- หน้าแรก
- พ่อค้าทะลุมิติ หลังบ้านผมมีประตูเชื่อมอนาคต
- ตอนที่ 35 คุณยายเท้าเล็ก
ตอนที่ 35 คุณยายเท้าเล็ก
ตอนที่ 35 คุณยายเท้าเล็ก
อู่ต้าชิ่งขมวดคิ้ว จะขายหรือไม่ขายไม่ใช่ประเด็น
แต่สายตาที่จ้องเขานี่สิ เหมือนตะขอเกี่ยวเหยื่อ รอบๆ ยังมีพวก "หน่วยสอดแนมเท้าเล็ก" (คุณยายอาสาสมัครเฝ้าระวังภัย) เดินวนเวียน ข้าวสารแค่นี้ ถ้าโดนจับได้ก็ไม่คุ้มเสีย
จะมาเช่าโกดังแถวนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ไม่ปลอดภัยสุดๆ
คิดไปคิดมา ไปหาเถียนเสี่ยวอู่ดีกว่า
ยังไงของก็ต้องส่งให้เขาอยู่แล้ว ลงเรือลำเดียวกัน รวยก็รวยด้วยกัน ซวยก็ซวยด้วยกัน
อู่ต้าชิ่งเลยปั่นจักรยานตรงไปที่บ้านพักพนักงานโรงงานสรรพาวุธ
"มาหาใคร!"
ผ่านไปไม่กี่วัน ลุงยามหน้าเดิมก็จำอู่ต้าชิ่งไม่ได้ซะแล้ว
จริงๆ จำได้แหละ แต่อู่ต้าชิ่งรู้ทันว่าลุงแกเห็นของหลังรถแล้วอยากไถ
แต่คราวนี้อู่ต้าชิ่งไม่เหมือนเดิมแล้ว เขารู้จักคนในจริงๆ
กำลังจะอ้างชื่อเถียนเสี่ยวอู่ ก็เห็นอู๋อวิ๋นฟางเดินสะพายกระเป๋าออกมาพร้อมกับเพื่อนบ้านสาวสองคน
พวกเธอคุยกันกระหนุงกระหนิง พอเห็นอู่ต้าชิ่ง ตาของอู๋อวิ๋นฟางก็เป็นประกาย
"ต้าชิ่ง! บังเอิญจัง!"
อู๋อวิ๋นฟางทักทายอย่างกระตือรือร้น เธอเดาว่าลุงยามคงเล่นแง่อีกแล้ว เลยรีบบอก "ลุงโจว นี่ญาติฉันเอง เขามาหาฉัน"
ลุงโจวหน้าเจื่อน อู๋อวิ๋นฟางเป็นเมียระดับหัวหน้า แถมวันก่อนเขายังรับบุหรี่ "ต้าเซิงฉ่าน" จากอู่ต้าชิ่งไปซองหนึ่ง เหงื่อเม็ดเป้งเลยผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
อู๋อวิ๋นฟางเปิดประตูพาอู่ต้าชิ่งเข้าไปข้างในด้วยตัวเอง
"พี่อวิ๋นฟาง รบกวนอีกแล้วครับ"
สามีของอู๋อวิ๋นฟางเป็นถึงข้าราชการระดับสูง แต่เธอกลับมาช่วยแก้ต่างให้เขา อู่ต้าชิ่งเกร็งไปหมด
อู๋อวิ๋นฟางกระซิบข้างหูอู่ต้าชิ่ง ชี้ไปที่ถุงข้าวสารท้ายรถ "ข้าวสารนั่นจะขายใช่ไหม? พอดีเลย เพื่อนฉันสองคนนี้ข้าวสารที่บ้านหมดพอดี ขายให้พวกเธอเหมาไปเลยสิ"
มีอู๋อวิ๋นฟางเป็นเจ๊ดัน อู่ต้าชิ่งรีบตอบรับ "ขอบคุณครับพี่ ขอบคุณมากครับ"
ข้าวสารจินละ 3 เหมา ข้าวสวยๆ ไม่ปนสิ่งเจือปน เม็ดใสวาว เปิดถุงมาหอมฟุ้ง
พวกเธอหามุมสงบๆ แล้วทำการซื้อขายอย่างรวดเร็ว
เพิ่งเงินเดือนออก ธนบัตรหยวนรุ่นที่สามใบใหม่เอี่ยม แบงก์ห้าหยวนหนึ่งใบ แบงก์สองหยวนสามใบ ที่เหลือเป็นแบงก์หนึ่งหยวนสี่ใบ ทั้งหมดเป็นแบงก์ใหม่กริบ
เห็นพวกเธอมีคูปองเนื้อเหลือ อู่ต้าชิ่งเลยขอแลกมาด้วย
ตอนนี้อารมณ์ดีสุดๆ อู่ต้าชิ่งไม่เข้าใจเลยว่าไป๋อวี้หลานจะมาวุ่นวายเพื่อเงิน 9 หยวนทำไม บอกว่าจนก็ไม่ใช่ ที่แท้ก็แค่นิสัยเสีย
ขายข้าวเสร็จ เพื่อนของอู๋อวิ๋นฟางแยกย้ายกันเอาข้าวไปเก็บ ส่วนอู๋อวิ๋นฟางสะพายกระเป๋าเดินออกมาต่อ
อู่ต้าชิ่งจูงจักรยานเดินคุยไปเป็นเพื่อน "พี่อวิ๋นฟางจะไปไหนครับ ให้ผมปั่นไปส่งไหม?"
อู๋อวิ๋นฟางปฏิเสธ "ไม่ต้องลำบากหรอก ญาติฉันย้ายไปต่างเมือง มีบ้านว่างอยู่หลังหนึ่ง เขาไหว้วานให้ฉันไปแปะป้ายประกาศเช่า ดูสิว่าจะปล่อยเช่าได้ไหม"
อู่ต้าชิ่งหูผึ่ง "ที่ไหนครับ? ผมกำลังหาเช่าบ้านพอดี ไม่รู้ว่าจะเหมาะไหม"
"ไม่ได้ๆ"
อู๋อวิ๋นฟางส่ายหน้าดิก "ที่นั่นมันกันดาร บ้านก็โทรม เดินทางลำบาก พี่ไม่อยากเอาเปรียบเธอ"
สำหรับอู่ต้าชิ่ง ยิ่งกันดารยิ่งดี ปลอดภัยไว้ก่อน
อู่ต้าชิ่งไม่อยากโกหกอู๋อวิ๋นฟาง เลยพูดตรงๆ "พี่อวิ๋นฟางครับ ผมไม่ปิดบังพี่หรอกนะ ที่ผมเข้าเมืองมาวันนี้ก็เพื่อหาเช่าบ้านนี่แหละ กันดารไม่กลัว พี่ก็รู้ว่าผมค้าขายของพวกนี้ ต้องการที่เก็บของที่มันลับตาคนหน่อย"
แล้วเขาก็เสริม "ถ้าพี่กล้าให้ผมเช่านะ"
"ทำไมจะไม่กล้าล่ะ"
อู๋อวิ๋นฟางซ้อนท้ายจักรยาน บอกทางให้อู่ต้าชิ่งปั่นไปจนถึงชายขอบตำบล
อู๋อวิ๋นฟางก็ไม่ค่อยได้มาแถวนี้ บ้านแถวนี้เป็นห้องแถวติดกันสองหลัง หลังหนึ่งล็อกกุญแจ อีกหลังเปิดประตูอยู่ อู๋อวิ๋นฟางเลยมั่นใจว่าหลังที่ล็อกกุญแจคือบ้านญาติเธอแน่ๆ
แต่ไขกุญแจอยู่นาน ไขยังไงก็ไม่ออก กุญแจเสียบเข้าไปแล้วแต่บิดไม่ไป
อู่ต้าชิ่ง "สงสัยไม่ได้ใช้นาน สนิมกินข้างในแล้วมั้งครับ"
อู๋อวิ๋นฟางเคยทำงานโรงงานอาวุธ ถึงจะเป็นผู้หญิงแต่ก็มีความรู้ช่างอยู่บ้าง ไม่รอช้า คว้าก้อนหินข้างทางขึ้นมา
อู่ต้าชิ่งรีบแย่งมา "งานใช้แรงแบบนี้ให้ผมทำเถอะครับ" เขาเอาหินทุบแม่กุญแจสองสามทีก็หลุดออก
ข้างในกว้างขวาง มีเตียงเตา เฟอร์นิเจอร์ไม่เยอะแต่ของใช้จำเป็นมีครบ
ดูทรงแล้วของมีค่าคงขนไปหมด เหลือแต่ของจุกจิก
อู่ต้าชิ่งมองสำรวจไปถึงห้องใน ลานบ้านสะอาดสะอ้าน หน้าต่างติดผ้าม่าน ถ้าอู๋อวิ๋นฟางไม่บอกว่าย้ายไปแล้ว เขาคงนึกว่ายังมีคนอยู่
เดินสำรวจรอบบ้านได้สองรอบ จู่ๆ ก็มีเด็กผู้ชายหน้าตาเอาเรื่องมายืนขวางประตู
"ย่า! ขโมยขึ้นบ้านเรา!"
เสียงตะโกนดังลั่น อู๋อวิ๋นฟางมองแม่กุญแจที่พังยับเยินบนพื้น แล้วหน้าถอดสี
"ต้าชิ่ง... สงสัยเราพังผิดประตูแล้วล่ะ"
ทันใดนั้น หญิงชราคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามา เห็นแม่กุญแจพังก็โกรธจัด ปรี่เข้ามาบิดหูอู่ต้าชิ่ง "ไอ้หนู! ฉันเพิ่งเปลี่ยนแม่กุญแจใหม่เมื่อวาน วันนี้แกก็มาทุบพังซะแล้ว! กลางวันแสกๆ กล้าดียังไงฮะ! ทำจนชินแล้วสินะ ไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยรึไง!"
อู๋อวิ๋นฟางรีบแก้ตัว "ไม่ใช่ค่ะคุณป้า ฉันนึกว่าเป็นบ้านญาติฉัน"
"ข้ออ้าง! บ้านญาติแล้วจะทำลายข้าวของได้เหรอ! นี่มันแก้แค้นกันชัดๆ! จะเอายังไง ว่ามา จะชดใช้หรือจะไปโรงพัก!"
อู่ต้าชิ่งรีบยัดเงินหนึ่งหยวนใส่มือคุณป้า อู๋อวิ๋นฟางก็ยื่นบัตรพนักงานให้ดู
คุณป้ารับบัตรมาเพ่งมอง "ญาติบ้านตาเฒ่าอู๋จริงๆ เหรอ?"
"อู๋อวิ๋นฟางค่ะ"
คุณป้าอ่านหนังสือไม่ออก อู๋อวิ๋นฟางเลยชี้ชื่อตัวเองแล้วอ่านให้ฟังอย่างสุภาพ
คุณป้าแซ่สวี่ เป็นหัวหน้าหน่วยสอดแนมเท้าเล็กชื่อดังในย่านนี้ มีความตื่นตัวทางการเมืองสูงมาก
เด็กชายที่ตะโกนเรียกขโมยชื่อเจียงเฉิง พ่อแม่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของรัฐตอนเกิดภัยพิบัติ ป้าสวี่กับสามีเลยเลี้ยงหลานคนนี้มา
เมื่อวานแถวนี้มีขโมยขึ้น งัดกุญแจบ้านริมถนนไปหลายหลัง บ้านป้าสวี่ก็โดนขโมยของไปไม่น้อย
ป้าสวี่เพิ่งเปลี่ยนแม่กุญแจใหม่ ดันมาเจออู่ต้าชิ่งกับอู๋อวิ๋นฟางทุบพังอีก เลยโมโหจนหน้ามืด
อู่ต้าชิ่งกับอู๋อวิ๋นฟางรู้สึกผิดมาก แต่ป้าสวี่เป็นคนโผงผาง "จะขอโทษขอโพยทำไม ญาติของตาเฒ่าอู๋ก็เหมือนญาติฉัน ถือว่าไม่ตีกันไม่รู้จัก ยิ่งตียิ่งสนิท"
พูดจบก็จะคืนเงินให้อู่ต้าชิ่ง
อู่ต้าชิ่งมองป้าสวี่แล้วถูกชะตา คนจริงใจแบบนี้คบได้
ใกล้เที่ยงแล้ว ความมีน้ำใจของคนแก่ก็กำเริบ "ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันใช่มั้ย มาๆ กินข้าวบ้านป้าก่อน ตาแก่บ้านป้าทำซาลาเปาลูกเบ้อเริ่มไว้"
"เกรงใจจังครับ"
ป้าสวี่ไม่คิดอะไรมาก เห็นอู่ต้าชิ่งยอมควักเงินจ่ายค่าเสียหายอย่างไม่อิดออด ก็ประทับใจแล้ว
เงินหนึ่งหยวนซื้อเสื้อกล้ามเก่าๆ ที่เขาใส่ได้ตั้งสองตัว คนนิสัยดีแบบนี้ต้องเลี้ยงข้าว!
เลี้ยง!
ต้องเลี้ยงให้ได้!
อู่ต้าชิ่งอยากผูกมิตรกับป้าสวี่ เห็นร้านชำอยู่ไม่ไกล เลยปั่นจักรยานไปซื้อถั่วลิสงคั่ว หัวหมูพะโล้หนึ่งจิน กับเหล้าขาวเหล่าไป๋กานสองขวด
ป้าสวี่คล่องแคล่วว่องไว อู่ต้าชิ่งไปซื้อของแป๊บเดียว กลับมาป้าก็จัดกับข้าวเสร็จแล้วสองอย่าง พร้อมซาลาเปาร้อนๆ ควันฉุย
อู่ต้าชิ่งสูดกลิ่นฟุดฟิด "บังเอิญจัง ซาลาเปาป้าสวี่กลิ่นเหมือนร้านกงหนงเปี๊ยบเลย"