เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - เผชิญศัตรู

บทที่ 40 - เผชิญศัตรู

บทที่ 40 - เผชิญศัตรู


บทที่ 40 - เผชิญศัตรู

พายุคมกริบดุจมีด เห็นใครเป็นต้องฆ่า

การเคลื่อนไหวของกลุ่มโจรไผ่ ในที่สุดก็ไปสะดุดตาคนในสำนัก ศิษย์ผู้หนึ่งลากสังขารที่บาดเจ็บสาหัส เดินโซซัดโซเซมาถึงหน้าหอประชุมใหญ่ แล้วกระแทกรฆังแจ้งเหตุสุดแรง

เสียงระฆัง ‘เหง่งหง่าง’ ดังก้องกังวานไปทั่วสำนัก กลบเสียงลมพายุ ปลุกศิษย์ทั้งหลายให้ตื่นตัว

ศิษย์ที่กำลังสะลึมสะลือต่างหน้าถอดสี รีบคว้าข้าวของเตรียมรับมือศัตรู ส่วนพวกโจรไผ่ก็เปลี่ยนแผนจากการลอบโจมตี เป็นการบุกทะลวงซึ่งหน้า!

เจ้าบ้าหมันถือดาบใหญ่ยืนตระหง่านหน้าหอประชุม สูดลมหายใจเข้าปอดลึกจนพุงป่องแก้มแดง ดวงตาปูดโปนด้วยแรงดัน วินาทีต่อมา เขาพ่นลมหายใจออกมาเป็นมังกรไฟ พุ่งเข้าเผาผลาญทุกทิศทาง

มังกรไฟกลางพายุไม่เพียงไม่มอดดับ กลับยิ่งลุกโชนด้วยแรงลม ขยายขนาดใหญ่ขึ้นอีกสามส่วน เผาผลาญรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

เปลวไฟลุกลามไหม้เรือนไม้ไผ่ แสงไฟโชติช่วงสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้าอันมืดมิด

เจ้าบ้าหมันหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้น แสงกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งเข้ามา เจ้าบ้าหมันไหวตัวทัน ยกดาบขึ้นรับการโจมตีได้ทันท่วงที

กัวเจินเดินหน้าทะมึนออกมาจากข้างหอประชุม กล่าวเสียงเย็น “เจ้าบ้าหมัน แกนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ!”

เจ้าบ้าหมันเห็นกัวเจินก็ไม่ได้เกรงกลัว กลับหัวเราะเยาะ “กัวเจิน คราวที่แล้วข้าพลาดท่าให้แกนิดหน่อย วันนี้ไม่ง่ายเหมือนวันนั้นแล้วนะโว้ย”

กัวเจินได้ฟังถึงกับแค่นหัวเราะ ครั้งก่อนมันหนีหางจุกตูดชัดๆ ยังกล้าพูดเหมือนตัวเองต่อให้ เขาขี้เกียจต่อปากต่อคำ แปะ ‘ยันต์ตัวเบา’ และ ‘ยันต์สิบทิศทรงพลัง’ ลงบนตัว มือคืบยันต์ไว้อีกหลายใบ กางอาคมเกราะไผ่เขียว แล้วพุ่งกระบี่เข้าใส่

ศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักต่างแยกย้ายกันต่อสู้ พวกเขาถูกโจมตีทีเผลอ ตั้งตัวไม่ติด จึงทำได้แค่สู้พลางถอยพลาง

ในกลุ่มโจรไผ่ มีโจรเฒ่าประสบการณ์สูงหลายคน ระดับพลังอยู่ที่ฝึกปราณขั้นสี่ถึงหก ถือเป็นกำลังหลักในระดับฝึกปราณช่วงกลาง พวกนี้มีลูกเล่นและฝีมือเหนือกว่าพวกผู้บำเพ็ญเพียรอิสระหน้าใหม่มาก บางคนมีฐานะหน่อยก็มีอาวุธวิเศษระดับต่ำติดตัว เพิ่มความน่ากลัวไปอีกขั้น

ตัดภาพมาที่ศิษย์สำนักไผ่เขียว หลายคนเก่งแต่ปลูกผักทำนา ฝีมือการต่อสู้จืดชืด อาศัยเพลงกระบี่ไผ่เขียวที่ฝึกมาแบบขอไปที กับอาคมเกราะไผ่เขียวที่แสงริบหรี่ สู้ไปกล้าๆ กลัวๆ ไหนเลยจะสู้พวกโจรเฒ่าเจนสนามได้

ณ หน้าหอสัตว์วิเศษ โจรเฒ่ากลุ่มหนึ่งนำลูกสมุนนับสิบล้อมโจมตี พวกเขารู้ดีว่าหอสัตว์วิเศษเป็นสถานที่สำคัญ ย่อมมีของมีค่ามากมาย หากยึดได้ ย่อมคุ้มกว่าไปไล่ตีศิษย์ระดับล่าง

ก็จริงอย่างว่า ช่วงมรสุม หอสัตว์วิเศษกักตุนไผ่เขียวทองคำไว้ให้แพนด้ากินเพียบ แค่ค่าไผ่ก็ปาเข้าไปเกือบหมื่นหินปราณแล้ว แต่คำถามคือ หอสัตว์วิเศษจะตีแตกง่ายๆ หรือ?

ศิษย์พี่ประจำหอสัตว์วิเศษมองดูพวกโจรโจมตีประตูใหญ่อย่างเย็นชา ประตูนี้สร้างพิเศษเพื่อกันแพนด้าแหกคุก มีอักขระป้องกันแน่นหนา แต่ถึงอย่างนั้นก็คงทนการโจมตีต่อเนื่องไม่ไหว

ศิษย์พี่จึงกล่าวเรียบๆ “เลี้ยงทหารพันวัน ใช้งานวันเดียว ถึงเวลาให้พวกมันเห็นฤทธิ์เดชของสัตว์วิเศษแล้ว ประตูหอสัตว์วิเศษ นอกจากกันไม่ให้หมีขาวดำหนีแล้ว ยังมีไว้ปกป้องศิษย์ในสำนักไม่ให้โดนหมีขย้ำด้วยนะจะบอกให้”

เขาสะบัดมือ ด้านหลังเขามีฝูงแพนด้าเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แววตาพวกมันส่องแสงสีเขียวน่าสยดสยอง

หมีขาวดำ หรือ หมีไผ่ กินไผ่เป็นอาหารหลัก นานๆ ทีจะจับสัตว์เล็กกินเสริม ถ้าไม่ติดว่าขี้เกียจสันหลังยาว พวกมันคงไม่ต้องมากินไผ่หรอก เพราะความขี้เกียจ ทำให้พวกมันดูเชื่อง จนคนลืมไปว่าพวกมันหนักหลายร้อยชั่ง และมีเขี้ยวเล็บแหลมคม

ศิษย์พี่คลายผนึกประตู วินาทีถัดมา สัตว์ร้ายที่ถูกขังอุดอู้มาเดือนครึ่งเพราะมรสุมก็ทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก พุ่งออกไปนอกประตูทำให้แผ่นดินสะเทือน

โจรหน้าประตูตะลึงงัน วินาทีต่อมาความชั่วร้ายเข้าครอบงำ พวกเขาเงื้อดาบฟันใส่ฝูงแพนด้า

แพนด้าจ่าฝูงตัวใหญ่ยักษ์ไม่ใช่พวกหัวทึบ มันลุกขึ้นยืนสองขา ส่งเสียงคำราม ‘อึ๊ง’ (เสียงร้องแพนด้า) แล้วตบอุ้งเท้าใส่โจรทันที

เมื่อดาบปะทะอุ้งเท้า โจรไผ่ก็ได้รู้ซึ้งถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง

ต่อให้แพนด้าจะน่ารักแค่ไหน มันก็คือสัตว์ร้ายที่มีพลังโจมตีมหาศาล

แม้หมีขาวดำจะไม่มีเวทมนตร์ แต่พวกมันมีหนังหนา ขนดก ตัวอ้วนพี และพละกำลังมหาศาล ดาบฟันลงไปไม่เข้าเนื้อ แต่พอโดนอุ้งเท้าตบสวนกลับมา โจรผู้นั้นกะโหลกยุบจมลงไปในอก กลายเป็นผีหัวขาดในบัดดล

แพนด้านับร้อยตัวบุกตะลุย กัดคน ตบงู โจรลูกกระจอกรับมือไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ส่วนโจรเฒ่าตัวเก๋าก็โดนแพนด้าระดับบอสหลายตัวรุมทึ้ง จนหาทางปลีกตัวไม่ได้

ที่นี่คือสำนักผู้บำเพ็ญเพียร ไม่ใช่แหล่งเสื่อมโทรมของพวกอิสระ ขุมกำลังที่ควรมี สำนักก็มีไม่ขาด

อีกด้านหนึ่ง ณ หอการเกษตร สถานที่แห่งนี้ก็ถูกโจรไผ่ล้อมไว้เช่นกัน

หอการเกษตรคือหัวใจสำคัญของสำนักไผ่เขียว หรือจะเรียกว่าสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะดูแลนาปราณทั้งหมด เป็นเหมือนแผนกจัดการทรัพย์สิน แถมยังรับซื้อไผ่เขียวทองคำ จึงมีหินปราณหมุนเวียนมหาศาล และยังทำหน้าที่ปล่อยกู้ให้ศิษย์ในสำนักอีกด้วย

ดังนั้น หอการเกษตรจึงไม่ได้เป็นแค่คนปลูกผักหน้าโง่ แต่เป็นทั้งสถาบันการเงิน ฝ่ายบัญชี คลังสมบัติ และฝ่ายบริหารทรัพย์สินของสำนัก

สถานที่สำคัญขนาดนี้ การป้องกันย่อมไม่ธรรมดา

ศิษย์นับสิบคนตรึงกำลังอยู่ในหอการเกษตร ไม่ออกไปรบข้างนอก แต่อาศัยค่ายกลป้องกันของหอตั้งรับอย่างเหนียวแน่น หน้าที่ของพวกเขาไม่ใช่การไล่ล่าศัตรู แต่คือการปกป้องทรัพย์สินของสำนัก

ผู้ดูแลหอการเกษตรนั่งล้อมวงรอคำสั่งจากศิษย์พี่หญิงคนหนึ่ง นางเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณขั้นเจ็ด และเป็นผู้ดูแลสูงสุดของหอการเกษตร

นางขมวดคิ้ว นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้แดงเป็นจังหวะ ก่อนเอ่ยถาม “ไผ่เขียวทองคำในคลังยังปลอดภัยดีไหม?”

ศิษย์น้องชายพยักหน้า “ศิษย์พี่หมิ่นพาคนไปเฝ้าแล้ว ไม่น่ามีปัญหาขอรับ”

“แล้วเงินสำรองหินปราณล่ะ?” นางถามต่อ

“เหลือหนึ่งหมื่นสามพันเจ็ดร้อยหินปราณขอรับ” ศิษย์น้องอีกคนตอบทันควัน

“เหลือแค่นี้?”

“ขอรับ ช่วงที่ผ่านมาเปิดค่ายกลพิทักษ์สำนัก ใช้ไปสองหมื่นเจ็ดพันสองร้อยหินปราณ หนี้ที่สำนักติดไวก็ยังไม่ได้คืน แถมไผ่เขียวทองคำก็ยังไม่ได้ส่งไปขายที่สำนักแม่เพราะติดมรสุม เลยยังไม่มีรายรับเข้ามาขอรับ” ศิษย์น้องฝ่ายบัญชีแจงยิบ

“นี่มันวิกฤตของหอการเกษตรชัดๆ ตั้งแต่ข้ามาดูแล เงินสำรองไม่เคยต่ำกว่าสามหมื่นเลยนะ พอต่ำกว่าสามหมื่นข้าก็ใจคอไม่ดี ฝันร้ายตลอด ดูสิ พอเงินต่ำกว่าสามหมื่นปุ๊บ เรื่องซวยๆ ก็มาปั๊บ!”

ศิษย์พี่หญิงบ่นอย่างหัวเสีย นิ้วเคาะโต๊ะรัวเร็วยิ่งขึ้น

ศิษย์คนอื่นๆ ต่างนั่งเงียบ มองตรงไปข้างหน้า ทำเป็นเมินศิษย์พี่หญิงที่กำลังสติแตก ศิษย์พี่หญิงผู้นี้มีนิสัยเหมือน ‘ปี่เซี้ยะ’ (เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่กินแต่เงินทองไม่ถ่ายออก) เห็นเงินเข้าก็ยิ้มหน้าบาน เห็นเงินลดก็ห่อเหี่ยวทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - เผชิญศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว