- หน้าแรก
- สลบไปสามปี รู้ตัวอีกทีข้าก็กลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง
- บทที่ 16 - อาวุธวิเศษ
บทที่ 16 - อาวุธวิเศษ
บทที่ 16 - อาวุธวิเศษ
ตลาดจอแจไปด้วยผู้คน สองคนกับอีกหนึ่งนกยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงมุมร้าน จ้องมอง 'กางเกง' รูปทรงประหลาดในมือหญิงสาวด้วยความงุนงง
เซี่ยจิ้นฮวนเดิมทีกำลังชื่นชมแม่นางมารเย่ พอเห็นกางเกงสุดวาบหวิว สีหน้าก็แข็งค้างทันที คิดในใจ
ต้าเฉียนมีของพรรค์นี้ด้วยรึ?
ข้าอยู่มาสิบกว่าปีทำไมไม่เคยเห็น?
นี่มันหลุดโลกเกินไปแล้วไหม?
หลินหว่านอี๋ถือกางเกง แม้จะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ใบหน้างดงามดั่งดอกโบตั๋นล่มเมืองกลับเขียวคล้ำไปแล้ว!
นางเข้านอกออกในจวนขุนนางบ่อยครั้ง ย่อมเคยเห็นของแบบนี้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่านี่จะเป็นของที่ออกมาจากสำนักศึกษาตานหยาง
สำนักศึกษาฝ่ายขงจื๊ออันทรงเกียรติ ไฉนจึงเอาไหมวิญญาณน้ำแข็งที่เป็นวัสดุชั้นดี มาทำของล่อลวงบุรุษเช่นนี้?
อาจเพราะไม่เชื่อสายตา หลินหว่านอี๋จึงหยิบผ้าสีดำอีกชิ้นในถุงออกมาคลี่ดู
ผลลัพธ์ก็ไม่ผิดคาด เอี๊ยมบางเบาเนื้อเดียวกันปรากฏแก่สายตา แถมยังเป็นทรงสามเหลี่ยม ปิดแค่ส่วนสำคัญแต่เผยให้เห็นเอวคอดกิ่ว ดูเป็นผู้ใหญ่และเย้ายวนใจ...
บนเอี๊ยมยังปักลวดลายดอกบัวและปลาคาร์ปดูมีชีวิตชีวา ยามแสงตกกระทบจะสะท้อนสีสันงดงาม ดูไปดูมาก็สวยดีเหมือนกัน...
เซี่ยจิ้นฮวนใช้ชีวิตในเมืองหลวงมาสิบหกปี ก็ไม่นึกว่าโลกนี้จะมีชุดชั้นในเซ็กซี่
เห็นขนตาของหลินหว่านอี๋สั่นระริก รังสีอำมหิตเริ่มแผ่ซ่าน เขาจึงรีบปลอบใจ
"ศิษย์อาจารย์ในหอสรรพาวุธล้วนสร้างแต่อาวุธวิเศษพิสดาร ของสิ่งนี้อาจจะมีกลไกอะไรซ่อนอยู่ก็ได้?"
หลินหว่านอี๋คิดดูก็มีเหตุผล ไหมวิญญาณน้ำแข็งราคาแพงระยับ เอามาทำเอี๊ยมเปลืองของแย่ ของสิ่งนี้ต้องมีลูกเล่นซ่อนอยู่ ดีไม่ดีอาจเป็น 'อาวุธวิเศษ'
อาวุธวิเศษคืออุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุพิเศษ ตอบสนองต่อลมปราณ ปกติแบ่งตามระดับขั้นผู้ใช้ ศิษย์ทั่วไปใช้ระดับเจ็ด ศิษย์สายในระดับสี่ ส่วนศิษย์เอกอย่างลิ่งหูชิงม่อ กระบี่ 'เงาไผ่' ของนางคืออาวุธวิเศษระดับหนึ่ง
ส่วนพวกเสื้อผ้า หรือจานแปดทิศ ที่เป็นสายสนับสนุน ไม่แบ่งระดับ ดูแค่ฟังก์ชั่นและราคา
หลินหว่านอี๋คิดได้ดังนั้น ก็ลองถ่ายลมปราณลงไปในชุด
เซี่ยจิ้นฮวนไม่รู้จะวิจารณ์ยอดฝีมือช่างท้องถิ่นยังไงดี ได้แต่ปลอบว่า
"ดูจากฝีมือและวัสดุ นับว่าวิจิตรบรรจง ราคาตลาดไม่ต่ำกว่าร้อยตำลึงแน่ ได้มาสามสิบตำลึงถือว่ากำไรเละ หรือจะลองใส่แก้ขัดไปก่อน?"
"ชิ~"
หลินหว่านอี๋จะกล้าใส่ของอำนวยความสะดวกให้ผู้ชายแบบนี้ได้ยังไง?
ถ้าจื่อซูมาเห็นเข้า มีหวังนางโดนล้อว่าเป็นน้าสาวร่านรักจนตายแน่?
แถมถ้าแอบซื้อยังพอว่า สวยดีใส่เล่นก็ได้ แต่เซี่ยจิ้นฮวนยืนหัวโด่ดูอยู่เนี่ยนะ!
นางจะใส่ให้เซี่ยจิ้นฮวนดูรึ?
หลินหว่านอี๋หน้าแดงก่ำ รู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติอย่างแรง หันหลังจะกลับไปคิดบัญชีที่ร้าน
แต่หน้าร้านเขียนตัวเบ้อเริ่มว่า 'ซื้อแล้วห้ามคืน กำไรขาดทุนรับผิดชอบเอง' ไปหาเรื่องก็ดูจะไร้เหตุผล
หลินหว่านอี๋เจ็บใจ หันไปมองเซี่ยจิ้นฮวน
"เจ้ารู้อยู่แล้วใช่ไหม เลยยุให้ข้าซื้อ!"
เซี่ยจิ้นฮวนผายมือ "ข้ามีปัญญาขนาดนั้นคงไม่ต้องจ้างเจ้าปรุงยาแล้ว อุตส่าห์ได้รางวัลใหญ่ อย่าทำเหมือนขาดทุนสิ ของยกให้เจ้าหมด ข้าไม่ได้ใช้ ไม่ต้องแบ่งแล้ว ไปทำธุระกันเถอะ"
"..."
หลินหว่านอี๋อยากให้เซี่ยจิ้นฮวนชดใช้เงินสามสิบตำลึงใจจะขาด แต่ของนี้เป็นของฟุ่มเฟือย ต้นทุนไม่ต่ำกว่าร้อยตำลึง อั้นอยู่นาน สุดท้ายก็ยัดของเข้าอกเสื้อ ควักตั๋วแลกเงินใบหนึ่งแปะที่อกเซี่ยจิ้นฮวน
"ช่างเถอะ ข้ายอมรับดวงซวย ไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก ยังไงข้าก็ไม่ใส่ของพรรค์นี้..."
เซี่ยจิ้นฮวนรู้สึกว่าหลินหว่านอี๋กลับไปต้องแอบใส่แน่ แต่เขาคงไม่มีบุญตาได้เห็น ได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม เดินตามหลังไป...
ไม่นานนัก ณ ร้านสมุนไพรขนาดใหญ่บนถนนจินเหมิน
องครักษ์เจี่ยเจิ้งยืนรออยู่นอกธรณีประตู เซี่ยจิ้นฮวนยืนอยู่ตรงประตู กวาดสายตามองตลาดที่คึกคัก
เจ้าเหมยฉิวมองเนื้อตากแห้งในกระด้งด้วยความสงสัย ดูท่าอยากจะงับสักคำ
หลินหว่านอี๋นั่งอยู่ในห้องรับรอง เจรจากับพ่อค้าพุงพลุ้ย
"ราคาตลาดแค่หกสิบตำลึงต่อหนึ่งสลึง ราคานี้แพงเกินไปแล้ว..."
"นั่นมันราคาช่วงฤดูใบไม้ผลิ เข้าฤดูใบไม้ร่วงดอกไม้วายหมด ขายสลึงหนึ่งก็หายไปสลึงหนึ่ง ข้าเห็นแก่ชื่อเสียงท่านหมอหลิน ถึงยอมเฉือนเนื้อแบ่งให้สองตำลึง ถ้าเก็บไว้ขายหน้าหนาว กำไรบานเบอะ..."
"เฮ้อ~ แปดสิบตำลึง ถือว่าซื้อขายกันยาวๆ..."
...
เซี่ยจิ้นฮวนรู้ว่าสมุนไพรวิเศษราคาแพง แต่พอมาซื้อเองถึงรู้ว่าน่ากลัวขนาดไหน หนึ่งสลึงเท่ากับเงินเดือนพ่อเขาหลายเดือน แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ยาระดับสามสี่ยังขนาดนี้ ถ้าระดับเหนือชั้น ราคาคงประเมินค่าไม่ได้
เจรจากันอยู่นาน ในที่สุดดอกไป๋หยางสองตำลึง ก็ตกลงกันที่ราคาหนึ่งพันหกร้อยตำลึง ได้มาแค่กล่องเล็กเท่าฝ่ามือ ยังเล็กกว่ากล่องใส่เอี๊ยมเมื่อกี้เสียอีก
หลินหว่านอี๋ประคองกล่องยาราคาพันตำลึงอย่างระมัดระวัง เดินออกมาสั่งงาน
"เจี่ยเจิ้ง เจ้ากลับไปสืบดูว่าที่ไหนมีดอกหญ้ามังกรขายอีก เตรียมไว้เยอะๆ หน่อย เข้าฤดูใบไม้ร่วงราคาขึ้นทุกวัน ช้าวันเดียวเสียเงินเพิ่มบาน"
"ได้ครับ ข้าจะรีบไปสืบดู"
เซี่ยจิ้นฮวนเดินตามมา อยากจะขอกล่องมาดูสมุนไพรราคาแพงระยับ แต่กฎของวงการปรุงยา ห้ามคนนอกจับต้องสมุนไพร เดี๋ยวทำยาเสีย เลยได้แต่ระงับความอยากรู้
สามคนเดินไปด้วยกัน ไม่นานก็ออกจากซุ้มประตูทอง มาถึงลานจอดรถม้าข้างถนนจินเหมิน
เจี่ยเจิ้งเดินไปแก้เชือกม้า หลินหว่านอี๋ขึ้นรถก่อน
เซี่ยจิ้นฮวนในฐานะแขก จะแย่งขึ้นก่อนก็เสียมารยาท เลยแบกเจ้าเหมยฉิวยืนชมวิว
แต่พอหลินหว่านอี๋เตรียมจะผลักประตูรถ เซี่ยจิ้นฮวนหูกระดิก สัมผัสถึงความผิดปกติ หันขวับไปมองคอกม้าไม่ไกล
หลินหว่านอี๋มัวแต่คิดเรื่องชุดชั้นในวาบหวิว ไม่ทันระวัง ผลักประตูรถออกไป
ทันใดนั้น ช่องว่างเหนือประตูรถก็มีผงสีดำร่วงกราวลงมา
ซ่า~
วูบ!
หลินหว่านอี๋ยังไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกว่าข้างหลังมีลมหมุน เงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิดดั่งสายฟ้า คว้าเอวนางกระชากออก พร้อมชักกระบี่เจิ้งหลุนควงเป็นกงล้อ ปัดป้องผงพิษจนเข้าไม่ถึงตัว!
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
เซี่ยจิ้นฮวนมือเดียวโอบเอวหลินหว่านอี๋ กระโดดถอยหลังไปยืนที่โล่ง พบว่ามือขวาที่เปิดประตูของหลินหว่านอี๋ ยังเปื้อนผงสีดำอยู่บ้าง จึงยกกระบี่ขึ้น
"พิษอะไร?"
หลินหว่านอี๋กำลังงง เห็นวีรบุรุษช่วยสาวงามอย่างเซี่ยจิ้นฮวน เตรียมจะตัดปัญหาด้วยการตัดมือนางทิ้ง ก็ตกใจรีบหดมือไปข้างหลัง
"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร น่าจะเป็นผงเลือดแข็ง ข้ามีวิธีแก้พิษ"
เซี่ยจิ้นฮวนรู้ว่าผงเลือดแข็งเป็นพิษร้ายแรง แต่หมอผีสายพิษกู่น่าจะไม่กลัว เก็บกระบี่แล้วมองไปที่คอกม้า
"ออกมา!"
เจี่ยเจิ้งยังไม่รู้เรื่อง ได้ยินเสียงถึงชักดาบมาคุ้มกันหลินหว่านอี๋
ตึก ตึก...
ไม่นาน ข้างคอกม้าไม่ไกล ก็มีเงาร่างเดินออกมา
เป็นชายวัยสามสิบกว่า สวมชุดผ้ากระสอบ ผมเผ้ารวบไว้ลวกๆ บนไหล่แบกดาบตัดม้ายาวห้าศอก ท่าทางสบายๆ
"ขนาดนี้ยังเจอตัวข้าได้ เจ้าหนูหูดีใช้ได้นี่"
สัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา เจี่ยเจิ้งถือดาบระวังตัว
"ท่านเป็นใคร? ทำไมต้องลอบกัด?"
ชายแบกดาบมายืนตรงหน้า มองเซี่ยจิ้นฮวนแล้วเชิดคาง
"ดาบเดียวฟู่ตงผิง ไม่รู้ชื่อนี้ เจ้าหนูเคยได้ยินไหม"
"ฟู่ตงผิง..."
เซี่ยจิ้นฮวนไม่เคยได้ยินแน่นอน
เจี่ยเจิ้งกระซิบเตือน "โจรป่าแดนตานโจว เดือนก่อนปล้นสำนักคุ้มกันภัยที่เขาลูกรัง ฆ่าไปสามศพ ล้วนตายในดาบเดียว จนป่านนี้ยังจับไม่ได้ ประกาศจับแปะหน้าเมืองตั้งนานแล้ว ได้ยินว่าเข้าสู่ยุทธ์ขั้นหก ถนัดเพลงดาบ บ้าตัณหารักเงิน..."
พบว่าเป็นยอดฝีมือขั้นหก หลินหว่านอี๋ขมวดคิ้ว รู้ว่างานเข้าแล้ว
นางแม้จะไม่กลัวพิษ รับมือคนระดับนี้ได้สบาย แต่วิชาหมอผีจะมาใช้กลางเมืองได้ยังไง
เจี่ยเจิ้งสู้ไม่ได้ เซี่ยจิ้นฮวนเพิ่งยี่สิบ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็คงแค่สูสี เจอโจรโหดแบบนี้...
หลินหว่านอี๋มองซ้ายมองขวา อยากจะตะโกนเรียกมือปราบ แต่อนิจจาแถวนี้มีแต่คนขับรถม้า เห็นท่าไม่ดีก็วิ่งหนีกันหมด นางเริ่มร้อนใจ...
เซี่ยจิ้นฮวนไม่มีความกดดัน แต่โมโหมาก
หลินหว่านอี๋คือฟางเส้นสุดท้ายของเขา ถ้าไม่ได้ยารีบอัพเวล เขาความแตกเมื่อไหร่ก็ตาย แถมยังไม่ได้ฝังแม่อาวุโสกลับหลุม
มาลอบสังหารหลินหว่านอี๋ นี่มันฆ่าเขาทางอ้อมชัดๆ?
เซี่ยจิ้นฮวนอยากจะตบมดปลวกตัวนี้ให้ตายคามือ แต่ตามธรรมเนียมก็ต้องถามก่อน
"ใครส่งเจ้ามา?"
ฟู่ตงผิงไม่รู้ตัวว่ากำลังรนหาที่ตาย สายตาเย่อหยิ่ง
"กฎยุทธภพ บอกไม่ได้"
"ยาแก้อยู่ไหน?"
"บอกไม่ได้"
เซี่ยจิ้นฮวนขมวดคิ้ว "ดาบของเจ้า ถ้าแข็งได้สักครึ่งของปากเจ้า ข้าคงนับถือว่าเป็นยอดคน"
ฟู่ตงผิงหรี่ตาลง "เจ้าหนูนี่ปากดีจริง ลูกวัวไม่กลัวเสือ ไม่ใช่คำชมหรอกนะ..."
เคร้ง!
เสียงยังไม่ทันขาดคำ เสียงกระบี่กรีดร้องแหลมสูงก็ดังขึ้นใต้ฟ้าคราม!
(จบแล้ว)