เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - แบบนี้ไม่ซวยบรรลัยรึ?

บทที่ 4 - แบบนี้ไม่ซวยบรรลัยรึ?

บทที่ 4 - แบบนี้ไม่ซวยบรรลัยรึ?


ยามค่ำคืน ณ คุกที่ว่าการอำเภอ

ความชื้นและกลิ่นเหม็นเน่าลอยตลบอบอวลในห้องขังมืดสลัว แสงไฟวูบวาบจากคบเพลิงไกลๆ ส่องผ่านลูกกรงทอดเงายาว กองฟางขึ้นราวางอยู่ข้างถังอุจจาระส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ตามร่องอิฐมุมห้องกลายเป็นสวนสนุกของเหาและแมลงสาบ

เห็นภาพที่คุ้นเคยแบบนี้ เซี่ยจิ้นฮวนรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน

เพียงแต่เมื่อก่อนเขายืนอยู่นอกลูกกรง ครั้งนี้ดันมานั่งอยู่ข้างใน

"พี่ชายทั้งสอง เข้าใจผิดกันจริงๆ นะ..."

"หุบปาก! ขยับนิดเดียวตาย!"

ผู้คุมสองคนถือหน้าไม้เจาะเกราะเล็งมาที่ห้องขังด้วยท่าทางตึงเครียด แขนล้าไปหมดแล้วแต่ก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย

เซี่ยจิ้นฮวนถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งหันหน้าเข้าหากำแพงอย่างว่าง่าย มองดูเหากัดกัน

แม้พันธนาการแค่นี้เขาจะสะบัดหลุดได้สบายๆ แต่เขาทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการไปแล้ว ขืนแหกคุกอีกคงกลายเป็นโจรจริงๆ งานนี้เลยต้องให้ความร่วมมือแต่โดยดี

เจ้าเหมยฉิวแม้จะไม่ได้ถูกมัด แต่ด้วยความเรียบร้อยมาตั้งแต่เกิด ก็ไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่อีกมุมหนึ่ง สงสัยหิวโซมาครึ่งวัน อ้าปากจะงับทุกอย่างที่ขวางหน้า

"ห้ามกิน!"

"กุ๊..."

"ห้ามส่งเสียง!"

"กุ๊ (ก็ได้)"

...

หลังจากจ้องตากันอยู่นาน ในที่สุดหน้าห้องขังก็มีความเคลื่อนไหว

ผู้คุมสองคนหันไปมอง เห็นปลัดอำเภอหยางต้าเปียวเดินจ้ำอ้าเข้ามา ก็ถอนหายใจโล่งอก ลดหน้าไม้ลง

"ใต้เท้าหยาง คนนี้เอาแต่บอกว่ารู้จักท่าน..."

"เล็งไว้ก่อน!"

หยางต้าเปียวเห็นภาพในตรอกเมื่อตอนกลางวันแล้วสยอง

ตอนนี้ก็ยังไม่กล้าวางใจ สั่งให้ผู้คุมขู่ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปพิจารณาใกล้ๆ

เซี่ยจิ้นฮวนกลัวหันไปแล้วจะโดนลูกดอกปักหน้า เลยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"พี่หยาง ข้าเอง เซี่ยจิ้นฮวน สองปีก่อนท่านพ่อย้ายไปชายแดนใต้ ผ่านตานหยาง ท่านยังไปส่งตั้งเจ็ดแปดลี้..."

หยางต้าเปียวเคยรับราชการในเมืองหลวง อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายอำเภอเซี่ยเวิน คุ้นเคยกับเซี่ยจิ้นฮวนดี

วันนี้ที่ไม่ได้โยนเซี่ยจิ้นฮวนลงคุกใต้ดินทันที ก็เพราะรู้สึกว่าหน้าตาคล้ายลูกชายเจ้านายเก่า เพียงแต่โตขึ้นมากหน้าเปลี่ยนไป แถมแม่พระโพธิสัตว์บาดเจ็บหนักจนเขารับผิดชอบไม่ไหว ตอนกลางวันเลยไม่มีเวลามาพิสูจน์ความจริง

"เจ้าหันหน้ามาซิ ให้ข้าดูหน่อย"

เซี่ยจิ้นฮวนหันหน้ามา ยิ้มแฉ่งแบบไร้พิษสง

"ไม่เจอกันไม่กี่ปี พี่หยางบึกบึนขึ้นเยอะเลยนะ กล้ามอกนั่นดูน่าเกรงขามชะมัด"

หยางต้าเปียวยืดอกรับคำชมโดยอัตโนมัติ มองพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ยืนยันว่าเป็นลูกชายสหายเก่าจริง ก็ดีใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังสงสัย

"จิ้นฮวน หลายปีมานี้เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา?"

เซี่ยจิ้นฮวนก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปไหนมา อยู่ดีๆ ก็มีวรยุทธ์ พูดความจริงไปเดี๋ยวจะยุ่งยาก เลยต้องยิ้มสู้โกหกไปเรื่อย

"ไปฝึกวิชามาครับ สามปีก่อนท่านพ่อไปชายแดนใต้ กลางทางเจอผู้เฒ่าสันโดษ บอกว่าข้ามีพรสวรรค์ เลยพาข้าไปฝึกวิชาบนเขา เพิ่งจะกลับมาเนี่ยแหละ"

หยางต้าเปียวมองสำรวจผ่านลูกกรง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

"วรยุทธ์เจ้าขนาดนี้ คนธรรมดาสอนไม่ได้แน่ เรียนมาจากสำนักไหน?"

เซี่ยจิ้นฮวนมั่วชื่อไปส่งเดช "หุบเขาวายุวิญญาณ สายเซียนสันโดษ พี่หยางคงไม่เคยได้ยินหรอก"

หยางต้าเปียวไม่เคยได้ยินจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ เปลี่ยนเรื่องถามแทน

"หมายความว่า เจ้าไม่รู้เรื่องพ่อเจ้าเลยรึ?"

เซี่ยจิ้นฮวนมาที่นี่เพื่อสืบข่าวพ่อ พอเห็นสีหน้าหยางต้าเปียวไม่สู้ดี รอยยิ้มก็จางหายไป

"พ่อข้ามีเรื่องอะไร?"

หยางต้าเปียวเงียบไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจเบาๆ

"สามปีก่อน ท่านใต้เท้าเซี่ยเดินทางไปชายแดนใต้ ถึงเมืองเว่ยโจวเจอกับปีศาจ ผู้ติดตามยี่สิบกว่าคนตายเกลี้ยง ข้านึกว่าเจ้าก็เสร็จไปแล้ว ยังดีที่รอดมาได้"

เซี่ยจิ้นฮวนได้ยินดังนั้น หัวใจกระตุกวูบ

แต่เขาจำเรื่องเจอปีศาจได้

ตอนนั้นขบวนเดินทางไปถึงเนินสามแยกเมืองเว่ยโจว ผู้ติดตามตะโกนลั่นว่ามีปีศาจ เขามองผ่านหน้าต่างรถม้าเห็นเงาดำวิ่งวูบวาบในป่า

เขารู้สึกท่าไม่ดี เลยขี่ม้าพาพ่อพยายามตีฝ่าวงล้อม ปีศาจก็ตามไล่ล่า

หลังจากนั้นความทรงจำก็ขาดหายไป

ตามการคาดเดาของเขา ผู้คุ้มกันน่าจะตายบ้าง แต่เขาหนีรอดมาได้ พ่อก็ไม่น่าจะตายที่เนินสามแยก

ตอนนั้นเขาขี่ม้าพาพ่อวัยห้าสิบกว่าหนีมาด้วยกัน

เขาคงไม่เลวระยำถึงขนาดถีบพ่อแท้ๆ ตกรถกลางทางแล้วหนีเอาตัวรอดคนเดียวหรอกนะ?

เขายอมรับว่าเป็นคนบ้ากาม แต่เรื่องเลวทรามแบบนั้นทำไม่ลงหรอก

เซี่ยจิ้นฮวนหันตัวกลับมา ไม่สนใจผู้คุมที่ทำท่าขึงขัง ถามผ่านลูกกรง

"แน่ใจรึ? ตอนนั้นเจอศพไหม?"

หยางต้าเปียวถอนหายใจ "ท่านใต้เท้าเซี่ยมีบุญคุณกับข้า ตอนนั้นข้าถามเจ้าหน้าที่เจ้าของคดี ในที่เกิดเหตุเจอแค่ชิ้นส่วนศพที่ถูกกินเกือบหมด ระบุตัวตนยาก ค้นหาเจ็ดวันไม่เจอ ถึงได้ปิดคดีว่าเสียชีวิตในหน้าที่"

"ใครเป็นคนทำคดีนี้?"

"ผู้ตายเป็นขุนนางราชสำนัก คดีนี้หัวหน้าพันนายต้วนกังแห่งหน่วยองครักษ์ชื่อหลิน เดินทางไปเมืองเว่ยโจวเพื่อสืบสวนด้วยตัวเอง ไม่น่าจะมีข้อผิดพลาด"

หน่วยองครักษ์ชื่อหลินเป็นหน่วยลับส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ต้าเฉียน โครงสร้างคล้ายๆ ตงฉ่างหรือจินอีเว่ย ต้วนกังเป็นถึงหัวหน้าพัน คุมทหารพันกว่านาย อยู่เมืองหลวงก็ถือว่าเป็นคนใหญ่คนโต

ระดับนี้ลงมือเอง ไม่น่าจะพลาด

แต่ตอนนั้นเซี่ยจิ้นฮวนอยู่กับพ่อ ตอนนี้เขายังรอด แล้วองครักษ์ชื่อหลินตรวจไม่เจอ นี่ไม่เรียกว่าน่าสงสัยแล้วจะเรียกว่าอะไร?

ปิดคดีลวกๆ ชัดๆ...

เซี่ยจิ้นฮวนไม่เชื่อว่าพ่อตายแล้ว ออกแรงที่แขน เชือกที่มัดอยู่ก็ขาดผึง

"ข้าต้องกลับเมืองหลวง ไปสืบเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง"

ผู้คุมที่เพิ่งวางใจ เห็นดังนั้นก็สะดุ้งโหยง รีบยกหน้าไม้ขึ้นเล็ง

หยางต้าเปียวเองก็ตกใจ ถอยหลังไปครึ่งก้าว

"เจ้าอยู่นิ่งๆ! เจ้ายังไปไหนไม่ได้!"

"พี่หยาง จำกันได้แล้วยังจะขังข้าอีกเหรอ? วันนี้มันเข้าใจผิดจริงๆ..."

พูดถึงตรงนี้ เซี่ยจิ้นฮวนก็ชะงัก ถามเสียงเบา

"พี่ชายที่ข้าทำร้ายไป คงไม่ถึงตายใช่ไหม?! ข้าแค่เฉี่ยวๆ เองนะ..."

ฟาดทั้งคนทั้งเกราะจนสลบเหมือด เอ็งเรียกว่าแค่เฉี่ยวเรอะ?!

หยางต้าเปียวอยากจะตบมุก แต่ไม่ใช่เวลา เขาทำหน้าเครียด

"เขาไม่เป็นไรมาก เจ้าไปไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้"

เซี่ยจิ้นฮวนเห็นว่าไม่ใช่เพราะเรื่องทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก็สงสัย

"แล้วเพราะอะไร?"

หยางต้าเปียวหันซ้ายหันขวา ขยับเข้าไปกระซิบ

"ช่วงนี้ปีศาจอาละวาดที่ตานหยางบ่อยครั้ง มีคนตายหลายศพ ทางการกำลังตามล่า ผลคือวันนี้ที่ย่านตงซาง เจอสมุนไพรและสมุดบัญชีจำนวนมาก รวมถึงคนร้ายคนหนึ่ง ยืนยันได้ว่าเป็นมือปืนรับจ้างของพวกปีศาจ น่าเสียดาย พอพวกข้าไปถึง ก็โดนเจ้าฆ่าปิดปากหมด..."

"เฮ้ยๆๆ?!"

เซี่ยจิ้นฮวนชะงัก รีบยกมือห้าม

"พี่หยาง ข้าไม่ได้ฆ่าปิดปากนะ! ข้าไปย่านตงซางเพื่อตามหาท่าน บังเอิญไปเจอโจร พวกมันจะฆ่าปิดปากข้า ข้าแค่ป้องกันตัว ข้าเหลือตัวเป็นๆ ไว้ให้ท่านคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้สอบสวนมันรึ?"

หยางต้าเปียวตอนกลางวันจะเอากะจิตกะใจที่ไหนไปสนใจโจร ท่านลิ่งหูใส่เกราะเต็มยศโดนทุบจนน่วม ไม่รู้กระดูกหักหรืออวัยวะภายในช้ำแค่ไหน พวกเขาก็ไม่กล้าขยับส่งเดช ต้องรอหมอหญิงจากสำนักศึกษามาปฐมพยาบาล แล้วเขาต้องคุ้มกันกลับสำนักศึกษา พอกลับมาดูโจร เฉินหยวนคงซดน้ำแกงยายเมิ่งไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องนี้ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ หยางต้าเปียวหน้าเจื่อนเล็กน้อย

"ตอนนั้นสถานการณ์ชุลมุน ช่วยไว้ไม่ทัน ข้าเชื่อเจ้านะ แต่พวกผู้ใหญ่ข้างบน..."

เซี่ยจิ้นฮวนพูดไม่ออก ผายมือกล่าว "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าจริงๆ เมื่อเที่ยงข้าเพิ่งมาถึง ตาเฒ่าแจวเรือที่ท่าเรือ กับคนเฝ้าประตูที่ว่าการเป็นพยานได้..."

หยางต้าเปียวยกมือขึ้น "คนเฝ้าประตูบอกแล้ว ข้ารู้ว่าไม่เกี่ยวกับเจ้า แต่เมื่อคืนวาน ลึกเข้าไปในเขาจื่อฮุย จู่ๆ ก็มีพายุฝนกระหน่ำ ผู้อาวุโสจากเขาจื่อฮุย หออ๋องตาน และสำนักศึกษาตานหยาง ต่างสัมผัสได้ถึงไอปีศาจโลหิตพุ่งเสียดฟ้า..."

"..."

เรื่องนี้ชัดเจนว่าเกี่ยวกับเซี่ยจิ้นฮวนเต็มๆ แถมยังเรื่องใหญ่ด้วย

เซี่ยจิ้นฮวนรู้ด้วยซ้ำว่าไอปีศาจโลหิตนั่นมาจากสุสานสะกดปีศาจที่เขาฟื้นขึ้นมา ข้างในอาจจะมีปีศาจสาวชุดแดงหลุดออกมาด้วย!

เซี่ยจิ้นฮวนไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไปอยู่ในเขาจื่อฮุย ไม่กล้าพูดความจริงแน่ๆ ได้แต่ตีหน้าขรึม

"มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ?"

"อืม"

หยางต้าเปียวเกาะลูกกรง คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความกังวลต่อบ้านเมือง

"ไอปีศาจโลหิตต้องเกี่ยวกับสิ่งชั่วร้ายแน่ หลังกบฏนิกายหมอผี ต้าเฉียนไม่มีปีศาจตนไหนเข้าสู่ขั้นหนึ่งได้อีก แต่ไอปีศาจโลหิตครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าน่าจะมาจาก 'มหาปีศาจเหนือชั้น' ตนใดตนหนึ่ง"

"เหนือชั้น?!"

"ใช่ ท่านอ๋องมีคำสั่งเด็ดขาด ปิดเส้นทางเข้าออกตานโจว ก่อนจะตรวจสอบรู้เรื่อง ห้ามใครออกนอกพื้นที่เด็ดขาด ทุกอำเภอต้องตรวจตราเข้มงวด ใครน่าสงสัยให้จับไว้ก่อน ฆ่าผิดดีกว่าปล่อยหลุด เพื่อป้องกันปีศาจฟื้นคืนชีพ สร้างความเดือดร้อนให้ปวงประชา..."

"..."

เซี่ยจิ้นฮวนไม่นึกว่าเรื่องจะร้ายแรงขนาดนี้

ถ้าเป็นปีศาจกระจอก ราชสำนักคงไม่ทุ่มกำลังคนขนาดนี้ แต่นี่ระดับมหาปีศาจเหนือชั้น ภัยคุกคามเท่ากับข้าศึกบุกชายแดนเลยทีเดียว

ถ้าราชสำนักรู้ว่าเขาออกมาจากสุสานสะกดปีศาจ แถมอธิบายอดีตไม่ได้...

แบบนี้ไม่ซวยบรรลัยรึ?

"พี่หยาง ท่านคงไม่คิดว่าข้าเป็นปีศาจหรอกนะ? ถ้าข้าเป็น ข้าจะเดินมาให้จับเข้าคุกทำไม?"

หยางต้าเปียวตบไหล่ผ่านลูกกรง

"ข้าไม่ได้ว่าเจ้าเป็นปีศาจ แต่เจ้าดันไปพัวพันคดีวันนี้ ใครจะรู้ว่าโจรที่ย่านตงซางกับไอปีศาจหลังเขาจื่อฮุยเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

ตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียด โจรที่ย่านตงซางก็ไม่เหลือรอดสักคน ถ้าเบื้องบนเรียกเจ้าไปสอบสวนจะทำยังไง?

จนกว่าคดีจะจบ เจ้าต้องให้ความร่วมมือ ห้ามไปไหนเด็ดขาด ข้าเชื่อเจ้า แต่พวกผู้ใหญ่ข้างบนไม่แน่"

เซี่ยจิ้นฮวนเห็นว่าแค่ให้ความร่วมมือ ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง หันมองรอบห้องขัง

"หมายความว่าข้าต้องนอนคุกสักพัก?"

หยางต้าเปียวเมื่อก่อนได้รับความเมตตาจากพ่อเซี่ยจิ้นฮวนมาเยอะ ไม่อย่างนั้นตอนย้ายคงไม่ไปส่งตั้งไกล

ตอนนี้จะให้ขังลูกชายผู้มีพระคุณไว้ในคุก ก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไป

"ท่านใต้เท้าเซี่ยดีกับข้ามาก ข้าก็รู้ว่าวันนี้เจ้ามาหาข้าแล้วบังเอิญซวยเจอโจร ข้าจะประกันตัวเจ้า ให้เจ้าออกไปก่อน แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะมาทันทีที่เรียก ห้ามหนีหายไปไหน ถ้าผู้ใหญ่ข้างบนเรียกตัวแล้วข้าหาตัวไม่เจอ..."

เซี่ยจิ้นฮวนแม้จะร้อนตัว แต่เชื่อมั่นว่าตัวเองไม่เกี่ยวกับปีศาจ จะหนีทำไม จึงประสานมือคารวะ

"รบกวนพี่หยางแล้ว ข้าสัญญาว่าจะมาทันทีที่เรียก"

...

แกรก...

สักพัก หยางต้าเปียวก็เปิดประตูห้องขัง ให้ผู้คุมเอาอาวุธมาคืนเซี่ยจิ้นฮวน แต่พอหยิบ 'กระบี่เจิ้งหลุน' ขึ้นมา ก็พิจารณาอย่างละเอียด

"กระบี่เล่มนี้... ทำไมเหมือนกระบี่อาคมปราบมารของนักพรตเขาจื่อฮุยเปี๊ยบเลย? หลายปีมานี้เจ้าไปเรียนวิชาพรตมาด้วยรึ?"

เซี่ยจิ้นฮวนใจหายวาบ ตีหน้าตายตอบกลับ

"พี่หยางก็รู้ ข้าเรียนจับฉ่ายมาตั้งแต่เด็ก ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ดนตรี หมากรุก อักษร ภาพวาด เป็นหมด ช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็ศึกษาไสยเวทย์มาบ้างนิดหน่อย"

"งั้นรึ?"

หยางต้าเปียวรู้ว่าวิชาพรตเข้าถึงยาก จึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ลองร่ายคาถาให้ดูหน่อยสิ"

"..."

เซี่ยจิ้นฮวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กัดฟันยกมือขวาขึ้น รวบรวมลมปราณทั่วร่าง

วูบ...

ลมพัดวูบขึ้นในคุก เป่าฟางบนพื้นกระจาย

หยางต้าเปียวรู้สึกถึงกระแสลมปราณหมุนวนรุนแรงดั่งพายุคลื่นคลั่ง เหมือนกำลังรวบรวมพลังปล่อยมหาเวทย์ล้างโลก สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

แต่อั้นอยู่ครึ่งค่อนวัน ได้ยินแค่เสียง 'เปรี้ยะๆ' สองครั้ง กลางฝ่ามือเซี่ยจิ้นฮวนมีประกายสายฟ้าสีขาวอมเขียวแลบแปลบปลาบเล็กๆ วูบเดียวแล้วก็เงียบกริบ

"..."

ผู้คุมสองคนที่ชะโงกหน้าดูอยู่ข้างหลัง ต่างพากันเงียบกริบ

หยางต้าเปียวรออยู่นาน ไม่เห็นมีอะไรต่อ ก็เกาหัวแกรกๆ

"เอ่อ... แค่นี้อะนะ?"

"อืม"

เซี่ยจิ้นฮวนเป็นนักบู๊เต็มตัว ถูๆ ไถๆ จนเกิดไฟฟ้าสถิตได้ขนาดนี้ก็เพราะอานิสงส์จากการเรียนมั่วซั่วเมื่อปีก่อนๆ จึงตอบกลับด้วยท่าทางขึงขัง

"วิชานี้เรียกว่า 'ฝ่ามืออัสนี' ฝึกจนสำเร็จจะมีอานุภาพไร้เทียมทาน ทำลายภูเขาต้มทะเลได้ ตอนนี้ตบะข้ายังตื้นเขินไปหน่อย"

"อ๋อ... เอาไว้จุดไฟให้พ่อข้าก็ไม่เลวนะ ฝึกต่อไป วันหน้าต้องมีประโยชน์แน่"

หยางต้าเปียวตบไหล่ให้กำลังใจ แล้วเปลี่ยนเรื่อง

"งานที่ที่ว่าการเยอะมาก ข้าคงอยู่คุยด้วยไม่ได้ ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาคุยรำลึกความหลังกัน จริงสิ เจ้ามีที่พักหรือยัง? เมียกับลูกข้าเสียงดังหนวกหู ไม่อย่างนั้น..."

"ไม่เป็นไร ข้าหาที่พักเองได้ บ้านพี่หยางอยู่ไหน? ข้าจะพักอยู่แถวๆ นั้น สะดวกเวลาเรียกตัว"

"ตรอกชิงเฉวียน ใกล้ๆ นี่เอง เสี่ยวหวัง พาไปส่งหน่อย..."

หลังคุยเสร็จ เซี่ยจิ้นฮวนกำลังจะเดินออกไป จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง หันกลับไปมองในห้องขัง

"เหมยฉิว?"

"กุ๊?"

เจ้าเหมยฉิวหลับไปแล้ว ได้ยินเสียงเรียกถึงกระโดดดึ๋งๆ มุดออกมา เกาะบนไหล่เจ้านาย

"เหอะ... ไม่เจอกันไม่กี่ปี นกเวรนี่อ้วนขึ้นอีกแล้ว"

"กุ๊จิ!"

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 4 - แบบนี้ไม่ซวยบรรลัยรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว