- หน้าแรก
- ราชาแห่งไอเดีย เกิดชาตินี้ผมขอกู้วิกฤตการตลาด
- บทที่ 7 แม่ลงมือตีลูกชายหัวดื้อด้วยความโกรธ
บทที่ 7 แม่ลงมือตีลูกชายหัวดื้อด้วยความโกรธ
บทที่ 7 แม่ลงมือตีลูกชายหัวดื้อด้วยความโกรธ
แต่สิ่งที่หลิ่วเป่าเซิงคาดไม่ถึงคือ สวีต้าจื้อไม่เล่นตามแผนของเขาเลย กลับพูดแทรกขึ้นมาทันที "คุณอย่ามาพูดอ้อมค้อม! อยากได้เงื่อนไขอะไรก็พูดออกมาให้หมด แต่อย่าคิดจะมาแย่งน้องสาวผมไปอย่างเด็ดขาด ถ้าคิดจะแย่ง ก็ต้องแลกด้วยชีวิต แลกชีวิตลูกชายคุณกับชีวิตผม!"
หลิ่วเป่าเซิงได้ยินคำพูดนี้ก็โกรธจัดแทบจะล้มทั้งยืน เขาอาละวาดในหมู่บ้านมาหลายสิบปี มีแต่เขาที่หาเรื่องกลั่นแกล้งคนอื่น แต่วันนี้กลับถูกเด็กหนุ่มเลือดร้อนย้อนกลับมา การเสียหน้าแบบนี้เขาจะยอมได้ยังไง?
เขาหน้าแดงก่ำ กัดฟันพูดว่า "ได้! ถ้าอย่างนั้นเราก็มาพูดกันให้ชัดเจนไปเลย! นอกจากคืนเงินสินสอดที่เคยให้ไปทั้งหมดแล้ว บ้านแกจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้พวกเราอีกสองพันหยวน! เงินก้อนนี้รวมค่าจ้างวงดนตรี ค่าจัดเลี้ยง และค่าใช้จ่ายในการจัดงานเลี้ยงที่หมู่บ้านหลิ่วเจียของเรา ทั้งหมดนี้เป็นเงินจริงที่เราจ่ายไปแล้ว!"
"ไม่มีปัญหา!" สวีต้าจื้อตอบตกลงเสียงดังโดยไม่คิดเลย "สองพันก็สองพัน! ให้เวลาผมยี่สิบวัน ก่อนที่ผมจะไปรายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย ผมจะนำเงินก้อนนี้ทั้งหมดมาชดใช้ให้พวกคุณอย่างแน่นอน ไม่ขาดแม้แต่เฟินเดียว!"
อันที่จริงสวีต้าจื้อรู้ดีแก่ใจว่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบีบจนไม่มีทางไป ใครจะอยากใช้มีดดาบมาขู่กัน? แต่ตราบใดที่บ้านหลิ่วในวันนี้ยอมตั้งเงื่อนไข แม้จะเป็นค่าชดเชยราคาสูงแค่ไหนเขาก็กล้าตอบตกลงทันที เพราะตราบใดที่ยังมีภูเขาเขียวอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนมาเผา
หลิ่วเป่าเซิงพูดไม่ออกเลยทีเดียว เขาตั้งใจจะใช้คำพูดนี้มาข่มขู่สวีต้าจื้อ และเตรียมคำพูดไว้มากมาย เขาวางแผนไว้แล้วว่าบ้านสวีตอนนี้ยากจนข้นแค้น นอกจากเงินสินสอดที่คืนมาแล้ว คาดว่าคงหาเงินมาได้ไม่ถึงสองร้อยหยวนด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจ่ายค่าชดเชยสองพันหยวน นั่นมันเป็นการเรียกร้องชีวิตของพวกเขาชัด ๆ!
แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือ สวีต้าจื้อกลับตอบตกลงโดยไม่คิดเลย! คราวนี้ดีเลย เดิมทีตั้งใจจะบีบให้สวีต้าจื้อยอมจำนน กลายเป็นว่าตัวเองถูกมัดมือชกเสียเอง หลิ่วเป่าเซิงเสียหน้า ทำได้เพียงพูดจาข่มขู่ด้วยความกระด้าง
"ดี! ยี่สิบวันข้างหน้า ถ้าแกหาเงินสองพันหยวนมาไม่ได้ พวกเราจะมาแย่งคนไปตรง ๆ เลย! คอยดูเถอะ!" พูดจบก็รีบหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลิ่วหงจวินรีบวิ่งตามไป คอยถูมือด้วยความกระวนกระวาย "พ่อครับ ผม..."
เมื่อครู่เขาแอบมองสวีต้าหมิ่นที่สวมชุดเจ้าสาวสีแดง ชุดนั้นทำให้เขารู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ ภรรยาสาวสวยที่กำลังจะได้มาอยู่ในกำมือ กลับบินหนีไปต่อหน้าต่อตา แบบนี้จะไม่ให้เขาตายได้ยังไง? เขาทั้งอยากจะแย่งตัวคนกลับบ้านไปเดี๋ยวนี้เลย!
หลิ่วเป่าเซิงโกรธจัดจนกระทืบเท้า พลางด่าทอไปด้วย "รีบอะไรนักหนา! พวกไร้น้ำยาเอ๊ย! ฉันจะเปิดตาดูซิว่า ยี่สิบวันข้างหน้าพวกเขาจะเอาเงินสองพันหยวนนี้มาจากไหนมาชดใช้!" พูดจบก็พาคนกลุ่มนั้นเดินจากไปพร้อมกับคำสบถต่าง ๆ นานา
มองดูขบวนขันหมากที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป สวีต้าจื้อก็ถอนหายใจยาว ในที่สุดเขาก็ค่อย ๆ คลายมีดพร้าที่กำแน่นไว้ ในฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
พูดตามตรง เมื่อกี้เขาก็พร้อมที่จะสู้จนตาย แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง ถ้าตัวเองเป็นอะไรไป แม่และน้องสาวที่ขาดแรงงานผู้ชายในบ้านจะอยู่กันยังไง? ใครจะดูแลพวกเธอ?
ดังนั้น เมื่อหลิ่วเป่าเซิงเรียกร้องค่าชดเชยอีกสองพันหยวน นอกเหนือจากเงินสินสอดสองพันหยวนที่ได้รับคืนไป เขาก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ยี่สิบวันเพื่อหาเงินสองพันหยวน เวลากระชั้นชิดจริง ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหวังโดยสิ้นเชิง
สวีต้าจื้อคิดในใจว่า แม้จะไปรับจ้างแบกหามในไซต์ก่อสร้างในเวลากลางวัน และไปช่วยเฝ้าโกดังให้คนอื่นในเวลากลางคืน ถ้าทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายก็น่าจะหามาได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีความทรงจำจากชาติภพก่อนติดตัวมาอีกด้วย
ส่วนไอ้เตี้ยหลิ่วหงจวินคนนั้น สวีต้าจื้อก็จดบัญชีหนี้แค้นนี้ไว้ในใจอย่างเงียบ ๆ เรื่องจัดการมันไม่รีบร้อน วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ต้องมีสักวันที่มันจะต้องชดใช้แน่นอน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผ่านพ้นวิกฤตเงินสองพันหยวนนี้ไปให้ได้ก่อน
"โอ๊ย! ต้าจื้อเอ๊ย! ไอ้เด็กคนนี้ทำไมถึงได้หุนหันพลันแล่นแบบนี้!" ป้าหวังตบขาตัวเอง พลางพูดด้วยสีหน้ากังวล
ตาหลี่ใช้ไม้เท้ากระทุ้งพื้น "ก็จริง! เจ้าไปรับปากเรื่องแบบนี้ง่าย ๆ ได้ยังไง? ยี่สิบวันหาเงินสองพันหยวน นี่มันจะฆ่ากันชัด ๆ! ชาวนาอย่างพวกเราทำงานมาทั้งปีก็ยังเก็บเงินได้ไม่กี่บาทเองนะ!"
"ใช่ ๆ" ป้าจางพูดแทรก "เด็กคนนี้ปกติก็ดูเป็นคนสุขุมทำไมวันนี้ถึงได้ทำขนาดนี้? คราวนี้แย่เลย ไม่ใช่แค่ตัวเองต้องลำบาก แต่ยังลากน้องสาวมาลำบากด้วยอีก..."
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันพูดคุยกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล หยวนเต๋อมินหัวหน้าหมู่บ้านแก่ สูบยาสูบจนคิ้วขมวดเป็นปม "ต้าจื้อเอ๊ย บอกมาซิว่าเรื่องนี้จะทำยังไงดี?"
สวีต้าจื้อยืนอยู่กลางลานบ้าน ดวงตาแดงก่ำ เขาหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก้มคำนับผู้คนอย่างนอบน้อม "ขอบคุณลุงป้าน้าอาทุกคนที่เป็นห่วง ความปรารถนาดีของทุกคนผมจำไว้ในใจแล้วครับ แต่..."
เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ "แต่ผมไม่สามารถปล่อยให้น้องสาวกระโดดลงไปในกองไฟได้หรอกครับ! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็ต้องปกป้องเธอไว้..."
เมื่อเห็นสวีต้าจื้อยืนกรานหนักแน่นเช่นนี้ ชาวบ้านก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ป้าหวังปาดน้ำตา ตาหลี่ถอนหายใจอย่างแรง ส่ายหัวแล้วเดินจากไป ป้าจางอยากจะพูดอะไรบางอย่างก่อนไป แต่สุดท้ายก็แค่ยิ้มอย่างขมขื่นแล้วเดินจากไป
ลานบ้านค่อย ๆ เงียบสงบลง เหลือเพียงสวีต้าจื้อยืนอยู่ตรงนั้น เงาของเขาทอดยาวออกไป เสียงสุนัขเห่าดังมาจากที่ไกล ๆ ยิ่งทำให้ลานบ้านดูว่างเปล่ามากขึ้น
สวีต้าจื้อกำหมัดแน่น เล็บของเขาจิกลงในฝ่ามืออีกครั้ง
เมื่อทุกคนเดินจากไปหมดแล้ว หยวนชุ่ยอิงก็ปิดประตูบ้านดัง "ปัง" สวีต้าจื้อยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างงุนงง ไม่ทันได้ตั้งตัว เขาก็เห็นแม่พุ่งเข้าไปที่มุมกำแพง คว้ากิ่งไผ่ที่ใช้ตีสั่งสอนลูก ๆ เป็นประจำออกมา แล้วฟาดเข้าใส่ตัวเขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"ไอ้ลูกหัวดื้อที่โง่เง่า! ใครอนุญาตให้แกรับปากเรื่องแบบนี้ง่าย ๆ ฮะ? ใครอนุญาตให้แกรรับปาก!" เสียงของหยวนชุ่ยอิงสั่นเครือ กิ่งไผ่ในมือฟาดเข้าใส่ตัวสวีต้าจื้อพร้อมเสียงลม
"หวืด ๆ"
"เพียะ! เพียะ! เพียะ!"
กิ่งไผ่ฟาดเข้าที่หลังของสวีต้าจื้ออย่างจัง ทุกครั้งที่โดนก็เจ็บเหมือนโดนไฟลวก เสื้อกล้ามสีขาวที่เขาใส่จนซีดเหลืองถูกฟาดจนเกิดรอยแดงเป็นทางยาว บางแห่งถึงกับมีเลือดซึมออกมา
"ให้แกมาเป็นวีรบุรุษ! ให้แกมาเป็นคนใจกล้า! แกคิดว่าตัวเองมีความสามารถมากขนาดไหน? สองพันหยวนนะ! สองพันหยวนเต็ม ๆ! ยี่สิบวันแกจะไปหาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน? ต่อให้ขายบ้านของเราก็ยังหาไม่ได้เลยนะ!" หยวนชุ่ยอิงยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห กิ่งไผ่ในมือฟาดลงไปแรงขึ้นอีก
"แกตั้งใจจะบีบให้ฉันตายใช่ไหม! สองพันหยวน... แกเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม? ฮะ?" เธอร้องไห้พลางโบกกิ่งไผ่ไม่หยุด น้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มหน้า แต่แรงฟาดในมือกลับไม่ลดลงเลย เธอออกแรงเต็มที่ฟาดเข้าใส่สวีต้าจื้อ ราวกับต้องการระบายความหวาดกลัวและความสิ้นหวังทั้งหมดออกมา
หมายเหตุ ตราบใดที่ยังมีภูเขาเขียวอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนมาเผา หมายถึงถ้าไม่ตาย ชีวิตก็ยังมีความหวัง