เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่12 หยิ่งยโสเหลือเกิน

ตอนที่12 หยิ่งยโสเหลือเกิน

ตอนที่12 หยิ่งยโสเหลือเกิน


ตอนที่12 หยิ่งยโสเหลือเกิน

บรรดาบ่าวรับใช้ที่อยู่เคียงข้างได้ยินแบบนั้น ต่างก็ชี้นิ้วกรนด่าสาปแช่งใส่ ราวกับเซียถงเพิ่งกระทำบาปอันใหญ่หลวงต่อฟ้าดินจนเกรี้ยวโกรธก็มิปาน

เซียถงยังคงยืนพึงประตูกอดอกอย่างสบายอารมณ์ ไม่โต้แย้งใดๆ ทั้งยังยิ้มตอบกลับไปว่า

“แล้วอย่างไรเล่า?”

น้ำเสียงของนางช่างเรียบนิ่งและดูหยิ่งยโส

อิ๋งเอ๋อร์ทั้งตกใจและร้อนใจในเวลาเดียวกัน คุณหนูของนางเคยกล้ามีปากมีเสียงขนาดนี้ที่ไหนกัน? ทว่าตอนนี้...

ฮูหยินเฉิงมิได้รู้สึกโกรธ แต่กลับระเบิดหัวเราะเยาะขำขันแทน

“ได้ ในเมื่อเจ้าหาปัญหาใส่ตัวเอง เช่นนั้นก็อย่าโทษข้าเลย พวกเจ้า! ไปจับตัวเซียถงมา!”

ฉวยโอกาสนี้ชับไล่เซียถง นังแพศยาให้ออกจากจวนเสนาบดีให้สิ้นซากไปเสีย เช่นนี้บัวหิมะน้อยของข้าจะได้เลื่อนกลายมาเป็นคุณหนูใหญ่ผู้เป็นสายตรงแห่งจวนเสนาบดี เท่านี้ก็มีคุณสมบัติพอที่จะขึ้นรับตำแหน่งพระชายาเอกขององค์รัชทายาท!

ทั้งฮูหยินเฉิงและเซี่ยเสวี่ยเหลียนต่างแสยะยิ้ม ดวงตาฉายแววปลื้มปีติดีใจ

ทันใดนั้นบ่าวชายร่างกำยำสูงใหญ่ทั้งหกก็ตรงเข้าไปหาเซียถง เห็นภาพฉากดังนี้ เซียถงเข้าใจได้ในทันใดว่า สองแม่ลูกคู่นี้น่าจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี

คิดจะทำร้ายข้างั้นรึ? อดีตนักฆ่าผู้มีลมปราณอยู่ในขอบเขตเสาหลักฟ้า? ฮ่าฮ่า! ยังอ่อนหัดนัก!

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์ทั้งหกที่บีบวงเข้ามาเรื่อยๆ สีหน้าการแสดงออกของเซียถงมิได้ฉายแววลนลานเลยสักนิด ในทางตรงกันข้าม นางก้าวย่างออกไปเบื้องหน้า พร้อมซัดกำปั้นหนักหน่วงสุดแรง

ทั่วทั้งอาณาบริเวณได้ยินเพียงเสียงดัง‘บูม!’ หมัดเรียวยาวของเซียถงเสยเข้าที่คางของชายฉกรรจ์ผู้โลคดีคนแรก ยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ร่างของอีกฝ่ายที่โดนนางชกปลิวกระเด็น ลอยละลิ่วกระแทกพื้นดินจนแตกระแหง!

ตามมาด้วยกำปั้นหมัดที่สองและหมัดที่สามต่อเนื่องกัน ปรากฏแค่เสียง ‘บูม!’ ‘บูม!’ ดังสนั่นขึ้น ชายฉกรรจ์อีกห้าคนที่เหลือถูกเซียถงซัดกระเด็นด้วยความแรงสุดโต่ง ราวกับถูกกระสุนปืนใหญ่ยิงอัด  นอนแผ่ราบหมดสภาพกองอยู่กับพื้นดิน แต่ละคนร้องผะงาบโอดครวญทั้งน้ำตา บางคนถึงกับอาเจียนเป็นเลือดสดไม่หยุด

เมื่อเห็นภาพฉากอันน่าเหลือเชื่อตรงหน้า ทั้งเซี่ยเสวียเหลียนและฮูหยินเฉิงต่างหน้าถอดสีซีดเซียวในทันใด

นี่มันเป็นไปได้ยังไง...

เซียถงมิใช่เศษสวะไร้ลมปราณแล้วหรอกรึ? ไฉนถึงกับ... เกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่?

แต่สองแม่ลูกคู่นี้เองก็ไม่เห็นเซียถงหยิบใช้ลมปราณออกมาเลยสักนิดเช่นกัน

มุมปากของเซียถงกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆฉีกกว้างจนเผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวสวยในปาก จับจ้องไปยังเซี่ยเสวี่ยเหลียนและฮูหยินเฉิงที่ยืนแข็งค้างอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ยังมีอีกหรือไม่?”

“เจ้า เจ้า เจ้า....เจ้าอย่าได้ใจเกินไปนัก!!”

ฮูหยินเฉิงทั้งโกรธทั้งกลัวจนใบหน้าซีดเผือดไปหมด

เซี่ยเสวี่ยเหลียนกรนเสียงตวาดลั่นสุดจะเกรี้ยวกราด รัศมีพลังปราณสีเหลืองแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง แส้หนังอ่อนในมือโบกสะบัดเฆี่ยนโจมตีเซียถง เสียงลมกระโชกแรง ฟันฟาดเข้าใส่ด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า!

อิ๋งเอ๋อร์ถึงกับกรีดร้องเสียงดังลั่น

“คุณหนูระวัง!!”

เซียถงยกมือป้องปากหาวเล็กน้อย เอียงศีรษะหลบแส้หนังอ่อนที่เซี่ยเสวี่ยเหลียนโจมตีเข้าใส่อย่างง่ายดาย พออีกฝ่ายเห็นท่าทีหยามเหยียดดูถูกของเซียถงก็ยิ่งเดือดดาลหนักเข้าไปใหญ่ ระดมกระแสพลังปราณสีเหลืองลงในแส้ การโจมตีครั้งต่อไปจะสะบั้นผิวหนังของนังแพศยานี้ให้แตกระเบิดในพริบตา!

“เจ้าใช้แส้ได้อ่อนหัดเหลือเกิน เอาล่ะ เดี๋ยวต่อจากนี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นเองว่า การใช้แส้ที่แท้จริงมันต้องเป็นอย่างไร”

เซียถงแสยะยิ้มฉีกกว้าง คู่เท้ากระตุกวูบร่างแปรไสวเป็นเงาซ้อนสายหนึ่ง คว้าแส้หนังอ่อในมือของเซี่ยเสวี่ยเหลียนมา พร้อมสะบัดข้อมือยกสูงเตรียมหวด รัศมีแส้ที่เคลื่อนไหวบนอากาศท่ามกลางแสงตะวันในยามนี้ เปรียบเสมือนมังกรทองร่ายรำดูทรงพลังอย่างยิ่งยวด

เซี่ยเสวี่ยเหลียนตื่นตกใจสุดขีด ได้แต่กรีดร้องลั่น ส่วนบ่าวรับใช้คนอื่นๆต่างวิ่งหนีออกไปทุกหนแห่ง

ยามนี้นางหรือยังจะกล้าตอบโต้อะไรได้?

สุดท้ายก็ได้แต่ยืนขดตัวเสมือนหนูกอดศีรษะตัวเอง

ถึงแม้แส้หนังอ่อนยังฟาดลงมาไม่ถึงร่างกายของเซี่ยเสวี่ยเหลียนด้วยซ้ำ แต่คล้ายกับว่ามีพลังที่มองไม่เห็นตัดผ่านชั้นผิวหนังของนางจนแตกระแหง

ปัง! ปัง! ปัง!

เซียถงกระหน่ำแส้ฟาดฟันใส่เซี่ยเสวี่ยเหลียนอย่างบ้าคลั่ง ธารเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาตามรอยแตกของผิวหนังไม่หยุด ทำให้ชุดแพรพรรณที่นางใส่มาชโลมไปด้วยเลือดในพริบตา

หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยเสวี่ยเหลียนก็นอนขดตัวอยู่กับพื้นแบบนั้น เนื้อตัวสั่นเทาไม่หยุดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

สภาพไม่ต่างจากสุนัจจรข้างทางที่กำลังจะตาย

เซียถงแค่นเสียงเย็นไปคำหนึ่งก่อนโยนแส้หนังอ่อนในมือทิ้งไป นี่นับว่านางอ้อมมือให้มากแล้ว ไม่เช่นนั้น ด้วยพลังฝีมือของเซี่ยเสวี่ยเหลียนที่มีน้อยนิดแค่นี้ เกรงว่าจะไม่สามารถทนรับแม้กระทั่งหนึ่งในสามของขุมพลังที่เซียถงมีได้แน่นอน

“กรี๊ดดดด!!! บัวหิมะน้อย! บัวหิมะน้อยของข้า!!!”

ฮูหยินเฉิงกรีดร้องเสียงดังลั่นราวดับสติแตกไปแล้ว รีบวิ่งเข้าไปกอดร่างอาบเลือดสีแดงฉานของเซี่ยเสวี่ยเหลียนที่หมดสติแล้ว คำรามลั่นทั้งน้ำตาว่า

“เซียถง!! เจ้ามันนางมารร้าย! ไฉนถึงทำกับน้องสาวแท้ๆของตัวเองได้ขนาดนี้!!? ข้าจะไปฟ้องท่านพี่! สั่งให้ขับไล่เจ้าออกจากจวนเสนาบดีซะ!”

“คุณหนู! คราวนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่แล้ว!”

สีหน้าของอิ๋งเอ๋อร์ดูไม่สู้ดีนัก นางควรทำอย่างไรดี?

แววตาของเซียถงยังคงเย็นชาลงเข้าไปอีก ก็ที่เจ้าของร่างคนเก่าตายลงไป มิใช่เพราะฝีมือพวกเจ้างั้นรึ? แล้วคนอย่างพวกเจ้ายังกล้าเรียกข้อความเป็นธรรมอันใดอีก?

ฮูหยินเฉิงที่เห็นสีหน้าการแสดงออกที่เปลี่ยนไปของเซียถง ก็หลงคิดไปว่า พอได้ยินว่าจะฟ้องเซี่ยอี้เฉิน นางคงกำลังกลัวเป็นแน่! จึงยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่คำรามด่ากราดต่อว่า

“นังสารเลว เจ้าไม่ตายดีแน่!!”

และในตอนนัน้เอง จู่ๆก็มีสุ้มเสียงหนึ่งตะโกนดังเข้ามาในอาณาบริเวณเกิดเหตุ

“เกิดอะไรขึ้น? เสียงเอะอะโวยวายอันใดกัน!”

เซียถงเหลือบสายตามองไปยังต้นเสียง ก็เห็รเซีย่อี้เฉินที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง ข้างกายของเขายังมีชายชุดดำผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาเรียวยาวสุดล้ำลึกคู่หนึ่งเท่านั้น

ปราดสายตาแรกที่ได้เห็น เซียถงรู้สึกคุ้นเหลือเกินราวกับว่า นางเคยเห็นชายชุดดำผู้นี้จากที่ไหนมาก่อนสักแห่ง

“ท่านพี่! ท่านต้องมอบความเป็นธรรมให้แก่เหลียนเอ๋อร์!!”

ทันใดนั้นเอง ฮูหยินเฉิงก็โผตัวเข้าไปหาเซี่ยอี้เฉิน ร้องหมร้องไห้เสียงดังลั่น

เซี่ยอี้เฉินขมวดคิ้วแน่นและเอ่ยถามขึ้นว่า

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับเหลี่ยนเอ๋อร์?”

พอกล่าวจบ เซี่ยอี้เฉินก็เงยหน้ามองไปตามทิศที่ฮูหยินเฉิงชี้ออกไป เห็นเพียงเซี่ยเสวี่ยเหลียนที่นอนหมดสติอยู่กับพื้น เสื้อผ้าทั่วร่างขาดรุ่งรุ่งริ่ง ทั่วทั้งตัวชโลมเลือดสีแดงสดใครเห็นต่างต้องรู้สึกสยดสยอง

สีหน้าของเซี่ยอี้เฉินแปรเปลี่ยนไปในทันใด เขารีบวิ่งเข้าไปดูอาการบุตรสาวคนนี้โดยเร็วที่สุด แผดเสียงคำรามลั่นกึกก้องว่า

“เหลียนเอ๋อร์!! ไฉนเจ้าบาดเจ็บหนักปานนี้? มันผู้ใด! เป็นฝีมือของมันผู้ใด!!?”

ฮูหยินเฉิงจ้องไปทางเซียถึงตาเขม็งด้วยสายตาสุดแค้นแสนอาฆาต คำรามลั่นว่า

“เซี่ยถงอิจฉาในความงดงามของเหลี่ยนเอ๋อร์ จึงใช้แส้ฟาดทั้งใบหน้าและร่างกายของเหลี่ยนเอ๋อร์หวังให้เสียโฉม! วันนี้ข้าขอเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกสาวของข้า! ทุกคนภายในเมืองหลวงต้องรู้ถึงพฤติกรรมอันเหี้ยมโหดของเซียถง! ถึงกับต้องการฆ่าน้องสาวตัวเองทั้งเป็น! ท่านพี่! ท่านต้องมอบความยุติธรรมแก่เหลียนเอ๋อร์!”

ยิ่งเซียถงเผชิญหน้ากับสุ้มเสียงพล่ามน้ำลายบูดของฮูหยินเฉิงมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกง่วงหงาวหาวนอนมากขึ้นเท่านั้น ช่างเป็นอะไรที่เสียเวลาทำมาหากินโดยแท้ และแน่นอนว่าท่าทางการแสดงออกของนางในขณะนี้กลับดูไม่หวาดกลัวหรือรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

ชายชุดดำที่ยืนอยู่เคียงข้างเซี่ยอี้เฉิน พอเห็นเซียถงที่อยู่ตรงหน้า แววตตาคู่เรียวถึงกับฉายแววประหลาดใจ

“เจ้าเป็นกุลสตรีเหมือนแม่เจ้าไม่ชอบ! ถึงกับลงมือลงไม้กับน้องสาวแท้ๆเพียงนี้!?”

เซี่ยอี้เฉินลุกขึ้นยืน พร้อมชี้ด่าด่ากราด้วยความเกรี้ยวกราดสุดขีด ยื่นมือเตรียมหวดหหมายจะตบหน้าเซียถงเป็นการสั่งสอน แต่ทันทีที่ฝ่ามือกำลังหวดเข้าใส่อย่างแรง เซียถงก็ยกมือขึ้นจับดัง‘หมับ!’ได้อย่างง่ายดาย

“ก่อนอื่น คนที่ไม่มีคุณสมบัติความเป็นพ่ออย่างเจ้า ข้าไม่ขอนับถือเสียแล้วกัน และไม่ว่าท่านแม่ของข้าจะเป็นคนอย่างไร เจ้าเองก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่แสดงความคิดเห็น และที่สำคัญ...เป็นพ่อที่ดียังไม่ได้ ก็อย่าสะเออะมาสั่งสอนข้า”

พูดจบเซียถงสะบัดมือของเซี่ยอี้เฉินทิ้งออกไปอย่างไม่ไยดี ซึ่งแรงพลักนี้มันก็มากพอที่ทำให้ร่างของเซี่ยอี้เฉินเซถอยออกไป ถึงขั้นทรงตัวเกือบไม่อยู่กันเลยทีเดียว

เซี่ยอี้เฉินใบหน้าถอดสีในทันใด ได้แต่ชี้หน้ามือไม้สั่นเทาว่า

“เจ้า เจ้า เจ้า...เจ้ากล้ามาก!!”

ฮูหยินเฉิงฉวยโอกาสนี้รีบใส่ไฟราดน้ำมันบนกองเพลิงต่อทันที

“ท่านพี่ นังสารเลวเฉกเช่นนางไม่ควรเลี้ยงให้เสียข้าวสุกต่อในจวน ขนาดวันนี้ยังกล้าตีเหลียนเอ๋อร์ขนาดนี้ ไม่แน่ว่าวันหน้า...นางอาจจะบ้าตีบุพการีขึ้นมาจริงๆ...”

อิ๋งเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็รีบคุกเข่า ยกมือไหว้ขอขมาทั้งน้ำตาว่า

“นายท่าน! นี่ไม่ใช่ฝีมือของคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ! คุณหนูใหญ่สูญเสียลมปราณไปแล้ว มิอาจเป็นคู่มือของคุณหนูรองได้ด้วยซ้ำ ทั้งหมดเป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ...ได้โปรดฆ่าบ่าวทิ้งด้วยเถิด!!”

ฮูหยินเฉิงได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัด ตรงเข้ามาถีบยอดอกของอิ๋งเอ๋อร์อย่างแรง

“เศษเดนมนุษย์อย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์พูด!”

แววตาของเซี่ยอี้เฉินค่อยๆมืดครึ้มหม่นประกายลง ตวาดเสียงดังลั่นใส่เซียถงว่า

“ยังไม่รีบคุกเข่าอีก!”

เซียถงเลิกคิ้วขึ้นมองสวนกลับไปราวกับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น แต่ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาทางตน พอหันไปมองก็พบว่า ชายชุดดำคนหนึ่งกำลังจับจ้องนางราวกับกำลังหยอกล้อ มุมปากของอีกฝ่ายโค้งกระตุกยิ้มขึ้นบางๆ ซ่อนแฝงความสนุกสนานเอาไว้หนึ่งส่วน

“บอกให้คุกเข่า!”

เซี่ยอี้เฉินเค้นเสียงดังตะโกนลั่นด้วยความโกรธจัดอีกครา ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องเซียถงเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ส่วนบรรดาคนรับใช้ที่อยู่รอบข้างต่างถอนหายใจ และเริ่มจับกลุ่มสนทนากันอย่างเงียบงัน

จบบทที่ ตอนที่12 หยิ่งยโสเหลือเกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว