- หน้าแรก
- ชีวิตใหม่ไม่ขอเด่น
- บทที่ 13: เขาไม่อาจมอบทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้
บทที่ 13: เขาไม่อาจมอบทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้
บทที่ 13: เขาไม่อาจมอบทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้
บทที่ 13: เขาไม่อาจมอบทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้
มื้อเที่ยงมักจะหรูหราอลังการเสมอ
บนโต๊ะเต็มไปด้วยวัตถุดิบล้ำค่า รวมถึงทรัพยากรการฝึกฝนที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างถวิลหา
เนื้อสัตว์อสูร
แม้ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงขึ้นมา แต่สรรพคุณก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสายพันธุ์ตามธรรมชาติมากนัก โดยให้ผลลัพธ์ถึงกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของมาตรฐาน
ตระกูลแลนดอนเลี้ยงสัตว์อสูรไว้สองชนิด ชนิดหนึ่งเรียกว่า 'ราชาเหลือง' และอีกชนิดคือ 'ปลาตะเพียนแดง'
อย่างแรกเป็นเชื้อราประเภทหนึ่งที่เจริญเติบโตด้วยการกินธัญพืช เนื้อของมันสามารถตัดเก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ ทว่ารสชาติค่อนข้างธรรมดาและนำไปปรุงอาหารได้ไม่หลากหลายนัก
ส่วนอย่างหลังเป็นของอร่อยหายาก เมื่อนำไปต้มจะได้น้ำซุปที่รสชาติโอชะ น่าเสียดายที่ผลผลิตมีจำกัด จึงทำได้เพียงจัดส่งให้แก่ยอดฝีมือระดับแกนนำของตระกูลอย่างต่อเนื่องเท่านั้น คนอื่นๆ จะมีโอกาสได้ลิ้มรสก็ต่อเมื่อถึงวันหยุดเทศกาลสำคัญหรือวันเกิด
เมื่อได้รับอนุญาตจากมิเจียอัน ยินเฟยก็เริ่มลงมือรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะน่องไก่ย่างเคลือบน้ำผึ้งที่ดูจะถูกปากเธอเป็นพิเศษ
"โอ๊ะ กินช้าๆ หน่อย! ไม่มีใครมาแย่งเจ้าหรอก..." มิเจียอันสัมผัสได้ถึงพลังเวทของเขาจากตัวยินเฟย จึงรู้สึกฉงนใจเล็กน้อย "อาการบาดเจ็บของเจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง?"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะนายน้อย ข้าดีขึ้นมากแล้ว ช่วงบ่ายนี้ข้าอยากจะไปที่สถาบันเพื่อสอบถามเรื่องการย้ายภาควิชาค่ะ"
"อืม ไปสิ..."
ชั้นปีต้นๆ ของภาควิชานักรบเริ่มปิดเทอมกันแล้ว
ทุกปีช่วงปิดเทอมฤดูหนาวจะยาวนานประมาณสองเดือนครึ่ง ส่วนปิดเทอมฤดูร้อนจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง
เมื่อคำนึงถึงความเสี่ยงในการเดินทางกลับดินแดนของตระกูลแลนดอนทางตอนเหนือเนื่องจากหิมะปิดกั้นเส้นทาง มารดาของเขาจึงเขียนจดหมายมากำชับให้เขาอยู่แต่ในเมืองหลวง ห้ามออกไปเที่ยวเตร่ที่ไหน
ความสงบเรียบร้อยของราชอาณาจักรย่ำแย่มาโดยตลอด โจรผู้ร้ายชุกชุมไปทั่วทุกหนแห่ง อาจกล่าวได้ว่าเมื่อพ้นเขตเมืองชั้นในออกไป ความปลอดภัยก็ไม่ได้รับการรับประกันอีกต่อไป การออกจากเขตที่อยู่อาศัยก็ไม่ต่างอะไรกับการก้าวเข้าสู่แดนเถื่อน
คนบางคนที่ในเมืองแต่งตัวภูมิฐานเป็นขุนนางผู้ดี พอออกนอกเมืองกลับกลายเป็นโจรและพวกค้าทาส ทำตามอำเภอใจโดยปราศจากการควบคุม
กฎหมายราชอาณาจักรไม่อาจบังคับใช้กับขุนนางท้องถิ่นได้
เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะข้ามเส้นที่ไม่อาจให้อภัยได้อย่างการแปรพักตร์ไปเข้ากับศัตรู ทรยศชาติ หรือสมคบคิดกับพวกนอกรีต ซึ่งหลังจากถูกไต่สวนโดยสภาขุนนางแล้ว ถึงจะมีกองทัพร่วมลงทัณฑ์ถูกส่งออกไป หากเป็นการกระทำชั่วร้ายทั่วไป อย่างมากก็แค่ถูกประณามโดยไม่มีบทลงโทษทางราชการใดๆ
แม้แต่บรรดาศักดิ์ขุนนางก็ไม่ได้พระราชทานโดยกษัตริย์ แต่ต้องผ่านการประเมินจากสภาขุนนาง โดยวัดจากตัวชี้วัดสี่ประการ ได้แก่ ดินแดน ประชากร การทหาร และเศรษฐกิจ
หลังจากสั่งสมบารมีมาหลายศตวรรษ ปัจจุบันตระกูลแลนดอนกำลังจ่อคิวเลื่อนขั้นเป็นตระกูลระดับมาร์ควิส พื้นที่ดินแดนและกำลังทหารของพวกเขาผ่านเกณฑ์แล้ว เหลือเพียงจำนวนประชากรและเศรษฐกิจที่ยังขาดอยู่นิดหน่อย
มิเจียอันหยิบมีดหั่นอาหาร ตัดชิ้นเนื้อ 'ราชาเหลือง' แล้ววางลงในจานของยินเฟย
"กินเนื้อสัตว์อสูรเยอะๆ! แบบนี้เจ้าถึงจะแข็งแกร่งขึ้น!"
วุ้นสีเหลืองมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนืดมาก เหมาะที่จะกลืนลงไปพร้อมน้ำ
ยินเฟยไม่ใช่คนเลือกกิน เธอทานทุกอย่าง อาหารบนโต๊ะถูกกวาดเรียบอย่างรวดเร็ว
หลันหลันยกผลไม้หลังอาหารเข้ามา
ผลไม้สีน้ำเงินเข้มรูปร่างคล้ายลูกแพร์ เรียกว่าผลมังกรคราม เป็นผลไม้เวทมนตร์หายากที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวพรรณขาวผ่องและเร่งการฟื้นฟูพลังจิต
ดวงตาของยินเฟยเป็นประกายเมื่อจ้องมองผลไม้เพียงลูกเดียวในจาน ด้วยความที่ไม่เคยเห็นหรือกินผลไม้ชนิดนี้มาก่อน เธอจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา
มิเจียอันยิ้มอย่างรู้ทัน หยิบขั้วผลไม้ขึ้นมาแล้วแกว่งไปมาตรงหน้าจมูกของยินเฟย เธอไม่อิดออดที่จะกัดมันเข้าปากทันที
"อุ๊ย เปรี้ยวจัง"
"ผลมังกรครามจะอร่อยที่สุดถ้านำไปแช่น้ำก่อน"
"นายน้อย ไม่บอกให้เร็วกว่านี้..."
ช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มิเจียอันพายินเฟยไปที่สำนักงานวิชาการก่อนเวลานัดประมาณสิบห้านาทีเพื่อดำเนินการเรื่องย้ายภาควิชา
ผู้อำนวยการที่รับผิดชอบเรื่องนี้เป็นหญิงผมขาวโหนกแก้มสูง สวมแว่นตากรอบเงิน บุคลิกดูเฉียบขาดและดุดัน
"ผู้อำนวยการโจฮันนาคะ ข้าต้องการย้ายไปภาควิชาอัศวินค่ะ" ยินเฟยก้าวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้น
"ยินเฟย ดูเหมือนเธอจะหาผู้อุปถัมภ์ที่เหมาะสมได้แล้วสินะ" โจฮันนาขยับแว่นสายตา สายตากวาดมองทั้งสองคนที่เดินเข้ามา "มีหลายคนมาถามฉันเรื่องของเธอ แน่ใจนะว่าไม่อยากลองพิจารณาใหม่อีกที?"
"ข้าตัดสินใจแล้วค่ะว่านับจากนี้ไปจะเป็นอัศวินของนายน้อยมิเจียอันแต่เพียงผู้เดียว..."
ยินเฟยรับแบบฟอร์มคำร้องขอย้ายภาควิชามาถือไว้
"ดูค่าธรรมเนียมหรือยัง?" โจฮันนาถามตามระเบียบปฏิบัติ
ยินเฟยรีบส่ายหน้า
"งั้นฉันจะบอกอีกครั้ง ค่าเล่าเรียนสำหรับภาควิชาอัศวินคือเทอมละสิบเหรียญทอง" โจฮันนาเอ่ยตัวเลขที่น่าตกใจด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "รวมสิบเอ็ดเทอมตลอดหกปี เป็นเงินทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบเหรียญทอง สามารถเลือกผ่อนจ่าย จ่ายก้อนเดียว หรือจะชดใช้ทุนด้วยการรับราชการทหารหลังเรียนจบก็ได้"
มิเจียอันหยิบถุงเงินออกมา นับเหรียญทองสิบเหรียญวางลงบนโต๊ะ "ข้าขอจ่ายค่าเทอมแรกก่อน"
"ทายาทตระกูลแลนดอน ฉันขอเตือนว่าอย่าทำอะไรเกินตัวจะดีกว่า" น้ำเสียงของโจฮันนาแฝงความนัย
"ขอบคุณที่เตือนครับ" มิเจียอันกล่าวด้วยสีหน้าไม่ยี่หระ
ยินเฟยหยิบปากกาขึ้นมากรอกชื่อ อายุ และรายละเอียดอื่นๆ ลงในแบบฟอร์ม จุดสำคัญคือชื่อของผู้ที่เธอถวายความภักดี มิเจียอัน แลนดอน
โจฮันนารับแบบฟอร์มคืน เก็บใส่ซองเอกสารแล้วประทับตราครั่งสีแดง "มีม้าหรือยัง?"
"มีแล้วครับ!"
"ชุดเกราะอัศวินควรเตรียมให้พร้อมโดยเร็วที่สุด ทางที่ดีควรเป็นชุดยุทธภัณฑ์อักขระแบบครบเซ็ต"
"อะไรที่ควรมี เดี๋ยวก็มีเองแหละครับ!"
มาถึงขั้นนี้แล้ว มิเจียอันย่อมไม่แสดงอาการหวาดหวั่นใดๆ
เป็นที่รู้กันดีว่าค่าใช้จ่ายสำหรับยุทธภัณฑ์อักขระไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ
ยุทธภัณฑ์อักขระชิ้นใดก็ตามจะช่วยเสริมพลังเวทแบบถาวรให้แก่ผู้ใช้ มูลค่าของมันมีตั้งแต่หลายสิบไปจนถึงหลายร้อยเหรียญทอง
ชุดที่ครบเซ็ตประกอบด้วยชิ้นส่วนหกชิ้นขึ้นไป โดยที่เส้นทางเดินพลังของอักขระไม่ขัดแย้งกัน ย่อมมีมูลค่าสูงกว่าชิ้นส่วนแยกขายหลายเท่าตัว อย่างต่ำก็ต้องราคาหลายพันเหรียญทอง
หากเป็นทายาทสายตรงทั่วไปของตระกูลแลนดอน พวกเขายังต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้มา แล้วจะเอามาเปย์ให้คนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร?
เขาก็คงเป็นแค่พวกสิบแปดมงกุฎที่ดีแต่พูดจาขายฝัน หลอกลวงความรู้สึกของเด็กสาวไปวันๆ โจฮันนาเชื่อว่าเธอมองธาตุแท้ของเด็กหนุ่มตรงหน้าออกทะลุปรุโปร่ง
"ยินเฟย อัศวินก็แบ่งระดับนะ ในอนาคตเธอจะเป็นอัศวินยุทธภัณฑ์ชั้นหนึ่ง หรือจะเป็นแค่อัศวินจิปาถะชั้นสอง?"
"ท่านต้องการจะพูดอะไรกันแน่คะ?" ยินเฟยส่งสายตาสงสัย
"เขาไม่อาจมอบทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้หรอกนะ" โจฮันนาประกาศอย่างเด็ดขาด
"แค่นี้ข้าก็พอใจแล้วค่ะ" สาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์
ประตูห้องทำงานเปิดอยู่ ลมหนาวจากระเบียงพัดกรูเข้ามา ยินเฟยรีบเร่งฝีเท้าตามมิเจียอันไป พร้อมกับปิดประตูเบาๆ ตามหลัง
โจฮันนาถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด "ทำไมถึงเลือกทางที่คาดไม่ถึงแบบนี้นะ? ไปติดตามท่านลอร์ดแฮทธาเวย์ไม่ดีกว่าหรือไง?"
อาพาน มนุษย์แพนด้า ยืนรออย่างเงียบสงบอยู่ที่หน้าประตู
ด้วยหัวกลมโต รูปร่างล่ำสันดูซื่อบื้อ ขนสีขาวดำตัดกัน และเสื้อแจ็คเก็ตสั้นสีน้ำเงินที่ดูรื่นเริงเป็นพิเศษ ทำให้เขาดูเป็นมิตรและน่ารัก
มีหลายคนพยายามซื้อตัวอาพานจากมิเจียอัน โดยเสนอเงินเดือนสูงกว่าเป็นสิบเท่า หรือแม้กระทั่งเสนอตำแหน่งพ่อบ้านให้
แต่อาพานไม่เคยหวั่นไหว เขาปฏิญาณว่าจะติดตามและภักดีต่อนายน้อยมิเจียอันเพียงผู้เดียวไปชั่วชีวิต!