- หน้าแรก
- นายน้อยร้านยาเจ้าสำราญ กับตำนานดาบยี่สิบปี
- บทที่ 20: ตาบอดหรือไง กล้าปล้นแม้กระทั่งมือปราบ!
บทที่ 20: ตาบอดหรือไง กล้าปล้นแม้กระทั่งมือปราบ!
บทที่ 20: ตาบอดหรือไง กล้าปล้นแม้กระทั่งมือปราบ!
บทที่ 20: ตาบอดหรือไง กล้าปล้นแม้กระทั่งมือปราบ!
โจรป่า?
ลู่เสวียนยังจำคำเตือนของทหารเฝ้าประตูตอนที่เขาออกจากเมืองได้ดี
ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอเข้ากับตัวจริงๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เสวียนพูดไม่ออกคือ... ถ้าเขาเดินทางคนเดียวแล้วโดนปล้น ก็พอจะเข้าใจได้
แต่ไอ้พวกโจรกลุ่มนี้มันดูเหมือนพวกมือใหม่หัดปล้นหรือยังไง? ไม่เห็นเหรอว่าขบวนของเขามีคนตั้งเยอะแยะ
พวกมันไปเอาความกล้าบ้าบิ่นแบบนี้มาจากไหน?
"ฆ่ามัน!"
หัวหน้าสำนักคุ้มกันภัยที่อยู่หน้าขบวนกระโจนจากหลังม้า มือถือดาบใหญ่เล่มโต
สำหรับโจรป่า ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง พวกเขาคุ้มกันสินค้ามาหลายปี ฆ่าโจรไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
พวกโจรป่า, พวกดักปล้น, พวกโจรสลัด... ไอ้พวกนี้มือเปื้อนเลือดชาวบ้านบริสุทธิ์มานับไม่ถ้วน สมควรตายสถานเดียว
ราชสำนักต้าเซี่ยเองก็เคยประกาศกฎอัยการศึก เจอโจรป่าที่ไหน ให้ทางการท้องถิ่นปราบปรามทันที ห้ามละเว้นเด็ดขาด
"ไอ้เวรเอ๊ย! พวกเอ็งคงเบื่อชีวิตกันแล้วสินะ กล้ามาแหยมกับข้า!"
ที่ท้ายขบวน เหลียงเฉิงเองก็ระเบิดอารมณ์ออกมา เขาฟันดาบใส่โจรที่เข้ามาใกล้จนคอขาดกระเด็นในดาบเดียว
ไม่ใช่แล้วพวก!
พวกเอ็งสมองกลับหรือตาบอดกันแน่วะ!
โลกนี้ยังมีกฎหมายอยู่ไหมเนี่ย? ข้าเป็นถึงเจ้าหน้าที่มือปราบของทางการนะโว้ย ยังกล้ามาปล้นข้าอีก พวกนี้มันเหิมเกริมเกินไปแล้ว
ปกติหน้าที่ปราบโจรเป็นของทหาร ไม่ใช่มือปราบอย่างเขา
แต่การกระทำของโจรพวกนี้มันหยามกันเกินไปจนเหลียงเฉิงโกรธจัดจนหัวเราะไม่ออก
เขาปลดปล่อยพลัง ขั้นขัดเกลาเนื้อหนัง ออกมาอย่างไม่ยั้งมือ
ไม่นานนัก ภายใต้การร่วมมือกันของเหลียงเฉิงและยอดฝีมือจากสำนักคุ้มกันภัย พวกโจรป่าก็ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง
โดยเฉพาะหัวหน้าสำนักคุ้มกันภัยที่เป็นถึง ขั้นขัดเกลากระดูก ฟันโจรตายไปกว่าครึ่งด้วยตัวคนเดียว
"แม่..งเอ้ย! เจอตอเข้าแล้ว!"
ชายร่างยักษ์ที่อยู่หลังสุดสบถออกมาอย่างหัวเสีย แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
นั่นคือ 'พี่เสือ' หัวหน้ากลุ่มโจร ตอนนี้สภาพเขาก็ย่ำแย่ หน้าท้องมีรอยดาบยาวเลือดไหลซึมออกมา
ถ้าเมื่อกี้เขาหนีไม่ทัน ป่านนี้คงโดนไอ้หัวหน้าคุ้มกันภัยนั่นผ่าท้องไส้ไหลไปแล้ว
ขั้นขัดเกลากระดูก!
ฝ่ายตรงข้ามมีระดับยอดฝีมือขั้นขัดเกลากระดูกเชียวรึ! ในอำเภอชิงอวิ๋นเล็กๆ นี้ มียอดฝีมือระดับนี้แค่นับนิ้วได้ ทำไมเขาต้องมาซวยเจอเข้าจังๆ ด้วยวะ!
ซวยฉิบหาย เรือล่มปากอ่าวแล้ว! พี่เสือหมดใจจะสู้ทันที ลำพังแค่ขั้นขัดเกลาเนื้อหนังอย่างเขา ไม่มีทางสู้พวกกระดูกเหล็กได้หรอก
ถ้าอีกฝ่ายมาคนเดียว เขายังพอจะใช้หมาหมู่รุมกินโต๊ะได้ แต่ฝ่ายนั้นดันมีพวกเยอะพอๆ กัน
หนี!
ลูกน้องพวกนี้ไม่ได้โดนฝ่ายตรงข้ามฆ่าตายหรอก แต่ถ้าไม่หนีตอนนี้ ก็เตรียมตัวไปคุยกับรากมะม่วงได้เลย
ความคิดเดียวในหัวพี่เสือคือหนี นี่คือเคล็ดลับที่ทำให้เขารอดตายจากการปราบปรามของทางการมาได้ทุกครั้ง
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่พี่เสือจะออกตัวหนี ก็มีลูกน้องตาขาวบางคนเริ่มถอยกรูด ทำท่าจะวิ่งหนีผ่านหน้าเขาไป
พี่เสือเลือดขึ้นหน้า ตวาดลั่นด้วยความโกรธ
"ไอ้พวกสวะ! ใครสั่งให้พวกเอ็งหนี! กลับไปสู้เดี๋ยวนี้!"
ไอ้พวกเวร ข้ายังไม่ได้หนีเลย พวกเอ็งจะชิงหนีก่อนข้าเรอะ!
มือใหญ่ของพี่เสือคว้าคอเสื้อลูกน้องสองคนที่วิ่งผ่านหน้า แล้วเหวี่ยงกลับไปข้างหน้าอย่างแรง จากนั้นก็ถีบส่งอีกคนตามไปติดๆ
การกระทำทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
พอจัดการลูกน้องเสร็จ พี่เสือก็ไม่รอช้า หันหลังใส่เกียร์หมาโกยแน่บหายเข้าป่าไปทันที
โจรที่เหลืออีกสิบกว่าคนเห็นลูกพี่ชิงหนีไปแล้ว ก็ทิ้งอาวุธวิ่งหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง
บางคนที่หนีไม่ทันพยายามจะคุกเข่าขอชีวิต แต่ก็โดนเหล่าผู้คุ้มกันสังหารทิ้งอย่างเลือดเย็น
เพราะตั้งแต่วินาทีที่ชักดาบออกมาปล้น มันก็คือกฎของป่า... ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า ไม่มีที่ว่างให้คำว่ายอมแพ้
เมื่อจัดการโจรคนสุดท้ายเสร็จ หัวหน้าสำนักคุ้มกันภัยมองตามหลังเงาคนที่หนีไปไกลลิบ
เขาไม่ได้สั่งให้ตามล่า และคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครคิดจะตามไป
'โจรจนตรอกอย่าได้ไล่ตาม' กฎข้อนี้คนในยุทธภพรู้ดี ใครจะรู้ว่าถ้าตามไปจะเจออะไร อาจจะมีกับดัก หรือพวกโจรซุ่มรอตลบหลังอยู่ก็ได้
"ใต้เท้าเหลียง ข้าต้องขอตัวลาตรงนี้ พอกลับถึงในเมือง ข้าจะไปเยี่ยมคารวะท่านที่จวน เพื่อขอบคุณที่ท่านยื่นมือเข้าช่วยเหลือ"
หัวหน้าสำนักคุ้มกันภัยเดินเข้ามาหาเหลียงเฉิง แล้วกล่าวอย่างนอบน้อม
"มิได้ มิได้ ผู้อาวุโสหลิวเกรงใจเกินไปแล้ว การปราบโจรผู้ร้ายเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว"
เหลียงเฉิงจำหน้าอีกฝ่ายได้ จึงรีบคารวะตอบอย่างให้เกียรติ
อีกฝ่ายเป็นถึงยอดฝีมือขั้นขัดเกลากระดูก เป็นคนดังในอำเภอ ที่ยอมพูดดีด้วยขนาดนี้ก็เพราะเห็นแก่ตำแหน่งมือปราบและหน้าตาของพ่อเขาเท่านั้น
เมื่อร่ำลากันเสร็จ หัวหน้าสำนักคุ้มกันภัยก็หันไปตะโกนสั่งลูกน้อง "ขนศพพี่น้องและคนเจ็บขึ้นรถ เรารีบไปกันเถอะ!"
คมดาบไร้ตา การต่อสู้ย่อมมีความสูญเสีย ฝั่งผู้คุ้มกันเองก็มีคนล้มตายและบาดเจ็บไม่น้อย
แม้แต่ฝั่งเหลียงเฉิงและลูกน้องมือปราบเองก็มีแผลกันถ้วนหน้า เลือดชุ่มเสื้อผ้า
มีมือปราบคนหนึ่งเกือบจะโดนโจรฟันคอขาด แต่รอดมาได้หวุดหวิดเพราะมีเมล็ดผลไม้พุ่งออกมาจากรถม้าของลู่เสวียน
เมล็ดนั้นพุ่งเร็วเหมือนกระสุนปืน เจาะทะลุอกโจรจนตายคาที่ ช่วยชีวิตมือปราบคนนั้นไว้ได้ทัน
ขบวนพ่อค้าเร่งความเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เพียงครู่เดียวก็ทิ้งห่างกลุ่มของลู่เสวียนไปไกลลิบ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากลัวว่าพวกโจรจะย้อนกลับมาเล่นงานอีก
"หัวหน้า ศพพวกนี้เอาไงดีครับ"
มือปราบคนหนึ่งถามเสียงสั่น ยังคงขวัญผวาจากการต่อสู้เมื่อครู่
พวกเขาเป็นแค่มือปราบในเมือง ไม่เคยนึกฝันว่าจะต้องมาเสี่ยงตายสู้กับโจรป่าโหดเหี้ยมแบบนี้
เหลียงเฉิงปรายตามองศพเกลื่อนถนน แล้วโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
"ไม่ต้องไปยุ่ง ปล่อยไว้เดี๋ยวก็มีตัวอะไรมาจัดการเอง"
"เตรียมตัวให้พร้อม รีบกลับเข้าเมืองไปรายงานท่านนายอำเภอ"
"ขอรับ หัวหน้า!"
ป่าเขารอบด้านเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ทั้งหมาป่า เสือ และสัตว์กลายพันธุ์ดุร้าย ตกดึก กลิ่นเลือดคาวคลุ้งพวกนี้จะเรียกพวกมันออกมา
เผลอๆ ศพแค่นี้อาจจะไม่พอให้พวกมันกินด้วยซ้ำ
ภายใต้การสั่งการของเหลียงเฉิง พวกมือปราบช่วยกันลากศพที่ขวางทางออกไปข้างๆ แล้วเร่งเดินทางกลับอำเภอชิงอวิ๋นต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อีกด้านหนึ่ง
ในป่าลึก... โจรป่าที่เหลือรอดเพียง 5-6 คน เดินคอตกตามหลังชายร่างยักษ์คนหนึ่ง
นั่นคือพี่เสือและสมุนที่หนีรอดมาได้
(จบบทที่ 20)