- หน้าแรก
- พ่อค้าทะลุมิติ หลังบ้านผมมีประตูเชื่อมอนาคต
- ตอนที่ 7 ท้าตบตี
ตอนที่ 7 ท้าตบตี
ตอนที่ 7 ท้าตบตี
อู่ต้าชิ่งเกร็งรอรับพายุอารมณ์จากอู่เหล่ากุ้ย แต่ผิดคาด อู่เหล่ากุ้ยกลับสูบยาจากกล้องยาสูบแล้วพูดปลอบใจเขาแทน
"ต้าชิ่ง ถ้าหิวก็พาน้องๆ กลับบ้านเราเถอะ ตราบใดที่ปู่ยังอยู่ จะไม่ยอมให้พวกเอ็งสามพี่น้องต้องอดตายหรอก"
อู่ต้าชิ่งทำหน้าไม่ถูก เขาเอาเสียมแซะดินออกจากพลั่วไปพลางๆ คิดในใจว่าวันนี้ปู่กินยาผิดขวดหรือเปล่า ปกติต้องเอาด้ามกล้องยาสูบเคาะหัวเขาสักทีสองทีถึงจะสะใจไม่ใช่เหรอ
เรื่องผิดปกติแบบนี้ต้องมีเลศนัยแน่ๆ ปู่ไม่เคยพูดดีกับเขาขนาดนี้มาก่อน
จริงอยู่ที่ปู่ไม่ได้ร้ายกาจกับพวกเขาสามพี่น้องเท่าไป๋อวี้หลาน แต่ทุกครั้งที่ไป๋อวี้หลานทารุณพวกเขา ปู่ไม่เคยปริปากห้ามปรามสักคำ การทำเป็นนิ่งเฉยแบบนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่า
"ไม่ล่ะครับ บ้านปู่มันแคบ ผมพาเสี่ยวหย่วนกับหน่วนเป่าไปอยู่ด้วยไม่ได้หรอก"
อู่เหล่ากุ้ยรีบสวน "แคบตรงไหน ถ้าอยู่ไม่ได้จริงๆ ก็ทุบกำแพงกั้นออก รวมสองบ้านเป็นบ้านเดียวกันซะก็สิ้นเรื่อง"
แยกบ้านแล้วจะมารวมบ้าน เดี๋ยวสุดท้ายบ้านเขาก็กลายเป็นของคนอื่นน่ะสิ
อู่ต้าชิ่งรู้สึกทะแม่งๆ "ตอนนี้ผมหาแต้มแรงงานได้แล้ว ผมเลี้ยงเสี่ยวหย่วนกับหน่วนเป่าได้สบายครับ"
อู่กัง หัวหน้ากองผลิต เดินเข้ามาตบไหล่อู่ต้าชิ่งเบาๆ "ตั้งใจทำงานเถอะ อะไรที่ไม่ควรคิดก็อย่าไปคิดมัน"
อู่ต้าชิ่งรู้ดีว่าอู่กังเอ็นดูเขา เลยเลิกบ่น แบกพลั่วเดินไปทำงานต่อ
อู่ต้ากั๋วเดินตามเหยาอวี้หลิงต้อยๆ ปากก็พ่นน้ำลายแตกฟอง "นี่คือลูกเมียเก่าของอารองผม ไปท้องกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มา ใครเป็นพ่อมันยังไม่รู้เลย พวกหัวโบราณล้าหลัง คุณอย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า"
สายตาของเขาโลมเลีย ท่าทางเหมือนหมาปั๊กขี้ประจบ ทำเอาคนรอบข้างหัวเราะคิกคัก
เหยาอวี้หลิงปรายตามองอู่ต้ากั๋วอย่างรังเกียจ แต่สายตากลับจับจ้องไปที่อู่ต้าชิ่ง
มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว "แต่จะว่าไป ถึงน้องชายนายจะหัวรุนแรงไปหน่อย แต่ฝีมือทำงานใช้ได้เลยนะ แรงเยอะดี งานใช้แรงงานนี่ทำได้ดีเชียวล่ะ"
ปัญญาชนหลายคนหัวเราะแซว "เหยาอวี้หลิง อย่าบอกนะว่าเธอปิ๊งหมอนั่นเข้าแล้ว หน้าตามันก็ไม่เลวนะ"
มีเพียงปัญญาชนหญิงผมสั้นคนหนึ่งที่ไม่ได้ร่วมวงหัวเราะด้วย แว่นตากรอบดำหนาเตอะบนดั้งจมูกปิดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง
ถึงจะขุดดินได้ไม่เท่าไหร่ แต่เธอก็ก้มหน้าก้มตาทำต่อไปเงียบๆ
เหยาอวี้หลิงถลึงตาใส่เพื่อนๆ "ทำงานของพวกเธอไปเถอะน่า สี่คนรวมหัวกันยังสู้ไอ้คนหัวล้าหลังคนเดียวไม่ได้เลย"
พูดจบ เธอก็ผลักอู่ต้ากั๋วออกไป แล้วเดินรี่เข้าไปหาอู่ต้าชิ่ง
"สวัสดีค่ะสหาย ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อเหยาอวี้หลิง จากกลุ่มปัญญาชน คุณชื่ออะไรคะ"
อู่ต้าชิ่งมองหน้าเหยาอวี้หลิงอย่างงงๆ ในใจนึกสงสัยว่ากลุ่มปัญญาชนมีผู้หญิงใจกล้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
คิดไปคิดมาก็พอนึกออก อ้อ... คนที่อู่ต้ากั๋วตามจีบเช้าเย็นคนนี้นี่เอง
เหยาอวี้หลิงชูนิ้วโป้งให้ "คุณทำงานเก่งจัง เดี๋ยวเจอหัวหน้าอู่ ฉันจะบอกให้เขาเพิ่มแต้มแรงงานให้คุณนะ สหายคะ วันนึงคุณได้กี่แต้มคะ"
ชาวบ้านข้างๆ ตอบแทน "สิบแต้ม"
เหยาอวี้หลิงทำหน้าครุ่นคิด พวกปัญญาชนอย่างเธอทำงานวันหนึ่งได้แค่หกแต้มเอง
แต่เธอก็ยังพูดต่อ "คนขยันอย่างคุณ สิบแต้มน้อยไป หัวหน้าอู่น่าจะให้สักสิบสองแต้มนะ"
อู่ต้าชิ่งส่ายหน้า เห็นชาวบ้านขุดบ่อเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เขาก็กระโดดลงไปช่วยโดยไม่ลังเล
พลั่วตักดินสาดขึ้นมา ฝุ่นคลุ้งเข้าปากเหยาอวี้หลิงเต็มๆ
"อู่ต้าชิ่ง!" เหยาอวี้หลิงกรีดร้อง "คุณทำเกินไปแล้วนะ! คิดว่าแน่มาจากไหน ฉันอุตส่าห์คุยดีด้วย คิดว่าวิเศษนักเหรอ!"
"นิสัยแย่แบบนี้ ฉันจะไปฟ้องหัวหน้าอู่!"
อู่ต้าชิ่งยังคงก้มหน้าก้มตาขุดดิน ไม่สนใจคำพูดของเหยาอวี้หลิงแม้แต่น้อย
อู่ต้ากั๋วรีบวิ่งเข้ามา ประจบประแจง "อวี้หลิง อย่าไปถือสาหมอนั่นเลย เมื่อกี้มันยังเถียงปู่ผมฉอดๆ ขนาดคนกันเองมันยังไม่เห็นหัว เดี๋ยวกลับไปผมจะจัดการสั่งสอนมันให้เอง!"
ตอนนั้นอู่กัง หัวหน้ากองผลิต กลับมาจากการแจกแจงงาน เห็นเหยาอวี้หลิงหน้าดำหน้าแดง "เกิดอะไรขึ้น ใครแกล้งอะไรคุณหรือเปล่า"
เหยาอวี้หลิงแสร้งทำท่าบิดไปบิดมา "หัวหน้าคะ ฉันทำงานไม่เก่ง เลยอยากจะเรียนรู้จากสหายอู่ต้าชิ่ง แต่เขาทำตัวเป็นพวกปัจเจกนิยม ไม่มีความสามัคคีเลยค่ะ"
"ฉันถามเขาดีๆ เขาก็ไม่ยอมตอบฉันสักคำ"
ท่าทางดูน่าสงสารเสียเต็มประดา
อู่กังมองปราดเดียวก็รู้ว่าอู่ต้าชิ่งโดนปัญญาชนสาวตามตอแย แต่พวกปัญญาชนมีสถานะพิเศษ จะว่าหนักก็ไม่ได้ เบาก็ไม่ดี
เขาเดินไปดูหลุมตื้นๆ ที่เหยาอวี้หลิงขุดไว้ "นี่ฝีมือคุณเหรอ"
แมวขุดหลุมขี้ยังลึกกว่านี้เลย
เหยาอวี้หลิง "……"
อู่กังพยักหน้าอย่างจนใจ "ก็ยังดี อย่างน้อยก็ได้เหงื่อ"
"ฮ่าๆๆ!"
คนงานรอบๆ ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
ทำงานกันจนถึงบ่าย ทางกองผลิตก็เลี้ยงข้าวกลางวัน เป็นข้าวหม้อใหญ่ แป้งข้าวโพดนึ่ง กับมันฝรั่งตุ๋นเต้าหู้
อู่ต้าชิ่งเหนื่อยสายตัวแทบขาด ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ตักข้าวกินจนอิ่มแปล้
ถึงจะเป็นข้าวหม้อใหญ่ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีเนื้อสัตว์ แต่ทำไมมันถึงอร่อยนักก็ไม่รู้
กินเสร็จ อู่ต้าชิ่งก็ลังเลว่าจะแอบเอาไปฝากเสี่ยวหย่วนกับหน่วนเป่าดีไหม ยังไม่ทันได้ขยับตัว อู่กังก็เดินถือปิ่นโตสองเถามาหา ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเตรียมมาให้เด็กๆ
"อาครับ อาใจดีจัง"
อู่กังล้วงเงินหนึ่งหยวนออกมาจากกระเป๋า
"เดี๋ยวขากลับ แวะร้านค้าซื้อเนื้อไปฝากเสี่ยวหย่วนกับหน่วนเป่าด้วยนะ"
อู่ต้าชิ่งไม่รับเงิน แต่ยักคิ้วให้อู่กังอย่างกวนๆ "ไม่ต้องห่วงครับอา ผมมีปัญญาหาน่องเนื้อให้น้องกินได้ครับ"
ยุคนี้ไม่มีบ้านไหนร่ำรวย ถึงฐานะอู่กังจะดีกว่าชาวบ้านทั่วไปหน่อย แต่ก็มีลูกเมียต้องเลี้ยงดู
"เด็กตัวแค่นี้จะมีปัญญาอะไร"
อู่ต้าชิ่งกระซิบข้างหูอู่กัง "เมื่อวานผมขึ้นเขา ดักได้ไก่ป่ากับกระต่าย เอาไปขายในเมืองมาครับ"
"จริงดิ"
อู่กังยิ้มออก "เก่งขึ้นนี่หว่าเรา อยู่ดีๆ ก็รู้จักทำมาหากิน"
อู่ต้าชิ่งยืดอกภูมิใจ "ก็อาสอนมาดีไงครับ ผมจำใส่ใจตลอด"
"ถุย!" อู่กังหุบยิ้ม "ไม่ต้องมาปากหวาน"
อู่ต้าชิ่งเดินถือปิ่นโตกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี จู่ๆ ปัญญาชนชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาประกบ "อู่ต้าชิ่ง"
"ผมเอง" อู่ต้าชิ่งไม่คุ้นหน้าพวกปัญญาชนเท่าไหร่ มองหน้าแล้วก็นึกไม่ออก
"มีคนฝากมาบอกว่า ให้ไปเจอที่ป่าละเมาะหน่อย"
"ใคร"
"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง"
อู่ต้าชิ่งงงเป็นไก่ตาแตก ปกติเขาแทบไม่สุงสิงกับพวกปัญญาชนเลย แล้วใครจะมานัดเจอที่ป่าละเมาะ
แต่พวกปัญญาชนกลุ่มนี้ชอบนัดตบตีกัน แถมชอบเล่นสกปรก วันนี้เขาทำเหยาอวี้หลิงหน้าแตก แล้วพวกผู้ชายในกลุ่มก็บูชาเหยาอวี้หลิงยังกับนางฟ้า...
คิดได้ดังนั้น อู่ต้าชิ่งกวาดสายตามองไปรอบโรงอาหาร ชัดเลย เหยาอวี้หลิงกับพวกปัญญาชนชายหายหัวไปหมด
อู่ต้าชิ่งยิ้มมุมปาก หยิบตะเกียบในมือขึ้นมา หักเปราะสองท่อนด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แล้วยัดใส่มือปัญญาชนหนุ่มคนนั้น
"ฝากบอกกลับไปด้วยนะ ใครอยากเจ็บตัวก็ให้เดินมาหาฉันเอง"
"แหะๆ" ปัญญาชนหนุ่มยิ้มแห้งยิ่งกว่าร้องไห้ "สหาย เราแค่ล้อเล่นกันเฉยๆ พวกเราเป็นสหายที่ดีต่อกันนะ..."