เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่11 คนเลวยังกล้าเรียกร้องความเป็นธรรม

ตอนที่11 คนเลวยังกล้าเรียกร้องความเป็นธรรม

ตอนที่11 คนเลวยังกล้าเรียกร้องความเป็นธรรม


ตอนที่11 คนเลวยังกล้าเรียกร้องความเป็นธรรม

สีหน้าการแสดงออกของเซียถงดูเย็นชาขึน้ถนัดตา แววตาอำมหิตเลือดเย็น ก้าวเข้าไปคว้าแส้หนังออกเอาไว้ ออกแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายเล็กน้อย ทันใดนั้นแส้หนังอ่อนที่กำลังจะถูกหวดลงพลันหยุดชะงักกลางอากาศในทันเ

กระแสความเจ็บปวดสุดพรรณนาที่จินตนาการเอาไว้กลับยังไม่มาถึงเสียที พออิ๋งเอ๋อร์เงยหน้ามองออกไปก็รู้สึกยินดีปรีใจอย่างยิ่งรวด นางไม่สนอาการบาดเจ็บก่อนหน้าอีกต่อไป รีบลุกขึ้นวิ่งออกไปเบื้องหน้าในทันใด

“คุณหนู! ท่านกลับมาแล้วรึเจ้าค่ะ...”

เซียถงขานรับน้ำเสียงเงียบเชียบ เงยหน้าจับจ้องเซี่ยเสวี่ยเหลียน ทั้งที่แววตานั้นมิได้ดูน่ากลัวแต่อย่างใด ทว่าสายตาคู่นี้กลับทำให้เซี่ยเสวี่ยเหลียนตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ภายในใจพลันก่อเกิดความตื่นตระหนกขึ้นอย่างไร้เหตุผล

เซี่ยเสวี่ยเหลียนอึ้งไปสักพักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆตอบสนองในเวลาต่อมา นี่...นี่มันเรื่องอะไรกัน? นี่ข้ากำลังหวาดกลัวนังสวะนี่ขึ้นมาอย่างงั้นรึ? นี่ต้องเป็นภาพลวงตา! นังเซียถงมันเป็นเพียงเศษสวะไร้ประโชน์คนหนึ่งเท่านั้น! ต่อให้นางเคยเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างไร แต่ตอนนี้มันก็พิการไปแล้ว มันหาใช่คู่ต่อสู้ของข้าไม่!

เซี่ยเสวี่ยเหลียนยิ้มเยาะ

“เซียถง เดี๋ยวนี้เจ้ากล้ามาก ออกไปไหนมาไหนกลับไม่คิดจะมารายงานต่อท่านแม่ของข้า นี่เจ้ามีเจตนาร้ายอะไรกันแน่?”

กล่าวจบเซี่ยเสวี่ยเหลียนก็ดึงแส้หนังอ่อนกลับมา แต่...ไม่ว่าจะออกแรงมากขนาดไหนกลับแส้ในมือกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด

เซียถงเห็นอีกฝ่ายพยายามออกแรงชักดึงกลับไปขนาดนั้นก็ย่อมสนองให้ สะบัดข้อมือโยนแส้หนังอ่อนกลับไป เนื่องด้วยแรงดีดที่สะท้อนกลับมาอย่างแรง ทำให้แส้หนังอ่อนฟาดเข้าใส่ใบหน้าของเซี่ยเสวี่ยเหลียนอย่างแรง แก้มนวลสีขาวผ่องเสมือนวิ่งไปกระแทกกับก้อนหินยักษ์ จนเกิดเป็นรอยแผลพร้อมธารเลือดสดที่ไหลซิบออกมา

กระแสความเจ็บแสบโฉบแล่นขึ้นบนใบหน้าของเซี่ยเสวี่ยเหลียน นางรีบลูบไหล้ใบหน้าของตัวเอง และพอแบขึ้นมาดูฝ่ามือดังกล่าวก็เปียกชโลมไปด้วยเลือดสีแดงสด เห็นแบบนั้นนางถึงกับกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

“กรี๊ดดด! ใบหน้าของข้า!!! เซี่ยถง! เจ้ากล้าดียังไง!! กล้าดียังไงถึงทำให้ข้าเสียโฉม!!!”

“เซี่ยเสวี่ยเหลียน หากครั้งหน้าเจ้ายังรังแกคนของข้าอีก จุดจบในคราต่อไปคงไม่ง่ายเพียงเท่านี้”

แม้น้ำเสียงที่เปล่งออกไปจะแผ่วเบา แต่นั่นอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารสุดข้นขลัก

พอกล่าวจบเซียถงก็มิได้ใส่ใจกับเซี่ยเสวี่ยเหลียนอีกต่อไป นางดึงแขนของอิ๋งเอ๋อร์กลับเข้าไปในตัวเรือนทั้งแบบนั้น

ปฏิกิริยาตอบสนองสุดเฉยชาเช่นนี้ ทำให้เซี่ยเสวี่ยเหลียนยิ่งโกรธเกรี้ยวเข้าไปใหญ่ กระทืบเท้าเสียงดังเป็นบ้าเป็นหลัง ตะโกนลั่นไล่หลังตอบไปว่า

“เซียถง! รอก่อนเถอะ!!!”

อิ๋งเอ๋อร์ปรายสายตามองเซี่ยเสวี่ยเหลียนที่รีบวิ่งออกไปด้วยความกังวล

“คุณหนู อิ๋งเอ๋อร์คนนี้เป็นเพียงสาวรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น ท่านไม่จำเป็นต้องล่วงเกินคุณหนูรองเพื่อข้าเลย เกรงว่ายามนี้อีกฝ่ายอาจนำเรื่องไปฟ้องฮูหยินรอง...”

สีหน้าการแสดงออกของเซียถงยังคงเรียบเฉย พอถึงเรือนพักด้านในก็สั่งให้อิ๋งเอ๋อร์นั่งลง แล้วไปหยิบยาทาแผลมา ผาให้อีกฝ่ายด้วยตนเองอย่างใจเย็น

อิ๋งเอ๋อร์ชำเลืองเฝ้าดูคุณหนูของตนที่บรรจงทายาให้ ถึงแม้คุณหนูจะดีต่อนางแค่ไหน แต่กลับเป็นตัวนางนั่นแหละที่ไม่มีประโยชน์อะไรต่อคุณหนูเลย ทั้งยังทำให้คุณหนูรองขุ่นเคืองในวันนี้อีก ทั้งหมดเป็นเพราะนาง!

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวที่ว่า ‘หากครั้งหน้าเจ้ายังรังแกคนของข้าอีก จุดจบในคราต่อไปคงไม่ง่ายเพียงเท่านี้’ ประโยคดังกล่าวมันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอำนาจและเย็นชาเกินจะบรรยาย

“เอาล่ะ ช่วงสองสามวันนี้อย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำ”

เซียถงเก็บยาทาแผลและเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ถึงแม้อิ๋งเอ๋รอ์จะเป็นสาวรับใช้ก็จริง แต่กลับเป็นเพียงไม่กี่คนที่ทำดีต่อนางด้วยใจจริง

คติประจำใจของเซียถงคือ ใครก็ตามที่ทำดีต่อนาง นางจะตอบแทนกลับเป็นร้อยเท่า ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม

อิ๋งเอ๋อร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกมีความสุขอย่างมาก

คล้อยหลังฟังคำบอกเล่าจากอิ๋งเอ๋อร์ ในที่สุดเซียถงก็เข้าใจถึงต้นเหตุที่ว่า ทำไมเซี่ยเสวี่ยเหลียนถึงวิ่งมาทำร้ายอิ๋งเอ๋อร์แบบนี้ ปรากฏว่า วันนี้เซี่ยเสวี่ยเหลียนรีบเร่งเดินทางไปเข้าพระราชวัง หวังว่าจะไปพบองค์รัชทายาท แต่ดันค้นพบว่า องค์รัชทายาทกำลังอยู่กับจางเสวี่ยงหรง บุตรสาวสายตรงแห่งจวนแม่ทัพ ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

เซี่ยเสวี่ยเหลียนโกรธแทบตาย ทว่ากลับไม่มีที่จะระบาย นึกอะไรไม่ออกจึงเดินทางมาหาเซียถง แต่น่าเสียดายที่เซียถงดันไม่อยู่ ดังนั้นนางจึงระบายความโกรธใส่อิ๋งเอ๋อร์แทน

“เฮ้ออ...งานชุมนุมลมปราณที่จัดขึ้นทุกๆสามปี กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วด้วย น่าเสียดายที่คุณหนูไม่สามารถเข้าร่วมได้แล้ว มิฉะนั้น อาศัยความแข็งแกร่งของท่าน ท่านจะต้องคว้าอันดับหนึ่งมาได้ดั่งสามปีก่อน!”

อิ๋งเอ๋อร์ถอนหายใจเสียงอ่อน

งานชุมนุมลมปราณ?

เซียถงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เมื่อสามปีก่อน ‘เซียถง’ เจ้าของร่างเก่าในวัยสิบสามปีเคยคว้าอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิตงหลี่มาได้ ตั้งแต่บัดนั้น เซี่ยอี้เฉินจึงค่อยๆให้ความสำคัญต่อนางมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม นางไม่ได้สนใจงานชุมนุมลมปราณอะไรนั่นเลย และต่อให้นางจะเข้าร่วมหรือไม่ ก็มิได้สำคัญเช่นกัน

เมื่อเห็นสีหน้าการแสดงออกที่ดูไม่ค่อยใส่ใจนักของเซียถง อิ๋งเอ๋อร์จึงกล่าวขึ้นอีกว่า

“บ่าวได้ยินมาว่า ผู้ชนะเลิศในงานชุมนุมลมปราณครั้งนี้ จะได้รับเห็ดหลินจือมรกตเป็นรางวัล”

เห็ดหลินจือมรกต? เซียถงเลิกคิ้วเล็กน้อยเจือแววสงสัย ในเวลานั้นเอง ภายในห้วงความคิดพลันมีแสงไฟดวงน้อยปรากฏขึ้น ทั้งยังส่งเสียงขึ้นอีกว่า

“เห็ดหลินจือมรกตเป็นสมุนไพรที่ทั้งล้ำค่าและหายากยิ่ง ไม่เพียงจะมีสรรพคุณถอนพันพิษและรักษาโรคร้าย แต่ยังชำระเนื้อหนังที่ตายแล้วให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง”

พอได้ยินแบบนั้น แววตาของเซียถงพลันส่งประกายวูบวาบออกมาเล็กน้อย หากเห็ดหลินจือมรกตสามารถรักษาโรคร้ายและพิษได้จริงๆ สิ่งนี้จะช่วยให้ท่านแม่ของนางกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

“อิ๋งเอ๋อร์ งานชุมนุมลมปราณที่ว่าจะจัดขึ้นวันใด?”

“อีกหนึ่งเดือนต่อมาเจ้าค่ะ คุณหนูถามไปแบบนี้มีอะไรรึเปล่าเจ้าค่ะ?”

อิ๋งเอ๋อร์เอียงศีรษะเล็กน้อยเจือแววฉงนใจ

เงาสะท้อนจากดวงตาของเซียถงมีแต่ความปีติยินดี แต่มิได้เอ่ยตอบใดๆกลับไป แต่ขณะจะหมุนตัวกลับเข้าไป ก็มีเสียงของเสี่ยวหั่วดังขึ้นอีกครั้งผ่านห้วงความคิดว่า

“นายท่าน หากได้เห็ดหลินจือมรกตมา มันจะช่วยกำจัดพิษดำบนใบหน้าของท่านได้โดยสิ้น!”

ทว่าเซียถงกลับส่ายหน้า เห็ดหลินจือมรกตนี้จะต้องใช้เพื่อรักษาท่านแม่ ส่วนเรื่องพิษสีดำบนใบหน้าของนางกลับมิได้สำคัญเท่าไหร่นัก

ผ่านไปได้ไม่นาน ก็พลันได้ยินเสียงตะโกนของฮูหยินรองเฉิงดังสนั่นจากนอกเรือน เซียถงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เหลือบสายตามองผ่านหน้าต่าง ปรากฏเห็นเป็น เซี่ยเสวี่ยเหลียนที่ยืนกุมใบหน้าฝั่งซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บ ภายใต้แกนนำอย่างฮูหยินเฉิงที่กำลังเกรี้ยวกราด ด้านหลังมีบ่าวไพร่ผู้ชายร่างกำยำดูท่าทีดุร้ายแห่กันเข้ามา

อิ๋งเอ๋อร์เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาเรียกคุณหนูของตนทันที

“คุณหนู! แย่แล้วเจ้าค่ะ! ฮูหยินรองกับคุณหนูรองมาแล้วเจ้าค่ะ! ท่านรีบไปซ่อนตัวก่อนเสียดีกว่า...”

ยังไม่ทันที่อิ๋องเอ๋อร์จะกล่าวจบ กลับถูกเซียถงผลักไสให้หลบออกไป เซียถงก้าวย่างเดินออกไปเตรียมจะเปิดประตูออกไปข้างนอก อิ๋งเอ๋อร์ถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบวิ่งไปจับมืออีกฝ่าย กล่าวว่า

“คุณหนู! ตอนนี้ท่านหาใช่คู่มือของพวกมัน ท่านห้ามออกไป...”

“ไฉนข้าต้องกลัวพวกมันด้วย?”

เซียถงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอีกครา นัยน์ตาเยียบเย็นปราศจากคลื่นอารมณ์ใด นางสะบัดแขนทิ้งและเดินเปิดประตูออกไปโดยตรง

เซี่ยเสวียนเหลียนกับฮูหยินเฉินที่พาบ่าวรับใช้ร่างกำยำทั้งหก ยามนี้ตรงมาหยุดอยู่หน้าเรือนของเซียถง พร้อมตะโกนลั่นว่า

“นังแพศยา ออกมาเดี๋ยวนี้!”

เอี๊ยดด....

เสียงเลื่อนเปิดประตูดังขึ้น เซียถงเอนกายพิงประตู พร้อมด้วยสองมือที่กำลังกอดอก ดวงตาคู่นั้นทอประกายสาดส่อง ลำเลืองหางตามองเซี่ยเสวี่ยเหลียนและคนอื่นๆอย่างเกียจคร้าน ทั้งยังเอ่ยสวนกลับไปว่า

“ที่นี่ไม่มีนังแพศยา มีแต่สุนัขจรชั้นต่ำอยู่สองตัว”

ฮูหยินเฉินได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโกรธจัดจน กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกไม่หยุด นิ้วมือสั่นระริกชี้หน้าเซียถง กราดด่าตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า

“เจ้านี่มันใจคออำมหิตโดยแท้! ถึงกล้าทำให้บัวหิมะน้อยของข้าเสียโฉม! ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดมาพร้อมใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียด จึงแอบอิจฉาความงดงามของบัวหิมะน้อยมาโดยตลอด! นี่เจ้ายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่? บัวหิมะน้อยเป็นน้องสาวแท้ๆของเจ้า! แล้วเจ้ากลับทำร้ายนางเช่นนี้ได้ยังไง!!”

จบบทที่ ตอนที่11 คนเลวยังกล้าเรียกร้องความเป็นธรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว