- หน้าแรก
- พ่อค้าทะลุมิติ หลังบ้านผมมีประตูเชื่อมอนาคต
- ตอนที่ 34 ขอมากไปหน่อยมั้ง
ตอนที่ 34 ขอมากไปหน่อยมั้ง
ตอนที่ 34 ขอมากไปหน่อยมั้ง
อู่กังสงสารอู่ต้าชิ่งจับใจ ตอนแยกบ้านครั้งก่อนเขาทำลวกๆ ไปหน่อย วันนี้ต้องแก้ตัว คิดแผนรัดกุมให้เด็กๆ หน่อย
ครอบครัวแบบนี้ ขืนไม่ทำอะไรให้ชัดเจน อนาคตเด็กๆ ลำบากแน่
เขาเลยสั่งคนไปลากอู่เหล่ากุ้ยที่แกล้งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนมาจากบ้านข้างๆ แล้วให้คนไปรับหน่วนเป่ากลับมาจากหอพักปัญญาชน
นอกจากนี้ยังมีเฟิ่งผิง อู่ต้ากั๋ว และแน่นอน... ป้าหนิวจอมเผือกที่รู้ข่าวไวปานวอกก็ตามมามุงด้วย
อู่เหล่ากุ้ยเดินหน้ามึนเข้ามา นั่งสูบยาเงียบๆ ไม่หือไม่อือ ปล่อยให้ไป๋อวี้หลานจัดการทุกอย่าง
อู่กังมองไป๋อวี้หลานด้วยสายตาเสียดสี "ลูกสาวแต่งออกไปแล้ว ปีใหม่ตรุษจีนยังต้องกลับมาเยี่ยมบ้าน งั้นวันปีใหม่เทศกาลสำคัญ ให้ต้าชิ่งกับเสี่ยวหย่วนแสดงความกตัญญูบ้าง ตัวไม่ต้องมา แต่ของฝากต้องถึง ป้าสะใภ้ว่าไง?"
ตัวมาก็ต้องเลี้ยงข้าว เสียข้าวสุก ของมาอย่างเดียวดีที่สุด
ไป๋อวี้หลานหูผึ่ง "ก็ดีนะ แต่ต้องให้เยอะหน่อย ห้ามให้น้อยๆ เสียหน้าแย่"
"วันไหว้บ๊ะจ่าง ไหว้พระจันทร์ ตรุษจีน แล้วก็วันเกิดพวกเราสองตายาย รวมๆ แล้วเทศกาลละห้าหยวนเป็นไง?"
อู่กังอึ้งกิมกี่ เขาตั้งใจจะพูดประชด แดกดันให้นางสำนึกว่าเด็กๆ มันลำบาก ควรจะเห็นใจกันบ้าง ไม่นึกว่านางจะหน้าด้านรับมุก แถมยังเรียกร้องหน้าตาเฉย
ไม่ใช่แค่อู่กังที่อึ้ง ชาวบ้านที่มามุงดูก็หน้าเขียวไปตามๆ กัน
รายได้ทั้งปีจากการทำนามันได้สักเท่าไหร่กันเชียว ถ้าต้องเอามาประเคนให้นางหมด เด็กๆ จะเอาอะไรกิน
ป้าหนิวทนไม่ไหว "เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นคนแบบนี้ จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อหลาน ลูกชายตายไปแล้วยังหน้าด้านมาทวงบุญคุณกับหลาน..."
ชาวบ้านหลายคนเริ่มส่งเสียงด่าทอไป๋อวี้หลาน
บอกว่านางทำเกินไป ให้มันน้อยๆ หน่อย
อู่กังทำหน้าบึง "ป้าสะใภ้ นี่มันขูดรีดกันชัดๆ ทำไมไม่จับเด็กสามคนชั่งกิโลขายซะเลยล่ะ?"
ไป๋อวี้หลานยืดอก "ก็พ่อผู้ใหญ่ให้ฉันพูดเองไม่ใช่เหรอ?"
อู่กังหันไปมองอู่เหล่ากุ้ย
อู่เหล่ากุ้ยยังคงคอนเซปต์เดิม "อย่ามาถามข้า ข้าไม่รู้เรื่อง ไปตกลงกับเด็กมันเอง"
อู่กังถอนหายใจ หันไปทางอู่ต้าชิ่ง แต่อู่ต้าชิ่งเห็นคนเข้าข้างตัวเองเยอะขนาดนี้ ก็ยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ
"ตกลงกันมาเลยครับ เขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร วันหน้าผมจะปฏิบัติตามนั้น ถ้าเทศกาลไหนผมไม่มีเงิน ผมจะเขียนใบแปะโป้ง หรือไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายค่ายกตัญญูให้ปู่กับย่าให้ครบครับ"
ชาวบ้านพากันพยักหน้าชื่นชม เด็กคนนี้ช่างกตัญญูและซื่อสัตย์จริงๆ
อู่กังสรุป "ดี งั้นเรามาทำสัญญากัน ต่อไปห้ามใครมาโวยวายเรียกร้องอะไรเพิ่มอีก แต่ทุกคนก็รู้ดีว่ารายได้จากการทำนามันน้อยนิด ต้าชิ่งได้สิบแต้มก็จริง แต่ต้องเลี้ยงน้องอีกสองปาก"
"เอาอย่างนี้ พบกันคนละครึ่งทาง ตรุษจีนให้สามหยวน ส่วนวันไหว้บ๊ะจ่าง ไหว้พระจันทร์ และวันเกิดลุงเหล่ากุ้ย ให้ครั้งละสองหยวน ตกลงตามนี้ไหม?"
ไป๋อวี้หลานโวยวาย "แล้ววันเกิดฉันล่ะ?"
อู่กังตอบเสียงเรียบโดยไม่มองหน้า "ได้ข่าวว่าป้าถูกเก็บมาเลี้ยงข้างทาง ไม่รู้ว่าเกิดวันไหนไม่ใช่เหรอครับ?"
ไป๋อวี้หลานโกรธจนหน้าซีด ป้าหนิวหลุดขำก๊าก "ไป๋อวี้หลาน หล่อนเคยจัดงานวันเกิดให้ต้าชิ่งกับเสี่ยวหย่วนบ้างไหม? ยังมีหน้ามาทวงวันเกิดตัวเอง ฉันจำได้นะว่าต้ากั๋วกับจินเป่าได้กินไข่วันเกิดทุกปี"
ไป๋อวี้หลานอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก
อู่ต้าชิ่งรีบตัดบท "ผมตกลงครับ ถ้าทางโน้นไม่มีปัญหา ก็เขียนสัญญาเลย ปีละเก้าหยวน ผมจ่ายไหว"
จูคนทำบัญชีผู้มีความรู้ ร่างสัญญาเสร็จเรียบร้อยในพริบตา
ละเอียดทุกเม็ด แม้กระทั่งถ้าอู่เหล่ากุ้ยกับไป๋อวี้หลานเจ็บป่วย ลูกๆ ต้องออกค่ารักษาเท่าไหร่ หลานอย่างอู่ต้าชิ่งกับเสี่ยวหย่วนต้องช่วยเท่าไหร่ เขียนไว้ชัดเจน
ไป๋อวี้หลานไม่กล้าเรื่องมาก กลัวว่าถ้าเรื่องมากไปกว่านี้ เงินที่กำลังจะได้จะบินหายไป
ในใจนางกระหยิ่มยิ้มย่อง อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างแล้ว ข้าวสารร้อยจินที่เสี่ยวหย่วนได้มา นางต้องมีส่วนแบ่งแน่ๆ
สัญญาทำเป็นสองฉบับ ไป๋อวี้หลานรับมาถือ พลิกดูไปมา
อู่กังรำคาญ "ไม่ต้องดูหรอก ป้าอ่านหนังสือไม่ออก เดี๋ยวกลับไปให้ต้ากั๋วอ่านให้ฟัง"
ไป๋อวี้หลานหน้าแตกอีกรอบ
อู่กังย้ำ "ป้าสะใภ้ ผมขอย้ำอีกครั้ง ต่อไปนี้ให้ยึดตามสัญญา ต่างคนต่างอยู่ ห้ามไประรานหลานอีก อย่าทำให้เสียชื่อหมู่บ้านอู่เจียโกวของเรา"
"และมีอีกเรื่อง ไม่ว่าในอนาคตต้าชิ่งจะตกต่ำ หรือได้ดิบได้ดีร่ำรวยแค่ไหน สัญญาฉบับนี้ถือเป็นที่สิ้นสุด ห้ามมาเรียกร้องเพิ่มเด็ดขาด"
ไป๋อวี้หลานแค่นเสียง "เหอะ! ต่อให้มันรวยล้นฟ้า ฉันก็ไม่สนหรอก"
"งั้นก็ลงชื่อประทับลายนิ้วมือซะ"
ไป๋อวี้หลานเขียนหนังสือไม่เป็น เลยประทับลายนิ้วมือแทน
อู่เหล่ากุ้ยเคาะกล้องยาสูบเงียบๆ แล้วประทับลายนิ้วมือตาม สุดท้ายอู่ต้าชิ่งก็เซ็นชื่อ โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านและคนทำบัญชีลงนามเป็นพยาน
ต่อหน้าทุกคน อู่กังย้ำเรื่องรางวัลข้าวสารของเสี่ยวหย่วนอีกครั้ง
กว่าจะเสร็จเรื่องก็ดึกดื่น ชาวบ้านแยกย้ายกันกลับ ไป๋อวี้หลานยังมิวายเหลียวหลังมองถุงข้าวสารตาละห้อย
อู่ต้าชิ่งชวนอู่กังกับลุงจูอยู่กินข้าวด้วยกัน
แต่อู่กังปฏิเสธ "อารู้น้ำใจเอ็งดี แต่ข้าวสารพวกนี้ได้มาเพราะเสี่ยวหย่วน ไม่ใช่ง่ายๆ เก็บไว้กินกันเองเถอะ"
อู่ต้าชิ่งซึ้งใจ ส่งผู้ใหญ่ทั้งสองกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
พอปลอดคน อู่ต้าชิ่งรีบสั่งให้น้องๆ ก่อไฟทำกับข้าว
คราวนี้มีข้าวสารรางวัลจากหมู่บ้าน บวกกับไข่ไก่สองฟองของอาสะใภ้หวัง ทำกับข้าวได้โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป
อู่ต้าชิ่งหุงข้าวสวยหม้อใหญ่ เอาขาหมูพะโล้กับน่องไก่ทอดจากโลกอนาคตมาอุ่น ผัดไข่ใส่เต้าเจี้ยว และยำผักดองอีกจาน
สองพี่น้องตัวน้อยคือฮีโร่ของวันนี้ อู่ต้าชิ่งคีบกับข้าวใส่ชามน้องไม่ยั้ง ทั้งสามคนกินกันพุงกางหน้ามันแผลบ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่สาง อู่ต้าชิ่งตื่นแต่เช้า เข้าไปในโกดังมิติ ตักข้าวสารใส่ถุง ถุงละสิบจิน ได้มาห้าถุง
เตรียมตัวเสร็จ กินข้าวเช้า พอชาวบ้านเริ่มออกไปทำงาน เขาก็ปั่นจักรยานออกจากหมู่บ้านอย่างเปิดเผย
เจอใครทักก็ตอบเสียงดังฟังชัด "เอาข้าวสารรางวัลของเสี่ยวหย่วนไปขายในเมืองครับ จะเอาเงินมาใช้"
คราวนี้อู่ต้าชิ่งปั่นตรงเข้าตัวเมือง แต่ไม่ได้รีบไปขายข้าว เขาปั่นตระเวนไปทั่วเมือง
เขาต้องการหาเช่าบ้าน ตอนนี้มีโกดังมิติแล้ว ต้องใช้ให้คุ้มค่า
จะให้ขี่จักรยานขนของออกจากหมู่บ้านทุกวันแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป ระยะยาวไม่ดีแน่
โดยเฉพาะไข่ไก่สองพันจินที่เถียนเสี่ยวอู่สั่ง เขาต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยและมิดชิดในการถ่ายของ
แต่การที่เขาปั่นจักรยานบรรทุกข้าวสารตระเวนไปทั่วเมือง ก็ตกเป็นเป้าสายตาของชาวบ้านร้านตลาด
สายตาหลากหลายคู่จับจ้องมาที่เขา
"พ่อหนุ่ม ข้าวสารขายไหม?"
เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้น ฝูงชนเริ่มรุมล้อมอู่ต้าชิ่ง บางคนจ้องถุงข้าวสารตาเป็นมันเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งถุง