เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 สิ่งล่อใจ... บัตรประชาชนชั่วคราว

ตอนที่ 46 สิ่งล่อใจ... บัตรประชาชนชั่วคราว

ตอนที่ 46 สิ่งล่อใจ... บัตรประชาชนชั่วคราว


"หนูห้าสิบตัว?"

อู่ต้าชิ่งเข้าใจทันทีว่าหลี่อวี้ต้องการอะไร

หมอนี่บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากได้หนูนาป่า

แต่ของแบบนั้นมันสกปรกจะตาย ขืนกลับไปไล่จับหนูทั่วตำบล เผลอๆ สิ้นปีคงได้โล่เกียรติยศ นักปราบสี่สหายทำลายชาติหรือแรงงานตัวอย่างอะไรเทือกนั้นแน่ๆ

แต่จะปฏิเสธตรงๆ ก็กระไรอยู่ คิดไปคิดมา "เอานกกระจอกแทนได้ไหม? ห้าสิบตัวไม่ใช่ปัญหา หนูมันสกปรก ผมไม่ชอบ"

หลี่อวี้พิงตู้กระจก จ้องตาอู่ต้าชิ่งแล้วพูดเสียงจริงจัง "แต่นกกระจอกเป็นสัตว์คุ้มครองระดับสามนะ นายกล้าเหรอ?"

สัตว์คุ้มครองระดับสาม?

นกกระจอกเนี่ยนะ?

สัตว์คุ้มครอง?

อู่ต้าชิ่งเพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก

ในยุคของเขา นกกระจอกคือหนึ่งใน "สี่สหายทำลายชาติ" ทางคอมมูนระดมคนออกไปไล่ตีไล่จับกันทุกปี ไหงพอมาอนาคตกลับกลายเป็นสัตว์คุ้มครองไปซะงั้น?

โลกกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว

"ถ้าโดนจับได้จะเป็นไง?" อู่ต้าชิ่งถาม

"จำคุกสามปีขึ้นไป บวกค่าปรับ"

"คนซื้อคนขายมีความผิดเท่ากันใช่ไหม?"

หลี่อวี้ย้อนถาม "ถ้านายโดนจับ นายจะซัดทอดฉันไหมล่ะ?"

พูดจบก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หยิบงูเขียวตัวน้อยออกมาพันคอ เดินไปเดินมารอบห้อง

ไอ้หมอนี่...

อู่ต้าชิ่งพูดไม่ออก ลังเลว่าจะรับปากดีไหม

แต่ยุคเขา เด็กๆ ก็ไล่จับนกกระจอกกันเป็นปกติ จับได้ทีเป็นกระสอบ

อีกอย่าง เขาอุตส่าห์ให้เช่าที่ฟรีๆ แค่หาของป่ามาให้ลูกรักเขากินหน่อย คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง

"หนูหรือนกกระจอกเดี๋ยวผมจัดการเอง รับรองลูกรักคุณไม่อดตายแน่"

จากงูเปลี่ยนเป็น "ลูกรัก" หลี่อวี้รู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

สุดท้ายก็ควักกุญแจออกมาให้

ห้องโกดังนี้โครงสร้างคล้ายห้องเลี้ยงงู มีกล่องโฟมเปล่ากองอยู่ มุมหนึ่งมีเตียง ตู้เสื้อผ้า มีไฟฟ้า น้ำประปาพร้อมสรรพ

แต่เพราะไม่ได้เลี้ยงงู อากาศเลยไม่อับชื้นเท่าห้องข้างๆ

แค่นี้อู่ต้าชิ่งก็พอใจแล้ว

หลังจากจ่ายเงินมัดจำ อู่ต้าชิ่งก็ลงมือทำความสะอาดห้องยกใหญ่ หลี่อวี้กอดอกยืนดูไม่ยอมไปไหน รอจนเขาทำเสร็จถึงเอ่ยปาก "หิวแล้ว เลี้ยงข้าวหน่อย"

อู่ต้าชิ่งเช็กเวลาในหัว "เที่ยงห้านาทีแล้ว ถึงเวลากินข้าวพอดี"

เดี๋ยวต้องไปซื้อของที่ห้าง แล้วติดต่อหลินลี่เวยเรื่องไข่ไก่อีก กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

ก็สมควรเลี้ยงเขาแหละ

แต่ปัญหาคือ จะเลี้ยงอะไรดี?

ดูทรงคุณชายอย่างหลี่อวี้ นอกจากเนื้อหนูแล้ว คงเคยกินของดีๆ มาหมดแล้วมั้ง

คิดไปคิดมา... ปิ๊งไอเดีย!

อู่ต้าชิ่งขยิบตาให้หลี่อวี้ "ไปล้างมือแล้วตามมา ผมมีร้านเด็ดจะพาไป"

หลี่อวี้ก้มมองนาฬิกาข้อมือ งงๆ "นายไม่มีมือถือ ในห้องก็นาฬิกาไม่มี นายรู้ได้ไงว่าเที่ยงห้านาที?"

อู่ต้าชิ่งเพิ่งรู้ตัวว่าพลาด "ก็เมื่อกี้คุณบอกเวลาเองไม่ใช่เหรอ?"

พูดจบไม่รอให้เถียง รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอึกลบเกลื่อน

...

"เหล่าเจียงซาลาเปา?"

มองอู่ต้าชิ่งยัดซาลาเปาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ หลี่อวี้เพิ่งเข้าใจคำว่า 'จุกจนพูดไม่ออก'

"ไม่กินเหรอ? อร่อยนะ ผมไม่รู้คุณชอบไส้อะไร เลยสั่งมาทุกไส้เลยเนี่ย"

"ปีนี้ฉันเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแค่สามครั้ง ครั้งแรกมาจับขโมย ครั้งที่สองมาซื้อผักให้ปู่ ครั้งที่สามก็ตอนนี้แหละ"

หลี่อวี้ไม่ได้โม้ ปกติเขาเข้าแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตหรูแบบต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น ไม่มาเดินซูเปอร์ฯ บ้านๆ แบบนี้หรอก

แถมยังมานั่งกินซาลาเปาหน้าซูเปอร์ฯ อีก สั่งมาตั้งยี่สิบลูก หกไส้ รวมร้อยยี่สิบลูก! อายคนชะมัด

แถมยังมายืนกินข้างเคาน์เตอร์อีกต่างหาก

อู่ต้าชิ่งทำหูทวนลม ก้มหน้าก้มตากินซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อย

ซาลาเปานี่มันอร่อยเหาะจริงๆ รสชาติเหมือนฝีมือลุงเจียงสามีป้าสวี่เปี๊ยบ

"เฮ้ย! ไม่กินจริงดิ?" อู่ต้าชิ่งทำท่าจะแย่งซาลาเปาในมือหลี่อวี้

หลี่อวี้มองค้อน "ใครบอกไม่กิน?"

เขาลองกัดคำเล็กๆ... เฮ้ย อร่อยว่ะ!

หลี่อวี้เองก็หิวโซ เริ่มกินตามอู่ต้าชิ่ง อู่ต้าชิ่งหยิบไส้ไหน เขาก็หยิบตาม ยิ่งกินยิ่งเพลิน ยิ่งกินยิ่งอร่อย สองหนุ่มยืนโซ้ยซาลาเปาเงียบๆ แข่งกัน

พอกินจนเกือบหมด อู่ต้าชิ่งเรอออกมาเสียงดัง หลี่อวี้ก็วางมือ

นอกจากจะอิ่มจนจุกแล้ว ยังคอแห้งผาก

"เชี่ย เลี้ยงข้าวแต่ไม่เลี้ยงน้ำเนี่ยนะ"

เจียงฮ่าวฮ่าวที่ยืนมองสองหนุ่มกินซาลาเปาจนตาค้าง เพิ่งได้สติ รีบยื่นน้ำเต้าหู้ที่เตรียมไว้ให้อู่ต้าชิ่ง

หลี่อวี้เงยหน้าขึ้นเห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารัก

ดูดน้ำเต้าหู้ไปอึกหนึ่ง... หวานชื่นใจ

"น้องสาว ซาลาเปานี่น้องทำเองเหรอ?"

"เป็นสูตรตกทอดมาจากปู่ของปู่ค่ะ"

ปู่ของปู่?

อู่ต้าชิ่งนึกขึ้นได้

"ปู่ของปู่เธอคือเหล่าเจียง?"

ถามไปแล้วรู้สึกเหมือนคำถามที่โง่นิดๆ

ตาเฒ่าแซ่หวังเรียกเฒ่าหวัง แซ่หลี่เรียกเฒ่าหลี่ น้องสาวแซ่เจียง ปู่ของปู่แกก็ต้องเป็นเหล่าเจียงสิ ไม่เห็นแปลก

เจียงฮ่าวฮ่าวไม่ถือสา แถมเล่าต่อ "ใช่ค่ะ ปู่เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนจะมีร้านอาหารรัฐวิสาหกิจ ปู่ของปู่เคยเปิดแผงขายซาลาเปาอยู่ท้ายตลาด พอมีร้านอาหารกงหนง ท่านก็ไปเป็นหัวหน้าพ่อครัวแผนกแป้ง แต่ท่านไม่ชอบให้ใครเรียกว่าอาจารย์ ชอบให้เรียกว่าเหล่าเจียงมากกว่า"

ใช่จริงๆ ด้วย

อู่ต้าชิ่งนึกถึงหน้าเจียงเฉิง เด็กคนนั้นไม่อยากเรียนวิชาปู่ แต่สุดท้ายก็ได้สืบทอดวิชาจนได้

ถ้ารู้ว่าหลานชายสืบทอดกิจการซาลาเปาจนรุ่งเรืองขนาดนี้ ป้าสวี่คงดีใจน่าดู

คุยกันอีกนิดหน่อย อู่ต้าชิ่งก็ขอตัวกลับ

เจียงฮ่าวฮ่าวหน้าหงอย ยังคุยไม่จุใจเลย

มัวแต่ดูเขากินซาลาเปา ได้คุยกันนิดเดียวเอง

"พี่ต้าชิ่ง จะมาอีกเมื่อไหร่คะ? อีกไม่กี่วันคุณปู่จะออกเมนูใหม่ด้วยนะ"

อู่ต้าชิ่งมองซาลาเปาที่เหลือในมือเจ็ดแปดสิบลูก "กินหมดเมื่อไหร่ก็มาเมื่อนั้นแหละ"

เจียงฮ่าวฮ่าวฟังแล้วใจชื้น แต่มันก็ดูเป็นคำตอบที่กว้างไปหน่อย

"ดูสิ สาวน้อยเขาปิ๊งนายเห็นๆ นายยังไม่ขอเบอร์ติดต่อไว้อีก" เดินออกมาได้ไม่ไกล หลี่อวี้ก็เริ่มแซว

"เฮ้อ!" อู่ต้าชิ่งถอนใจ เขาอยากมีมือถือจะตาย แต่ติดที่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีบัตรก็ทำอะไรลำบาก

"ติ๊ง! โฮสต์ได้รับภารกิจสุ่ม!"

เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวอู่ต้าชิ่งอีกครั้ง พร้อมตัวเลือกสามข้อ

【ทางเลือกที่ 1: ตบหน้าหลี่อวี้ฉาดใหญ่ แล้วตะโกนว่า 'กูไม่ได้หน้าด้านขนาดนั้นโว้ย!' รางวัล: เงินสดหนึ่งล้านหยวน】

【ทางเลือกที่ 2: บอกหลี่อวี้ว่าตัวเองชอบผู้ชาย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ รางวัล: บัตรประชาชนชั่วคราว】

【ทางเลือกที่ 3: อ้อนวอนให้หลี่อวี้ซื้อมือถือให้ รางวัล: แผนที่อัจฉริยะ แสดงพิกัดรูหนูทุกรูในหมู่บ้านอู่เจียโกว】

อู่ต้าชิ่ง: "......"

จบบทที่ ตอนที่ 46 สิ่งล่อใจ... บัตรประชาชนชั่วคราว

คัดลอกลิงก์แล้ว