลายล้างทางสายตารุนแรงเอาเรื่อง...
ลิ่งหูชิงม่อตั้งตัวไม่ทัน โดน 'ยิ้มพิฆาต' เข้าไปเต็มๆ มองพิจารณาสักพักถึงตั้งสติได้
"เจ้าแต่งตัวหล่อขนาดนี้ทำไม?"
เซี่ยจิ้นฮวนแค่ต้องการให้ตัวเองดูเป็นจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะผู้เปี่ยมคุณธรรมและไร้พิษสง จะได้ไม่โดนสงสัยว่าเป็นโจรขุดสุสาน เจอคำชมซึ่งหน้าของแม่นางม่อ ก็ก้มมองตัวเอง
"เมื่อวานแขนเสื้อเปื้อน เลยซื้อส่งๆ มาตัวนึง หล่อมากเหรอ?"
แบบนี้เรียกส่งๆ?
ลิ่งหูชิงม่อรู้สึกว่าเซี่ยจิ้นฮวนแต่งตัวแบบนี้ ไปเป็นแมงดาคงรวยเละ นางชมคนไม่ค่อยเก่ง ได้แต่ตอบว่า
"อืม... ก็ดูดี แต่แต่งแบบนี้ ไม่เข้ากับเหมยฉิวเลย"
"ไม่เป็นไร วันหลังย้อมมันเป็นสีขาว"
"กุ๊จิ?! "
"ล้อเล่นน่า"
เซี่ยจิ้นฮวนพาเหมยฉิวเดินไป สังเกตเห็นสาวงามภูเขาน้ำแข็งผู้เย็นชา ตากลมโตแป๋วแหว๋วมีรอยคล้ำใต้ตา จึงถาม
"แม่นางม่อเมื่อคืนไม่ได้นอน?"
ลิ่งหูชิงม่อลูบหัวเหมยฉิว "เอาเวลาไหนไปนอน ตระกูลหลี่ยืนกรานไม่รู้เรื่องหอซานเหอ ได้ยินว่าเมืองหลวงส่งคนมาร่วมสอบสวนด้วย ที่ว่าการทำอะไรไม่ได้ ส่วนโจรปีศาจผู้อยู่เบื้องหลัง ก็ไร้ร่องรอย
"จวนอ๋องออกคำสั่งตาย ให้ทุกคนตามหาไอปีศาจเขาจื่อฮุยเป็นหลัก ถ้าวันนี้ยังไม่เจอเบาะแส ก็จะแจ้งเมืองหลวง ให้ท่านเจ้ากรมโหรหลวงมาตรวจสอบด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้นข้าจะแนะนำเจ้าให้รู้จักพอดี"
?
เซี่ยจิ้นฮวนแทบสะดุดขาตัวเอง เจ้ากรมโหรหลวงคืออาวุธนิวเคลียร์ของต้าเฉียน ถ้ามาตรวจไอปีศาจเขาจื่อฮุยจริง เขาหนีแทบไม่ทัน จะกล้าไปเสนอหน้าแนะนำตัวได้ไง
พอรู้ว่าหายนะกำลังจะมาเยือน เซี่ยจิ้นฮวนก็สีหน้าเคร่งเครียด
"ไอปีศาจเขาจื่อฮุย เก้าในสิบต้องเป็นฝีมือโจรปีศาจเบื้องหลัง หาเบาะแสไม่เจอจริงๆ เหรอ?"
ลิ่งหูชิงม่อส่ายหน้า "หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่หลี่ซื่อจงและตระกูลหลี่ แต่ไม่มีพยานบุคคลที่มีชีวิต จุดน่าสงสัยก็คือสามข้อที่เจ้าบอกเมื่อวาน แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีโจรปีศาจใส่ร้าย"
เซี่ยจิ้นฮวนเมื่อวานก็ไม่ได้พูดมั่วๆ พวกเขาได้หลักฐานปุ๊บ ตัวการก็บ้าคลั่งปั๊บ กุนซือก็ตาย โลกนี้มันจะบังเอิญขนาดนั้นได้ไง
เขานึกทบทวนเหตุการณ์ช่วงนี้ จู่ๆ ก็ถาม
"จริงสิ คืนก่อนเจ้ากลับไปชันสูตรศพไม่ใช่เหรอ? สถานการณ์เป็นยังไง?"
"ตรวจไม่เจออะไรเลย เน่าเปื่อยเกินไป หนอนขึ้นเต็มไปหมด เหมือนกับ..."
ลิ่งหูชิงม่ออยากจะเปรียบเทียบ แต่หาคำบรรยายฉากสยดสยองนั้นไม่ได้ ก็เอียงคอ
"ที่ว่าการอำเภออยู่ใกล้ๆ เจ้าจะไปดูด้วยตาตัวเองไหม?"
เซี่ยจิ้นฮวนถ้าไม่ช่วยหาเรื่องให้โจรปีศาจกับตระกูลหลี่ ลู่ไร้สัจจะก็คงมาหาเขาแล้ว รีบประคองเหมยฉิวเดินไปทางถนนเหวินเฉิง
"ป่ะ ไปดูกัน"
ลิ่งหูชิงม่อนำทาง เดินไปไม่กี่ก้าว ก็มองไปที่กระบี่ข้างเอวเซี่ยจิ้นฮวน
"กระบี่เล่มนี้รูปแบบเขาจื่อฮุย ได้มาจากไหน?"
เซี่ยจิ้นฮวนสองวันก่อนไม่กล้าชักกระบี่ต่อหน้าแม่นางม่อ แต่ถ้าคบกัน ยังไงก็ปิดไม่มิด เขาเตรียมข้ออ้างไว้แล้ว ดีดนิ้วโชว์คำว่าเจิ้งหลุนบนตัวกระบี่
"กระบี่อาคมเขาจื่อฮุยชื่อเสียงโด่งดัง ข้าได้ยินมานาน เลยซื้อของก็อปเกรดเอมาเล่มนึง เจ้าดูสิเหมือนของจริงไหม?"
กระบี่อาคมเขาจื่อฮุยหน้าตาเหมือนกันหมด แค่สลักคำต่างกัน กระบี่เจิ้งหลุนหายสาบสูญไปร้อยปี ศิษย์รุ่นปัจจุบันไม่มีใครเคยเห็นของจริง
ลิ่งหูชิงม่อคงไม่คิดว่าเป็นของแท้ดั้งเดิม กวาดตามอง
"เนื้อดี ต้นทุนน่าจะไม่น้อย ซื้อมาเท่าไหร่?"
เซี่ยจิ้นฮวนเก็บกระบี่อย่างโล่งอก
"ห้าสิบตำลึง เท่ากับค่าตัวเหมยฉิวร้อยตัว!"
"ห๊ะ?!"
ลิ่งหูชิงม่อยกเหมยฉิวขึ้นมาดูซ้ายดูขวา
"มันถูกขนาดนี้เลยเหรอ?"
"กุ๊จิ~"
"ฮ่าๆ..."
ทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อย ไม่นานก็เดินพ้นทางแยก เห็นรถม้าหรูหราจอดอยู่หน้าประตูจวนท่านหญิงอันวิจิตรตระการตา
สาวใช้น่ารักหลายคนยืนรอ รอบๆ มีทหารวังเกราะสวยงาม หลิวชิ่งจือยืนรวมอยู่ในแถว น่าจะมาเป็นกองเกียรติยศ
พ่อบ้านโหวหน้าตาอัปลักษณ์ ถือพัดยืนอยู่บนบันได กำลังตะโกนเรียกสินบนจากคุณชายชุดแพร
"จะเจอตัวท็อปถนนนางโลม ยังต้องจ่ายค่าน้ำชาห้าตำลึง เจ้านายข้าค่าตัวสูงกว่านางโลมเยอะ คุณชายหลิวจ่ายแค่สิบตำลึง ก็คิดจะฝากคำพูด?"
"ชู่วๆ พ่อบ้านโหว พูดแบบนี้ไม่ได้ ท่านหญิงจะไปเปรียบกับหญิงงามเมืองได้ยังไง หากท่านหญิงได้ยิน..."
"ได้ยินก็แค่หมิ่นราชวงศ์! ข้าโหวเป็นบ่าวตระกูลจ้าว อย่างมากก็โดนตบ แต่คุณชายหลิวไม่เหมือนกัน..."
"ก็ได้ๆ ข้าจ่าย..."
"เมื่อกี้ถามแล้ว ท่านหญิงไม่รับแขก"
"เจ้า!"
...
เซี่ยจิ้นฮวนเห็นท่าทางรังแกคนแบบนี้ รู้สึกสมกับหน้าตาพ่อบ้านโหวจริงๆ
"ทำอะไรกันน่ะ?"
ลิ่งหูชิงม่อชินแล้ว อาจจะกลัวเพื่อนเห็น เลี้ยวเข้าซอยข้างทาง
"ท่านหญิงฉางหนิงรูปโฉมงดงาม แถมมีอำนาจ คนชอบเยอะแยะ มีคนมาหาทุกวัน ท่านหญิงเลยให้พ่อบ้านโหวคอยกันอยู่ข้างนอก"
"อ๋อ"
...
(จบแล้ว