เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ช้อปแหลก!

ตอนที่ 3 ช้อปแหลก!

ตอนที่ 3 ช้อปแหลก!


สมองของอู่ต้าชิ่งเหมือนถูกฟ้าผ่าเปรี้ยง หูอื้ออึงไปหมด

ถึงเขาจะไม่รู้ว่าไอ้ขนมไขผึ้ง นั่นมันทำมาจากอะไรแน่ คงจะเป็นของดีวิเศษล่ะมั้ง แต่เงินตั้งสิบหยวนซื้อลูกอมได้แค่ไม่กี่เม็ดเนี่ยนะ มันทำเอาเขาช็อกตาตั้งไปเลย

เขาคงต้องทำความเข้าใจเรื่องค่าเงินในโลกอนาคตใหม่ซะแล้ว

คุณป้ามองดูไก่ป่า กระต่ายป่า และไข่ไก่ป่าในตะกร้าของเขาอีกครั้ง "พ่อหนุ่ม ของพวกนี้ก็จะขายเหมือนกันเหรอ"

"ครับ!" อู่ต้าชิ่งตั้งสติได้เร็ว รีบฉีกยิ้มตอบรับ

ไก่กับกระต่ายยังดิ้นกระแด่วๆ ดูสดมาก คุณป้าเลยยิ่งตื่นเต้น "ขายเท่าไหร่จ๊ะ ป้าเหมาหมด"

คำถามนี้ทำเอาอู่ต้าชิ่งไปไม่เป็นอีกแล้ว จะให้ชูสองนิ้วให้ป้าเดาอีกก็คงดูตลกไปหน่อย

"ป้าครับ ล้วนแต่เป็นของดีทั้งนั้น ป้าว่าราคามาเลยครับ"

คุณป้าควักธนบัตรใบละร้อยออกมาสิบใบ "นี่หนึ่งพัน หักค่าผักสองร้อย เหลือแปดร้อยซื้อของพวกนี้ ถือว่าวินวินทั้งคู่ ไม่มีใครเสียเปรียบ"

เห็นแบงก์สีแดงปึกใหญ่อู่ต้าชิ่งถึงกับตาค้าง

นี่คงเป็นเงินของโลกอนาคตสินะ

ถ้าขืนเอาแบงก์พวกนี้กลับไปใช้ที่บ้าน มีหวังโดนจับยิงเป้าแหงๆ

"ป้าครับ ป้ามีข้าวสารไหมครับ เอาข้าวสารสักสิบชั่งมาแลกกับผมก็ได้"

คุณป้าทำหน้างง "แต่เงินพวกนี้เอาไปซื้อข้าวสารได้เป็นร้อยชั่งเลยนะ"

เกือบไปแล้วเชียว

อู่ต้าชิ่งเกาหัวแกรกๆ แก้เขิน "ผมคนบ้านนอกครับ เข้าเมืองครั้งแรกไม่รู้เรื่องรู้ราว รู้จักแต่ข้าวสาร"

คุณป้าไม่ได้ติดใจสงสัย เพราะดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าพ่อหนุ่มคนนี้เพิ่งเคยเข้าเมืองครั้งแรก ทั้งการแต่งตัวและท่าทางซื่อๆ นั่นแหละ

โชคดีที่มาเจอเธอนะเนี่ย ถ้าไปเจอคนอื่นมีหวังโดนหลอกจนหมดตัวแน่

คุณป้ามองกองของแล้วทำท่าลำบากใจ "พ่อหนุ่ม ป้าซื้อของเธอหมดแล้ว ช่วยขนไปส่งที่รถให้ป้าหน่อยได้ไหม"

รถ

อย่าว่าแต่ส่งที่รถเลย ให้แบกไปส่งถึงบ้านก็ยังไหว

อู่ต้าชิ่งแบกตะกร้าขึ้นหลังแล้วเริ่มมองหารถเมล์ ในใจคิดว่าอนาคตนี่ดีจริงๆ นอกจากจะคึกคักแม้ฟ้ามืดแล้ว ดึกป่านนี้ยังมีรถเมล์วิ่งอีก

แต่รถที่คุณป้าชี้ให้ดูไม่ใช่รถเมล์ แต่เป็นรถเก๋งทุนนิยมจากต่างประเทศคันงามที่จอดอยู่ไม่ไกล

อู่ต้าชิ่งประเมินความรวยของคุณป้าใหม่อีกรอบ แถมยังเดาไปเองว่า สมัยสาวๆ ป้าต้องเคยเป็นคนขับรถเมล์แน่ๆ ไม่งั้นคงขับรถเก๋งไม่เป็นหรอก

"พ่อหนุ่ม รอเดี๋ยว" คุณป้าให้อู่ต้าชิ่งวางของไว้ท้ายรถ แล้วเดินไปหยิบถุงกระดาษจากเบาะหลังออกมา ในนั้นมีน้ำผึ้งอยู่สองกระปุก

"ที่บ้านมีคนแก่ไหม ลูกๆ ซื้อมาให้ป้ากินไม่ทัน ถ้าไม่รังเกียจก็เอาไปให้คนแก่ที่บ้านบำรุงหน่อยนะ"

อู่ต้าชิ่งเป็นคนซื่อสัตย์ "ที่บ้านผมมีแค่น้องชายกับน้องสาวครับ"

ส่วนย่าใจร้ายอย่างไป๋อวี้หลานน่ะเหรอ

นางไม่คู่ควร!

"น้องอายุเท่าไหร่กันแล้ว"

"คนนึงเจ็ดขวบ อีกคนยังไม่ถึงสองขวบครับ"

ขอบตาคุณป้าร้อนผ่าว

ชีวิตพ่อหนุ่มคนนี้คล้ายกับผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตพ่อของเธอไว้เลย ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูน้องๆ ตั้งแต่ยังเด็กขนาดนี้

ตอนที่พ่อหนุ่มคนนั้นเสียสละชีวิตอย่างกล้าหาญ ก็คงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อหนุ่มคนนี้สินะ

เธอปาดน้ำตา แล้วหยิบนมผงเด็กอ่อนออกมาจากรถอีกสองกระป๋อง ยื่นให้พร้อมกับน้ำผึ้ง

"งั้นเอาพวกนี้ไปให้เด็กๆ นะ"

อู่ต้าชิ่งปฏิเสธเสียงแข็ง

แต่คุณป้ายัดใส่มือเขาจนได้ "พ่อหนุ่ม ฟังป้านะ ที่บ้านป้าของพวกนี้มีเยอะแยะ ป้าถูกชะตากับเธอ ครั้งหน้าเข้าเมืองมาก็มาหาป้าอีกนะ ป้ายังมีเพื่อนฝูงอีกเยอะ แค่บอกคำเดียวป้าช่วยเหมาของป่าเธอได้หมดเกลี้ยงเลย"

เธอดูออกว่าอู่ต้าชิ่งคงไม่มีมือถือ เลยจดเบอร์โทรศัพท์กับที่อยู่ให้ใส่กระดาษ

ที่แท้คุณป้าชื่อจางซินเหมย ชื่อฟังดูใจดีจัง

อู่ต้าชิ่งจับมือป้าจางด้วยความตื้นตัน "งั้นผมเรียกคุณป้าว่าป้าจางนะครับ ป้าจางครับ ไม่ว่าจะยุคไหนก็ยังมีคนดีมีน้ำใจเหมือนเหลยเฟิงอยู่จริงๆ!"

ป้าจางซินเหมยได้ยินคำชมก็ปลื้มใจจนน้ำตาคลอ

หลังจากโบกมือลาป้าจาง อู่ต้าชิ่งกำเงินหนึ่งพันหยวนแน่น ตัดสินใจว่าจะไปซื้อเสบียงที่สหกรณ์ ในปี 2024

ถึงจะเพิ่งมาถึงอนาคตได้ไม่นาน แต่เขาก็พอจับใจความได้ว่า ยุคนี้อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้ขาดแคลนเหมือนยุคเขา

แน่นอนว่าคำว่าสหกรณ์ไม่มีใครใช้แล้ว อู่ต้าชิ่งต้องถามทางไปเรื่อยๆ พร้อมกับปล่อยไก่ไปหลายเล้า

กว่าจะรู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาเรียกสหกรณ์ว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ต" ส่วนห้างสรรพสินค้าก็กลายเป็น "ศูนย์การค้า" หรือ "ห้าง" ไปแล้ว

แต่เรื่องพวกนี้ช่างหัวมันเถอะ ที่สำคัญคือเขาต้องรีบเปลี่ยนเงินหนึ่งพันหยวนนี้ให้กลายเป็นของกินให้หมด

ป้าจางบอกว่าเงินหนึ่งพันซื้อข้าวสารได้หลายร้อยชั่ง

แต่พอนึกถึงขนมไขผึ้งราคาเจ็ดชิ้นสิบหยวน สมองอู่ต้าชิ่งก็เริ่มเบลออีกรอบ รู้สึกว่าค่าครองชีพในโลกอนาคตนี่มันช่างลึกลับซับซ้อนจริงๆ

อู่ต้าชิ่งเดินตามคำบอกทางจนเจอซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง

มองผ่านกระจกบานใหญ่เข้าไป เห็นสินค้าวางเรียงรายเต็มชั้นวางละลานตาไปหมด

ตรงทางเข้ายังมีร้าน "เหล่าเจียงซาลาเปา" ลูกค้าแน่นร้าน ขายซาลาเปาร้อนๆ ควันฉุย

อู่ต้าชิ่งดีใจเนื้อเต้น จินตนาการว่าได้ประคองซาลาเปาลูกโตไว้ในมือ กัดเข้าไปคำเดียวไส้ทะลัก

แต่เวลานับถอยหลังในหัวเตือนว่า เขาเหลือเวลาในโลกอนาคตอีกไม่มาก ถ้ากลับไปไม่ทันเวลาที่กำหนด เขาจะติดอยู่ในโลกนี้ตลอดไป กลับไปหาเสี่ยวหย่วนกับหน่วนเป่าไม่ได้!

กลับไปไม่ได้นี่เรื่องใหญ่เลยนะ!

ด้วยความรีบร้อน เขาไม่ทันสังเกตประตูอัตโนมัติ เลยเดินชนเข้าอย่างจัง

โครม!

หัวกระแทกจนมึนตึ้บ

กว่าจะเข้ามาในซูเปอร์ฯ ได้ ก็เห็นคนอื่นเข็นรถเข็นเดินเลือกของกันสบายใจ ส่วนเขาสะพายตะกร้าไว้ข้างหลัง เพื่อความกลมกลืนเลยตัดสินใจไปเข็นรถเข็นบ้าง

แต่ไหงตอนเห็นคนอื่นเข็นมันดูเบาหวิว พอถึงตาเขา ดันออกแรงเยอะไปหน่อยจนชนรถเข็นแถวนั้นล้มระเนระนาดไปทั้งแถบ

เสียงโครมครามดังสนั่น ท่าทางเงอะงะของเขาเรียกความสนใจจากคนรอบข้างจนวุ่นวายไปหมด

ทันใดนั้น เสียงก้องกังวานก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง:

ประกาศภารกิจหลัก: ปรับตัวเข้ากับโลกอนาคต ทำภารกิจสำเร็จเพื่ออัปเกรดประตูมิติ รางวัลคือเพิ่มเวลาในโลกอนาคตเป็น 24 ชั่วโมงต่อครั้ง

อัปเกรดประตูแล้วจะอยู่ได้ 24 ชั่วโมงเหรอ

แต่อู่ต้าชิ่งไม่รู้ว่าไอ้คำว่า "ปรับตัวเข้ากับโลกอนาคต" นี่มันวัดจากอะไร

รู้แค่ว่าในโลกแปลกประหลาดนี้ หลายอย่างดูเหมือนเวทมนตร์ จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ยังดีที่เสียงนั้นบอกวิธีกลับบ้านให้ด้วย แค่หาประตูที่ใกล้ที่สุดเปิดออก เขาก็จะแวบกลับไปโลกเดิมได้เงียบๆ

แต่ตอนนี้ภารกิจหลักคือซื้อเสบียง ขืนหอบเงินยุคนี้กลับไปก็ไม่ต่างจากกระดาษเปื้อนหมึก ต้องเปลี่ยนเป็นของกินให้หมด

แต่ความเปิ่นเป๋อที่เกิดขึ้นติดๆ กันทำให้อู่ต้าชิ่งยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับไปไหน

เพราะสายตาเขาดันเหลือบไปเห็นบันไดที่กำลังเลื่อนเองได้

ตอนแรกนึกว่าหิวจนตาลาย แต่พอเพ่งดูดีๆ คนที่ยืนบนนั้นไม่ได้ก้าวขาเดินเลยสักนิด ตัวบันไดมันพาเลื่อนขึ้นไปข้างบนเองเฉยเลย

ไหนจะห้องกระจกใสนั่นอีก เห็นคนเข้าไปยืน ประตูปิดปุ๊บก็พุ่ง 'ฟึ่บ' ขึ้นไป พอประตูปิดอีกทีก็พุ่ง 'ฟึ่บ' ลงมา

พอดึงสติกลับมาได้ ก็เห็นคนรอบข้างยกก้อนอิฐขึ้นมาถ่ายเขา "ดูสิ แกมาจากไหนเนี่ย เชยระเบิด แบกตะกร้ามาด้วย หลุดมาจากยุคหินหรือไง..."

หมายเหตุ

เหลยเฟิง คือ ทหารหนุ่มของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ที่ถูกยกย่องให้เป็นแบบอย่างของคนดี ผู้เสียสละ และมีน้ำใจมาก สมัครเข้าเป็นทหารพลาธิการในกองทัพปลดแอกประชาชนตั้งแต่อายุ 20 ปี และประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ด้วยวัยเพียง 21 ปี

จบบทที่ ตอนที่ 3 ช้อปแหลก!

คัดลอกลิงก์แล้ว