เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ช่องทางรวย

ตอนที่ 8 ช่องทางรวย

ตอนที่ 8 ช่องทางรวย


อู่ต้าชิ่งหิ้วปิ่นโตกลับถึงบ้าน เสี่ยวหย่วนกับหน่วนเป่ากำลังยืนชะเง้อรออยู่ที่ลานบ้าน พอเห็นพี่ชายกลับมา ทั้งคู่ก็ชูมือน้อยๆ ให้อุ้มทันที

หลังจากป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จ และชงนมผงให้คนละแก้ว อู่ต้าชิ่งก็เริ่มคิดแผนหาเงินในอนาคตต่อ

หรือจะไม่เอาอะไรไปขาย แต่เอาเงินหกร้อยหยวนที่เหลือไปถลุงให้หมดดี

อู่ต้าชิ่งปาดเหงื่อที่หน้าผาก ตอนนี้เหงื่อผสมกับฝุ่นดินกลายเป็นโคลนไปแล้ว

เขากลัวว่าสภาพมอมแมมแบบนี้จะไปทำคนในโลกอนาคตรังเกียจ เลยคว้าถังน้ำกับผ้าเช็ดตัว ตัดสินใจไปอาบน้ำที่แม่น้ำเสียก่อน

บรรยากาศริมน้ำร่มรื่น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ลมพัดใบไม้ไหวซู่ซ่า สายลมเย็นปนละอองน้ำพัดผ่าน ทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

เพราะอากาศแล้ง น้ำในแม่น้ำเลยไหลเอื่อยๆ แต่อู่ต้าชิ่งตาไว ทันทีที่มาถึงก็เห็นกุ้งเครย์ฟิชสองสามตัวกำลังมุดเข้าซอกหิน

"เฮ้ย! ฉันลืมของดีแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย!"

คนในหมู่บ้านไม่กินเจ้าตัวนี้กันหรอก จับได้ก็สับให้ไก่กิน แต่เมื่อคืนเขาเห็นแผงขายของในตลาดมืดที่คนมุงกันแน่นขนัด

กลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนใคร หอมสดชื่นแต่ก็แฝงความเผ็ดร้อน ยั่วน้ำลายสุดๆ

คนมุงซื้อกันจนมองไม่เห็นคนขาย ร้านนั้นขายไอ้เจ้านี่แหละ... กุ้งเครย์ฟิชหม่าล่า

แถมในตลาดนัดกลางคืน ยังมีร้านขายกุ้งเครย์ฟิชแบบนี้อีกตั้งหลายร้าน

อู่ต้าชิ่งเดาว่ากลิ่นหอมแปลกๆ นั่นคงเป็นกลิ่นพริกหม่าล่าเพราะที่นี่ยังไม่มีเครื่องเทศที่ให้รสชาแบบนี้ เขาเลยเดาเอา

แต่อู่ต้าชิ่งยิ้มแก้มปริ ช่องทางรวยมาแล้ว!

อาจเป็นเพราะตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนตัวใหญ่ยักษ์โผล่มา เจ้ากุ้งพวกนั้นเลยเตรียมจะชิ่งหนีเข้าซอกหิน

โชคดีที่อู่ต้าชิ่งมือไว คว้ามาได้ตัวหนึ่ง

แต่มันตัวเล็กจิ๋วเดียว ไม่พอยาไส้แน่ๆ เขาเลยโยนมันกลับลงน้ำ

ปากก็พึมพำ "รีบไปตามผู้ใหญ่บ้านแกมาซะ ฉันมีธุรกิจจะคุยด้วย"

เชื่อไหมว่าเจ้าตัวจิ๋วนี่รักพวกพ้องจริงๆ มันไปพาญาติผู้ใหญ่มากันเป็นขบวน คงกะจะมารุมกินโต๊ะเขา

ตัวสีแดงเข้ม ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม รวมก้ามเข้าไปด้วยแล้วใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือเขาแน่ะ ขนาดตัวเล็กๆ สีเขียวๆ ก็ยังยาวเท่าบิ้วชี้

สภาพดูดีกว่าที่ขายในตลาดมืดเยอะเลย

ไม่นานอู่ต้าชิ่งก็จับได้สามสิบสี่สิบตัว แต่แค่นี้ยังไม่พอจะเอาไปทำทุน

เขาเลยกวาดเอาสาหร่ายแถวนั้นมาปั้นเป็นก้อน แล้วจับปลาซิวปลาสร้อยกับปูนาที่ชอบมาพันแข้งพันขามาทุบให้เละผสมลงไปในก้อนสาหร่าย วางล่อไว้แล้วถอยออกมาซุ่มรอ

นี่เป็นวิชาที่พ่อถ่ายทอดให้ก่อนตาย ไม่นึกว่าจะได้งัดเอามาใช้ตอนนี้

น้ำในฤดูใบไม้ผลิเย็นเฉียบ แต่อู่ต้าชิ่งไม่สะทกสะท้าน ไม่นานกลิ่นคาวเลือดก็ล่อให้กุ้งเครย์ฟิชออกมากันยุบยับ แถมยังมีปูนาแห่ตามมาอีกโขยง

ปูนานี่คนในหมู่บ้านยิ่งเกลียดกว่ากุ้งเครย์ฟิชอีก มีแต่กระดองไม่มีเนื้อ พอถึงหน้าร้อนหน้าฝนก็แพร่พันธุ์จนล้นคลอง กินปลาเล็กปลาน้อยจนเกลี้ยง

ทำแบบนี้ซ้ำไปสามรอบ อู่ต้าชิ่งก็ได้กุ้งเต็มถังอย่างง่ายดาย

เขาลองยกถังดู น้ำหนักไม่น่าจะถึงร้อยชั่ง แต่เจ็ดแปดสิบชั่งน่าจะมี

พอวางถังน้ำลงบนฝั่ง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตปริศนา

ไอ้ต้วมเตี้ยม!

เรียกให้ดูดีหน่อยก็... ตะพาบน้ำ!

โชคดีที่น้ำแล้ง ไม่งั้นต่อให้สูบน้ำจนแห้งก็คงหาของดีแบบนี้ยาก

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจอแบบนี้เขาคงจับเชือดคอเอาเลือด แล้วต้มซุปบำรุงให้น้องๆ ไปแล้ว แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป อู่ต้าชิ่งควักเชือกที่พกติดเอวออกมามัดขาหลังตะพาบแล้วห้อยหัวลง

กะน้ำหนักดูคร่าวๆ น่าจะสามสี่ชั่งได้

ของดีหายากแบบนี้ คนในเมืองชอบนักแล แล้วคนในเมืองโลกอนาคตจะชอบเหมือนกันไหมนะ

เจ้าตะพาบยังไม่สิ้นฤทธิ์ พยายามจะงับเชือกให้ขาด

อู่ต้าชิ่งไม่ยอมให้มันทำสำเร็จหรอก

เขาเอื้อมมือจะไปจับกระดองมัน เจ้าตะพาบก็ยังซ่า จะแว้งกัดมือเขาอีก

ทันใดนั้น เสียงสวบสาบดังมาจากป่าข้างๆ พร้อมเสียงผู้หญิงร้องเตือน "ระวังมันกัด!"

เสียงไม่คุ้นหู พอหันไปมองก็เห็นปัญญาชนหญิงสวมแว่นกรอบดำหน้ากลมที่เจอเมื่อตอนกลางวันเดินเข้ามา

เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบกิ่งไม้แห้งๆ แถวนั้นมาล่อที่ปากตะพาบ เจ้าตะพาบงับกิ่งไม้แน่นราวกับต้องมนต์สะกด ไม่ยอมปล่อย

อู่ต้าชิ่งทึ่ง "เฮ้ย! เจ๋งเป้ง ผมเป็นคนบ้านนอกแท้ๆ ยังไม่รู้วิธีนี้เลย"

ปัญญาชนหญิงตอบเสียงเรียบ "พ่อฉันบอกมา ท่านศึกษาเรื่องพืชและสัตว์เยอะ"

อู่ต้าชิ่งปากไว "ถ้ามีโอกาสเจอพ่อคุณ ผมต้องขอความรู้บ้างแล้ว"

เธอเงยหน้าขวับ มองเหม่อไปทางปลายน้ำ...

อู่ต้าชิ่งรู้ตัวว่าพลาดแล้ว

เขานึกขึ้นได้ว่าในบรรดาปัญญาชนหญิงที่ถูกส่งมา มีคนหนึ่งที่พ่อถูกใส่ร้ายจนต้องไปนอนคอกวัว

ได้ยินว่าเธอคนนั้นทำตัวเงียบๆ น่าจะเป็นเธอนี่แหละ

คิดได้ดังนั้น เขาเลยยื่นมือออกไปแนะนำตัวตามมารยาท "ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมอู่ต้าชิ่ง"

แต่เธอไม่ตอบรับ กลับจ้องมองไปยังจุดที่เขาจับตะพาบเมื่อกี้อย่างครุ่นคิด

"ลองขุดดูสิ ตรงที่คุณจับตะพาบได้เมื่อกี้ ต้องมีไข่ตะพาบอยู่แน่ๆ"

อู่ต้าชิ่งตาโต ตบหน้าผากฉาดใหญ่

นี่มันฤดูใบไม้ผลินี่นา

ตะพาบขึ้นบก ก็ต้องมาวางไข่สิ!

เจ้าตะพาบใช้ดวงตาเล็กจิ๋วจ้องเขามองเขม็ง โบราณว่าสัตว์พวกนี้อาถรรพ์แรง แต่เวลานี้อู่ต้าชิ่งไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้ว

เขาเดินเข้าไปนั่งยองๆ ค่อยๆ เกลี่ยดินร่วนๆ ออก แล้วก็เจอจริงๆ ไข่ตะพาบขนาดเท่าลูกกลอนวางกองอยู่ห้าหกสิบฟอง

เหมือนมีใครจงใจเอามาฝังไว้ ไข่ยังอุ่นๆ อยู่เลย

อู่ต้าชิ่งหยิบไข่มาดูเล่น ก่อนจะห่อเสื้อส่งให้เธอ "คุณเป็นคนเจอ ยกให้คุณหมดเลย"

เธอไม่รับ แต่ก้มมองกุ้งในถังของเขา "ฉันรู้ว่าคุณจับพวกนี้ไปขายในเมือง ช่วยเอาไข่พวกนี้ไปแลกของให้ฉันอย่างหนึ่งได้ไหม"

ช่วงนี้ทางการเข้มงวดเรื่องการค้าขายเก็งกำไร อู่ต้าชิ่งปฏิเสธเสียงแข็ง

"ใครมันปากพล่อย ผมจับไปให้น้องๆ ที่บ้านกินต่างหาก"

"ก็ปากพล่อยๆ ของคุณนั่นแหละที่บอกหัวหน้าอู่เมื่อกี้ ฉันได้ยินเต็มสองหู โกหกฉันไม่ได้หรอก"

อู่ต้าชิ่ง "......"

เธอยังตื้อไม่เลิก "ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันจะไปฟ้องคอมมูน!"

อู่ต้าชิ่งเกาหัวแกรกๆ "แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะ"

"ยาหยุดน้ำนม"

อู่ต้าชิ่ง "!"

จบบทที่ ตอนที่ 8 ช่องทางรวย

คัดลอกลิงก์แล้ว