เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 : ความคิดชั่วร้าย

ตอนที่ 16 : ความคิดชั่วร้าย

ตอนที่ 16 : ความคิดชั่วร้าย


ทไวเซอร์ทำร้ายเทียนหลงอย่างโหดร้ายด้วยฝนกระหน่ำหมัดที่ดังลั่นในทุกสัมผัส

‘ไม่ได้ผล…’

เทียนหลงกลับมาเป็นคนที่หมดอาลัยตายอยากเหมือนเคย

เขารู้สึกว่าเขาไม่มีโอกาสหนีไปจากกำมือของทไวเซอร์ได้อีกแล้ว เขามอบความหวังทั้งหมดกับหนังสือนั่นและคาดหวังกับมันมากเกินไป

เขาจมลงสู่ความเศร้าอีกครั้ง

ในสิบปีที่ผ่านมา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจมลงสู่ความเศร้ากี่ครั้งและเพียงฝันว่าจะได้มีความหวังอีกครั้ง

“ฮื่ม อย่าได้ใจไปหน่อยเลยเจ้าโง่! เชื่อฟังชั้นก็พอ”

ทไวเซอร์คิดว่าเทียนหลงจะระเบิดเขาหรือจะกลายเป็นระเบิดพลีชีพและเอาเขาตายไปด้วย แต่เมื่อคิดอีกครั้งเขาก็รู้ว่าเทียนหลงไม่มีทางผลิตระเบิดขึ้นมาได้ เพราะวัตถุดิบมีไม่มากพอแม้จะรู้วิธีทำระเบิดจากเว็บมืดก็ตาม

ทไวเซอร์ไม่อยากจะอยู่ต่ออีกแล้ว เขาส่งเสียงในลำคอและรีบออกจากห้องไป

เทียนหลงนอนจ้องมองนอกหน้าต่าง ดวงตาเขาอับจนไร้สีสันใด

ในตอนนั้น เขาเห็นแค่เพียงสัตว์ประหลาดที่มีปีกยาวหกปีกอยู่นอกหน้าต่าง เขามองมันด้วยใบหน้าตกใจ เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับในสัปดาห์นี้

เรื่องแรกก็คือเขาเชื่อในสมุดแฟนตาซีโง่ ๆ และตอนนี้เขารู้สึกว่ากำลังเห็นภาพหลอน

เทียนหลงหัวเราะเยาะตัวเองด้วยความสมเพช

หลังจากความเงียบ…

“แกเป็นใคร?”

เทียนหลงถามเสียงสั่น แม้เขาจะไม่อยากยอมรับ แต่สัตว์ประหลาดที่เขาเห็นนั้นดูสมจริงมาก แค่สายตาก็น่าสะพรึงกลัวแล้ว

“เจ้าคือมนุษย์ที่เก็บหนังสือของข้าไปรึ?”

สัตว์ประหลาดกล่าว

“หนังสือ?”

เทียนหลงสับสนไปชั่วขณะแต่ก็นึกถึงบันทึกมรณะที่เก็บมาเมื่อสามวันก่อนได้

“ใช่ ใช่! ชั้นเป็นคนเก็บบันทึกมรณะมา ช่วยชั้นฆ่าไอ้สารเลวทไวเซอร์ที เขียนชื่อมันในบันทึกมรณะแล้วแต่มันก็ไม่ตาย! แกจะเป็นคนที่ฆ่ามันใช่ไหม?”

ความหวังจุดปะทุข้างในเทียนหลงอีกครั้ง เขาถามด้วยใบหน้าบ้าคลั่ง!

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน…ข้าชื่อ…ช่างเถอะ เรียกข้าว่าจ้าวเทพมรณะก็ได้”

“จ้าวเทพมรณะ?”

เทียนหลงกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินฉายาอันยิ่งใหญ่

“ใช่ เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าเขียนชื่อจริงของคนที่เจ้าอยากให้ตาย?”

จ้าวเทพมรณะมองเขาอย่างวางมาด

“ชื่อจริง?”

เทียนหลงพึมพำ

“นั่นมันชื่อปลอมหรอกเหรอ”

เทียนหลงเพิ่งจะนึกถึงตอนที่ทไวเซอร์แนะนำตัวได้ เขาบอกว่าคนอื่นเรียกเขาว่าทไวเซอร์

ในความเป็นจริงนั้น เทียนหลงได้เจอกับการทารุณกรรมของทไวเซอร์มาเกินสิบปี เขาไม่ผิดที่คิดว่าทไวเซอร์คือชื่อที่แท้จริง เพราะมันเป็นชื่อที่หลอกหลอนเขามานานเกินสิบปี

“ถ้างั้น…ช่วยชั้นฆ่ามันทีเถอะ เทพมรณะ”

เทียนหลงขอร้องด้วยจิตสังหารในดวงตา

“ข้าทำไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้เจ้าจะเป็นผู้ถือครองบันทึกมรณะ ข้าก็จะไม่ช่วยเจ้าฆ่าใคร ถ้าเจ้าอยากฆ่า เจ้าก็ต้องหาชื่อจริงให้ได้”

“ยังไงกัน? ชั้นไม่รู้เลย แล้วเขาก็ไม่ทิ้งเบาะแสไว้ด้วย”

เทียนหลงเริ่มกังวล

“เจ้าหนู ข้ามีข้อตกลงที่ทำให้เจ้ารู้ชื่อจริงของเจ้านั่น แต่เพื่อการนั้น เจ้าต้อง…”

“ตกลง!”

เทียนหลงไม่สนใจอีกแล้วถ้าหากเขาจะฆ่าทไวเซอร์ได้

“ตอบได้เร็วมาก! แต่ให้ข้าพูดจบก่อน”

“ข้อตกลงนี้จะริบครึ่งอายุขัยของเจ้า และเจ้าจะได้เนตรเทพมรณะที่จะได้เห็นชื่อจริงและอายุขัยของคน”

“คิดให้ดี…”

“ตกลง! ไม่มีอะไรให้ต้องคิดเลย”

เทียนหลงพูดด้วยความตั้งใจ เขาคิดว่ามันดีกว่าที่จะใช้ชีวิตหนึ่งปีกับอิสระดีกว่าสองปีในนรก

“ย่อมได้…”

======

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

*เอี๊ยด!-*

ประตูเปิดและทไวเซอร์ก็เดินเข้ามาในห้องของเทียนหลง

เขาถอนหายใจแรงและเริ่มยั่วราวกับว่าไม่เคยเหน็ดเหนื่อย

“โย่ เจ้าโง่ ชั้นยังเห็นแกเป็นหมาเชื่อง ๆ ตัวเดิมอยู่เลย”

‘ม่อ อู๋หมิงงั้นเหรอ’

เทียนหลงถอนหายใจแรงเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่าย

“เจ้าหมาไม่เชื่อง! ขอฟังเสียงหัวเราะของแกหน่อย!”

ม่ออู๋หมิงเริ่มทำร้ายเขาอีกครั้ง เทียนหลงอดทนอย่างที่เคยทำมาตลอด เขาถึงกับตื่นเต้นข้างในใจด้วย

ม่อ อู๋หมิงรู้สึกลำบากใจและตะโกน

“แกไม่ได้จะฆ่าชั้นเรอะ?”

“ผ่านมาสิบปีแล้ว แต่แกก็ยังสู้ชนะชั้นไม่ได้งั้นเหรอ? ไอ้โง่!”

เขาตะโกนและจู่ ๆ ก็หมดความสนุกที่จะทำร้ายเทียนหลง เขาจึงออกจากห้องโดยไม่หันหลังกลับ

เทียนหลงลุกขึ้นไปจดชื่อนั้นในบันทึกมรณะทันที

[ม่อ อู๋หมิง]

“ในที่สุด ในที่สุด ฮ่าฮ่าาฮ่าฮ่าฮ่า!”

เทียนหลงระเบิดเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่ง

หลังจากนั้นสามสิบวินาที เขาก็วิ่งออกมาจากประตูด้วยความเร็วสูงสุด เขาวิ่งตามม่อ อู๋หมิงที่เดินอยู่บนทางเดินทันในสิบวินาที

พวกเขาห่างกันอยู่สิบเมตร

“นี่แก! ไอ้โง่! กล้าออกมาเรอะ?”

เมื่อม่อ อู๋หมิงเห็นเทียนหลง เขาก็ค่อย ๆ เดินกลับพร้อมกำหมัด

“ห้า!”

“ไอ้โง่ หนังสือในมือแกมันอะไร?”

ม่อ อู๋หมิงจำไม่ได้ว่าให้ของแบบนั้นกับเทียนหลง

“สี่!”

เขาแสดงหนังสือให้ดู

“บันทึกมรณะ? อะไรน่ะ? ของเก่าเรอะ?”

“สาม!”

ม่อ อู๋หมิงเริ่มโกรธแค้น

“แกนับบ้าอะไรของแกอยู่?”

“สอง!”

เทียนหลงยิ้มอย่างบ้าคลั่ง

“เป็นบ้าอะไรของแก ไอ้โง่!”

ม่อ อู๋หมิงกระชากคอเสื้อเขา

“หนึ่ง!”

“ตายซะ!”

*อึก!-*

ม่อ อู๋หมิงกุมอกในทันที เขามีหน้าตกใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“นี่แก!”

ม่อ อู๋หมิงชี้เทียนหลงและล้มลงพาดบ่าของเทียนหลง

เขาเสียชีวิตไปอย่างถาวร

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เทียนหลงดันเขาออกไปและหัวเราะราวกับคนบ้า ร่างของม่อ อู๋หมิงล้มลงกับพื้น! หลังจากหัวเราะไปไม่รู้นานเท่าใด…เสียงก็ดังมาจากทางเดิน

“ปะป๊า?”

เด็กผู้หญิงหกขวบยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงห้าเมตร เธอเดินเข้ามาใกล้ร่างไร้วิญญาณและยืนข้าง ๆ

“ปะป๊า ตื่นเร็ว!”

เธอผลักศพ

หลังจากพยายามหลายครั้งและพ่อไม่ตื่น เธอก็เริ่มร้องไห้

เทียนหลงจ้องมองเธอและยิ้มด้วยความชั่วร้าย

“โอ้? ม่อ อู๋หมิงมีลูกสาวด้วยเรอะ? ไม่คิดมาก่อนเลย…”

เขาใช้เนตรเทพมรณะและเห็นว่าชื่อของเธอคือ ม่อ หวนหวน เธอถึงกับมีอายุขัยที่ยาวนานกว่าพ่อของเธอ

“สำหรับทุกสิ่งที่มันทำลงไป จะได้ระบายมันกับลูกสาวมันแทนสินะ”

เทียนหลงฉีกยิ้ม นัยน์ตาของเขาแรงเพราะเนตรเทพมรณะทำให้เขาดูเหมือนกับอสูรชั่วร้ายบริสุทธิ์

เทียนหลงเตะเด็กผู้หญิงไปจากศพพ่อของเธอจนกระเด็นลอยไป

“อ๊าาา!”

สาวน้อยร้องด้วยความเจ็บปวด

“ฮืออฮืออ!”

“ทุกอย่างเป็นความผิดของพ่อแก!”

“ปะป๊า! ช่วยหนูด้วย! ฮือฮือฮือ…”

สาวน้อยร้องไห้อย่างน่าเวทนา เธอพยายามเช็ดน้ำตาและยืนขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้น…

เทียนหลงเดินไปถึงก่อนและเริ่มกระทืบใบหน้าเล็ก ๆ นั่น

สาวน้อยใช้มือเล็ก ๆ กันเท้าเอาไว้ แต่มันก็เปล่าประโยชน์

เธอบิดตัวและพยายามจะคลานกลับไปหาพ่อและร่ำร้อง

“ปะป๊า…ปะป๊า…”

“แกรู้ไหมว่าพ่อของแกเหยียบย้ำชั้นมากี่ครั้ง!? รู้ไหมว่าชั้นต้องคืบคลานเพราะพ่อแกกี่ครั้ง!? แค่นี้มันเทียบกับสิ่งที่พ่อแกทำไม่เห็นฝุ่นเลย!”

เทียนหลงปล่อยให้เธอคลานไปหาพ่อขณะที่เตะร่างเล็กของเด็กสาว

เมื่อม่อ หวนหวนไปถึงตัวพ่อ เธอก็กอดเสื้อของพ่อเอาไว้ไม่ปล่อย

“โอ้ อะไรน่ะ?”

เทียนหลงเห็นมีดในตัวม่อ อู๋หมิง

“บางทีจิตใจชั้นคงสงบลงถ้าได้เฉือนแกไปทีละชิ้น…ทีละชิ้น”

เทียนหลงยิ้มชั่วร้ายและใช้มีดปาดหน้าของเด็กสาว

“อย่าน้าาา!!! ช่วยด้วย!!! ปะป๊า!!”

สาวน้อยกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน

*ปั้ง!-*

หมัดลอยมาจากที่ใดมิอาจทราบ เทียนหลงกระเด็นไปในทางเดิน

และจากนั้น…ในบรรยากาศที่น่ากลัว เทียนหลงก็สลายไป

“ข้าจำได้ว่าวิ่งหนีไปหลังจากเห็นเด็กสาวร้องไห้เพราะเสียใจเรื่องพ่อ สิบปีที่อยู่ในนรกนั้นเทียบไม่ได้กับความรู้สึกผิดที่ได้เห็นหน้าเด็กร้องไห้กุมหน้าของพ่อเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กนั่น บางทีข้าอาจจะได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากเป็น…”

เสียงถอนหายใจดังมาจากคนที่ยืนข้างเด็ก เขามีผมสีบลอนด์และใบหน้าน่าหลงใหล แม้ว่าเขาจะยังเป็นเด็กก็ตาม

“ยังเล่นบทผู้ร้ายกับร่างของข้าอีกเหรอ คิดว่าจะเปลี่ยนใจข้าได้รึไง? อสูรดวงใจ?”

ดาวิสยิ้มเยาะขณะที่ถามตัวเอง

จบบทที่ ตอนที่ 16 : ความคิดชั่วร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว