เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: การสนทนากับตู๋กู๋ป๋อ

บทที่ 24: การสนทนากับตู๋กู๋ป๋อ

บทที่ 24: การสนทนากับตู๋กู๋ป๋อ


บทที่ 24: การสนทนากับตู๋กู๋ป๋อ

เมื่อหลี่ลั่วเฉินได้ยินน้ำเสียงอันเยือกเย็นและชั่วร้ายของตู๋กู๋ป๋อ ขนทั่วร่างของเขาก็พลันลุกซู่ เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนและตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ตามสัญชาตญาณทันที

เพียงไม่กี่อึดใจ หลี่ลั่วเฉินก็สะกดกั้นความหวาดกลัวเอาไว้ เขาค้อมกายลงคำนับตู๋กู๋ป๋อ พร้อมกับวางมือขวาแนบหน้าอกซ้ายตามธรรมเนียมการแสดงความเคารพมาตรฐานของเหล่าวิญญาจารย์

"วันทาท่านพรหมยุทธ์มรกตพิษ จ้าวแห่งศาสตร์พิษผู้เกรียงไกร"

ตู๋กู๋ป๋อจ้องมองการคำนับของเด็กหนุ่ม แม้เขาจะไม่ใช่คนเคร่งครัดในพิธีรีตอง ทว่าการที่อัจฉริยะรุ่นเยาว์แสดงความยำเกรงต่อเขาเช่นนี้ก็สร้างความพึงพอใจให้ไม่น้อย ส่งผลให้รังสีฆ่าฟันในใจมลายหายไปเกินครึ่ง

"อืม ลุกขึ้นเถอะ เดิมทีตาแก่อย่างข้าไม่ควรลดตัวลงมายุ่งเกี่ยวกับการประลองตามข้างถนนระหว่างเจ้ากับตู๋กู๋เยี่ยน ทว่าเจ้ากลับกล้าหยามเกียรติหลานสาวของข้าถึงเพียงนี้ หากข้าในฐานะปู่ยังทนดูอยู่เฉยๆ ก็คงจะน่าขันเกินไปแล้ว"

ตู๋กู๋ป๋อก้าวเท้าเดินวนไปมาอย่างช้าๆ ขณะเอ่ยคำ ส่วนตู๋กู๋เยี่ยนที่ยืนอยู่เบื้องหลังปู่ของนางในตอนนี้กลับวางท่าเท้าสะเอว เชิดคางขึ้นอย่างทะนงตัวราวกับไก่ชนที่เพิ่งชนะศึก

"ขอรับ ในฐานะผู้อาวุโสผู้สูงส่ง การที่ท่านจะออกโรงปกป้องหลานสาวนับว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ทว่าข้าขอเสียมารยาทถามสักคำ... เหตุใดท่านจึงไว้ชีวิตข้าในตอนนี้?"

หลี่ลั่วเฉินเข้าสู่ประเด็นสำคัญทันที เขาคาดเดาว่าประโยคที่เขาใช้ยั่วยุตู๋กู๋เยี่ยนก่อนหน้านี้น่าจะทำให้ตู๋กู๋ป๋อเกิดความสงสัย และมีความต้องการที่จะถอนพิษในร่างของตนเอง

"เช่นนั้นข้าก็จะไม่เสียเวลาเอ่ยอ้อมค้อม เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่พูดกับตู๋กู๋เยี่ยนเรื่องผลกระทบจากพิษงูในร่างของนาง? หากเจ้าอธิบายให้กระจ่างไม่ได้ ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความทรมานจากหมื่นพิษกัดกินหัวใจจนอยากตายก็ตายไม่ได้!"

สิ้นคำของตู๋กู๋ป๋อ แสงสีเขียวพลันควบแน่นขึ้นบนฝ่ามือของเขา นั่นคือพิษจากพญางูมรกตพิษ จ้าวแห่งมวลอสรพิษซึ่งมีพิษร้ายแรงสถิตอยู่ในวิญญาณยุทธ์โดยกำเนิด

"ถ้าเช่นนั้นผู้น้อยจะขอพูดตามตรง ทั้งท่านและหลานสาวสุดที่รักต่างก็ต้องพิษร้าย และมันคือพิษงูที่มาจากวิญญาณยุทธ์ของพวกท่านเอง"

หลี่ลั่วเฉินเดาทางไว้หมดแล้ว เขาจึงไม่คิดจะพูดจาอ้อมค้อมอีกต่อไป แต่เลือกที่จะซัดความจริงเข้าใส่โดยตรง

หึ— ตูม! แรงกดดันจากพลังวิญญาณอันมหาศาลพุ่งเข้าปะทะร่างหลี่ลั่วเฉินจนเขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสายหนึ่งไหลซึมที่มุมปาก ทว่าหลี่ลั่วเฉินกลับสัมผัสได้ชัดเจนว่าการโจมตีที่ดูรุนแรงนั้นแท้จริงแล้วเป็นเพียงการข่มขวัญเท่านั้น

"เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้ากล้าล้อเล่นกับข้าเชียวรึ รนหาที่ตายนัก!"

ใบหน้าของตู๋กู๋ป๋อฉายแววโกรธเกรี้ยวทว่าเป็นการเสแสร้ง ผิดกับตู๋กู๋เยี่ยนที่อารมณ์เสียของจริง

"เจ้ารู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา! ท่านปู่ของข้าคือพรหมยุทธ์มรกตพิษ จ้าวแห่งพิษที่สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน เจ้ากล้าดีอย่างไรมาบอกว่าท่านปู่ของข้าต้องพิษเสียเอง?"

คำพูดของหลานสาวประดุจเข็มที่ทิ่มแทงใจตู๋กู๋ป๋อ ทว่าหลานสาวของเขาก็ต้องเผชิญกับพิษในวันใดวันหนึ่ง สู้ให้นางได้รับรู้ความจริงเสียตั้งแต่ตอนนี้ยังจะดีกว่า

"ถ้าเช่นนั้นท่านผู้อาวุโส ข้าขอถามท่านสักสองสามข้อ ทุกครั้งที่ท้องฟ้ามืดครึ้มหรือยามที่มีฝนตก ท่านจะรู้สึกเจ็บคันที่ชายโครงและมันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใช่หรือไม่? อาการนี้จะกำเริบวันละสองครั้ง คือช่วงเที่ยงวันและเที่ยงคืน และจากสภาพของท่านในตอนนี้ มันคงจะคงอยู่ยาวนานถึงหนึ่งชั่วโมงเต็มหรือมากกว่านั้นในแต่ละครั้ง

อีกทั้งทุกคืนในช่วงยามสาม ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงที่กลางกระหม่อมและฝ่าเท้า ร่างกายทั้งร่างจะสั่นชักกระตุกต่อเนื่องอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ข้าคงไม่ต้องอธิบายถึงความรู้สึกที่เหมือนอยากจะตายไปเสียให้พ้นๆ นั้นหรอกกระมัง? หากไม่ได้ต้องพิษ ท่านจะมีอาการเช่นนี้ได้อย่างไร? ท่านไม่เพียงแต่ต้องพิษเท่านั้น แต่พิษร้ายได้แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกของท่านไปเสียแล้ว

ตามความเห็นของข้า ท่านคงเคยทานสมุนไพรวิเศษหรือของล้ำค่าแห่งฟ้าดินบางอย่างที่ช่วยบรรเทาพิษ และอาศัยสรรพคุณทางยานั้นช่วยให้ทะลวงสู่ระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ได้สำเร็จ ทว่าท่านน่าจะติดค้างอยู่ที่คอขวดมานานแสนนานแล้วใช่หรือไม่?

ส่วนหลานสาวของท่าน นางน่าจะเกิดมาพร้อมกับพิษพญางูมรกตพิษในกาย นางมีพิษโดยธรรมชาติและมันได้ซึมลึกเข้าสู่กระดูกไปแล้ว นั่นคือเหตุผลที่ดวงตาของนางมีสีเขียวเข้ม ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกชัดเจนถึงสภาวะพิษแทรกซึมลึก

ในตอนนี้นางยังไม่แสดงอาการรุนแรงนัก คงเป็นเพราะวงแหวนวิญญาณที่ท่านหามาให้นางนั้นมีคุณสมบัติพิษไม่มากนัก และท่านก็ใช้การแช่ยาเพื่อช่วยชะลอการกัดกร่อนของพิษให้แก่นาง

ทว่ามันไร้ผล นางไม่มีพลังใจที่กล้าแกร่งพอจะสยบพิษร้ายเหมือนท่าน และไม่อาจก้าวไปถึงระดับราชทินนามพรหมยุทธ์เพื่อยื้อชีวิตได้ ตามที่ข้าเห็น นางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินอายุสามสิบปี"

เมื่อหลี่ลั่วเฉินพูดจบ ตู๋กู๋ป๋อก็พุ่งเข้ามาคว้าลำคอของเขาไว้ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว

"เจ้าหนู เจ้ากำลังหาที่ตายจริงๆ!"

ตู๋กู๋เยี่ยนคือจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของตู๋กู๋ป๋อ เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดให้นาง เขาไม่อาจทนรับความเจ็บช้ำจากการที่คนผมขาวต้องไปส่งศพคนผมดำได้อีกแล้ว

"อะไรนะ! ท่านปู่... เรื่องนี้ไม่จริงใช่ไหม บอกข้าสิ บอกข้าว่ามันไม่จริง"

ตู๋กู๋เยี่ยนวิ่งเข้ามาเกาะแขนตู๋กู๋ป๋อ พลางหวังว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงเรื่องโกหก ทว่าความเงียบงันของตู๋กู๋ป๋อ กลับกลายเป็นการยืนยันความจริงที่แสนโหดร้ายให้นางได้ประจักษ์ ทันใดนั้นนางก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตได้และทรุดลงกับพื้นด้วยความโศกเศร้า

"ที่แท้มันก็เป็นเช่นนี้เอง... ท่านพ่อจึงต้องตายเพราะพิษกัดกิน และท่านแม่ก็ต้องสิ้นใจเพราะคลอดยากเนื่องจากพิษร้ายในกาย ท่านปู่ ข้าเกลียดวิญญาณยุทธ์พญางูมรกตพิษนี้เหลือเกิน ข้าเกลียดมัน! ท่านปู่... ท่านอย่าทิ้งข้าไปอีกคนเลยนะ ได้โปรด"

เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดของหลานสาว หัวใจของตู๋กู๋ป๋อก็แทบสลาย ทว่าเขาไร้หนทางแก้ไข เขาจึงเงยหน้าแผดคำรามกึกก้องสู่สรวงสวรรค์

"สวรรค์ช่างไร้ความยุติธรรมนัก! ข้าตู๋กู๋ป๋อใช้เวลาทั้งชีวิตคลุกคลีกับพิษร้าย ทว่ากลับไร้ปัญญาจะจัดการกับพิษในร่างตนเอง ซ้ำร้ายยังต้องทำให้คนรักต้องมาพลอยรับเคราะห์ไปด้วย

เจ้าหนู... เจ้าพอจะมีวิธีรักษาพวกเราปู่หลานหรือไม่? ในเมื่อเจ้ามองออกถึงเพียงนี้ เจ้าย่อมต้องมีหนทางใช่ไหม? หากเจ้าทำได้ ข้าขอให้สัญญาจารึกแก่เจ้าสามประการ และเรื่องวงแหวนวิญญาณในอนาคตของเจ้า ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาให้เอง"

ตู๋กู๋ป๋อเอ่ยคำถามมุ่งตรงไปที่หลี่ลั่วเฉิน ในขณะที่ตู๋กู๋เยี่ยนเองก็จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเกลียดชัง บัดนี้นางกลับต้องฝากความหวังในชีวิตไว้ที่เขา หัวใจของนางในตอนนี้ช่างสับสนวุ่นวายยิ่งนัก

"ผู้น้อยแม้จะพอมีความรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง ทว่าก็จนใจ พิษของพวกท่านนั้นรุนแรงและโอหังเกินไป อีกทั้งตัวยาที่ต้องใช้ในการถอนพิษก็ล้ำค่าและมีราคาสูงยิ่ง

ผู้น้อยไม่มีสมุนไพรเหล่านั้นอยู่ในมือ จึงไม่อาจปรุงยาถอนพิษได้ ยิ่งไปกว่านั้น พิษในกายของพวกท่านจำเป็นต้องใช้สมุนไพรระดับของล้ำค่าแห่งฟ้าดิน หรือสมุนไพรระดับอมตะถึงจะรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งของพรรค์นั้นนับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า"

คำพูดของหลี่ลั่วเฉินชัดเจนว่า 'ไร้หนทาง' ดวงตาของตู๋กู๋เยี่ยนหม่นแสงลงทันที ทว่าตู๋กู๋ป๋อกลับคิดต่างออกไป เขาบังเอิญมีสวนสมุนไพรที่รวบรวมพืชพรรณหายากเอาไว้มากมาย ทว่าเขาไม่รู้จักพวกมันและไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าทานเข้าไป เพราะเขาเคยลองทานอย่างหนึ่งแล้วเกือบจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งมาแล้ว

"ตาแก่อย่างข้ามีสวนสมุนไพรอยู่แห่งหนึ่ง ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น หากที่นั่นยังไม่สามารถถอนพิษให้พวกเราได้ ข้าก็จะสังหารเจ้าเสีย สถานที่แห่งนั้นไม่จำเป็นต้องมีคนที่สามล่วงรู้"

ไม่นานหลังจากนั้น ตู๋กู๋ป๋อก็พาหลี่ลั่วเฉินและตู๋กู๋เยี่ยนมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งในป่าอาทิตย์อัสดง รอบบริเวณนั้นถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกพิษสีเขียวขจี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือการจัดตั้งของตู๋กู๋ป๋อเอง

"หืม? มีหนูตัวเล็กๆ สองตัวกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่รึ? ข้าล่ะอยากเห็นนักว่าใครมันจะกล้าดีถึงเพียงนี้"

ตู๋กู๋ป๋อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนสองคนที่กำลังใกล้เข้ามา คนหนึ่งอยู่ในระดับวิญญาณปราชญ์ อีกคนอยู่ในระดับจักรพรรดิวิญญาณ

"ช้าก่อนครับท่านผู้อาวุโส พวกเขาน่าจะมาตามหาผมเอง ผู้อาวุโสของผมมาถึงแล้วครับ"

หลี่ลั่วเฉินรู้ดีว่าฟลานเดอร์และหลิ่วเอ้อหลงต้องตามหาเขาอย่างแน่นอน

เพียงครู่เดียว ฟลานเดอร์และหลิ่วเอ้อหลงก็มาถึง เมื่อเห็นว่าหลี่ลั่วเฉินยังปลอดภัยดี ทั้งคู่ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะเอ่ยปากถามตู๋กู๋ป๋อ หลี่ลั่วเฉินก็รีบชิงตัดบทเสียก่อน

"อาจารย์ใหญ่ ท่านอาจารย์เอ้อหลง ไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรหรอกครับ พอดีผมบังเอิญชนะคุณหนูตู๋กู๋เยี่ยนในการประลอง ท่านผู้อาวุโสตูกู๋จึงอยากจะล้างแค้นให้หลานสาวเสียหน่อย ทว่าเมื่อท่านเห็นพรสวรรค์ของผม ท่านจึงเกิดความเมตตาอยากจะรับผมเป็นศิษย์ และตอนนี้ท่านกำลังจะพาผมไปฝึกฝนพิเศษครับ

ผมลืมบอกไป... ท่านอาจารย์ใหญ่ ท่านอาอาจารย์ พวกท่านกลับไปก่อนเถอะครับ ผมไม่เป็นไร ผมจะไปฝึกฝนสักสองสามเดือน และจะหาโอกาสกลับไปหาพวกท่านเป็นระยะครับ"

หลี่ลั่วเฉินจำต้องโกหกฟลานเดอร์และหลิ่วเอ้อหลง เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่น เขาไม่อาจให้ทั้งสองล่วงรู้เรื่องสภาวะพิษของตู๋กู๋ป๋อได้ มิเช่นนั้นพวกเขาอาจจะถูกฆ่าปิดปากได้ทุกเมื่อ

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าขอฝากท่านพรหมยุทธ์มรกตพิษ ช่วยเมตตาดูแลลูกศิษย์ของข้าคนนี้ด้วย ผู้น้อยจะขอจดจำบุญคุณนี้ไว้ชั่วชีวิต"

ฟลานเดอร์ประสานมือค้อมกายคำนับตู๋กู๋ป๋อ ส่วนตู๋กู๋ป๋อเองก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เขาจ้องมองหลี่ลั่วเฉินพลางรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่ช่างฉลาดเฉลียวนัก รู้จักกาลเทศะและไหวพริบว่องไว ช่างเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่เหมาะจะเป็นหลานเขยของเขายิ่งนัก

"ตาแก่อย่างข้าจำเป็นต้องให้เจ้ามาสอนวิธีทำงานรึไง? ข้าจะดูแลเจ้าหนูเฉินเอง พวกเจ้าไปได้แล้ว"

จบบทที่ บทที่ 24: การสนทนากับตู๋กู๋ป๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว