- หน้าแรก
- สลบไปสามปี รู้ตัวอีกทีข้าก็กลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง
- บทที่ 12 - นี่มันคนที่ข้าตามหาไม่ใช่รึ?
บทที่ 12 - นี่มันคนที่ข้าตามหาไม่ใช่รึ?
บทที่ 12 - นี่มันคนที่ข้าตามหาไม่ใช่รึ?
ชั้นสองโรงหมอตระกูลหลิน ในห้องตรวจกว้างขวาง
ฮูหยินหลิวผู้สวมเครื่องประดับทองหยกรุงรัง ลุกขึ้นโดยมีสาวใช้ประคอง ในมือถือกล่องยา กล่าวขอบคุณ
"รบกวนน้องหลินจริงๆ ว่างๆ ไปนั่งเล่นที่บ้านนะ จะได้คุยกันต่อ"
"แน่นอนเจ้าค่ะ ฮูหยินหลิวเดินทางปลอดภัย"
"ไม่ต้องส่งหรอก น้องหลินเกรงใจไปแล้ว..."
...
หลินหว่านอี๋ลุกขึ้นส่ง ดวงตาโค้งยิ้มแย้ม ท่าทางมีความรู้ ดูเหมือนดอกโบตั๋นงามสง่าที่ค่อยๆ บาน
แต่พอฮูหยินหลิวเดินออกจากห้องตรวจ ความระอาใจก็ปรากฏบนหน้าผากของหลินหว่านอี๋
ในฐานะหมอหญิงชื่อดังจากเมืองหลวง หลินหว่านอี๋เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคบหากับบรรดาฮูหยินเศรษฐีในเมือง
สตรีในตระกูลเศรษฐี ช่างพูดยากจริงๆ พอรู้ว่านางปรุงยาเก่ง ก็สรรหาวิธีมาหลอกเอายาปลุกกำหนัด เพราะนางเป็นกันเอง ฮูหยินที่สนิทกันแล้วก็มักจะเล่าเรื่องในมุ้งให้ฟัง
หลินหว่านอี๋ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ฟังจนคุ้นหู ท่าทางสิบแปดกระบวนท่าจำได้ขึ้นใจ จะให้เต็มใจฟังได้ยังไง?
แต่จะปฏิเสธคนไข้ก็ไม่ได้ รู้สึกว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป นางคงกลายเป็นนางมารนิกายหมอผีเข้าจริงๆ
ข้างโต๊ะน้ำชา สาวใช้ฉินเหวินที่กำลังเก็บกาน้ำชา พอฮูหยินหลิวลงบันไดไป ก็บ่นอุบ
"พวกฮูหยินพวกนี้นี่นะ ป่วยมาขอยาไม่ว่า ไม่ป่วยยังมาเซ้าซี้ถามนู่นถามนี่ โดยเฉพาะฮูหยินหยาง สามีตัวล่ำบึ้กขนาดนั้น ยังมาวุ่นวายคุณหนูอีก นางไม่กลัวเป็นอัมพาตคาเตียงรึไง?"
"ฮูหยินหยางเห็นว่าสามีทื่อมะลื่อ ไม่รู้จักรสชาติรัก เลยมาขอคำแนะนำ"
"ฮูหยินหยางไม่รู้ แล้วคุณหนูจะรู้รึ? คุณหนูยังไม่ออกเรือน เป็นหมอชื่อดังจากเมืองหลวงแท้ๆ กลับถูกพวกฮูหยินมองเป็น 'กูรูเรื่องบนเตียง' ซะงั้น..."
"พอได้แล้ว พูดมั่วซั่วคนอื่นได้ยินจะทำยังไง?"
หลินหว่านอี๋เดินไปนั่งหลังโต๊ะหนังสือ หยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน
"การสอบฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ นักเรียนที่โรงหมอให้ทุน ผลเป็นยังไงบ้าง?"
ฉินเหวินเป็นแม่บ้านส่วนตัว ได้ยินคำถามยิ่งหน้าบึ้ง เข้ามาเก็บชุดน้ำชา
"จะเป็นยังไงได้เจ้าคะ? นอกจากคุณหนูจื่อซูที่สอบได้คะแนนดี คนอื่นอย่างเก่งก็ได้แค่ระดับ 'อี้' (ดี) ข้าก็ไม่เข้าใจ คุณหนูส่งเสียเด็กตั้งมากมายในเมืองหลวง มาตานหยางก็ทำเหมือนเดิม ปีๆ หนึ่งเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่ ไม่เห็นจะมีใครได้ดิบได้ดีเป็นขุนนางใหญ่โตสักคน บ้านเจ้าที่ดินก็ไม่ได้เหลือเฟือนักนะเจ้าคะ..."
หลินหว่านอี๋ส่งเสียเด็กยากจนมากมาย ไม่ใช่แค่เพื่อทำบุญ แต่เพราะติดหนี้บุญคุณใหญ่หลวงกับนิกายหมอผี ต้องหาทางเอาของวิเศษชิ้นหนึ่งมาใช้หนี้ ในเมืองหลวงหาไม่ได้ เลยต้องมาหาช่องทางที่ตานหยาง
แต่การพัวพันกับนิกายหมอผีเป็นเรื่องต้องห้าม แม้แต่สาวใช้คนสนิทก็บอกไม่ได้ หลินหว่านอี๋ขยับแว่นตาเล็กน้อย
"ทำบุญส่งเสริมการศึกษาเป็นการสะสมกุศล เรียนไม่จบก็ช่วยไม่ได้ หน้าหนาวใกล้เข้ามา จะมีนักเรียนมากมายมาเรียนที่สำนักศึกษา เจ้าช่วยดูๆ หน่อยว่ามีใครหน่วยก้านดีบ้าง..."
"ยังจะหาอีกเหรอ? นี่ก็ส่งเสียไปเจ็ดแปดคนแล้วนะ..."
"บอกให้ไปก็ไปสิ!"
...
ตึก ตึก ตึก...
เจ้านายลูกน้องกำลังคุยกัน เด็กฝึกงานคนหนึ่งก็วิ่งขึ้นบันไดมา ชะโงกหน้าเข้ามาจากประตู แววตาตื่นเต้น
"นายหญิง ข้างล่างมีคุณชายมาขอพบ อ้างชื่อว่าเซี่ยจิ้นฮวน"
"เซี่ยจิ้นฮวน?"
หลินหว่านอี๋ชะงักมือที่เปิดสมุด นึกถึงจอมยุทธ์หนุ่มเมื่อคืน รีบลุกขึ้น
"รีบเชิญขึ้นมา..."
...
ครู่ต่อมา
เซี่ยจิ้นฮวนแบกเจ้าเหมยฉิวที่หันซ้ายหันขวา เดินตามเด็กฝึกงานขึ้นมาที่ชั้นสอง เจอหลินหว่านอี๋รูปร่างสูงโปร่ง ยิ้มแย้มเดินเข้ามาหา
"คุณชายเซี่ย เมื่อครู่รับคนไข้ เลยล่าช้าไปหน่อย เสียมารยาทแล้ว"
ทำงานเป็นหมอในโรงหมอ หลินหว่านอี๋แต่งกายดูมีความรู้ สวมกระโปรงจับจีบเอวสูงสีเขียวอ่อนทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่ง ยามเดินเหินดูอ่อนช้อยงดงาม หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมน้อยๆ
เซี่ยจิ้นฮวนมองสำรวจ นึกภาพไม่ออกเลยว่าสาวงามอ่อนหวานเรียบร้อยแบบนี้ จะเป็นนางมารนิกายหมอผีที่เลี้ยงผีเลี้ยงพราย เดินเข้าไปคารวะ
"แม่นางหลินเกรงใจไปแล้ว"
"กุ๊จิ~"
"คุณชายเชิญนั่ง นกตัวนี้สวยจังเลยนะเจ้าคะ"
หลินหว่านอี๋สมชื่อ กิริยามารยาทดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกอ่อนโยนดุจสายน้ำ เชื้อเชิญเซี่ยจิ้นฮวนนั่งที่โต๊ะน้ำชา สะบัดแขนเสื้อรินชาให้
"เมื่อวานคุณชายยื่นมือเข้าช่วย ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเลย ละอายใจนัก"
"เรื่องเล็กน้อย..."
เป้าหมายของเซี่ยจิ้นฮวนชัดเจน คือมาขอยาเพิ่มพลัง คุยสัพเพเหระสองสามคำ ก็เบนสายตาไปที่แว่นตาของหลินหว่านอี๋
"แม่นางหลินดูเหมือนจะมีพื้นฐานวรยุทธ์ ถ้าฝึกร่างกายมาแต่เด็ก สายตาไม่น่าจะมีปัญหา แม่นางสวมสิ่งนี้ แสดงว่าวิชามีข้อบกพร่องรึเปล่า?"
หลินหว่านอี๋กำลังหยอกล้อเจ้าเหมยฉิวที่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก ได้ยินคำถามรอยยิ้มก็แข็งค้างเล็กน้อย
หลังจากกราบเข้าสำนักนิกายหมอผี ร่างกายของนางก็มีปัญหาจริงๆ มีไอเย็นหยินสะสมในกาย ทุกคืนเดือนมืดจะเจ็บหน้าอก สายตาก็ได้รับผลกระทบ
แต่วิชาของนิกายหมอผี ไม่มีผลข้างเคียงสิถึงจะแปลก เรื่องนี้จะให้คนนอกรู้ได้ยังไง หลินหว่านอี๋ส่ายหน้ายิ้มๆ
"คุณชายเข้าใจผิด ข้าอ่านตำราแพทย์มาตั้งแต่เด็ก อาจจะใช้สายตามากเกินไป"
เซี่ยจิ้นฮวนเห็นหลินหว่านอี๋ไม่ยอมรับ ก็ทำท่าตรวจดูโหงวเฮ้ง
"ข้าดูสีหน้าแม่นางหลิน เหมือนไอหยินจะเกินขนาด ในกายมีไอเย็นสะสม วิชามีปัญหา เบาะๆ ก็ธาตุไฟเข้าแทรก หนักหน่อยก็ถึงตาย ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ หากแม่นางหลินมีโรคประจำตัวจริงๆ..."
"?"
หลินหว่านอี๋ตะลึง ยกมือลูบแก้มเนียนนุ่ม คิดในใจ
ดูแค่นี้ก็รู้เลยเหรอ?
เจ้าเปิดเนตรทิพย์รึไง?
เห็นเซี่ยจิ้นฮวนมั่นใจขนาดนี้ หลินหว่านอี๋กลัวเขาจะมองทะลุถึงรากเหง้า จึงตัดบท
"ข้าเป็นหมอ ฝีมือการรักษาในตานหยางก็พอมีชื่อเสียง ร่างกายตัวเองย่อมดูแลได้ คุณชายกังวลเกินไปแล้ว"
เซี่ยจิ้นฮวนเห็นหลินหว่านอี๋ปากแข็ง ก็จนปัญญา
เขาจะให้พูดว่าไง? "แม่นางหลิน แม่นางคงไม่อยากให้เรื่องที่เป็นนางมารนิกายหมอผี แพร่งพรายออกไปใช่ไหม?"
ตอนนี้เรื่องวุ่นวายก็เยอะพอแล้ว ขืนหลินหว่านอี๋กลัวความลับรั่วไหล แล้วเสกคุณไสยใส่เขา ไม่เท่ากับหาเหาใส่หัวรึ?
เซี่ยจิ้นฮวนกำลังเรียบเรียงคำพูด ว่าจะเจาะกระดาษหน้าต่างบานนี้ยังไงดี จู่ๆ เจ้าเหมยฉิวที่เกาะอยู่บนตัก ก็เอียงคอจ้องกระบี่เจิ้งหลุนที่เอวเขา
"กุ๊จิ?!"
แล้วก็เหมือนเห็นผี รีบบินหนีออกทางหน้าต่างไป
เซี่ยจิ้นฮวนเห็นท่าทางก็รู้ว่าผีสาวเริ่มออกฤทธิ์แล้ว และผลก็เป็นไปตามคาด
หลินหว่านอี๋เดิมทีกำลังสงสัย จู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัว ความคิดเริ่มเลือนราง
จากนั้นไอเย็นที่ถูกกดทับไว้ในกาย ก็ปั่นป่วนกระแทกใส่ชีพจรหัวใจทันที ส่งเสียงครางอู้อี้ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดอย่างรวดเร็ว บนมือขาวผ่องมีเส้นเลือดสีดำปูดโปนตามแนวชีพจร ร่างกายโงนเงน ปัดถ้วยชาหกกระจาย
เพล้ง~
เซี่ยจิ้นฮวนชำเลืองมองผีสาวชุดแดงข้างหลังหลินหว่านอี๋ รู้ว่ากำลังช่วยสงเคราะห์ ยกมือประคองโต๊ะน้ำชา สีหน้าเคร่งเครียด
"แม่นางหลิน เป็นอะไรไป? ร่างกายมีปัญหาใช่ไหม?"
"ข้า... ข้า..."
หลินหว่านอี๋รู้สึกแค่ว่าข้างหลังเย็นวาบ เผลอแวบเดียว ไอเย็นที่สะสมก็ฉวยโอกาสโจมตีปอดและอวัยวะภายใน
ตอนนี้ร่างกายสั่นเทา นั่งยังแทบไม่อยู่ ต้องพิงเก้าอี้ พยายามกดข่มความหนาวเหน็บที่แล่นพล่านในอก
แต่มีผีสาวชุดแดงยืนอยู่ข้างหลัง นางจะไปกดอยู่ได้ยังไง จิตใจว้าวุ่นคุมไม่อยู่
เซี่ยจิ้นฮวนเห็นหลินหว่านอี๋ตาลอย รู้สึกว่าเล่นแรงไปหน่อย แอบมองผีสาวชุดแดงข้างหลัง ส่งสายตาบอกให้พอได้แล้ว
เย่หงซางยืนอยู่ข้างหลัง ตอบกลับมาว่า
"ใช้เข็มเงินรวบรวมลมปราณ แทงจุดเทียนติ่งและจูเว่ย"
เซี่ยจิ้นฮวนได้ยินคำชี้แนะ รีบมองหาบนโต๊ะตรวจโรค
หลินหว่านอี๋พยายามข่มอาการ เห็นท่าทางเซี่ยจิ้นฮวน ก็ถามว่า
"คุณ... คุณจะทำอะไร?"
"ข้ามีวิธีช่วยเจ้า เข็มอยู่ที่ไหน? ข้าจะฝังเข็มให้"
"ฝังเข็ม?"
หลินหว่านอี๋เป็นหมอ ย่อมรู้ขั้นตอนการฝังเข็ม
ไอเย็นกระแทกชีพจรหัวใจ ถ้าจะฝังเข็มก็ต้องกระตุ้นจุดชีพจรที่หน้าอก...
งั้นก็ต้องถอดเสื้อ?
หลินหว่านอี๋ก้มมองหน้าอก ในสมองอดไม่ได้ที่จะจินตนาการภาพเหตุการณ์:
เซี่ยจิ้นฮวนกำลังจะพุ่งเข้ามา ไม่สนเสียงร้องห้ามด้วยความอายของนาง บังคับปลดเสื้อนางออก...
นางอยากขัดขืนแต่ไร้เรี่ยวแรงหลบหลีก ได้แต่น้ำตาคลอเบ้าอดทนต่อความอัปยศ...
แบบนี้จะไปได้ยังไง?!
ใบหน้าซีดขาวของหลินหว่านอี๋ปรากฏรอยแดงระเรื่อด้วยความอายระคนร้อนรน เห็นเซี่ยจิ้นฮวนหาเข็มเจอที่ริมหน้าต่าง ก็ดิ้นรนจะลุกขึ้น
"มะ... ไม่ได้ ข้าไม่ให้เจ้า..."
พูดยังไม่ทันจบ ก็เห็นคุณชายชุดขาวข้างโต๊ะ ยืนห่างออกไปกว่าวา ดีดนิ้วมือขวาเบาๆ
ฟิ้ว ฟิ้ว~
เข็มเงินสองเล่มพุ่งแหวกอากาศ เกิดประกายแสงเย็นวาบในห้อง
หลินหว่านอี๋ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะหน้าอกเต็มไปด้วยจุดตาย การใช้เข็มเงินห่อหุ้มลมปราณซัดจุดชีพจรจากระยะไกล พลาดนิดเดียว อาจทำให้นางบาดเจ็บสาหัสได้
หลินหว่านอี๋คิดจะหลบ แต่ไอเย็นโจมตีหัวใจ ขยับตัวลำบาก ยังไม่ทันขยับ เข็มเงินก็ปักเข้าที่ลำคอและลิ้นปี่
"อึก~"
ลมปราณแทรกซึมผ่านเข็มเงินเข้าสู่จุดชีพจร หลินหว่านอี๋ส่งเสียงคราง อาการสั่นเทาทั่วร่างลดลงทันที รู้สึกเหมือนไอเย็นถูกล็อคไว้ระหว่างอกและท้อง
"เจ้า?!"
หลินหว่านอี๋พบว่าเข็มเงินปักลงจุดชีพจรอย่างแม่นยำ ไม่ว่าความลึกหรือลมปราณที่แฝงมาล้วนแม่นยำจนน่าขนลุก สายตาเปลี่ยนจากความอายปนโกรธเป็นความประหลาดใจ
นักบู๊ถนัดโจมตีจุดตายก็จริง แต่เป้าหมายคือฆ่าให้ตายหรือทำให้พิการ ขอแค่แรงถึงก็พอ; แต่หมอฝังเข็ม ต้องคำนึงถึงอะไรมากมาย
หลินหว่านอี๋ฝีมือไม่เลว ดูออกว่าในสถานการณ์ที่คนไข้หายใจไม่สม่ำเสมอ ร่างกายขยับเขยื้อน การซัดจุดชีพจรจากระยะไกล แล้วคุมแรงคุมลมปราณได้เป๊ะขนาดนี้ มันยากขนาดไหน
โดยเฉพาะเข็มหนึ่ง ที่ปักเข้าจุดถานจง (กึ่งกลางหน้าอก)
จุดถานจงอยู่กลางอก ผู้ชายยังพอว่า แต่ผู้หญิงมีเกราะอ่อนป้องกันตามธรรมชาติ
ยิ่งนางสวยประหาร หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้า เข็มเงินยาวเท่านิ้วปกติยังยาวไม่เท่าร่องอกนาง ปกติต้องปลดเสื้อแล้วโกยเนื้อเพื่อฝังเข็ม
แต่เซี่ยจิ้นฮวนแทบไม่ได้เล็ง ดีดเข็มเดียว ในจังหวะที่นางสูดลมหายใจจนเสื้อตึง เข็มก็พุ่งผ่านเสื้อและเอี๊ยม ลอดผ่านร่องอก ปักลงจุดถานจงอย่างแม่นยำ ไม่ทำร้ายผิวหนังรอบข้างแม้แต่น้อย แรงก็พอดีเป๊ะ
ตอนฝังเข็มคาดเดาการเคลื่อนไหวและลมหายใจของนางได้อย่างแม่นยำ ตอนฆ่าคนก็ต้องเหมือนกันแน่
เขาอายุแค่ยี่สิบ ฝีมือเก๋าเกมขนาดนี้ ฝึกมาได้ยังไง?
หลินหว่านอี๋สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ในสมองจู่ๆ ก็ผุดประโยคหนึ่งขึ้นมา:
"นี่... นี่มันคนที่ข้าตามหาไม่ใช่รึ?!"
(จบแล้ว)