เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่13 ราชันหมาป่าสวรรค์

ตอนที่13 ราชันหมาป่าสวรรค์

ตอนที่13 ราชันหมาป่าสวรรค์


ตอนที่13 ราชันหมาป่าสวรรค์

เสมือนกับว่าเหลืออดเป็นทนแล้ว เซี่ยอี้เฉินถึงถลึงตาใส่นางปานนี้ เซียถงที่เห็นเช่นนี้จึงเอ่ยเตือนอย่างจริงใจขึ้นว่า

“เสบาบดีเซี่ย เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า ตั้งแต่เล็กจนโต เจ้ามีเคยมีความรับผิดชอบในฐานะพ่อบ้างหรือไม่? ท่านแม่ของข้าป่วยหนัก เจ้าเคยไปเยี่ยมนางบ้างหรือเปล่า?”

หนึ่งคำถามถูกยิงออกไป ถึงแม้น้ำเสียงของเซียถงจะมิได้ดังมาก แต่มันก็ได้ยินชัดเจนทุกถ่อยคำ ดังกังวลเข้าหูของทุกคน

สีหน้าการแสดงออกของเซี่ยอี้เฉินพลันแปรเปลี่ยนไปทันใด แต่ไม่แม้แต่รอให้เขาเอ่ยตอบโต้อันใด เซี่ยถงกล่าวต่อทันทีว่า

“ถึงแม้ท่านแม่ของข้าจะเป็นเพียงบุตรสาวอนุของจวนขุนนางกั๋วกง แต่จะอย่างไรก็ถือเป็นคนในจวนขุนนางกั๋วกง หากฝ่ายนั้นทราบว่า เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่บ้างที่นี่ เจ้าคิดว่าคนจากจวนกั๋วกงจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไร?”

เมื่อสุ้มเสียงของเซียถงดังขึ้น เซี่ยอี้เฉินถึงกับหน้าเสีย ยากจะปั้นให้ดูดีดั่งก่อนหน้า คลื่นความโมโหถาโถมชั่วขณะหนึ่ง แต่นั่นก็เร้นแฝงไปด้วยความหวั่นเกรงเช่นกัน

ฮูหยินเฉิงกรนด่าคำรามแทรกขึ้นมาด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่งว่า

“นังแพศยา! หากเจ้ายังกล่าวพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะฉีกปาก...”

“เจ้านั้นแหละนังแพศยา! หุบปาก!”

เซียถงชี้หน้าด่าสวนอีกฝ่ายโดยตรง ปราศจากท่าทีเกรงกลัวใดๆ สีหน้าการแสดงออกยิ่งทวีความเย็นชา อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลงจนผู้คนต่างรู้สึกหนาวเหน็บ

“ข้าเองก็ยังไม่คิดบัญชีกับเจ้า นังบัดซบ! สินสอดทองหมั้นทั้งหมดที่จวนกั๋วกงมอบแก่ท่านแม่ของข้า ล้วนถูกเจ้ายึดไปครอบครองเองทั้งสิ้น เบี้ยรายเดือนของข้ายังถูกเจ้าหักจนแทบไม่เหลือกินเหลือใช้ นี่เจ้าเกิดในตระกูลพ่อค้ามิใช่รึ? ไฉนถึงเหม็นกลิ่นสาปสันดานสุนัขเช่นนี้? แล้วนี่ยังกล้าแหกปากเห่าใส่ข้าอีกงั้นรึ? ทั้งเจ้าและลูกสาวของเจ้านับเป็นเสนียดจัญไรคู่จวนเสนาบดีแห่งนี้โดยแท้!”

สีหน้าการแสดงออกของฮูหยินเฉิงถึงกับซีดเผือด นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่า สาวน้อยผู้แสนขี้ขลาดในตอนนั้น จะใจใหญ่หาญกล้าปากเก่งยิ่งในตอนนี้ แต่ละคำพูดคำจารุนแรงเสมือนค้อนหนักที่หวดกระหน่ำเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน ปรากฏว่า...นางประมาทอีกฝ่ายเกินไป!

“เหอะ เหอะ....ที่แท้จวนเสนาบดีก็สรปรกโสมมเช่นนี้นี่เอง ทำเอาข้าผู้นี้รู้สึกผิดหวังไม่น้อย”

ทันทีทันใด น้ำเสียงเย้าหยอกเจือผสมความเย็นชาก็ดังขึ้นจากด้านข้าง ณ มุมหนึ่ง พอเซียถงเหลียวหน้าหันไปมองต้นเสียง ก็เห็นเพียงชายชุดดำที่สวมหน้ากากสีเงินยืนอยู่

เซี่ยอี้เฉินแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แปรเปลี่ยนเป็นนอบน้อมลงทันควัน เร่งหันไปยิ้มให้ชายชุดดำและกล่าวอย่างกระอักกระอ่วนขึ้นว่า

“เกรงว่าทำให้ท่านราชันหมาป่าสวรรค์ขบขันเสียแล้ว”

ราชันหมาป่าสวรรค์?

เซี่ยถงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย สิ่งหนึ่งที่นางสังเกตเห็นได้ก็คือ เซี่ยอี้เฉินมีกิริยาท่าทางต่อชายที่ชื่อว่าราชันหมาป่าสวรรค์ที่ค่อนข้างนอบน้อมถ่อมตัวอย่างยิ่ง ทั้งนี้แววตาส่องสะท้อนออกมายังแฝงไปด้วยความหวั่นเกรงหลายส่วน

แต่ทางด้านราชันหมาป่าสวรรค์ สายตาของเขาเห็นได้ชัดว่าดูไม่พอใจเป็นอย่างมากในขณะนี้

“ข้าผู้นี้เคยคิดว่า ท่านเสนาบดีเซี่ยเป็นคนซื่อตรงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้...ดูเหมือนว่าเรื่องดังกล่าวคงต้องปล่อยให้ฝ่าบาทจัดการเองเสียแล้ว ถึงแม้นี่จะเป็นธุระภายในจวนของท่านเสนาบดีเซี่ยก็เถอะ แต่...”

ทั้งสีหน้าแววตาของเซี่ยอี้เฉินฉายแววลนลานร้อนใจยิ่งยวด เขารีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า

“ท่านราชันหมาป่าสวรรค์โปรดวางใจเถิด ข้าจะรีบเข้ามาจัดการเรื่องไม่เป็นธรรมภายใจจวนโดยเร็วที่สุด! จะไม่ให้เกิดความลำเอียงใดๆอีกต่อไป!”

ส่วนสีหน้าท่าทางของฮูหยินเฉิงเห็นได้ชัดว่า นางไม่ยินยอมต่อประโยคนี้แม้สักนิด แต่ภายใต้สายตาที่ดุร้ายปานจะกินคนทั้งเป็นของเซี่ยอี้เฉินในตอนนี้ ต่อให้จะรู้สึกไม่พอใจเพียงใด ทว่าสุดท้ายนางก็จำต้องกลืนลงคอไป

นึกไม่ถึงเลยว่า เซียถง ไอ้นังแพศยานี่จะโชดดีถึงปานนี้! บังเอิญพานพบกับท่านราชันหมาป่าสวรรค์เข้า! ช่างน่าขยะแขยงโดยแท้!

ชายชุดดำพยักหน้าเบาๆ

“แค่มองด้วยตาเปล่าก็เห็นได้แล้วว่า แม่นางผู้นี้ดูผอมแห้ง ใบหน้าซีดขาว เกิดจากการขาดสารอาหารติดต่อกันเป็นเวลานาน ทีแรกที่ข้าผู้นี้พบเห็นเกือบหลงคิดไปแล้วว่า เป็นสาวรับใช้ของจวนเสนาบดี คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นบุตรสาวสายตรงของที่แห่งนี้ หากเรื่องนี้ถูกปแพร่งพรายออกไป เกรงว่าใครได้ยินก็ยากที่จะเชื่อ”

“ทั้งหมด...ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง! เพราะหลายปีที่ผ่านมาข้ามีงานล้นตัวยุ่งจนไม่มีเวลาดูแลบุตรสาวที่รักของข้านางนี้ ทำให้เกิดเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดเช่นนี้ขึ้น! ขอทรงโปรดเถิด...อย่านำเรื่องนี้ไปเข้าเฝ้ากับฝ่าบาทเลย ทุกวันนี้ฝ่าบาทก็ทรงงานเหน็ดเหนื่อยพอแล้ว และข้าก็ไม่ต้องการรบกวน...”

เซี่ยอี้เฉินหวาดผวาสุดขีด จนถึงขั้นยกมือขึ้นปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก

หากเรื่องนี้หลุดถึงหูฝ่าบาทขึ้นมา เกรงว่าเส้นทางการเป็นขุนนางในราชสำนักของเขาคงต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้

เซียถงเคลื่อนสายตาจับจ้องไปยังชายชุดดำเจือแววประหลาดใจ ภายในหัวของนางมีแต่คำถามและข้อสงสัยเต็มไปหมด ไฉนเขาถึงต้องออกหน้ามาช่วยนาง? มีชายใดไม่คิดถอยหนีบ้างเมื่อได้เห็นโฉมหน้าอัปลักษณ์ของนาง? แต่นี่มิใช่ไม่ถอยหรือไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยว ทว่าเขาถึงกับเอ่ยปากช่วยเหลือ และยังดูเหมือนว่า ศักดิ์สถานะของนางจะมิใช่ต่ำต้อยเลย

อิ๋งเอ๋อร์ที่อยู่ข้างในตัวเรือน พอได้ยินแบบนั้นจากความทุกข์เศร้าในทีแรกพลันแปรเปลี่ยนเป็นความสุขในทันใด

“นี่เจ้ากล้าหักเบี้ยรายเดือนของถงเอ๋อร์ได้อย่างไร?! หากเจ้าขาดแคลนเงินก็เพียงแค่บอกข้า! ส่วนเงินก้อนนั้นมีไว้ให้สำหรับถงเอ๋อร์ได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน! นี่เจ้ากล้าทำเรื่องสกปรกน่ารังเกียจเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? หากเจ้าไม่อยากเป็นฮูหยินของที่แห่งนี้แล้วก็จงกล่าวมา! ข้าจะได้หาสตรนางอื่นมาแทนที่เจ้า!”

เซี่ยอี้เฉินกลับลำเปลี่ยนสีในทันใด หันมีชี้หน้าด่ากราดใส่ฮูหยินเฉิงด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีด

ฮูหยินเฉิงได้ยินเช่นนั้นก็หลั่งน้ำตาออกมา เผยแสดงสีหน้าเศร้าสลด

“ท่านพี่ ท่านไม่ทราบสถานการณ์ภายในจวนของเราเลยงั้นรึ? แม้ภายนอกจะดูมั่นสดใส ทว่าภายในกลับมีเงินหมุนเวียนไว้กินไว้ใช้ไม่มากแล้ว อันที่จริง....แม้กระทั่งเบี้ยรายเดือดของเหลียนเอ๋อร์เอง ข้าก็จำใจต้องหักส่วนหนึ่งเพื่อนำมาใช้จ่ายภายในจวน แม้แต่ข้ายังต้องแบ่งเบี้ยรายเดือนกว่าครึ่งหนึ่ง เพื่อเสียสละเลี้ยงดูบ่าวไพร่รับใช้ในจวนเสนาบดีแห่งนี้! ทั้งหมดข้าทำเพื่อครอบครัวทั้งนั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ท่านพี่จะหูเบาหลงกลอุบายคนอื่นเข้า!”

“เฮ้อ แม้กระทั่งเหลียนเอ๋อร์ยังรู้ความกว่า...ช่างเถอะ เจ้าเคยหักเบี้ยรายเดือนของถงเอ๋อร์ไปเท่าไหร่ ก็จงคืนกลับมาให้นางทั้งหมด ต่อให้ครอบครัวของเราจะยากจนข้นแค้นเพียงใด แต่เราไม่ควรให้เด็กต้องอดอยาก!”

เซี่ยอี้เฉิงถอนหายใจเสียวยืดยาว โบกมือปัดส่งไปทีหนึ่ง

เซียถงแววตาเป็นประกายขึ้นมาทันใด นี่ปล่อยไปง่ายๆเพียงนี้เชียว? หึ...สงสัยจะชาติชั่วทั้งผัวทั้งเมียน้อย

“เช่นนั้นเอาแค่สินสอดทองหมั้นของท่านแม่ข้าคืนมาเถอะ จะอย่างไรมันก็ถือเป็นสิ่งของจากจวนกั๋วกง”

เซียถงเอ่ยขึ้น จงใจเน้นเสียงคำว่า จวนกั๋วกง ออกไป จนทำเอาทั้งสองคนนั้นใบหน้าซีดเผือดลงอีกครา

แม้ว่าฮูหยินเฉิงจะไม่เต็มใจคืนของเลยแม้นักนิด ทว่าต่อหน้าราชันหมาป่าสวรรค์ นางทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับกลับไปเท่านั้น

“มัวยืนอึ้งอันใดอีก? ยังไม่รีบเชิญหมอมารักษาเหลียนเอ๋อร์อีก!”

เซี่ยอี้เฉินถลึงตาใส่เซียถงวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปตพคอกสั่งการกับฮูหยินเฉิงด้วยความโมโห

จากนั้นค่อยหน้าหันไปหาชายชุดดำคนดังกล่าว เซี่ยอี้เฉินส่งยิ้มให้และกล่าวขอโทษอย่างสุภาพขึ้นว่า

“โปรดอภัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ทำให้ท่านราชันหมาป่าสวรรค์ต้องมายืนฟังเรื่องไม่เป็นเรื่อง มิทราบว่า...เรื่องที่เราตกลงกันก่อนหน้านี้... เอ่อ...ท่านราชันหมาป่าสวรรค์ใความเห็นว่าอย่างไรบ้าง?”

“เรื่องนั้นค่อยคุยกันทีหลังดีเสียดีกว่า วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์แล้ว”

กล่าวจบชายชุดดำก็ไม่สนใจเซียอี้เฉินอีกต่อไป หมุนตัวหันหลังกลับและเดินจากออกไปโดยตรง

สองคู่มือของเซี่ยอี้เฉินกระชับกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาลยิ่ง โมโหฌกรธเกรี้ยวจนแทบอยากจะฆ่าใครสักคนให้ตายเสียตรงนี้! แผนการที่จะพาตัวเองทะยานสู่สวรรค์เกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว! เดิมทีเขาตั้งใจไว้ว่า จะขอยืมมือของราชันหมาป่าสวรรค์เพื่อผลักดันตัวเองให้ทรงพลังอำนาจถึงขีดสุด! แต่คิดไม่ถึงเลยว่า แผนการทุกอย่างในวันนี้กลับพังพินาศไม่เป็นท่า!

เมื่อทุกคนลาจากออกไป ทั่วทั้งลานหน้าเรือนพลันเงียบสงัดลง

“คุณหนู...ท่านราชันหมาป่าสวรรค์ถึงกับออกหน้าแทนท่าน...”

จนกระทั่งชายชุดดำคนนั้นลาจากออกไปได้ชั่วระยะหนึ่ง อิ๋งเอ๋อร์ยืนอึ้งอยู่กับที่เป็นเวลาเนิ่นนาน กว่าจะตอบสนองได้สติขึ้นมาได้

“เขาเก่งมากงั้นรึ?”

เซียถงดูจะไม่ค่อยเห็นด้วยที่อีกฝ่ายมาช่วย

“แน่นอนสิคุณหนู! ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ขุมพลังอำนาจยังน่าเกรงกลัวเป็นที่สุด! และที่สำคัญยังมีข่าวลืออีกว่า ท่านราชันหมาป่าสวรรค์ยังเป็นคนที่มีนิสัยดุร้ายและโหดเหี้ยมเย็นชา”

“อืม...เหมือนจะมีคนเคยกล่าวเล่ากันอีกว่า โฉมหน้าของเขาอัปลักษณ์จึงต้องสวมหน้ากากเอาไว้ตลอดเวลา”

“ยังมีคนหน้าตาอัปลักษณ์กว่าข้าอีกงั้นรึ? เหลือจะเชื่อ”

เซียถงอดพูดเหน็บแนมตัวเองมิได้

“ต้องอัปลักษณ์กว่าคุณหนูแน่นอนเจ้าค่ะ...”

ทีแรกอิ๋งเอ๋อร์ต้องการกล่าวออกไปเช่นนี้ เพื่อจะปลอบใจเท่านั้น แต่พอฟังแล้วกลับดูแปลกๆ นางจึงรีบยกมือขึ้นปิดปากทันที และกล่าวขอโทษด้วยความรู้สึกผิดขึ้นว่า

“คุณหนู ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นนะเจ้าค่ะ...อย่าโกรธบ่าวเลย...”

เซียถงส่งยิ้มเจือแววขุนเคืองเล็กน้อยใส่อีกฝ่าย แต่เจตนาเพียงหยอกเล่นเท่านั้น

เพราะนางเชื่อว่าสักวัน เรื่องใบหน้าของนางจะต้องถูกรักษาจนกลับไปเป็นปกติได้แน่นอน ดังนั้นไม่เห็นมีอะไรให้น่าโมโหเลย

จบบทที่ ตอนที่13 ราชันหมาป่าสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว